Sunday, February 28, 2010

Microsoft Security Essentials 1.0.1961.0

ไมโครซอฟท์เปิดให้ดาวน์โหลด Microsoft Security Essentials 1.0.1961.0
บทความโดย: The Windows Administrator Blog

Microsoft Security Essentials (MSE) ซึ่งมีชื่อรหัสในการพัฒนาว่า Morro โปรแกรมแอนตี้ไวรัสและแอนตี้สปายแวร์แบบฟรีแวร์ (Freeware) ของไมโครซอฟท์ และล่าสุดได้วันที่ 28 ก.พ. 53 ไมโครซอฟท์ออกเวอร์ชันใหม่คือ Microsoft Security Essentials 1.0.1961.0 โดยในเวอร์ชันนี้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของโปรแกรมให้ดีขึ้น

ฟีเจอร์เด่นของโปรแกรม Microsoft Security Essentials
• Comprehensive malware protection
• Simple, free download
• Automatic updates
• Easy to use

การดาวน์โหลด Microsoft Security Essentials 1.0.1961.0
ท่านใดสนใจใช้งานโปรแกรม Microsoft Security Essentials 1.0.1961.0 สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ Microsoft Security Essentials จากนั้นให้คลิกปุ่ม "Download Now" แล้วคลิกบนลิงก์ของระบบปฏิบัติการที่ต้องการนำไปใช้งาน ซึ่งมี 3 ตัวเลือก คือ Windows XP 32-bit, Windows Vista/Win7 32-bit และ Windows Vista/Win7 64-bit

หรือดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ Softpedia ตามเวอร์ชันของ Windows ที่ใช้ดังต่อไปนี้
Download Microsoft Security Essentials-For XP 32bit
Download Microsoft Security Essentials-For Vista/7 32bit
Download Microsoft Security Essentials-For Vista/7 64bit

สำหรับวิธีการติดตั้งนั้น มีขั้นตอนคล้ายๆ กับการติดตั้ง Microsoft Security Essentials 1.0.1611.0 โดยสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ Installing Microsoft Security Essentials ทั้งนี้ จะมีการตรวจสอบว่าวินโดวส์ (Validate) ที่ใช้นั้นมีลิขสิทธิ์ถูกต้องหรือไม่ก่อนการติดตั้ง

ความต้องการระบบของ Microsoft Security Essentials
โปรแกรม Microsoft Security Essentials มีความต้องการระบบดังนี้
Windows XP
• CPU ที่มีความเร็ว 500MHz หรือสูงกว่า
• มีหน่วยความจำ (Memory) 256MB หรือสูงกว่า

Windows Vista และ Windows 7
• CPU ที่มีความเร็ว 1.0GHz หรือสูงกว่า
• มีหน่วยความจำ (Memory) 1GB หรือสูงกว่า

Windows ทุกระบบ
• VGA (Display) ที่สามารถแสดงผลได้ที่ความละเอียด 800 x 600 หรือสูงกว่า
• พื้นว่างบนฮาร์ดดิสก์อย่างน้อย 140MB
• การเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตสำหรับการดาวน์โหลดโปรแกรม MSE และการอัพเดทไวรัสเดฟินิชัน

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

บทความแนะนำในเดือน กุมภาพันธ์ 2553

Windows Administrator Blog: Windows Tips Tricks and Tutorials

Mozilla Firefox 3.6 นอกจากเร็วขึ้น 20% แล้ว มีคุณสมบัติใหม่อะไรอีกบ้าง
Firefox 3.6 เวอร์ชันใหม่ล่าสุดของเว็บเบราเซอร์โอเพนซอร์ส (Open Source) ยอดนิยม ซึ่งเปิดให้ดาวน์โหลดเมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา นั้นเร็วกว่า Firefox 3.5 ถึง 20% นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงการทำงานหลายอย่าง อ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ What's New in Mozilla Firefox 3.6


Download: iTunes 9.0.3 for Windows
iTunes 9.0.3 เวอร์ชันอัพเดทใหม่ล่าสุดสำหรับ Windows เป็นโปรแกรมจำเป็นสำหรับผู้ที่ใช้ iPod ร่วมกับคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติ Windows โดยสามารถใช้ iTune ในการจัดการดนตรีในด้านต่างๆ เช่น สร้าง/แก้ไข/เพิ่ม/ลบ Playlist แก้ไขรายละเอียดของไฟล์, บันทึกคอมลงแพ็คดิส ก็อปปี้เข้าเครื่องเล่นไฟล์ดิจิตอลออดิโอ (Digital audio player) ซื้อไฟล์ดนตรีจากอินเทอร์เน็ตผ่านทางบิวด์อิน Music Store และ ฯลฯ อ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ Apple iTunes 9.0.3 for Windows


Sony Vaio E Series
Sony เปิดตัวคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก (Notebook) รุ่นใหม่ คือ Vaio E Series จอภาพขนาด 15.5 นิ้ว ใช้ซีพียู Intel Core i3 หรือ Core i5 (เฉพาะบางรุ่น) โดยมาพร้อม Windows 7 Home Premium 64-bit หรือ Windows 7 Professional 64-bit (เฉพาะบางรุ่น) มีรูปแบบสีให้เลือก 2 แบบ คือแบบ High-gloss Colors และ Matte Colors อ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ Sony Vaio E Series Notebook

Sony Vaio E Series (Credit: sonystyle.com)


Windows 7 Valentine Theme
ไมโครซอฟท์ออกธีม Valentine สำหรับ Windows 7 ต้อนรับวันแห่งความรัก โดยธีมจะเป็นโทนสีชมพูพร้อมรูปหัวใจลายลูกไม้ (Lacy Hearts) ผู้ที่กำลังใช้ Windows 7 อ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ Download Free Windows 7 Valentine Theme



LinkStation Mini from Buffalo Technology
Buffalo Technology ออก LinkStation Mini อุปกรณ์เก็บข้อมูลบนเครือข่ายหรือ NAS (Network-Attached Storage) รุ่นใหม่ โดยตัวเครื่องมีขนาด กว้าง 1.6" x สูง 3.2" x ลึก 5.3" เท่านั้นซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีขนาดเล็กที่สุดในตลาดในปัจจุบัน สามารถใส่ฮาร์ดดิสก์ขนาด 2.5 นิ้ว ได้สูงสุด 2 ตัว ความจุสูงสุด 2 TB สามารถรองรับ RAID 0, 1, JBOD เชื่อมต่อกับระบบกิกะบิตอีเทอร์เน็ต (1,000 Mbps) อ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ LinkStation Mini dual-drive network storage


Dell Alienware M11x Gaming Laptop
Dell วางจำหน่ายแล็ปท็อปรุ่น Alienware M11x แลปท็อป (Laptop) จอภาพ 11 นิ้ว อย่างเป็นทางการ โดยจัดเป็นแล็ปท็อปสำหรับเล่นเกมที่สามารถพกพาได้สะดวกอย่างยิ่ง การันตีด้วยรางวัลชนะเลิศในการประกวด Best Gaming Product ของ CNET ในงาน CES 2010 และรางวัลชนะเลิศในการประกวด Best Computer ของ IGN และเป็นหนึ่งในแลปท็อปสำหรับใช้เล่นเกมที่มีขนาดเล็กที่สุดในตลาดปัจจุบัน อ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ Dell Alienware M11x Gamers Laptop


AMD เปิดตัวกราฟิกการ์ดรุ่น ATI Radeon HD 5450 รองรับ DirectX 11
AMD เปิดตัวกราฟิกการ์ด (Graphics Card) รุ่น ATI Radeon HD 5450 ซึ่งเป็นกราฟิกการ์ดรุ่นล่าสุดจากกราฟิกการ์ดตระกูล ATI Radeon HD 5000 จัดเป็นกราฟิกการ์ดที่มีประสิทธิภาพในระดับ Entry level performance มีจุดเด่นในด้านประหยัดพลังงาน สามารถรองรับการทำงานร่วมกับ DirectX 11 ได้อย่างสมบูรณ์ รองรับเทคโนโลยี ATI Eyefinity ซึ่งเป็นเทคโนโลยี Multi-Monitor ของ AMD อ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ ATI Radeon HD 5450 - Low Cost DirectX 11 Graphics Card



บทความแนะนำ

© 2009-2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Saturday, February 27, 2010

End of Support for Windows XP SP2 and Windows Vista RTM

ไมโครซอฟท์กำลังจะหยุดซัพพอร์ต Windows XP SP2 และ Windows Vista RTM
ไมโครซอฟท์ได้แจ้งเตือนผู้ที่กำลังใช้ระบบปฏิบัติการ Windows XP SP2, Windows Vista RTM รวมถึง Windows 2000 ให้เตรียมแผนการอัพเดท อัพเกรด หรือไมเกรตระบบ เนื่องจากใกล้ถึงกำหนดวันสิ้นสุดการซัพพอร์ตทั้ง 3 ระบบแล้ว

โดยไมโครซอฟท์หยุดซัพพอร์ต Windows Vista ที่ไม่มีเซอร์วิสแพ็ค หรือ Windows Vista RTM หรือ SP0 ในวันที่ 13 เมษายน 2553 ซึ่งนับจากวันนี้ก็เหลือเวลาเพียง 45 วันเท่านั้น โดยไมโครซอฟท์ได้แนะนำให้ผู้ใช้ทำการอัพเดทเป็น Service Pack 2 (SP2) หรืออัพเกรดเป็น Windows 7 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับเดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์ตัวล่าสุด สำหรับการดาวน์โหลด Vista SP2 นั้นสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ Download Windows Vista Service Pack 2 ทั้งนี้ก่อนติดตั้ง SP2 นั้นจะต้องทำการติดตั้ง SP1 บนระบบก่อน

สำหรับการซัพพอร์ตทุกเวอร์ชันของ Windows XP SP2 และ Windows 2000 นั้นจะสิ้นสุดลงในวันที่ 13 กรกฎาคม 2553 ซึ่งนับจากวันนี้ก็เหลือเวลาอีกประมาณ 4 เดือนครึ่งเท่านั้น โดยไมโครซอฟท์ได้แนะนำผู้ Windows XP SP2 ให้ทำการอัพเดทเป็น Service Pack 3 (SP3) หรืออัพเกรดเป็น Windows 7 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับเดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์ตัวล่าสุด สำหรับการดาวน์โหลด XP SP3 นั้นสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ Download Windows XP SP3 Network Installation

อนึ่ง Windows XP นั้นไม่รองรับการอัพเกรดเป็น Windows 7 นั้นคือถ้าผู้ใช้ Windows XP ต้องการเปลี่ยนไปใช้ Windows 7 จะต้องใช้วิธีการไมเกรตระบบโดยใช้เครื่องมือ Windows User State Migration Tool (USMT) 4.0 ซึ่งเป็นเครื่องมือที่รวมอยู่ใน Windows Automated Installation Kit (AIK)

สำหรับผู้ใช้ Windows 2000 นั้นไมโครซอฟท์ได้แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ Windows เวอร์ชันที่ใหม่กว่าอย่างเช่น Windows 7 อย่างไรก็ตาม Windows 2000 นั้นไม่รองรับทั้งการอัพเกรดและการไมเกรตเป็น Windows 7 นั้นคือถ้าผู้ใช้ Windows 2000 ต้องการเปลี่ยนไปใช้ Windows 7 จะต้องทำการอัพเกรดเป็น Windows XP ก่อน จากนั้นจึงทำการไมเกรตไปเป็น Windows 7 โดยใช้ Windows User State Migration Tool (USMT) 4.0

อนึ่ง การดูแลและอัพเดทระบบปฏิบัติการวินโดวส์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดตั้งเซอร์วิสแพ็คตัวล่าสุดนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพื่อให้การใช้งานมีความปลอดภัยมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Enterprise products: Windows 7: End of support

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Windows Activation Technologies Update for Windows 7

ไมโครซอฟท์โต้ตอบการละเมิดลิขสิทธิ์ Windows 7 โดยออกอัพเดท Windows Activation Technologies
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ได้ประกาศเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยี Windows Activation เพื่อต่อสู้กับการละเมิดลิขสิทธิ์ Windows 7 ที่เริ่มพบมากขึ้นไปเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ล่าสุดวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาไมโครซอฟท์ก็ได้ออกเวอร์ชันอัพเดทของ Windows Activation Technologies ผ่านทางเว็บไซต์ Windows Update เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Windows Activation Technologies นั้นเป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ Windows 7 สามารถทำการตรวจสอบได้ว่า Windows 7 ที่ซื้อมานั้นเป็นของแท้ไม่และยังช่วยป้องกันผู้ใช้ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของซอฟต์แวร์ปลอม (Counterfeit Software) อีกด้วย โดย Windows Activation Technologies ของ Windows 7 นั้นจะประกอบด้วย 2 องค์ประกอบ ดังนี้

Activation
เป็นเทคโนโลยีป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยการตรวจสอบหมายเลขผลิตภัณฑ์ของสำเนาของ Windows 7 ซึ่งกำลังทำงานอยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยหมายเลขผลิตภัณฑ์นั้นเป็นตัวอักษร 25 ตัวที่อยู่บนฉลาก COA (Certificate of Authenticity) หรือบนฉลากหลักฐานการอนุญาตใช้งาน โดยฉลากนี้จะมาพร้อมกับ Windows ของแท้ (Genuine) ทั้งนี้หมายเลขผลิตภัณฑ์ที่เป็นของแท้นั้นจะสามารถใช้ได้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่กำหนดไว้ในไลเซนส์เท่านั้น

Validation
เป็นโปรเซสแบบออนไลน์ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบสำเนาของ Windows 7 ซึ่งกำลังทำงานอยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์ว่าได้รับแอคติเวตอย่างถูกต้องและเป็นของแท้หรือไม่

อัพเดทของ Windows Activation Technologies ดังกล่าวนี้มีชื่อว่า Update for Windows 7 (KB971033)  ถูกจัดให้อยู่ในหมวด (Classification) Important และมีขนาดดาวน์โหลด 1.2 MB สำหรับเวอร์ชัน 32 บิต ดังรูปด้านล่าง สำหรับการติดตั้งอัพเดทนั้นจะขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้ใช้ โดยผู้ที่ใช้ Windows 7 ที่ได้ทำการเปิดทำงาน Automatic Updates จะได้รับอัพเดทตัวนี้โดยอัตโนมัติ ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับการคอนฟิก Automatic Updates ในรูปแบบใด ตัวอย่างเช่น ถ้าคอนฟิกเป็น Automatically downloaded and installed อัพเดทก็ถูกดาวน์โหลดและทำการติดตั้งโดยอัตโนมัติ เป็นต้น

