มีข่าวดีมาฝากผู้ใช้ Windows ที่ต้องจัดการคอมพิวเตอร์หรือเซิร์ฟเวอร์ผ่านทางเดสก์ท็อประยะไกล (Remote Desktop) เป็นประจำ ที่กำลังหาโปรแกรมจัดการเดสก์ท็อประยะไกลไว้ใช้งาน เนื่องจากไมโครซอฟท์ได้ออกโปรแกรม Remote Desktop Connection Manager (RDCMan) 2.7 ซึ่งเพิ่มเติมคุณสมบัติใหม่หลายอย่าง เช่น สามารถสั่งงาน Windows 8/8.1, Windows Server 2012/2012 R2 จากระยะไกลได้ เป็นต้น
Showing posts with label Remote Desktop. Show all posts
Showing posts with label Remote Desktop. Show all posts
Thursday, November 27, 2014
Friday, February 28, 2014
การอัปเดทโปรแกรม Remote Desktop บน Windows 7 SP1 ให้รองรับคุณลักษณะใหม่บน Windows 8.1
หลังจากต้องยกเลิกให้ดาวน์โหลดชั่วคราวเนื่องจากมีปัญหาการทำงาน ล่าสุดไมโครซอฟท์กลับมาเปิดให้ดาวน์โหลดอัปเดท KB2830477 อีกครั้งแล้ว โดยอัปเดทตัวนี้จะทำการปรับปรุงโปรแกรมลูกข่ายรีโมทเดสก์ท็อป (Remote Desktop Connection, RDC) บน Windows 7 SP1 ให้รองรับโปรโตคอลรีโมทเดสก์ท็อป 8.1 (Remote Desktop Protocol 8.1) ซึ่งทำให้สามารถใช้งานคุณลักษณะใหม่ที่มีบนคอมพิวเตอร์ปลายทางระบบ Windows 8.1 และ Windows Server 2012 R2 ได้
Wednesday, January 29, 2014
ปัญหาการเชื่อมต่อ Remote Desktop ไปยัง Windows Server 2012 R2 และวิธีการแก้ไข
By dtp 3:33:00 PM
Microsoft, Operating System, Remote Desktop, Tips, Tutorials, Windows Server 2012 No comments
หลังจากทำการติดตั้ง Windows Server 2012 R2 แล้วเสร็จผมจึงเปิดใช้งานเดสก์ท็อประยะไกล (Remote Desktop) เพื่อใช้จัดการเซิร์ฟเวอร์ผ่านเครือข่ายซึ่งการทำงานก็ผ่านไปอย่างราบรื่น แต่เมื่อพยายามทำการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ปรากฏว่าเชื่อมต่อไม่ได้โดย Windows แจ้งปัญหาดังภาพด้านล่าง จึงทำการตรวจสอบหาสาเหตุซึ่งหลังจากไล่หาอยู่พักใหญ่จึงพบว่าปัญหาเกิดจาก Windows Firewall บล็อคการเชื่อมต่อเดสก์ท็อประยะไกลจึงทำการแก้ไขซึ่งหลังจากนั้นก็สามารถใช้งานได้ตามที่ควรจะเป็น
Wednesday, December 25, 2013
Windows 8.1 Tip: วิธีเปิด On-Screen Keyboard เมื่อใช้แอป Remote Desktop เชื่อมต่อกับ Windows 7
บทความนี้มีทิปการเปิดใช้งานแป้นพิมพ์บนหน้าจอ (On-Screen Keyboard) ในระหว่างการรีโมทเดสก์ท็อปด้วยแอป Remote Desktop จากแท็บเล็ต Windows 8.1 (ใช้ได้กับ Windows 8 ด้วยเช่นกัน) ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทางที่เป็น Windows 7 มาฝากครับ
Monday, August 26, 2013
Tip: ปิดหรือรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ Windows 8 ผ่านทาง Remote Desktop
By dtp 11:30:00 PM
Microsoft, Operating System, Remote Desktop, Tips, Tutorials, Windows 7, Windows 8, Windows 8.1 No comments
ในการใช้งาน Windows 8 ผ่านทางเดสก์ท็อประยะไกล (Remote Desktop) นั้นเราจะไม่สามารถทำการปิดหรือรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ด้วยคำสั่ง Shut down หรือ Restart จากเมนูชาร์ม (Charms) ตามวิธีการตามปกติได้เนื่องจากเมื่อคลิกไอคอน Power จะมีแค่คำสั่ง Disconnect เท่านั้น ดังนั้นเราต้องใช้วิธีการกดปุ่ม Alt + F4 หรือคำสั่ง Shutdown.exe ตามวิธีการดังนี้