หมายเหตุ: มีบางเว็บไซต์ตั้งชื่อ Windows Activation Technologies เวอร์ชันใหม่นี้ว่า "Cracks Killer"


นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ยังได้ออกเวอร์ชันสแตนด์อะโลนของอัพเดทตัวนี้อีกด้วย โดยสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ Update for Windows 7 for x86-based systems สำหรับ Windows 7 เวอร์ชัน 32 บิต และเว็บไซต์ Update for Windows 7 for x64-based Systems สำหรับ Windows 7 เวอร์ชัน 64 บิต

โดย Windows Activation Technologies ตัวใหม่นี้สามารถตรวจสอบการแอคติเวต Windows 7 ที่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ได้จำนวน 70 รูปแบบ และในกรณีที่ตรวจสอบพบว่า Windows 7 เป็นเวอร์ชันละเมิดลิขสิทธิ์มันก็จะทำการเปลี่ยนฉากหลังของเดสก์ทอปให้เป็น สีดำพร้อมกับแสดงข้อความลายน้ำ (Watermark) ให้ทราบว่า Windows 7 ตัวนั้นไม่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง

อนึ่ง ไมโครซอฟท์พบว่าจำนวนการแจกจ่าย Windows 7 ฉบับละเมิดลิขสิทธิ์ผ่านช่องทางที่ผิดกฏหมายบนอินเทอร์เน็ตซึ่งรวมถึงผ่านทาง Torrent Trackers นั้นมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น และยังพบอีกว่า Windows 7 ฉบับละเมิดลิขสิทธิ์เหล่านั้นแทบทั้งหมดจะมีมัลแวร์แฝงตัวอยู่ภายใน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
KB971033

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Windows 7 Freeze When a Blu-ray Disc Is Inserted

Windows 7 หยุดตอบสนองการทำงานเมื่อใส่แผ่นดิสก์ BD-R เข้าไดรฟ์บลูเรย์
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

สืบเนื่องจากมีการรายงานบนอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับปัญหาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 7 หยุดตอบสนองการทำงานเมื่อทำการใส่แผ่น Blu-ray disc (BD-R) ที่สามารถบันทึกข้อมูลได้ (Recordable) เข้าในไดรฟ์บลูเรย์

โดยทางไมโครซอฟท์ (Microsoft) ได้ิิิออกมาอธิบายถึงสาเหตุของปัญหาดังกล่าวนี้ว่า อาจจะเกิดขึ้นได้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 7 และ Windows Server 2008 R2 ที่ทำการติดตั้งอัพเดทไฟล์ Udfs.sys (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Windows 7 Universal Disk Format (UDF) File System Driver Update) ซึ่งเป็นไฟล์ไดรเวอร์ของ Universal Drive Format (UDF)

วิธีการแก้ไข
ในปัจจุบันไมโครซอฟท์ได้พัฒนาฮอตฟิกซ์ (Hotfix) สำหรับใช้แก้ปัญหาดังกล่าวนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่เปิดให้ดาวน์โหลดแก่ผู้ใช้ทั่วไป โดยผู้ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 7 หรือ Windows Server 2008 R2 ที่ประสบปัญหาเครื่องคอมพิวเตอร์หยุดตอบสนองการทำงานเมื่อทำการใส่แผ่นดิสก์ BD-R เข้าในไดรฟ์บลูเรย์ จะต้องติดต่อ Microsoft Support เพื่อขอดาวน์โหลดฮอตฟิกซ์ดังกล่าวนี้

อย่างไรก็ตาม ไมโครซอฟท์ได้แนะนำว่า ให้ผู้ใช้ทำการติดตั้งฮ็อตฟิกซ์นี้ เฉพาะบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีปัญหาที่อธิบายด้านบนเท่านั้น เนื่องจากฮ็อตฟิกซ์ดังกล่าวนี้ ยังต้องทดสอบการทำงานเพิ่มเติมและจะรวมอยู่ในเซอร์วิสแพ็ค (Service Pack) ในอนาคต

หมายเหตุ: อย่าทำการติดตั้งฮอตฟิกซ์บนเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอันขาด ถ้ายังไม่แน่ใจว่าฮอตฟิกซ์จะช่วยแก้ปัญหาได้หรือไม่

วิธีการนี้สามารถใช้ได้กับ
วิธีการนี้สามารถใช้ได้กับ Windows เวอร์ชันต่างๆ ดังนี้
• Windows 7 Enterprise
• Windows 7 Enterprise N
• Windows 7 Home Basic
• Windows 7 Home Premium
• Windows 7 Home Premium N
• Windows 7 Professional
• Windows 7 Professional N
• Windows 7 Starter
• Windows 7 Starter N
• Windows 7 Ultimate
• Windows 7 Ultimate N
• Windows Server 2008 R2 Datacenter
• Windows Server 2008 R2 Datacenter without Hyper-V
• Windows Server 2008 R2 Enterprise
• Windows Server 2008 R2 Enterprise without Hyper-V
• Windows Server 2008 R2 Standard
• Windows Server 2008 R2 Standard without Hyper-V

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
KB978526

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Friday, February 26, 2010

Gmail Graduates 6 and Retires 5 Labs Features

Google ปรับฟีเจอร์ใน Labs ให้เป็นส่วนหนึ่งของ Gmail จำนวน 6 ฟีเจอร์และยกเลิก 5 ฟีเจอร์ออกจาก Labs
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

Google เปิดใช้งาน Labs มาเป็นระยะเวลาประมาณปีครึ่งแล้ว สำหรับวัตถุประสงค์ของ Labs เพื่อให้ผู้ใช้ได้ทดลองใช้งานของฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ Google พัฒนาขึ้นมา ทั้งนี้ เพื่อดูเสียงตอบรับจากผู้ใช้ว่าพึงพอใจกับฟีเจอร์ใหม่เหล่านั้นหรือไม่ โดยในครั้งแรกที่เปิดตัว Labs นั้นมีฟีเจอร์ต่างๆ ให้ทดลองใช้งานจำนวน 13 ตัว ต่อมาได้มีจำนวนมากขึ้นจนมีจำนวน 60 ตัวในปัจจุบัน

ทั้งนี้ Google จะใช้เสียงตอบรับจากผู้ใช้ในการประเมินว่าฟีเจอร์นั้นควรรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Gmail หรือไม่ ถ้าฟีเจอร์ใดที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ (แสดงว่าฟีเจอร์นั้นมีประโยชน์) ก็จะได้รับการพิจารณาปรับให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบ Gmail แต่ถ้าฟีเจอร์ตัวใดที่ไม่ได้รับความนิยมก็จะถูกยกเลิกออกจาก Labs ไป โดยล่าสุดวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา Google ได้ประกาศรายชื่อฟีเจอร์ที่รับการปรับเป็นส่วนหนึ่งของ Gmail จำนวน 6 ตัว และมีฟีเจอร์จำนวน 5 ตัวที่ถูกยกเลิกออกจาก Labs

ฟีเจอร์ที่ได้รับการปรับให้เป็นส่วนหนึ่งของ Gmail
Google ได้ทำการปรับฟีเจอร์ของ Labs ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้ใช้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Gmail จำนวน 6 ตัวด้วยกัน ดังนี้
1. Search Autocomplete
2. Go To Label
3. Forgotten Attachment Detector
4. YouTube Previews
5. Custom Label Colors
6. Vacation Dates

ฟีเจอร์ที่ถูกยกเลิกออกจาก Labs
สำหรับฟีเจอร์ที่ถูก Google ยกเลิกออกจาก Labs มีจำนวน 5 ตัวด้วยกัน ดังนี้
1. Muzzle
2. Fixed Width Font
3. Email Addict
4. Location in Signature
5. Random Signature

วิธีการใช้งานฟีเจอร์ที่ได้รับการปรับให้เป็นส่วนหนึ่งของ Gmail
Search Autocomplete
เป็นฟีเจอร์ที่อินทิเกรตเข้ากับ search box ของ Gmail โดยเมื่อทำการพิมพ์ก็จะแสดงตัวคำที่แนะนำเพื่อช่วยให้ค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ตรงกับความต้องการมากที่สุด


Go To Label
เป็นฟีเจอร์ที่อินทิเกรตเข้ากับ search box ของ Gmail ช่วยให้การเข้าถึง Label ได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

Forgotten Attachment Detector
เป็นฟีเจอรืที่ช่วยเตือนไม่ให้ลืมแนบไฟล์เมื่อเราพิมพ์คำว่า I've attached ในจดหมายและไม่ได้ทำการแนบไฟล์ เมื่อทำการส่งจดหมายโดยการคลิก Send ระบบ Gmail ก็จะแจ้งเตือนให้ทราบดังรูปด้านล่าง


YouTube Previews
เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้สามารถดูตัวอย่างยูทูบวิดีโอที่ส่งมาทางอีเมลได้โดยไม่ต้องเปิดหน้าต่างใหม่ โดย Gmail จะแสดงตัวอย่างวีดีโอด้านล่างของข้อความในจดหมาย

Custom Label Colors
เป็นฟีเจอร์สำหรับใช้ในการปรับแต่งสีของ Label ตามความต้องการ โดยการคลิกขวาบน Label ที่ต้องการปรับแต่งสี จากนั้นเลือกรูปแบบที่ต้องการ (รูปสี่เหลี่ยมที่มีตัว "a" ) หรือถ้าต้องการกำหนดให้เลือก Add custom color


จากนั้น Add custom color ให้เลือกสีพื้นหลัง (Background) และสีตัวอักษร (Text Color) เสร็จคลิก Apply เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีผล


Vacation Dates
เป็นฟีเจอร์ที่จะทำการตอบจดหมายโดยอัตโนมัติเมื่อได้รับจดหมายระหว่างการลาพักผ่อน ในกรณีมีจดหมายมาจากรายชื่อใน Contact เป็นจำนวนหลายฉบับ Gmail จะตอบกลับจดหมายทุก 4 วัน สำหรับการใช้งานฟีเจอร์ Vacation Dates นั้นทำได้โดยคลิก Settings จากนั้นในหน้า General ในหัวข้อ Vacation responder ให้ตั้งค่าเป็น Vacation responder on แล้วป้อนข้อมูลต่างๆ ตามความต้องการ


หากต้องการให้ตอบกลับเฉพาะจดหมายที่ส่งมาจากรายชื่อใน Contact ก็ให้เลือกอ็อปชัน Only send a response to people in my Contacts

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ Google ได้ปรับฟีเจอร์ใน Labs ปรับให้เป็นส่วนหนึ่งของ Gmail แล้วจำนวน 2 ตัว คือ Task (แสดงอยู่ใต้ Contact ในหน้า Gmail) และ Offline (อยู่หน้า Settings>Offline)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
The Official Gmail Blog

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Download Skype 4.2.0.152 for Windows

Skype 4.2.0.152 เวอร์ชันล่าสุดของโปรแกรมโทรศัพท์ฟรีผ่านอินเทอร์เน็ต

Skype for Windows จะมีการออกอัปเดทเวอร์ใหม่เป็นระยะ โดยสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมเวอร์ชันล่าสุดได้ฟรีจากเว็บไซต์ ดังนี้
Skype เป็นโปรแกรมไคลเอ็นต์สำหรับการสื่อสารแบบ VoIP ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในการโทรศัพท์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยล่าสุดได้ออกเวอร์ชัน 4.2.0.152 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553

Microsoft Releases 3 New BlueTrack Mice

ไมโครซอฟท์ออก BlueTrack เม้าส์รุ่นใหม่อีก 3 รุ่น
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

ไมโครซอฟท์ออกเม้าส์รุ่นใหม่ซึ่งใช้เทคโนโลยี BlueTrack จำนวน 3 รุ่น คือ Wireless Mobile Mouse 3500, Wireless Mouse 2000 และ Comfort Mouse 4500 โดยเม้าส์ทั้ง 3 รุ่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้นวัตกรรมที่ไมโครซอฟท์พัฒนาขึ้นมาเอง และที่สำคัญมีราคาไม่แพงโดยทุกรุ่นมีราคาต่ำกว่า $30 หรือประมาณ 1,000 บาท เท่านั้น

โดยไมโครซอฟท์มีความมั่นใจเป็นอย่างมากว่าเทคโนโลยี BlueTrack จะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้ และดีพอที่จะทำให้ผู้ใช้เปลี่ยนใจจากเม้าส์แบบเลเซอร์มาใช้เม้าส์ที่ใช้เทคโนโลยี BlueTrack ซึ่งสร้างสรรค์มาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้งานแบบเคลื่อนที่ที่มีความต้องการมากขึ้นในปัจจุบัน นั้นคือ จะช่วยให้สามารถใช้งานได้จากทุกๆ สถานที่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานภายในบ้านในคอฟฟีช็อพหรือแม้แต่การใช้งานในบริเวณสนามบิน

อนึ่ง ตั้งแต่เริ่มการวางจำหน่ายเม้าส์ที่ใช้เทคโนโลยี BlueTrack ครั้งแรกในปี 2551 ไมโครซอฟท์ได้ออกเม้าส์รุ่นต่างๆ แล้วจำนวน 8 รุ่น

Wireless Mobile Mouse 3500
Wireless Mobile Mouse 3500 มีฟีเจอร์เด่นดังนี้
• BlueTrack Technology
เทคโนโลยี BlueTrack ของไมโครซอฟท์นั้นเป็นการผสานกันระหว่างความแรงของระบบแสงเข้ากับความละเอียดของระบบเลเซอร์ ทำให้สามารถใช้งานได้ดีในสภาพพื้นผิวทุกรูปแบบ

• Plug-And-Go Nano Transceiver
เชื่อมต่อง่ายๆ ด้วย Nano Transceiver

• 8-Month Battery Life
แบตเตอรี่มีอายุใช้งานได้นานถึง 8 เดือน โดยมีระบบเปิดปิดเม้าส์อัตโนมัติและมี LED แสดงให้ทราบเมื่อต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่

• Comfortable in Either Hand
ด้วยการออกแบบตามหลัก Ambidextrous ทำให้สามารถใช้งานได้ทั้งผู้ใช้ที่ถนัดมือซ้ายหรือมือขวา

• 3 Year Warranty
รับประกันอายุการใช้งานนานถึง 3 ปี

• มีให้เลือก 2 สี คือ Lochness Grey และ Dragon Fruit Pink

• รองรับระบบปฏิบัติการ Windows 7, Windows Vista, Windows XP (ไม่รวม Windows XP 64-bit) และ Mac OS X v10.4 –10.6

• อื่นๆ: ใช้อินเทอร์เฟชแบบ USB, ใช้แบตเตอรี่ AA Alkaline 1 ก้อน (รวมอยู่ในชุดจำหน่าย)

Picture Credit: Microsoft

1. BlueTrack Technology
2. Plug-And-Go Nano Transceiver
3. 8-Month Battery Life

Wireless Mouse 2000
Wireless Mouse 2000 มีฟีเจอร์เด่นดังนี้
• 2.4 GHz Reliable Wireless
ใช้ระบบ 2.4 GHz wireless ทำให้การเชื่อมต่อมีความน่าเชื่อถือและสามารถใช้งานได้ไกลถึง 30 ฟุต

• BlueTrack Technology
เทคโนโลยี BlueTrack ของไมโครซอฟท์นั้นเป็นการผสานกันระหว่างความแรงของระบบแสงเข้ากับความละเอียดของระบบเลเซอร์ ทำให้สามารถใช้งานได้ดีในสภาพพื้นผิวทุกรูปแบบ

• Comfort and control for either hand
ตัวเม้าส์สามารถใช้ได้อย่างสะดวกสบายทั้งผู้ใช้ที่ถนัดมือซ้ายหรือมือขวามีแผ่นยางด้านข้างสำหรับใช้ควบคุม

• Tilt Wheel
สามารถสกรอลล์ได้ง่ายทั้งแนวตั้งและแนวนอน

• 3 Year Warranty
รับประกันอายุการใช้งานนานถึง 3 ปี

• รองรับระบบปฏิบัติการ Windows 7, Windows Vista, Windows XP (ไม่รวม Windows XP 64-bit) และ Mac OS X v10.4 –10.6

• อื่นๆ: ใช้อินเทอร์เฟชแบบ USB, ใช้แบตเตอรี่ AA Alkaline 2 ก้อน (รวมอยู่ในชุดจำหน่าย)

Picture Credit: Microsoft

1. 2.4 GHz Reliable Wireless
2. BlueTrack™ Technology
3. Comfort and control for either hand
4. Tilt Wheel

Comfort Mouse 4500
Comfort Mouse 4500 มีฟีเจอร์เด่นดังนี้
• BlueTrack Technology
เทคโนโลยี BlueTrack ของไมโครซอฟท์นั้นเป็นการผสานกันระหว่างความแรงของระบบแสงเข้ากับความละเอียดของระบบเลเซอร์ ทำให้สามารถใช้งานได้ดีในสภาพพื้นผิวทุกรูปแบบ

• Comfort and durability
ตัวเม้าส์สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายทั้งผู้ใช้ที่ถนัดมือซ้ายหรือมือขวา มีระบบป้องกันฝุ่นทำให้ใช้งานได้อย่างมั่นใจ

• 5 Customizable Buttons
ตัวเม้าส์มีปุ่มจำนวน 5 ปุ่ม ทำให้สามารถกำหนดการทำงานของปุ่มต่างๆ ได้ตามความต้องการ เพื่อให้การเข้าถึงสื่อ โปรแกรม และไฟล์ที่ใช้บ่อยได้อย่างรวดเร็ว

• Tilt Wheel
สามารถสกรอลล์ได้ง่ายทั้งแนวตั้งและแนวนอน

• 3 Year Warranty
รับประกันอายุการใช้งานนานถึง 3 ปี

• มีให้เลือก 4 สี คือ Lochness Grey, Poppy, Sea Blue, Strawberry

• รองรับระบบปฏิบัติการ Windows 7, Windows Vista, Windows XP (ไม่รวม Windows XP 64-bit) และ Mac OS X v10.4 –10.6

• อื่นๆ: ใช้อินเทอร์เฟชแบบ USB, ใช้แบตเตอรี่ AA Alkaline 2 ก้อน (รวมอยู่ในชุดจำหน่าย)

Picture Credit: Microsoft

1. BlueTrack Technology
2. Comfort and durability
3. 5 Customizable Buttons
4. Tilt Wheel

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Microsoft Hardware

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Thursday, February 25, 2010

Lenovo ThinkPad W701 Series Notebook

Lenovo เปิดตัวโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ ThinkPad W701 และ ThinkPad W701ds ใช้ซีพียู Core i7
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

ก่อนหน้านี้ผมได้โพสต์ถึงการเปิดตัวโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ในตระกูล ThinkPad X Series ของ Lenovo ไปแล้วในบทความเรื่อง Lenovo Announces ThinkPad X201 Series Notebook ซึ่งพร้อมกันนั้น Lenovo ได้เปิดตัวโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ในตระกูล ThinkPad W Series จำนวน 2 รุ่นคือ W701 และ W701ds ซึ่งเป็นโน้ตบุ๊กแบบ Mobile Workstation สำหรับใช้ทดแทนเครื่องคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป โดยมีกำหนดการวางจำหน่ายในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้

โน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ทั้ง 2 ตัวนี้ ใช้ซีพียู Intel Core i7 Processors ซึ่งเป็นซีพียูรุ่นสูงสุดของซีพียูสำหรับคอมพิวเตอร์แบบเดสก์ท็อป สำหรับระบบกราฟิกคอนโทรลเลอร์นั้นใช้จีพียู (GPU) NVIDIA Quadro FX 2800 และ 3800 และมีจอภาพขนาด 17 นิ้ว

โน้ตบุ๊กทั้ง 2 รุ่นได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้งานทดแทนเครื่องคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป เหมาะสำหรับการใช้งานในด้านวิศวกรรมต่างๆ การใช้งานโปรแกรมที่ต้องใช้ความสามารถทางการด้านกราฟิกขั้นสูง เช่น โปรแกรม Dassault Systemes CATIA, SolidWorks และ PTC Pro/E เป็นต้น หรืองานกราฟิกดีไซน์ระดับมืออาชีพและงานด้านสร้างสรรค์ดิจิตอลคอนเทนต์เป็นต้น

โน้ตบุ๊กทั้ง 2 รุ่นมีอ็อปชันสำหรับรองรับฟีเจอร์ X-rite color calibration แบบบิลด์-อินเพื่อทำให้แน่ใจว่าการแสดงสีเป็นไปอย่างเที่ยงตรงที่สุด และสำหรับรองรับ WACOM digitizer และ Pen แบบบิลด์-อิน โดย ThinkPad W701 นั้นมีราคาเริ่มต้นที่ $2,199 (ประมาณ 73,700 บาท) และ ThinkPad W701ds นั้นมีราคาเริ่มต้นที่ $3,799 (ประมาณ 127,300 บาท)

Click to enlarge (Picture Credit: Windows Team Blog)

สำหรับรุ่น W701ds นั้นนอกจากมีจอภาพหลักขนาด 17 นิ้วแล้ว ยังมีจอภาพรองแบบสไลด์ขนาด 10.6 นิ้ว สามารถแสดงภาพได้ที่ความละเอียดระดับ WXGA (768×1280) เพื่อเสริมมุมมองการแสดงผลให้ดียิ่งขึ้นอย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน Lenovo ยังไม่ได้เปิดเผยสเป็กอย่างละเอียดของโน้ตบุ๊กทั้งรุ่น

Click to enlarge (Picture Credit: Windows Team Blog)

อนึ่ง นอกจากเปิดตัวโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ใน ThinkPad X201 Series และ ThinkPad W701 Series แล้ว Lenovo ยังได้เปิดตัวเครื่องเซิร์ฟเวอร์รุ่น ThinkServer TS200v ซึ่งเป็นเซิร์ฟเวอร์แบบซีพียูเดี่ยวที่มีประสิทธิภาพการทำงานสูง ในขณะที่ราคาไม่แพงเมื่อเปรียบเทียบกับฟีเจอร์ที่มีให้ใช้งาน โดยมีราคาเริ่มต้นที่ $500 (ประมาณ 16,750 บาท) เหมาะสำหรับการใช้งานในลักษณะ Small Office และ Managed Service Providers (MSP)

ThinkServer TS200v นั้นนั้นมีจุดเด่นในเรื่องความน่าเชื่อถือ การเซ็ตอัพและจัดการทำได้ง่าย เป็นโซลูชันที่ประหยัดพลังงาน และยังเป็นเซิร์เวอร์เครื่องแรกที่มาพร้อมเทคโนโลยี Intel Active Management ซึ่งทำให้การจัดการเซิร์ฟเวอร์จากระยะไกล (Remote Management) สำหรับบริษัทขนาดเล็กซึ่งไม่มีเจ้าหน้าที่ไอทีทำได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ระดับเอนเตอร์ไพรส์อย่าง Memory Error Correction และระบบ RAID Protection แบบบิลด์-อิน อีกด้วย โดย ThinkServer TS200v นั้นมีกำหนดการวางจำหน่ายในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้เช่นเดียวกัน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Windows Team Blog
Lenovo Newsroom

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Adobe Patches Critical Bug in Download Manager

Adobe ออกแพตซ์เพื่อแก้ปัญหาความปลอดภัยร้ายแรงใน Download Manager
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

สืบเนื่องจากที่ได้รายงานไปก่อนหน้านี้ เรื่องการพบช่องโหว่ความปลอดภัยในโปรแกรม Download Manager ของ Adobe ใน Zero-Day Vulnerability Discovered in Adobe Download Manager วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา Adobe ได้ออกแพตซ์เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวนี้แล้ว

สำหรับ Download Manager นั้นเป็นโปรแกรมที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานแบบครั้งเดียวเมื่อผู้ใช้ทำการดาวน์โหลด Adobe Reader หรือ Flash Player และจะถูกลบออกจากระบบทันทีที่ผู้ใช้ทำการรีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์

โดยช่องโหว่ความปลอดภัยที่ได้รับการแก้ไขในครั้งนี้ คือ CVE-2010-0189 ซึ่งแฮ็คเกอร์ (Hacker) สามารถใช้เป็นช่องทางในการดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรมบนระบบโดยไม่ได้รับอนุญาตได้ สำหรับการติดตั้งแพตซ์นั้น ผู้ใช้ที่ทำการดาวน์โหลด Adobe Reader หรือ Flash Player หลังวันที่ 23 ก.พ. 53 จะได้รับโปรแกรม  Download Manager ที่ได้รับการแพตซ์แล้วโดยอัตโนมัติ

โปรแกรมที่ได้รับผลกระทบ
โปรแกรมที่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ความปลอดภัยที่ตรวจพบในครั้งนี้ได้แก้ โปรแกรม Adobe Download Manager (DLM) เวอร์ชันสำหรับ Windows ที่ออกก่อนวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553

วิธีการแก้ไข
ปัจจุบัน Adobe ได้แก้ไขช่องโหว่ความปลอดภัยที่พบโปรแกรม Download Manager เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยผู้ใช้ที่ทำการดาวน์โหลดวิโปรแกรม Adobe Reader หรือ Flash Player หลังวันที่ 23 ก.พ. 53 จะไม่ได้ระบผลกระทบใดๆ จากช่องโหว่ความปลอดภัยดังกล่าวนี้

สำหรับผู้ใช้ที่ทำการดาวน์โหลดโปรแกรม Adobe Reader หรือ Flash Player ก่อนหน้าวันที่ 23 ก.พ. 53 สามารถตรวจสอบและแก้ไขได้ด้วยตนเองตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีไฟล์และโฟลเดอร์อยู่ในโฟลเดอร์ C:\Program Files\NOS\ "folder and its contents" ถ้ามีให้ดำเนินการตามขั้นตอนในหัวข้อ "การลบไฟล์และโฟลเดอร์ที่อยู่ภายในโฟลเดอร์ NOS"
2. คลิก Start คลิก Run พิมพ์ services.msc เสร็จแล้วคลิก OK หรือกด Enter จากนั้นตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มี getPlus(R) Helper ในรายชื่อเซอร์วิส ถ้ามีให้ดำเนินการตามขั้นตอนในหัวข้อ "การลบเซอร์วิส getPlus(R) Helper"

การลบไฟล์และโฟลเดอร์ที่อยู่ภายในโฟลเดอร์ NOS
ในกรณีที่มีไฟล์และโฟลเดอร์อยู่ในโฟลเดอร์ NOS นั้นแสดงว่าระบบความเสี่ยง แก้ไขได้ตามขั้นตอนดังนี้
1. คลิก Start คลิก Control Panel จากนั้นคลิกหัวข้อ Add or Remove Programs
2. ในหน้าต่าง Add or Remove Programs ให้คลิกเลือก Adobe Download Manager แล้วคลิกปุ่ม Remove
3. เสร็จแล้วปิดหน้าต่าง Add or Remove Programs
4. ทำการลบไฟล์และโฟลเดอร์ทั้งหมดในตำแหน่ง C:\Program Files\NOS\"folder and its contents"

การลบเซอร์วิส getPlus(R) Helper
ในกรณีที่พบเซอร์วิส getPlus(R) Helper ในรายชื่อเซอร์วิสแสดงว่าระบบความเสี่ยง แก้ไขได้โดยการลบเซอร์วิสออกจากระบบตามขั้นตอนดังนี้
1. คลิก Start คลิก Run พิมพ์ services.msc เสร็จแล้วคลิก OK หรือกด Enter
2. ในหน้าต่าง Services ให้ดับเบิลคลิกบน getPlus(R) Helper จากนั้นให้คลิกปุ่ม Stop
3. เสร็จแล้วปิดหน้าต่าง Services
4. คลิก Start คลิก Run พิมพ์ msconfig เสร็จแล้วคลิก OK หรือกด Enter
5. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ System Configuration Utility ให้คลิกแท็บเซอร์วิส์ จากนั้นให้ลบการเลือกในเช็คบ็อกซ์ในคอลัมน์ Service เสร็จแล้วคลิก OK
6. ทำการรีสตาร์ทระบบเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีผล
7. เมื่อระบบพร้อมใช้งานให้ทำการลบไฟล์และโฟลเดอร์ทั้งหมดในตำแหน่ง C:\Program Files\NOS\"folder and its contents"