Monday, February 18, 2013
วิธีการส่ง Ctrl + Alt + Delete ไปยังคอมพิวเตอร์ปลายทางในเซสชัน Remote Desktop
มีทิปเกี่ยวกับการใช้งาน Remote Desktop มาฝากครับ - ซึ่งในระหว่างเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ระยะไกลด้วย Remote Desktop นั้นบางครั้งจำเป็นต้องเปิดหน้าต่าง Windows Security บนคอมพิวเตอร์ปลายทางเพื่อเข้าถึงคำสั่งต่างๆ เช่น เปลี่ยนรหัสผ่าน หรือเปิด Task Manager เป็นต้น อย่างไรก็ตามเราจะไม่สามารถใช้การกดปุ่ม Ctrl + Alt + Delete ได้ เนื่องจากเป็นคำสั่งสำหรับเปิดหน้าต่าง Windows Security บนเครื่องต้นทาง แต่ต้องใช้การกดปุ่ม Ctrl + Alt + End แทนตามรายละเอียดดังนี้
Thursday, February 14, 2013
ปิดหรือรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ Windows 7 ผ่านทาง Remote Desktop
By dtp 9:03:00 AM
Microsoft, Operating System, Remote Desktop, Tips, Tutorials, Windows 7 No comments
วันนี้มีทิปวิธีการปิด (Shutdown) หรือรีสตาร์ท (Restart) คอมพิวเตอร์ Windows 7 ผ่านการเชื่อมต่อระยะไกล Remote Desktop มาฝากครับ เนื่องจากในระหว่างการเชื่อมต่อเราจะไม่สามารถปิดหรือรีสตาร์ทเครื่องได้เนื่องจากไม่มีคำสั่ง Shut down และ Restart บนเมนู Start (ภาพที่ 1)
Monday, September 24, 2012
วิธีรีโมทเดสก์ท็อปจาก Windows XP ไป Windows 8
แม้ว่า Windows XP จะออกมาแล้วนานกว่า 11 ปี* แต่ถึงปัจจุบันยังมี ผู้ใช้เป็นมากเป็นอันดับที่ 2 รองจาก Windows 7 โดยไมโครซอฟท์จะยังให้การสนับสนุนทางเทคนิคแก่ผู้ใช้ Windows XP SP3 ไปถึงวันที่ 8 เมษายน 2557 ซึ่งในระหว่างนี้เรายังสามารถใช้ Windows XP ทำงานต่าง ๆ ได้โดยไม่มีปัญหา ยกเว้นการรีโมทเดสก์ท็อปไปเครื่อง Windows 8 ซึ่งจะได้รับข้อความแสดงความผิดพลาดดังภาพที่ 1
Monday, August 22, 2011
การจัดการ Remote Desktop Connections ด้วย Remote Desktops บน Windows 7
By dtp 9:55:00 PM
Microsoft, Operating System, Remote Desktop, Tips, Tutorials, Windows, Windows 7 No comments
Remote Desktops เป็นเครื่องมือแบบ Microsoft Management Console (MMC) ที่อนุญาตให้ผู้ดูแลระบบ (Administrator) สามารถจัดการการเชื่อมต่อแบบรีโมทเดสก์ท็อปกับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้หลายตัวพร้อมๆ กันจากหน้าต่างคอนโซลเพียงหน้าต่างเดียว โดย Remote Desktops นั้นจะมาพร้อมกับ Windows Server 2008 และ Windows Server 2008 R2 และอยู่ในชุดเครื่องมือ Remote Server Administration Tools (RSAT) สำหรับการใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติ Windows 7 หรือ Windows Vista
Monday, August 30, 2010
การจัดการ Remote Desktop ด้วย Remote Desktop Connection Manager (RDCMan)