อนึ่ง เมื่ีอวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา Aviv Raff ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยได้อ้างว่าพบช่องโหว่ความปลอดภัยในโปรแกรม Download Manager ซึ่งในตอนตอนแรกนั้นทาง Adobe ได้ออกมาปฏิเสธแต่ในที่สุดก็ออกแพตซ์เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวนี้ในที่สุด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
APSB10-08: Security update available for Adobe Download Manager

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Windows 7 or Windows Server 2008 R2 stops responding because of the 1394 bus driver

ฮอตฟิกซ์สำหรับแก้ปัญหา Windows 7 และ Windows Server 2008 R2 หยุดตอบสนองการทำงาน
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ได้ออกฮอตฟิกซ์ (Hotfix) เพื่อแก้ปัญหาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 7 หยุดตอบสนองการทำงานในสถานการณ์ต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. เมื่อทำการปิดการทำงาน (Disable) หลังจากจากนั้นทำการเปิดใช้งาน (Enable) ใหม่
2. เมื่อทำการถอนการติดตั้ง (Uninstall) คอนโทรลเลอร์ 1394 host จากนั้นทำการติดตั้ง (Install) ใหม่
3. เมื่อทำการติดตั้ง Windows 7 หรือ Windows Server 2008 R2 ใหม่ (Clean install) และทำการรีสตาร์ทเป็นครั้งที่ 2
4. เมื่อทำการปลุกเครื่องคอมพิวเตอร์ออกจากโหมดประหยัดพลังงาน (Sleep)

โดยปัญหาลักษณะแบบเดียวกันนี้สามารถเกิดขึ้นใน Windows Server 2008 R2 ได้เช่นเดียวกัน

ตัวอย่างเช่น Windows 7 หยุดตอบสนองการทำงานบนระบบที่ใช้เมนบอร์ด nVidia MCP7A-GeForce 9300 rev B1 ร่วมกับคอนโทรลเลอร์ 1394 Host รุ่น LSI FW533 หรือ LSI FW643

สำหรับสาเหตุของปัญหานั้นเกิดจากไดรฟ์เวอร์ 1394 bus ใน Windows 7 ไม่ได้ส่งคำสั่ง Open Host Controller Interface (OHCI) Soft Reset ไปให้คอนโทรลเลอร์ 1394 host เมื่อคอมพิวเตอร์เข้าสู่สถานะ Low Power (D3) จากนั้นเมื่อคอนโทรลเลอร์ 1394 host กลับสู่สถานะ High Power (D0) จึงทำให้เกิดการสร้างแพ็กเก็ต PCI-Express ที่ไม่ถูกต้องทำให้ชิปเซ็ตเมนบอร์ดหยุดตอบสนองการทำงาน

หมายเหตุ: สำหรับใน Windows Vista และ Windows เวอร์ชันก่ิอนหน้า นั้นไดรฟ์เวอร์ของ 1394 bus จะทำการส่งคำสั่ง Open Host Controller Interface (OHCI) Soft Reset ให้กับคอนโทรลเลอร์ 1394 host เมื่อคอมพิวเตอร์เข้าสู่สถานะ Low Power (D3) จึงไม่เกิดปัญหาดังที่กล่าวมา

วิธีการแก้ไข
สำหรับผู้ใช้ Windows 7 หรือ Windows Server 2008 R2 ที่ประสบปัญหาไทม์เอ้าท์เมื่อทำการเขียนข้อมูลลง DVD-R Dual Layer สามารถดาวน์โหลดฮอตฟิกซ์ (Hotfix) เพื่อแก้ไขปัญหาได้จากเว็บไซต์ View and request hotfix downloads

อย่างไรก็ตาม ไมโครซอฟท์ได้แนะนำให้ ผู้ใช้ทำการติดตั้งฮ็อตฟิกซ์นี้ เฉพาะบน เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีปัญหาที่อธิบายด้านบนเท่านั้น เนื่องจากฮ็อตฟิกซ์ดังกล่าวนี้ยังต้องทดสอบการทำงานเพิ่มเติมและจะรวมอยู่ใน เซอร์วิสแพ็ค (Service Pack) ในอนาคต อนึ่งกรณีที่ไม่แน่ใจว่าฮอตฟิกซ์จะช่วยแก้ปัญหาได้หรือไม่ แนะนำไม่ให้ทำการติดตั้ง

วิธีการนี้สามารถใช้ได้กับ
วิธีการนี้สามารถใช้ได้กับ Windows เวอร์ชันต่างๆ ดังนี้
• Windows 7 Enterprise
• Windows 7 Home Basic
• Windows 7 Home Premium
• Windows 7 Professional
• Windows 7 Starter
• Windows 7 Ultimate
• Windows HPC Server 2008 R2
• Windows Server 2008 R2 Datacenter
• Windows Server 2008 R2 Enterprise
• Windows Server 2008 R2 Standard
• Windows Web Server 2008 R2

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
KB979491

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Wednesday, February 24, 2010

Lenovo Announces ThinkPad X201 Series Notebook

Lenovo เปิดตัวโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ ThinkPad X201, ThinkPad X201s และ ThinkPad X201 Tablet
Lenovo เปิดตัวโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ในตระกูล ThinkPad X Series จำนวน 3 รุ่นคือ X201, X201s และ X201 Tablet โดยมีกำหนดการวางจำหน่ายในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้

ThinkPad X201
ThinkPad X201 นั้นตัวเครื่องได้รับการดีไซน์ให้ทั้งบางและเบาแต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน ThinkPad X201 ใช้ซีพียู Intel Core Processor รุ่นใช้แรงดันไฟธรรมดา (Normal Volt) ซึ่งต่างจากผู้ผลิตโน้ตบุ๊กรายอื่นๆ ที่ใช้นิยมใชซีพียูรุ่นใช้แรงดันไฟต่ำ (Low volt) แต่ถึงจะใช้ซีพียูรุ่นใช้แรงดันไฟธรรมดาแต่มีประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานที่สูง โดยสามารถใช้งานติดต่อกันได้นานถึง 11 ชั่วโมงสำหรับแบตเตอรี่แบบ 9-เซลล์ จึงทำให้เป็นโน้ตบุ๊กที่มีทั้งประสิทธิภาพการทำงานและความสะดวกในการพกพา ซึ่ง Lenovo อ้างว่า ThinkPad X201 นั้นเป็น "The industry’s fastest ultraportable laptop" ในด้านราคานั้น ThinkPad X201 มีราคาเริ่มต้นที่ $1,199 (ประมาณ 40,200 บาท)

Click to enlarge (Picture Credit: Windows Team Blog)

ThinkPad X201s
สำหรับ ThinkPad X201s เป็นรุ่นที่บางและเบาที่สุดในซีรี่ย์ X201 โดย Lenovo เรียกรุ่นนี้ว่า "Featherweight Fighter" ตัวเครื่องมีน้ำหนักประมาน 2.5 ปอนด์ (ประมาณ 1.13 กิโลกรัม)  สามารถใช้งานติดต่อกันได้นานถึง 12 ชั่วโมงสำหรับแบตเตอรี่แบบ 9-เซลล์ ทำให้เป็นโน้ตบุ๊กที่เหมาะสมสำหรับการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ โดย ThinkPad X201s จะมีราคาเริ่มต้นที่ $1,599 (ประมาณ 53,600 บาท)

ThinkPad X201 Tablet
ในส่วนของ ThinkPad X201 Tablet ซึ่งเป็นรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานในภาคธุรกิจนั้นจะมีจอภาพระบบมัลติทัช (Multitouch Screen) ขนาด 12.1 นิ้ว มีคีย์บอร์ดแบบ Full-size ทำให้การพิมพ์ทำได้สะดวกมา และมาพร้อมกับโปรแกรม SimpleTap ซึ่งเป็นเนวิเกชันแอพพลิเคชันลิขสิทธิ์เฉพาะของ Lenovo และด้วยจอภาพแบบมัลติทัชทำให้ ThinkPad X201 Tablet สามารถรองรับการใช้งานได้ทั้งด้วยปากกาหรือนิ้วมือ

ThinkPad X201 Tablet  นั้นใช้ซีพียู Intel Core Processors ตัวล่าสุด นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยแบบสแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint reader), เทคโนโลยีป้องกันการขโมย (Anti-theft), ระบบเข้ารหัสข้อมูลบนฮาร์ดไดรฟ์ (Self encrypting hard drives) ในด้านการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายนั้นสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายหลายระบบทั้ง WiMAX, 3G, WiFi, Bluetooth และ LAN ความเร็วระดับ 1Gbps โดย ThinkPad X201 Tablet นั้นมีราคาเริ่มต้นที่ $1,549 (ประมาณ 51,200 บาท)

Click to enlarge (Picture Credit: Windows Team Blog)

คุณสมบัติอื่นๆ ของ ThinkPad X201 Tablet
ThinkPad X201 Tablet นั้นจำหน่ายพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 7 (Optimized for touch)  รองรับการใช้งานแบบมัลติมาสก์พร้อมกับรองรับ Flash และ Java  จอภาพมีมุมมองสูงถึง 185 องศา และมีอ็อปชันสำหรับจอภาพแบบ Superbright Outdoor Screen

กำหนดการออกวางจำหน่าย
Lenovo กำหนดการวางจำหน่ายโน้ตบุ๊กรุ่น ThinkPad X201, X201s และ X201 Tablet ในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ โดยรุ่น X201 มีราคาประมาณ $1,199 (ประมาณ 40,200 บาท), รุ่น X201s มีราคาประมาณ $1,599 (ประมาณ 53,600 บาท) และรุ่น X201 Tablet มีราคาประมาณ $1,549 (ประมาณ 51,200 บาท)

บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Windows Team Blog
Lenovo Newsroom

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Windows 7 - Internet Explorer 8 Incompatible with Drive Letter Access

วิธีการแก้ปัญหา Internet Explorer 8 ไม่คอมแพตติเบิลกับโปรแกรม Drive Letter Access
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ได้โพสต์บทความเกี่ยวกับปัญหาความไม่คอมแพตติเบิล (Incompatible) กันระหว่างโปรแกรม Internet Explorer 8 บน Windows 7 กับแอด-ออนของโปรแกรม Drive Letter Access ซึ่งอาจส่งผลให้โปรแกรม Internet Explorer 8 หยุดตอบสนองการทำงานหรือเกิดการแครช (Crash) ได้

สำหรับโปรแกรม Drive Letter Access (DLA) นั้นเป็นซอฟต์แวร์ของ Roxio โดย DLA เป็นโปรแกรมเวอร์ชันเก่าซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นโปรแกรม Roxio Burn (จำหน่ายในราคา $19.99 USD) โดยสาเหตุของปัญหาเกิดนี้ขึ้นเนื่องจากแอด-ออนของโปรแกรม Drive Letter Access นั้นไม่คอมแพตติเบิลกับ Internet Explorer 8 ดังนั้นเมื่อผู้ใช้เปิดใช้งาน Internet Explorer 8 โปรแกรมก็จะแสดงข้อความลักษณะดังด้านล่าง พร้อมทั้งแนะนำให้ทำการอัพเดทหรือเปิดโปรแกรมโดยไม่ใช้แอด-ออน

This add-on can cause Internet Explorer to stop responding or crash

Internet Explorer 8 is not compatible with your version of the "Drive Letter Access" Internet Explorer add-on.

- Check online for an update.

- Always open Internet Explorer without this add-on.

วิธีการแก้ไข
ไมโครซอฟท์ได้แนะนำผู้ใช้ที่ประสบปัญหานี้ให้ทำการปิดใช้งานแอด-ออน "Drive Letter Access" ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. ปิดหน้าต่างโปรแกรม Internet Explorer 8
2. จากนั้นทำการเปิดโปรแกรม Internet Explorer 8 ใหม่ ซึ่งโปรแกรมจะแสดงข้อความว่า "Drive Letter Access" Internet Explorer add-on can cause Internet Explorer to crash or to stop responding.
3. ให้คลิก Always open Internet Explorer without this add-on

ทั้งนี้ หลังจากทำการปิดใช้งานแอด-ออนแล้ว ผู้ใช้จะยังคงสามารถใช้งานโปรแกรม Drive Letter Access ในการเบิร์น CDs/DVDs ได้ตามปกติ

หมายเหตุ: สามารถใช้บริการ Microsoft Automated Troubleshooting Services (MATS) ช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวนี้ได้เช่นกัน สำหรับรายละเอียดสามารถอ่านได้จาก การใช้บริการ MATS เพื่อแก้ปัญหาอัตโนมัติสำหรับผู้ใช้ Windows

วิธีการนี้สามารถใช้ได้กับ
วิธีการนี้สามารถใช้ได้กับ Windows เวอร์ชันต่างๆ ดังนี้
• Windows 7 Enterprise
• Windows 7 Enterprise N
• Windows 7 Home Basic
• Windows 7 Home Premium
• Windows 7 Home Premium N
• Windows 7 Professional
• Windows 7 Professional N
• Windows 7 Starter
• Windows 7 Starter N
• Windows 7 Ultimate
• Windows 7 Ultimate N
• Windows Internet Explorer 8

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
KB969228

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Windows 7 Gets 59 New Language Interface Packs (LIPs)

ไมโครซอฟท์เตรียมออกชุดอินเทอร์เฟชสำหรับ Windows 7 เพิ่มเติมอีก 59 ภาษา
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

ไมโครซอฟท์เตรียมขยายการรองรับภาษาของ Windows 7 และชุดซอฟต์แวร์ Office 2010 เพิ่มเติมโดยการออกชุด Language Interface Packs (LIPs) อีก 59 ภาษา โดย LIPs ชุดใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่ออินทีเกรตเข้ากับทั้ง Windows 7 และ Office 2010

นอกจากนี้ไมโครซอฟท์วางแผนที่จะออกชุดอินเทอร์เฟชภาษาสำหรับ Visual Studio 2010 ซึ่งเป็นเดวเล็อปเมนต์แพล็ตฟอร์มเวอร์ชันถัดไปเพิ่มเติมจำนวน 4 ภาษาอีกด้วยกัน ทั้งนี้ เพื่อให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถใช้งานและสร้างซอฟต์แวร์ในภาษาท้องถิ่นของตนเองได้

ทั้งนี้ หากไม่นับรวมชุด LIPs ตัวใหม่ทั้ง 59 ภาษาของ Windows 7 และ Office 2010 และ 4 ภาษาของ Visual Studio 2010 ที่กำลังจะออกนั้น ไมโครซอฟท์ได้ให้ดาวน์โหลด LIPs และ CLIPs สำหรับเวอร์ชันล่าสุดของ Windows, Office และ Visual Studio อย่างน้อย 178 ตัว ในภาษาต่างๆ ที่แตกต่างกัน 67 ภาษา

นอกจากชุด LIPs ตัวใหม่สำหรับ Windows 7 และ Office 2010 แล้ว ไมโครซอฟท์ยังวางแผนที่จะออก Caption Language Interface Packs (CLIP) เพิ่มเติมให้กับลูกค้าอีกด้วย ซึ่ง CLIPs นั้นจะช่วยให้ซอฟต์แวร์สามารถแสดงอินเทอร์เฟชได้ทั้งในภาษาหลักและภาษาที่กำหนด โดยวัตถุประสงค์การออกชุด CLIPs นั้น ไมโครซอฟท์หวังให้ช่วยในการเปลี่ยนจากภาษาหนึ่งไปเป็นอีกภาษาหนึ่งและส่งเสริมการใช้คอมพิวเตอร์แบบหลากหลายภาษา

สำหรับข้อแตกต่างระหว่าง CLIPs กับ LIPs คือ LIP นั้นจะเป็นการเปลี่ยนคำในภาษาหลักประมาณ 400,000 คำไปเป็นเป็นภาษาท้องถิ่นอย่างสมบูรณ์แบบ ในขณะที่ CLIP นั้นเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยลดช่องว่างในการใช้งานคอมพิวเตอร์ในภาษาต่างๆ

อนึ่ง เมื่อทำการออก LIPs ชุดใหม่เรียบร้อยจะทำให้ Windows และ Office สามารถรองรับภาษาต่างๆ ผ่านทาง Local Language Program (LLP) ได้เพิ่มขึ้นอีก 95 ภาษา จากเดิมที่สามารถรองรับภาษาต่างๆ ได้อย่างเต็มรูปแบบประมาณ 40 ภาษา โดยไมโครซอฟท์มั่นใจว่าจะทำให้มีคนมากกว่า 1 พันล้านคนที่พูดภาษาที่รองรับโดย LIPs

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Softpedia

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Tuesday, February 23, 2010

VMware Player 3.0.1 Build 227600: Enables PC to easily run any virtual machine

VMware ออก VMware Player 3.0.1 Build 227600
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

VMware ออกโปรแกรม VMware Player 3.0.1 Build 227600 เพื่อแก้ปัญหาการทำงาน (Maintenance Release) ที่พบในเวอร์ชัน 3.0 ตามรายละเอียดในหัวข้อ ปัญหาที่ได้รับแก้ไขใน VMware Player 3.0.1 Build 227600

สำหรับ VMware Player 3.0 นั้นเป็นก้าวสำคัญของ VMware Player ที่ก้าวข้ามจากโปรแกรมสำหรับใช้ทำการรันเวอร์ชวลแมชชีน (Virtual Machine) ที่สร้างขึ้นจากโปรแกรม VMware Workstation, VMware Server หรือโปรแกรมตัวอื่นๆ ของ VMware เพียงอย่างเดียวไปเป็นโปรแกรมที่สามารถสร้างเวอร์ชวลแมชชีนได้เอง ทำให้มีความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น และยังเป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับซอฟต์แวร์ลักษณะเดียวกันจากผู้พัฒนาซอฟต์แวร์รายอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ Windows Virtual PC ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับใช้จำลองระบบคอมพิวเตอร์บน Windows 7 ของไมโครซอฟท์

โปรแกรม VMware Player 3.0 สามารถรองรับเวอร์ชวลแมชชีนที่สร้างจาก VMware Workstation, GSX Server หรือ ESX Server, Microsoft virtual machines และดิสก์ในฟอร์แมตของ Symantec LiveState และที่สำคัญสามารถทำการอิมพอร์ต Windows XP Mode VM ได้อีกด้วย (อ่านรายละเอียดได้ที่ Import Windows XP Mode VM using VMware Player 3.0) ในขณะที่ VMware ยังเปิดให้ดาวน์โหลดและใช้งานได้ฟรีเหมือนเดิม

รายละเอียดและการดาวน์โหลด VMware Player 3.0.1 Build 227600
VMware Player 3.0.1 Build 227600 ออกเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553 โดยผู้ใช้ทั่วไปสามารถทำการลงทะเบียนเพื่อดาวน์โหลดใช้งานได้ฟรีได้ที่เว็บไซต์ Download VMware Player 3.0.1 Build 227600 สำหรับคนที่เคยลงทะเบียนไว้แล้วสามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ Download VMware Player 3.0.1 Build 227600

สำหรับวิธีการใช้งาน สามารถอ่านรายละเอียดได้จากบทความเรื่อง Using VMware Player 3.0.1 Step by Step


ฟีเจอร์ใหม่ใน VMware Player 3.0.1 Build 227600
ใน VMware Player 3.0.1 Build 227600 มีการเพิ่มระบบปฏิบัติการที่รองรับดังต่อไปนี้
• เพิ่มระบบปฏิบัติการที่รองรับสำหรับเป็น Host and Guest Operating Systems ดังนี้
- Windows 2008 R2
- Windows Vista SP2
- Ubuntu 9.10
- RHEL 5.4

• เพิ่มระบบปฏิบัติการที่รองรับสำหรับเป็น Guest Operating Systems ดังนี้
- CentOS 5.4
- Oracle Enterprise Linux 5.4

ปัญหาที่ได้รับแก้ไขใน VMware Player 3.0.1 Build 227600
• แก้ปัญหาการทำงานของ VMware Player 3.0 บน Windows 7 ที่ไม่รองรับการใช้งาน Multiple Core vCPU ส่งผลให้ Virtual Machine ที่ใช้ Windows 7 รุ่น Home Premium, Home Basic และ Starter ซึ่งรองรับ CPU แบบ Multiple Core ได้เพียงตัวเดียวไม่สามารถใช้ vCPU ได้เกิน 1 ตัว
• ไม่สามารถทำการนำเข้า Windows 7 XP Mode VM ได้ถ้าทำการติดตั้งโปรแกรม VMware Player ในไดเรกตอรี่ที่มีพาธซึ่งเป็นตัวอักษรแบบ non-ASCII
• ในบางครั้ง เมื่อทำการติดตั้ง VMware Tools ด้วยตนเองโดยคลิก VM คลิก Install VMware Tools จะเกิดปัญหา Virtual Machine หยุดตอบสนองการทำงาน
• ในบางครั้ง เมื่อทำการสร้าง Virtual Machine บนโฮสต์ระบบ Red Hat Enterprise Linux 5.3 จะเกิดปัญหาปุ่ม Next ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Select a Disk Type ไม่ทำงาน (Disabled)
• บนเกสต์ระบบ Red Hat Enterprise Linux 5.3 จะเกิดปัญหาเครื่องพิมพ์ซึ่งติดตั้งอยู่ในระบโฮสต์จะไม่แสดงอยู่ในระบบเกสต์

มีอะไรใหม่ใน VMware Player 3.0 Build 203739
VMware Player 3.0 Build 203739 นั้นเป็นบิลด์แรกของเมเจอร์เวอร์ชัน 3.0 โดยมีการเพิ่มระบบปฏิบัติการที่รองรับแบบ Host and Guest Operating Systems และแบบ Guest Operating Systems รวมถึงมีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่หลายอย่างสำหรับรายละเอียดสามารถอ่านได้ที่ Download: VMware Player 3.0 Build 203739

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
VMware Player
VMware Player 3.0.1 Release Notes

© 2010 TWAB. All Rights Reserved.

Phishing for Windows Live IDs and Passwords

ระวังฟิชชิ่งอีเมลหลอกขอ IDs และ Passwords ของ Windows Live
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

สำหรับใครที่ใช้บริการ Windows Live เช่น hotmail.com, msn.com หรือ live.com ให้ระวังฟิชชิ่ง (Phishing) อีเมลที่หลอกขอข้อมูลไอดี (ID) และรหัสผ่าน (Password) เนื่องจากในปัจจุบันมีรายงานว่าพบการส่งฟิชชิ่งอีเมลลักษณะดังกล่าวนี้แล้ว

โดยฟิชชิ่งอีเมลใช้ในการหลอกเพื่อขอข้อมูลไอดีและรหัสผ่านของผู้ใช้บริการ Windows Live นั้นจะใช้วิธีการพรางตัวที่แนบเนียนเพื่อหลอกให้ผู้รับอีเมลเกิดความเชื่อถือ โดยอีเมลที่พบจะตามลักษณะดังต่อไปนี้
1. ระบบ Windows Live Hotmail จะไม่ระบุว่าเป็นยีเมลขยะ (junk) หรืออีเมลน่าสงสัย (suspicious)
2. ใช้ที่อยู่ต้นทางเป็น "communications@microsoft.windowslive.com"
3. ใช้ชื่อผู้ส่งเป็น "Windows Live Team"
4. อีเมลใช้เนื้อหาที่มีทั้งการหว่านล้อมและการคุกคามเพื่อทำให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

อนึ่ง สำหรับฟิชชิ่งอีเมลดังกล่าวนี้ จะใช้เทคนิคการฟิชชิ่งแบบดั้งเดิมคือหลอกให้ผู้ใช้หลงเชื่อแล้วทำการตอบกลับอีเมลแทนการแนบลิงก์สำหรับให้ผู้ใช้คลิก จากนั้นจึงให้ผู้ใช้ป้อนข้อมูลต่างๆ ในหน้าเว็บไซต์หลอกลวง โดยตัวฟิชชิ่งอีเมลที่พบมีลักษณะดังนี้

Are you protected?

Dear Account User,

This Email is from Hotmail/Live Customer Care and we are sending it to every Email User Accounts Owner for safety. We are having congestions due to the anonymous registration of Hotmail/Live accounts so we are shutting down some Hotmail/Live accounts and your account was among those to be deleted.

We also noticed a violation use of your account and if you think you have not violated the Terms and Condition of Hotmail/Live, please verify below with information requested

You will have to confirm your E-mail by filling out your Login Information below after clicking the reply button, or your account will be suspended within 48 hours for security reasons.

* Username: ...............................
* Password: ................................
* Date of Birth: ............................
* Country Or Territory: .................

After following the instructions in the sheet, your account will not be interrupted and will continue as normal. Thanks for your attention to this request. We apologize for any inconveniences.

Warning: Account owner that refuses to update his/her account after two weeks of receiving this warning will lose his or her account permanently.

Sincerely,

The Windows Live Hotmail/Live Team.


ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ใครที่ใช้บริการ Windows Live ที่ได้รับอีเมลที่มีลักษณะดังตัวอย่างด้านบน อย่าได้หลงเชื่อเป็นอันขาด มิฉะนั้นอาจจะตกเป็นเหยื่อของกลุ่มอาชญากรคอมพิวเตอร์โดยไม่รู้ตัว

ทั้งนี้ ให้ระลึกเสมอว่าไมโครซอฟท์ (รวมถึงบริษัทที่มีชื่อเสียงอื่นๆ) ไม่มีนโยบายการขอรหัสผ่านของผู้ใช้ผ่านทางอีเมล ทั้งนี้รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ในบริการทั้งหมดของไมโครซอฟท์

ในท้ายนี้ มีข้อแนะนำเพื่อความปลอดภัยในการใช้งานอีเมลอีกหนึ่งอย่าง คือ ไม่ควรส่งรหัสผ่านของระบบใดหรือข้อมูลสำคัญผ่านทางอีเมลโดยเด็ดขาด แต่ถ้าจำเป็นต้องส่งจริงๆ ให้ทำการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อความปลอดภัย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Betanews

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Monday, February 22, 2010

Windows 7 Can Create New 6to4 Adapters on Every Reboot

Windows 7 และ Windows Server 2008 R2 สร้างอะแดปเตอร์ใหม่ทุกครั้งเมื่อรีสตาร์ท
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

มีการรายงานเกี่ยวกับปัญหาใหม่ใน Windows 7 และ Windows Server 2008 R2 อีกแล้ว ซึ่งครั้งนี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับการสร้างอะแดปเตอร์ Microsoft 6to4 ขึ้นใหม่ทุกครั้งเมื่อทำการรีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์

โดยไมโครซอฟท์ได้ออกมายอมรับว่าเกิดปัญหาดังกล่าวนี้จริง พร้อมทั้งได้อธิบายรายละเอียดว่า ระบบจะทำการสร้างอะแดปเตอร์ Microsoft 6to4 ใน Device Manager เมื่อเกิดสถานการณ์ดังต่อไปนี้
1. ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 7 หรือ Windows Server 2008 R2
2. บนระบบได้เปิดใช้งานฟีเจอร์ Hosted Network บนระบบเครือข่ายไร้สาย (Wireless) เพื่อใช้ฟังก์ชัน Virtual WiFi
3. ผู้ใช้ทำการรีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์ในขณะที่ฟังก์ชัน Virtual WiFi กำลังทำงานอยู่
4. ผู้ใช้ทำการเปิดฟีเจอร์ Hosted Network ใหม่อีกครั้ง

ทั้งนี้ การสร้างอะแดปเตอร์ Microsoft 6to4 จะเกิดขึ้นทุกครั้งที่ทำการรีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดการสร้างอะแดปเตอร์ Microsoft 6to4 ในทุกครั้งที่ทำการรีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น เกิดจากเซอร์วิส Plug and Play ถูกปิดก่อนที่จะโปรเซสการเปิดอะแดปเตอร์ Microsoft 6to4 จะถูกใช้งานซ้ำอีกครั้ง แต่เนื่องจากอะแดปเตอร์ไม่สามารถถูกใช้ซ้ำในขณะที่กำลังเชื่อมต่ออยู่ จึงทำให้ระบบต้องทำการสร้างอะแดปเตอร์จำลอง (Virtual Adapter) ขึ้นใหม่

อนึ่ง อะแดปเตอร์ Microsoft 6to4 นั้นเป็นองค์ประกอบที่ Windows7 และ Windows Server 2008 R2 ใช้เพื่อให้มั่นใจว่าการส่งแพ็กเก็ต (Packet) IPv6 ผ่านเครือข่าย IPv4 เป็นไปอย่างถูกต้อง