บทความนี้จะเป็นวิธีการใช้งานโปรแกรม Remote Desktop Connection Manager (RDCMan) ซึ่งเป็นเครื่องมือฟรีสำหรับจัดการรีโมทเดสก์ท็อปจากไมโครซอฟท์ (ใครยังไม่มีโปรแกรมเข้าไปดาวน์โหลด ที่นี่) และสามารถอ่านรายละเอียดการดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ Remote Desktop Connection Manager (RDCMan)
โปรแกรม RDCMan รองรับ Windows XP ขึ้นไป และต้องใช้ .Net Framework 2.0 ในการทำงาน โดยหลังจากดาวน์โหลดแล้วเสร็จให้ทำการติดตั้งโดยดับเบิลคลิกไฟล์ rdcman.exe จากนั้นยอมรับข้อตกลงแล้วดำเนินการตามคำสั่งบนจอภาพจนแล้วเสร็จ ในกรณีทำการติดตั้งบน Windows 7/8/8.1 ให้คลิก Yes บนหน้า User Account Control
สำหรับวิธีการใช้งาน RDCMan มีขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนที่ 1: การตั้งค่าอ็อปชัน
ก่อนใช้งาน RDCMan ให้ทำการตั้งค่าอ็อปชันต่างๆ ตามขั้นตอนดังนี้
1. เปิดโปรแกรมโดยคลิก Start คลิก Remote Desktop Connection Manager
2. ในหน้าต่างโปรแกรม Remote Desktop Connection Manager ให้คลิก Tools จากนั้นคลิก Options
3. คลิกแท็บ Experience ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Options แล้วเลือก Connection speed เป็นค่าที่เหมาะสม ในที่นี้เลือกเป็น LAN (10 Mbps or higher) เสร็จแล้วคลิก OK
ขั้นตอนที่ 2: การสร้างไฟล์สำหรับ RDCMan Groups
ขั้นตอนที่ 2 จะเป็นการสร้างไฟล์สำหรับ RDCMan Groups (ไฟล์นามสกุล .rdg) ซึ่งเป็นไฟล์สำหรับใช้เก็บข้อมูลการตั้งค่าและเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นสมาชิก ตามขั้นตอนดังนี้
1. ในหน้าต่างโปรแกรม Remote Desktop Connection Manager ให้คลิกเมนู File แล้วเลือก New จากนั้นในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ New File ให้ป้อนที่กลุ่มที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น Windows Server 2008 R2 เป็นต้น เสร็จแล้วคลิก Save
2. ทำการสร้างกลุ่มเพิ่มตามขั้นตอนที่ 1 จนครบตามจำนวนที่ต้องการเสร็จแล้วจะได้หน้าต่างลักษณะดังรูปด้านล่าง
3. หลังจากทำการสร้างกลุ่มครบแล้วให้คลิกเมนู File แล้วเลือก Save Allg เพื่อทำการบันทึกข้อมูลทั้งหมด
ขั้นตอนที่ 3: การกำหนดคุณสมบัติของกลุ่ม
การกำหนดคุณสมบัติของกลุ่มนั้นจะมีผลกับทุกเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นสมาชิกของกลุ่ม โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. คลิกขวาบนกลุ่มที่ต้องการเสร็จแล้วคลิก Properties
2. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ File Properties ให้คลิกแท็บ Logon Credentials แล้วป้อนค่า User name และ Password หรือคลิกเช็คบ็อกซ์ Inherit from parent เพื่อใช้ค่าคอนฟิกของกลุ่ม
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้เลือกเช็คบ็อกซ์ "Store password as clear text" โดยเด็ดขาด
3. จากนั้นคลิกแท็บ Security Settings แล้วเลือกอ็อปชัน Authentication ตามความเหมาะสมหรือคลิกเช็คบ็อกซ์ Inherit from parent เพื่อใช้ค่าคอนฟิกของกลุ่ม เสร็จแล้วคลิก OK
ขั้นตอนที่ 4: การเพิ่มเซิร์ฟเวอร์เข้ากลุ่ม