วิธีการแก้ไข
เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีฮอตฟิกซ์ (Hotfix) สำหรับใช้แก้ปัญหาดังกล่าวนี้ โดยไมโครซอฟท์ได้แนะนำให้ผู้ใช้ทำการแก้ไขปัญหาโดยการหยุดการทำงานฟีเจอร์ Hosted Network บนระบบเครือข่ายไร้สายก่อนทำการรีสตาร์ทระบบ ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. คลิก Start คลิก All Programs แล้วคลิก Accessories จากนั้น Command Prompt
2. ที่คอมมานด์พร็อมท์ ให้ทำการพิมพ์คำสั่งด้านล่าง เสร็จแล้วกด Enter
netsh wlan stop hostednetwork

หมายเหตุ:
การสตาร์ท ฟีเจอร์ Hosted Network บนระบบเครือข่ายไร้สาย ทำได้โดยการพิมพ์คำสั่งด้านล่าง เสร็จแล้วกด Enter
netsh wlan start hostednetwork

วิธีการนี้สามารถใช้ได้กั
วิธีการในบทความนี้สามารถใช้ได้กับ Windows เวอร์ชันต่างๆ ดังนี้
• Windows 7 Enterprise
• Windows 7 Home Basic
• Windows 7 Home Premium
• Windows 7 Professional
• Windows 7 Starter
• Windows 7 Ultimate
• Windows HPC Server 2008 R2
• Windows Server 2008 R2 Datacenter
• Windows Server 2008 R2 Enterprise
• Windows Server 2008 R2 Standard
• Windows Web Server 2008 R2

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
KB980486

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

FileZilla 3.3.2-The free open source FTP Client

FileZilla 3.3.2 โปรแกรมไคลเอ็นต์ FTP แบบโอเพนซอร์ส
บทความโดย: Windows Administrator Blog

FileZilla 3.3.2 เวอร์ชันใหม่สุดของโปรแกรมไคลเอ็นต์ FTP, FTPS และ SFTP แบบ Open Source โดยในเวอร์ชันล่าสุดนี้ออกเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการแก้ไขปัญหาการทำงานที่พบในเวอร์ชันก่อนหน้าหลายอย่างพร้อมทั้งเพิ่มปุ่มเดินหน้าและถอยหลัง (Forward and Backward) ในเวอร์ชันสำหรับระบบ Linux/Unix

FileZilla เป็นโปรแกรมไคลเอ็นต์ FTP แบบมัลติแพลตฟอร์ม (Multiplatform) นั้นคือมีเวอร์ชันที่ครอบคลุมทั้งระบบปฏิบัติการ Unix, Linux และ Windows สำหรับเวอร์ชันบนระบบ Windows สามารถทำงานได้บน Windows 9x,Windows ME, Windows NT4, Windows 2000, Windows XP, Windows Vista และ Windows 7 ทั้งรุ่น 32-bit และ 64-bit

FileZilla เป็นโปรแกรมไคลเอ็นต์ FTP ที่ใช้งานง่ายเนื่องจากมีอินเทอร์เฟชแบบกราฟิก (GUI) มีประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือในการทำงานสูง นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ต่างๆ ให้ใช้งานครบถ้วน ที่สำคัญสามารถใช้งานได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายภายใต้ไลเซนส์แบบ GNU General Public License

Download FileZilla
สำหรับท่านที่สนใจ สามารถดาวน์โหลด FileZilla มาใช้งานได้ฟรีจากเว็บไซต์ด้านล่าง
FileZilla Homepage
Download FileZilla 3.3.2 (win32)

นอกจากนี้ยังมี FileZilla Server สำหรับใช้เป็น FTP เซิร์ฟเวอร์ ทำงานได้บน Windows 2000, Windows XP, Windows Vista และ Windows 7 โดยสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ FileZilla Server 0.9.34

การปรับปรุงการทำงานโปรแกรม FileZilla 3.3.2
ใน FileZilla 3.3.2 มีการแก้ไขข้อผิดพลาด (Bugfix) ในการทำงานที่พบในเวอร์ชันก่อนหน้าดังต่อไปนี้
• Speed limits can be re-enabled on SFTP connections
• Changed settings did not come into effect unless FileZilla was restarted
• Small performance improvements

ฟีเจอร์ใหม่ในโปรแกรม FileZilla 3.3.2
• Linux/Unix: Add support for forward and backward mouse buttons

ฟีเจอร์หลักของโปรแกรม FileZilla
โปรแกรม FileZilla มีฟีเจอร์ต่างๆ ดังนี้
• Easy to use
• Supports FTP, FTP over SSL/TLS (FTPS) and SSH File Transfer Protocol (SFTP)
• Cross-platform. Runs on Windows, Linux, *BSD, Mac OS X and more
• IPv6 support
• Available in many languages
• Supports resume and transfer of large files >4GB
• Powerful Site Manager and transfer queue
• Bookmarks
• Drag & drop support
• Configurable transfer speed limits
• Filename filters
• Network configuration wizard
• Remote file editing
• Keep-alive
• HTTP/1.1, SOCKS5 and FTP-Proxy support
• Logging to file

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

ไมโครซอฟท์ออก Hotfix แก้ปัญหาการเขียนข้อมูลลง DVD-R Dual Layer ใน Windows 7

สืบเนื่องจากมีการรายงานเกี่ยวกับปัญหาการเกิดความล้มเหลว (Fail) แบบไทม์เอ้าท์เมื่อผู้ใช้ Windows 7 และ Windows Server 2008 R2 พยายามทำการเขียนข้อมูลลง DVD-R Dual Layer จาก Windows Explorer นั้น ล่าสุดไมโครซอฟท์ (Microsoft) ได้ออกฮอตฟิกซ์ (Hotfix) เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวนี้แล้ว

Saturday, February 20, 2010

Zero-Day Vulnerability Discovered in Adobe Download Manager

พบช่องโหว่ความปลอดภัยในโปรแกรม Download Manager ของ Adobe
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

เว็บไซต์ Softpedia และอีกหลายเว็บไซต์ได้รายงานว่า มีการค้นพบช่องโหว่ความปลอดภัยในโปรแกรม Adobe Download Manager (DLM) ซึ่งใช้ในการอัพเดท Flash Player และ Adobe Reader ซึ่งแฮคเกอร์สามารถใช้เป็นช่องทางในการติดตั้งโปรแกรมมัลแวร์ (Malware) บนระบบได้

สำหรับโปรแกรม Download Manager (DLM) นั้น เป็นโปรแกรมที่ช่วยจัดการการอัพเดท Flash Player และ Adobe Reader ให้เป็นไปอย่างสมบูรณ์และปลอดภัย โดย Download Manager นั้นจะใช้ MD5 เป็นกลไกในการตรวจสอบความความถูกต้อง (Integrity verification) และใช้การเข้ารหัสข้อมูลแบบ Secure Socket Layer (SSL) เพื่อให้แน่ใจว่าซอฟต์แวร์ที่ได้รับนั้นมาจากเว็บไซต์ของ Adobe

โดยปกติแล้วหลังจากทำการติดตั้งอัพเดท Flash Player และ Adobe Reader แล้วเสร็จ ระบบจะแจ้งให้ผู้ใช้ทำการรีสตาร์ทระบบเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีผล และโปรแกรม Download Manager จะถูกปิดการทำงานทันทีที่ทำการรีสตาร์ทระบบ แต่หากผู้ใช้ไม่ทำการรีสตาร์ทระบบในทันทีจะทำให้โปรแกรม Download Manager ยังคงทำงานอยู่บนระบบ และแฮคเกอร์สามารถใช้ในการติดตั้งโปรแกรม Flash Player หรือ Adobe Reader เวอร์ชันที่มีช่องโหว่ หรือโปรแกรมอื่นๆ รวมถึงโปรแกรมมัลแวร์ได้

สำหรับผู้ที่ค้นพบช่องโหว่ความปลอดภัยของโปรแกรม Download Manager ในครั้งนี้คือ Aviv Raff ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย (Security Expert) ซึ่งพบว่าการทำงานร่วมกันระหว่าง Download Manager กับเว็บไซต์ของ Adobe โดยใช้สคริปต์ ActiveX เพื่อดาวน์โหลดอัพเดท Flash Player และ Adobe Reader นั้นสามารถถูกใช้เพื่อดาวน์โหลดโปรแกรมที่ไม่ได้มาจาก Adobe ได้ ทั้งนี้ Aviv Raff ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงช่องโหว่ความความปลอดภัยดังกล่าวโดยการใช้ Download Manager ดาวน์โหลดโปรแกรม Calculator ของวินโดวส์

ด้าน Adobe ได้ออกมาปฏิเสธปัญหาดังกล่าวนี้ โดย Adobe ได้ยืนยันว่าโปรแกรม Download Manager นั้นกลไกลการเข้ารหัสแบบ SSL ซึ่งที่มีความปลอดภัยและเชื่อถือได้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมนั้นสามารถอ่านได้จากเว็บไซต์ aviv.raffon.net

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Softpedia

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

New Zero-day Vulnerability Discovered in Firefox 3.6

บริษัทวิจัยด้านความปลอดภัยในรัสเซียพบช่องโหว่ความปลอดภัยร้ายแรงใน Firefox 3.6 พร้อมขายโค้ดโปรแกรมสำหรับเจาะระบบ
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

มีรายงานในเว็บไซต์ Softpedia และอีกหลายเว็บไซต์ ว่า InteVyDis ซึ่งบริษัทวิจัยด้านความปลอดภัยในประเทศรัสเซียได้ค้นช่องโหว่ความปลอดภัย (Security Vulnerability) ในโปรแกรม Firefox 3.6 ซึ่งเป็นช่องโหว่ความปลอดภัยแบบ Zero-Day เนื่องจากยังไม่มีแพตซ์ (Patch) สำหรับใช้แก้ไข โดยผลกระทบของช่องโหว่ความปลอดภัยนี้คือ แฮคเกอร์สามารถใช้ทำการยกระดับสิทธิ์เพื่อทำการเอ็กซีคิวท์โค้ดโปรแกรมบนระบบจากระยะไกลได้โดยที่ผู้ใช้ไม้รู้ตัวได้

โดยบริษัท InteVyDis ซึ่งเป็นผู้ค้นพบช่องโหว่ความปลอดภัยดังกล่าวนี้ ได้พัฒนาโค้ดโปรแกรมที่สามารถเจาะ (Exploit Code) โปรแกรม Firefox 3.6 สำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งได้ขายโค้ดโปรแกรมดังกล่าวนี้โดยรวมอยู่ในชุดซอฟต์แวร์ VulnDisco เวอร์ชันล่าสุด และเป็นแอด-ออน (add-on) โมดูล CANVAS สำหรับ Exploitation frameworks

สำหรับช่องโหว่ความปลอดภัยที่ค้นพบในครั้งนี้ จะมีผลกระทบกับ Firefox 3.6 ซึ่งเป็นเวอร์ชันสเถียร (Stable) ตัวล่าสุดของเว็บเบราเซอร์โอเพนซอร์ส (Open Source) ยอดนิยม และโค้ดโปรแกรมที่สามารถเจาะช่องโหว่ที่ค้นพบนั้นได้รับการทดสอบแล้วว่าสามารถทำงานได้บน Windows XP และ Windows Vista ในส่วนของระบบปฏิบัตการตัวอื่นๆ อย่าง Windows 7 และ MAC OS ยังไม่มีการการยืนยันผลการทำงานเนื่องจากยังไม่ได้ทำการทดสอบ (แต่มีความเป็นไปได้ว่าสามารถทำงานได้เช่นเดียวกัน)

สำหรับ InteVyDis นั้นเป็นบริษัทวิจัยด้านความปลอดภัยซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงมอสโก (Moscow) ประเทศรัสเซีย ก่อตั้งโดย Evgeny Legerov

อนึ่ง Secunia ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยชื่อดัง ได้จัดอันดับความร้ายแรงของช่องโหว่ความปลอดภัยของ Firefox 3.6 ที่ค้นพบนี้อยู่ในระดับ Highly Critical และจัดอยู่ในกลุ่ม Remote code execution vulnerability

ในด้าน Mozilla ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเว็บเบราเซอร์ Firefox ได้ออกมาเปิดเผยว่า Mozilla นั้นได้ให้ความสำคัญกับเรื่องช่องโหว่ความปลอดภัยของซอฟต์แวร์อย่างจริงจัง แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าการอ้างว่าสามารถเจาะ Firefox 3.6 ของ InteVyDis เป็นเรื่องจริงหรือไม่

นอกจากนี้ Mozilla ได้เรียกร้องให้นักวิจัยทางด้านความปลอดภัยร่วมมือกับ Mozilla ในการแก้ปัญหาช่องโหว่ความปลอดภัย รวมถึงมีความรับผิดชอบในการเปิดเผยช่องโหว่ความปลอดภัย ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ใช้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Softpedia

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Microsoft Events and Errors Message Center

บริการ Events and Errors Message Center จากไมโครซอฟท์
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

เว็บไซต์ Events and Errors Message Center เป็นเว็บไซต์ที่ไมโครซอฟท์ให้บริการแก้ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของไมโครซอฟท์ ในการค้นหาคำอธิบายรายละเอียดของเหตุการณ์ ข้อแนะนำการใช้งาน และลิงก์การสนับสนุนทางเทคนิคเพิ่มเติม รวมถึงทรัพยากรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

สำหรับวิธีการใช้งานนั้น ขั้นที่หนึ่งให้เปิดไปยังหน้าเว็บไซต์ Events and Errors Message Center จากนั้นให้เลือกไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการจากค้นหาจากดร็อปดาวน์ลิสต์ Name of the Microsoft Product ขั้นตอนต่อไปให้เลือกเวอร์ชันจากดร็อปดาวน์ลิสต์ Version เสร็จแล้วให้ทำการป้อนข้อมูลที่ได้จากล็อก Event Viewer ของระบบอย่างน้อยหนึ่งตัวจากรายการด้านล่าง เสร็จแล้วคลิก Go
• Event ID
• Event Source
• Message Text
• File Name
• Language


ทั้งนี้ จากการทดลองใช้งานผมไม่ค่อยประทับใจมากนัก เนื่องจากข้อมูลที่มีให้ค้นหายังมีจำนวนจำกัดโดยไม่ครอบคลุมซอฟต์แวร์ตัวใหม่ ตัวอย่างเช่น ไม่มีข้อมูลของ Windows 7 สำหรับผลิตภัณฑ์ในไลน์ Windows Operating System หรือไม่มีข้อมูล ISA2006 ในไลน์ Internet Security and Acceleration (ISA) Server และในไลน์ผลิตภัณฑ์ยอดนิยมอย่าง Office นั้นก็มีเพียงเวอร์ชัน 2003 เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ Events and Errors Message Center นั้น เป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับ Events และ Errors สำหรับผู้ใช้ Windows XP ได้เป็นอย่างดี

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Friday, February 19, 2010

Photoshop 20th Anniversary

Photoshop โปรแกรมตกแต่งภาพชื่อดังมีอายุครบ 20 ปี
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

Photoshop โปรแกรมตกแต่งภาพชื่อดังจะมีอายุครบ 20 ปี ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 (ตรงกับวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ตามเวลาในประเทศไทย) โดย Photoshop นั้นจัดเป็นโปรแกรมหลักที่ใช้งานอยู่ในแวดวงการออกแบบด้านกราฟิกในปัจจุบัน (Adobe อ้างว่ามีนักสร้างสรรค์มืออาชีพมากกว่า 90% ที่ใช้โปรแกรม Photoshop ในการออกแบบกราฟิก)

อนึ่ง ในโอกาสโปรแกรม Photoshop มีอายุครบ 20 ปี ทาง Adobe ได้จัดงานเฉลิมฉลองขึ้นที่ Palace of the Fine Arts Theater ในเมือง San Francisco ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยจะมีการรวมตัวกันอีกครั้งของทีมพัฒนา Photoshop รุ่นแรกในรอบ 18 ปี ท่านใดที่สนใจสามารถติดตามเว็บคาสต์ได้ที่เว็บไซต์ www.photoshopuser.com/photoshop20th

ประวัติย่อของโปรแกรม Photoshop
ในปี 1987 Thomas Knoll ได้พัฒนาโปรแกรม Pixel Imaging โดยตั้งชื่อโปรแกรมว่า Display ซึ่งเป็นโปรแกรมง่ายๆ สำหรับแสดงภาพแบบ Grayscale บนจอภาพแบบขาว-ดำ อย่างไรก็ตามหลังจากได้ร่วมมือกับ John Knoll ซึ่งเป็นน้องชาย โดยการเพิ่มคุณสมบัติต่างๆ จนทำให้โปรแกรมสามารถประมวลผลไฟล์ภาพดิจิตอล (Digital Image) ได้ส่งผลให้ได้รับความสนใจจากนักลงทุน จนถึงในปี 1988 ทางบริษัท Adobe จึงได้ตัดสินใจซื้อไลเซนส์ซอฟต์แวร์ดังกล่าวนี้และตั้งชื่อใหม่เป็น Photoshop จากนั้นได้ทำการพัฒนาต่อเนื่องจนสามารถออกวางจำหน่ายเวอร์ชันแรกคือ Photoshop 1.0 ได้ในปี 1990

สำหรับรูปด้านล่างนี้เป็นเป็นตัวอย่างหน้าต่างโปรแกรม Photoshop 1.0 บนเครื่อง Macintosh (rebuilt)

(Credit: mashable.com)

โดยเวอร์ชันปัจจุบันของ Photoshop คือ CS4 ซึ่งตั้งแต่เวอร์ชัน 1.0 - CS4 นั้น มีการพัฒนาการทำงานให้ดียิ่งๆ ขึ้น สำหรับไอคอนของเวอร์ชันต่างๆ ไล่มาตั้งแต่เวอร์ชัน 1.0.7 จนถึงเวอร์ชัน CS4 มีลักษณะดังรูปด้านล่าง

(Credit: mashable.com)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Adobe Photoshop Hits Twenty

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Disable Google Buzz from Buzz Settings

Google เพิ่มอ็อปชัน Buzz Settings ให้ผู้ใช้ทำการยกเลิก Google Buzz ได้ง่ายขึ้น
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

สืบเนื่องจาก Google ได้เปิดบริการ Google Buzz ซึ่งเป็นบริการ Social Networking ในลักษณะเดียวกันกับ Facebook และ Twitter เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2553 ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่ามีข้อสังเกตเรื่องความปลอดภัยในการใช้งานโดยเฉพาะเรื่องการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ ส่งผลให้หลายท่านที่เปิดใช้บริการ Google Buzz ต้องการยกเลิกการใช้บริการ

โดยปกติผู้ใช้สามารถยกเลิกการใช้บริการ Google Buzz ได้โดยคลิกที่ลิงก์ "turn off buzz" แต่ข้อเสียของวิธีการนี้ คือ ข้อมูลต่างๆ ที่ได้โพสต์ใน Google Buzz รวมถึงข้อมูลส่วนตัวจะยังคงอยู่ในระบบ ซึ่งข้อมูลที่หลงเหลืออยู่ในระบบดังกล่าวนี้อาจจะรั่วไหลไปอยู่ในมือผู้ที่ ไม่หวังดีได้

สำหรับวิธีการยกเลิกบริการ Google Buzz อย่างสมบูรณ์แบบนั้น ผมเคยโพสต์ไปแล้วหนึ่งวิธีในบทความเรื่อง How to Disabling Google Buzz และล่าสุด Google ได้เพิ่มอ็อปชัน Buzz Settings ให้ผู้ใช้สามารถทำการยกเลิกบริการ Google Buzz อย่างสมบูรณ์ได้ง่ายขึ้นแล้ว นอกจากนี้ Google ยังแก้ไขปัญหาช่องโหว่ความปลอดภัย (Security flaw) ที่กระทบกับผู้ใช้บริการ Google Buzz จากเครื่องโทรศัพท์มือถือ (Mobile Buzz User) อีกด้่วย

สำหรับวิธียกเลิกบริการ Google Buzz โดยใช้อ็อปชัน Buzz Settings มีขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนที่ 1:
ให้ทำการไซน์อินเข้าระบบ Gmail เสร็จแล้วคลิก Settings จากนั้นคลิกลิงก์ Buzz


ขั้นตอนที่ 2:
ในหน้า Buzz Settings ให้คลิกที่ Disable Google Buzz นอกจากนี้ ยังสามารถจัดการเกี่ยวกับการแสดงผู้ที่เราติดตาม (Following) และผู้ที่ติดตามเรา (Follower) จากหน้า Buzz Settings นี้ได้อีกด้วย


ขั้นตอนที่ 3:
ในหน้า Delete your profile ให้ปุ่ม Yes, delete my profile and posts โดยแนะนำให้เลือกเช็คบ็อกซ์ Also unfollow me from anyone I am following in Buzz, Google Reader, and other Google products. เพื่อทำการลบข้อมูลต่างๆ ออกจากระบบอย่างสมบูรณ์แบบ เสร็จแล้วปิดหน้า My Account เพื่อจบการทำงาน


หลังจากทำการเลิกบริการ Google Buzz ลิงก์ Buzz ซึ่งแสดงอยู่ใต้ Inbox ของ Gmail จะหายไป หากต้องการกลับไปใช้งาน Google Buzz อีกครั้งให้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ 1 และ 2 โดยในขั้นตอนที่ 2 ให้เลือก Show Google Buzz in Gmail เสร็จแล้วคลิก Save Changes ก็จะสามารถใช้บริการ Google Buzz ได้เหมือนเดิม

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Windows BSOD Caused by Alureon Rootkit, Not by Patch MS10-015

ไมโครซอฟท์ยืนยันปัญหา Windows BSoD หลังจากติดตั้งแพต์ซ์ MS10-015 เกิดจากรูทคิตส์ Alureon
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

สืบเนื่องจากมีการรายงานไปก่อนหน้านี้ว่ามีผู้ใช้วินโดวส์บางส่วนเกิดปัญหาวินโดวส์ขึ้นจอฟ้า หรือ Blue Screens of Death (BSoD) หลังจากทำการติดตั้งแพต์ซ์หมายเลข MS10-015 (อ่านรายละเอียดได้ที่ Windows Blue Screens of Death (BSoD) After installing MS10-015) ล่าสุดไมโครซอฟท์ทำการตรวจสอบปัญหาดังกล่าวนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับยืนยันว่าปัญหาวินโดวส์ขึ้นจอฟ้าไม่ได้เกิดจากการติดตั้งแพตซ์หมายเลข MS10-015 แต่เกิดจากรูทคิตส์ (Rootkit) ที่มีชื่อว่า Alureon

โดย Mike Reavey ซึ่งเป็นผู้อำนวยการของ Microsoft Security Response Center (MSRC) ได้โพสต์รายละเอียดผลการตรวจสอบหาสาเหตุปัญหาวินโดวส์ขึ้นจอฟ้าในบทความเรื่อง Update - Restart Issues After Installing MS10-015 and the Alureon Rootkit ซึ่ง Microsoft Malware Protection Center (MMPC) ได้ทำการตรวจสอบระบบตัวอย่างที่เกิดปัญหาวินโดวส์ขึ้นจอฟ้าหลังจากทำการติดตั้งแพต์ซ์หมายเลข MS10-015 อย่างละเอียด ผลปรากฏว่า "ทุกระบบตัวอย่างที่เกิดปัญหาวินโดวส์ขึ้นจอฟ้าหลังติดตั้งแพตซ์ MS10-015 มีรูทคิตส์ที่ Alureon ติดตั้งอยู่"

สำหรับรูทคิตส์ Alureon นั้น หลังจากทำการติดตั้งลงเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วเมื่อระบบทำการโหลดโปรแกรมรูทคิตส์มันจะทำการกำหนดตำแหน่งหน่วยความจำที่ใช้ในการโหลดโปรแกรมเอง แทนการกำหนดตำแหน่งให้โดยระบบปฏิบัติการตามการทำงานโดยปกติ แต่หลังจากทำการติดตั้งแพต์ซ์หมายเลข MS10-015 จะทำให้ตำแหน่งของ Windows code เปลี่ยนไป ดังนั้นเมื่อรูทคิตส์ Alureon พยายามทำการโหลดโปรแกรมในตำแหน่งหน่วยความจำเดิมซึ่งไม่มีอยู่จึงทำให้ระบบเกิดการแครช (Crash)

อนึ่ง ปัญหาดังกล่าวนี้จะไม่เกิดขึ้นกับผู้ที่ใช้ Windows Vista 64-bit และ Windows 7 64-bit เนื่องจากในวินโดวส์เวอร์ชัน 64-bit นั้นไมโครซอฟท์ได้เพิ่มเทคโนโลยี Kernel Patch Protection (PatchGuard) และ Kernel Mode Code Signing (KMCS) เพื่อป้องกัน Windows kernel จากการถูกปลอมแปลงในลักษณะที่รูทคิตส์ Alureon ใช้ในกรณีนี้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Softpedia

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Thursday, February 18, 2010

Microsoft Security Essentials 1.0.1959.0

ไมโครซอฟท์เตรียมออกโปรแกรม Microsoft Security Essentials 1.0.1959.0
บทความโดย: The Windows Administrator Blog

ไมโครซอฟท์จัดส่งโปรแกรม Microsoft Security Essentials (MSE) 1.0.1959.0 ซึ่งเป็นโปรแกรมแอนตี้ไวรัสและแอนตี้สปายแวร์แบบฟรีแวร์ (Freeware) ของไมโครซอฟท์ให้กับกลุ่ม Beta Testers ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้ที่ไมโครซอฟท์เลือกให้ทดสอบซอฟต์แวร์แล้ว (18 ก.พ. 53 - ไมโครซอฟท์ยังไม่ได้เปิดให้ดาวน์โหลดแก่ผู้ใช้ทั่วไป 19 ก.พ.53 ไมโครซอฟท์เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปดาวน์โหลดได้แล้ว) โดยในเวอร์ชัน MSE 1.0.1959.0 นี้ได้ทำการปรับปรุงระบบอินเทอร์เฟชให้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น อัพเดทระบบ Genuine Check Process ใหม่และเสริมประสิทธิภาพการทำงานของโปรแกรมให้ดีขึ้น

การดาวน์โหลด Microsoft Security Essentials 1.0.1959.0
ปัจจุบันไมโครซอฟท์ยังไม่ได้ ปัจจุบันไมโครซอฟท์เปิดให้ดาวน์โหลดโปรแกรม Microsoft Security Essentials 1.0.1959.0 แก่ผู้ใช้ทั่วไปแล้ว แต่ท่านใดที่สนใจที่จะทดสอบการทำงาน สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ Microsoft Security Essentials จากนั้นให้คลิกปุ่ม "Download Now" แล้วคลิกบนลิงก์ของระบบปฏิบัติการที่ต้องการนำไปใช้งาน ซึ่งมี 3 ตัวเลือก คือ Windows XP 32-bit, Windows Vista/Win7 32-bit และ Windows Vista/Win7 64-bit


หรือดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ Softpedia ตามเวอร์ชันของ Windows ที่ใช้ดังต่อไปนี้
Download Microsoft Security Essentials-For XP 32bit
Download Microsoft Security Essentials-For Vista/7 32bit
Download Microsoft Security Essentials-For Vista/7 64bit

สำหรับวิธีการติดตั้งนั้น มีขั้นตอนคล้ายๆ กับการติดตั้ง Microsoft Security Essentials 1.0.1611.0 โดยสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ Installing Microsoft Security Essentials ทั้งนี้ จะมีการตรวจสอบว่าวินโดวส์ (Validate) ที่ใช้นั้นมีลิขสิทธิ์ถูกต้องหรือไม่ก่อนการติดตั้ง


ความต้องการระบบของ Microsoft Security Essentials
โปรแกรม Microsoft Security Essentials มีความต้องการระบบดังนี้
Windows XP
• CPU ที่มีความเร็ว 500MHz หรือสูงกว่า
• มีหน่วยความจำ (Memory) 256MB หรือสูงกว่า

Windows Vista และ Windows 7
• CPU ที่มีความเร็ว 1.0GHz หรือสูงกว่า
• มีหน่วยความจำ (Memory) 1GB หรือสูงกว่า

Windows ทุกระบบ
• VGA (Display) ที่สามารถแสดงผลได้ที่ความละเอียด 800 x 600 หรือสูงกว่า
• พื้นว่างบนฮาร์ดดิสก์อย่างน้อย 140MB
• การเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตสำหรับการดาวน์โหลดโปรแกรม MSE และการอัพเดทไวรัสเดฟินิชัน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Softpedia

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Mozilla Firefox 3.5.8 Stability and Security Updates

Mozilla Firefox 3.5.8 แก้หลายปัญหาเสถียรภาพการทำงานและความปลอดภัย
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2553 (ตรงกับวันที่ 18 ก.พ. ตามเวลาในประเทศไทย) Mozilla ออก Firefox 3.5.8 เพื่อแก้หลายปัญหาเสถียรภาพการทำงานและปัญหาความปลอดภัยที่พบในเวอร์ชัน 3.5.7 รวมถึงเวอร์ชันก่อนหน้า ดังนั้นเพื่อปลอดภัยท่านใดที่ใช้เวอร์ชัน 3.5.7 หรือเก่ากว่าขอแนะนำให้ทำการอัพเดทให้เรียบร้อยเพื่อที่จะได้ใช้งานด้วยความสบายใจ

อนึ่ง Firefox 3.5.8 นี้เป็นอัพเดทล่าสุดของเวอร์ชัน 3.5 แต่สำหรับเวอร์ชันล่าสุดนั้นคือ Firefox 3.6 สามารถอ่านรายละเอียดและดาวน์โหลดได้ที่ Mozilla Firefox 3.6 Stability and Security Updates

ทั้งนี้ หลังจากทำการอัพเดทเป็น Firefox 3.5.8 แนะนำให้อัพเดทเป็น Firefox 3.6 อ่านรายละเอียดและดาวน์โหลดได้ที่ How to update Firefox 3.6

การดาวน์โหลด Mozilla Firefox 3.5.8
โปรแกรมติดตั้ง Mozilla Firefox 3.5.8 เวอร์ชันสำหรับ Windows นั้นมีขนาดประมาณ 7.7 MB สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ดังนี้
Download Mozilla Firefox 3.5.8
Download Mozilla Firefox 3.5.8 for Windows

Mozilla Firefox 3.5.8 New Features
ใน Firefox 3.5.8 นั้น Mozilla ได้ทำการปรับปรุงด้านต่างๆ ดังนี้
• แก้หลายประเด็นปัญหาที่เกี่ยวกับเสถียรภาพการทำงาน

Bugs fix
ใน Firefox 3.5.8 นั้น Mozilla ได้ทำการแก้ปัญหาเกี่ยวกับช่องโหว่ความปลอดภัยจำนวน 5 ปัญหา ดังนี้
• MFSA 2010-05 XSS hazard using SVG document and binary Content-Type [Moderate]
• MFSA 2010-04 XSS due to window.dialogArguments being readable cross-domain [Moderate]
• MFSA 2010-03 Use-after-free crash in HTML parser [Critical]
• MFSA 2010-02 Web Worker Array Handling Heap Corruption Vulnerability [Critical]
• MFSA 2010-01 Crashes with evidence of memory corruption (rv:1.9.1.8/ 1.9.0.18) [Critical]

ความต้องการระบบของ Firefox 3.5
ความต้องการระบบของ Firefox 3.5 บนระบบปฏิบัติการ Windows มีดังนี้
Operating Systems
• Windows 2000
• Windows XP
• Windows Server 2003
• Windows Vista
• Windows 7

Minimum Hardware
• ใช้ซีพียูขั้นต่ำ Pentium 233 MHz (แนะนำ: Pentium 500MHz หรือสูงกว่า)
• เมมโมรี 64 MB RAM (แนะนำ: 128 MB RAM หรือมากกว่า)
• พื้นที่ฮาร์ดดิสก์ 52 MB

การติดตั้ง Mozilla Firefox 3.5.8
วิธีการติดตั้ง Mozilla Firefox 3.5.8 นั้น แบ่งออกเป็น 2 แบบด้วยกัน ตามรายละเอียดดังนี้
แบบที่ 1 สำหรับผู้ใช้ที่ติดตั้ง Firefox บนเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว
การอัพเดทจาก Firefox เวอร์ชันก่อนที่ติดตั้งอยู่แล้ว ถ้าหากตั้งค่า Advanced>Update>Automatically check for update to: Firefox เมื่อทำการเปิดใช้งาน Firefox และมีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต Firefox ก็จะทำการตรวจสอบการอัพเดทโดยอัตโนมัติ (สามารถสั่งให้ Firefox ทำการตรวจสอบการอัพเดทแบบแมนนวล โดยการคลิกที่เมนู Help แล้วคลิก Check for Updates)

แบบที่ 2 สำหรับผู้ใช้ที่ยังไม่ได้ทำการติดตั้ง Firefox บนเครื่องคอมพิวเตอร์
การติดตั้ง Firefox 3.5.8 ใหม่ สำหรับผู้ใช้วินโดวส์ที่ยังไม่ได้ทำการติดตั้ง Firefox บนเครื่องคอมพิวเตอร์ ให้ดาวน์โหลด Firefox เวอร์ชันสำหรับวินโดวส์เว็บไซต์ในหัวข้อ การดาวน์โหลด Mozilla Firefox 3.5.8 ด้านบน แล้วทำการติดตั้งแบบแมนนวล สำหรับขั้นตอนและวิธีการติดตั้งสามารถอ่านรายละเอียดได้จากเว็บไซต์ How to install Mozilla Firefox 3.6

การยกเลิกการติดตั้ง Firefox 3.5.8
การยกเลิกการติดตั้ง Firefox 3.5.8 สามารถทำได้จาก Add or Remove Programs ใน Control Panel โดยการยกเลิกการติดตั้ง Firefox 3.5.x นั้น โปรแกรมจะไม่ทำการลบข้อมูลต่างๆ คือ Bookmarks, Web Browsing History และ Extensions หรือ Add-ons ต่างๆ ให้อัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้ต้องทำการลบด้วยตนเอง ตามตำแหน่งดังนี้

Windows Vista = Users\[username]\AppData\Roaming\Mozilla\Firefox
Windows 2000, XP, 2003 = Documents and Settings\UserName\Application Data\Mozilla\Firefox
Windows NT = WINNT\Profiles\UserName\Application Data\Mozilla\Firefox
Mac OS X = ~/Library/Application Support/Firefox
Linux and Unix systems = ~/.mozilla/firefox

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
Firefox 3.5.8 Release Notes

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Wednesday, February 17, 2010

Adobe Reader 9.3.1 and Acrobat 9.3.1 Security Update Released

Adobe ออก Adobe Reader 9.3.1 และ Acrobat 9.3.1 เพื่อแก้ปัญหาความปลอดภัย
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

สืบเนื่องจากวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา Adobe ได้ประกาศให้ผู้ใช้ทราบว่ามีการตรวจพบช่องโหว่ความปลอดภัย (Vulnerability) ซึ่งมีความร้ายแรงระดับวิกฤติ (Critical) ในโปรแกรม Adobe Reader 9.3 และเก่ากว่า และโปรแกรม Adobe Acrobat 9.3 และเก่ากว่า วันนี้ (17 ก.พ. 53 ตามเวลาในประเทศไทย) Adobe ได้ออกแพตซ์ (Patch) เพื่อแก้ไขช่องโหว่ความปลอดภัยดังกล่าวนี้แล้ว

สำหรับช่องโหว่ความปลอดภัยที่ได้รับการแก้ไขในครั้งนี้มีจำนวน 2 ช่องโหว่ด้วยกัน คือ CVE-2010-0188 ซึ่งแฮ็คเกอร์ (Hacker) สามารถใช้ช่องโหว่ความปลอดภัย CVE-2010-0186 ในการล้มล้าง Domain Sandbox และทำการส่งคำขอรับบริการข้ามโดเมนโดยไม่ได้รับอนุญาตได้ และ CVE-2010-0188 ซึ่งแฮ็คเกอร์สามารถทำให้แอพพลิเคชันเกิดการแครช (Crash) และแฮ็คเกอร์อาจใช้เป็นช่องทางในการเข้าควบคุมระบบได้

โปรแกรมที่ได้รับผลกระทบ
โปรแกรมที่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ความปลอดภัยที่ตรวจพบในครั้งนี้ มี 2 โปรแกรม ดังนี้
• โปรแกรม Adobe Reader 9.3 และเก่ากว่า เวอร์ชันสำหรับระบบ Windows, Macintosh และ UNIX
• โปรแกรม Adobe Acrobat 9.3 และเก่ากว่า เวอร์ชันสำหรับระบบ Windows และ Macintosh

วิธีการแก้ไข
วิธีการแก้ไขทำได้โดยอัพเดทโปรแกรม Adobe Reader 9.3 และเก่ากว่า หรือ Acrobat 9.3 และเก่ากว่า เป็นเวอร์ชัน 9.3.1 โดยเปิดโปรแกรม Adobe Reader หรือ Adobe Acrobat จากนั้นคลิกที่เมนู Help แล้วคลิก Check for updates..

หรือทำการดาวน์โหลดไฟล์อัพเดทมาทำการติดตั้งด้วยตนเองจากเว็บไซต์ดังต่อไปนี้

Adobe Reader 9.3.1 for Windows
• สำหรับการติดตั้ง Adobe Reader ใหม่ สามารถดาวน์โหลด Adobe Reader 9.3 ได้จากเว็บไซต์ Download Adobe Reader 9.3 (ขนาดไฟล์โดยประมาณ 46.11MB) โดยหลังจากทำการติดตั้งเสร็จแล้วให้ทำการอัพเดทเป็นเวอร์ชัน 9.3.1 โดยสามารถดาวน์โหลดอัพเดทได้จากเว็บไซต์ Download Adobe Reader 9.3.1 update (ขนาดไฟล์โดยประมาณ 5.27MB)

Acrobat Standard and Pro for Windows
• ผู้ที่ใช้ Acrobat Standard 9.3 หรือ Professional 9.3 สามารถอัพเดทเป็นเวอร์ชัน 9.3.1 โดยดาวน์โหลดอัพเดทได้จากเว็บไซต์ Download Adobe Acrobat 9.3.1 Professional and Standard Update (ขนาดไฟล์โดยประมาณ 174MB)

หมายเหตุ: วิธีการตรวจสอบเวอร์ชันทำได้โดยคลิกเมนู Help แล้วคลิก About Adobe Reader [เวอร์ชัน]

ปัญหาที่ได้รับการแก้ไข
ปัญหาที่ได้รับการแก้ไขใน Adobe Reader 9.3.1 และ Acrobat 9.3.1 มีดังนี้
- CVE-2010-0186
- CVE-2010-0188

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
APSB10-07: Security updates available for Adobe Reader and Acrobat

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Windows 7 Professional Test Drive

ไมโครซอฟท์เปิดให้ทดสอบ Windows 7 Professional ผ่านทางอินเทอร์เน็ต
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

มีช่องทางการทดสอบ Windows 7 โดยไม่ต้องติดตั้งมาฝากสำหรับท่านที่อยากทดลองใช้ Windows 7 เพื่อทดสอบก่อนที่จะซื้อมาใช้งานหรือทดสอบเพื่อหาความรู้และประสบการณ์ แต่ยังไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ทดลองติดตั้งทดสอบ

โดยการทดสอบ Windows 7 ที่นำมาฝากในครั้งนี้เป็นทดสอบผ่านทางอินเทอร์เน็ตจากเว็บไซต์ vLabcenter: Windows 7 Test Drive ซึ่งไมโครซอฟท์ได้เปิดขึ้นมาเพื่อให้บริการแก่ผู้สนใจทั่วไปใช้ทดสอบ Windows 7

สำหรับ Windows 7 ที่ให้ทดสอบในเว็บไซต์ vLabcenter: Windows 7 Test Drive นั้นจะเป็นรุ่น Professional และมีฟังก์ชันการทำงานต่างๆ เต็มรูปแบบ (Full Function) เหมือนกับเวอร์ชันที่ขยายทุกๆ ประการ

โดยการใช้บริการนั้นจะเฉพาะต้องใช้ Internet Explorer 6 ขึ้นไปเท่านั้น และจะต้องเปิดใช้งาน Cookies และ ActiveX Control สำหรับวิธีการทดสอบทำได้โดยการเข้าไปยังเว็บไซต์ vLabcenter: Windows 7 Test Drive ซึ่งจะได้หน้า Getting Started ดังรูปด้านล่าง


จากนั้นให้ทำการติดตั้ง ActiveX Control VRMC Advanced Control โดยคลิกที่ Click here to install จากนั้นให้ทำการติดตั้ง


หมายเหตุ: เพื่อความสะดวกแนะนำให้เพิ่ม http://win7pro.vlabcenter.com เข้าใน Trusted site ของ Internet Exploter

จากนั้นเลือกหัวข้อที่ต้องการทดสอบ จากเนูทางด้านขวามือ ซึ่งจะมีให้เลือก 3 เมนู คือ Works the way you want,  Get more done และ Safeguard your wor แต่ละเมนูจะมีหัวข้อย่อยให้เลือกทดสอบ เสร็จแล้วรอจนการสร้างสภาพแวดล้อมการทดสอบแล้วเสร็จ


ในหน้า Provide the NTLM Authentication ให้คลิก Yes เพื่อดำเนินการต่อไป (สามารถเลือกเช็คบ็อกซ์ Don't ask me again เพื่อให้ดำเนินการต่อโดยอัตโนมัติในครั้งต่อๆ)


จากนั้นสามารถใช้งาน Windows 7 Professional เหมือนการใช้งานจริง ดังรูปด้านล่างเป็นการคลิก Start เพื่อเริ่มต้นใช้งาน Explorer


สำหรับขั้นตอนการทดสอบนั้นจะแสดงเป็นขั้นตอนแบบ Step by Step อยู่ในด้านขวามือ นอกจากนี้ยังมีคู่มือในรูปแบบไฟล์ PDF และตัวอย่างในรูปแบบวีดีโอให้ดูอีกด้วย

หัวข้อการทดสอบ
สำหรับหัวข้อการทดสอบนั้นมี 3 เมนู และแต่ละเมนูจะมีหัวข้อย่อย รายละเอียดดังต่อไปนี้
1. Works the way you want
- Action Center
- Windows XP Mode
- Pboblem Steps Recoder
- HomeGroup

2. Get more done
- Network
- Search
- Location Aware Printing
- Presentation Settings
- Libraries
- Remote Desktop Connection
- Aero Desktop
- Taskbar
- Power management
- IE8 Accelerators

3. Safeguard your work
- Advanced Backup
- Encryption File System
- Restore previos versions
- IE8 Security

บทสรุป
สรุปแล้วการทดสอบ Windows 7 ผ่านทาง vLabcenter เป็นทางเลือกที่สะดวกและประหยัดในการทดสอบการใช้งาน อย่างไรก็ตามในการทดสอบจะต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows XP, Windows Vista หรือ Windows 7 และเว็บเบราเซอร์ที่รองรับจะต้องเป็น Internet Explorer 6.0 หรือสูงกว่าเท่านั้น และต้องมีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (High Speed Internet) จึงจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Windows 7 Center

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.