การเพิ่มเซิร์ฟเวอร์เข้ากลุ่มจะช่วยให้การใช้งานสะดวกขึ้น ตัวอย่างเช่น สามารถแยกเซิร์ฟเวอร์ตามเวอร์ชันของ Windows หรือแยกตามแอคทีฟไดเร็กตอรีโดเมน (Active Directory Domian) เป็นต้น การเพิ่มเซิร์ฟเวอร์เข้ากลุ่มมีขั้นตอนดังนี้
1. คลิกขวากลุ่มที่ต้องการแล้วเลือก Add Server ในไดอะล็อกบ็อกซ์ warning ให้คลิก Yes
2. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์Add Server ในช่อง Server name ให้ป้อนชื่อเซิร์ฟเวอร์หรือหมายเลขไอพีของเซิร์ฟเวอร์ และในช่อง Desplay name ให้ใส่ชื่อที่ต้องการแสดงในหน้าโปรแกรม RDCMan เสร็จแล้วคลิก Add
หมายเหตุ: RDCMan สามารถทำการกำหนดคุณสมบัติของเซิร์ฟเวอร์แต่ละตัวได้โดยการคลิกขวาบนเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการแล้วเลือก Properties
ขั้นตอนที่ 5 : การเชื่อมต่อกับโฮสต์
หลังจากเพิ่มเซิร์ฟเเวอร์เสร็จเรียบร้อยแล้วสามารถทำการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ตามขั้ยตอนดังนี้
1. ดับเบิลคลิกหรือคลิกขวาแล้วเลือก Connect Server บนชื่อเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการเชื่อมต่อ
2. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Windows Security: Enter your cedentials ให้ป้อนรหัสผ่านของชื่อผู้ใช้ที่ต้องการเชื่อมต่อเสร็จแล้วคลิก OK
หมายเหตุ:
1. ในกรณีที่กำหนด Logon Credentials ไว้ล่วงหน้า RDCMan จะทำการล็อกออนให้โดยอัตโนมัติ
2. ในกรณีที่กำหนดค่า Security Settings เป็น Warn if authentication fails จะได้หน้าไดอะล็อกบ็อกซ์เตือนดังรูปด้านล่าง
RCDMand นั้นสามารถเชื่อมต่อโฮสต์ได้หลายตัวพร้อมกันในหน้าต่างเดียว (ดูภาพประกอบด้านล่าง) การสลับทำงานระหว่างโฮสต์แต่ละตัวทำได้โดยการคลิกเม้าส์บนชื่อโฮสต์ที่ต้องการ
ขั้นตอนที่ 5 : การจบการเชื่อมต่อ
การจบการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ทำได้โดยการคลิกขวาบนเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการแล้วเลือก Disconnect Server หรือ Log off server แล้วคลิก OK
การลบเซิร์ฟเวอร์ออกจากกลุ่ม
การลบเซิร์ฟเวอร์ออกจากกลุ่มทำได้โดยการคลิกขวาบนเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการแล้วเลือก Remove Server หรือกดปุ่ม Delete จากนั้นคลิก Yes ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ RDCMan
© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.
โปรแกรม RDCMan รองรับ Windows XP ขึ้นไป และต้องใช้ .Net Framework 2.0 ในการทำงาน โดยหลังจากดาวน์โหลดแล้วเสร็จให้ทำการติดตั้งโดยดับเบิลคลิกไฟล์ rdcman.exe จากนั้นยอมรับข้อตกลงแล้วดำเนินการตามคำสั่งบนจอภาพจนแล้วเสร็จ ในกรณีทำการติดตั้งบน Windows 7/8/8.1 ให้คลิก Yes บนหน้า User Account Control
สำหรับวิธีการใช้งาน RDCMan มีขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนที่ 1: การตั้งค่าอ็อปชัน
ก่อนใช้งาน RDCMan ให้ทำการตั้งค่าอ็อปชันต่างๆ ตามขั้นตอนดังนี้
1. เปิดโปรแกรมโดยคลิก Start คลิก Remote Desktop Connection Manager
2. ในหน้าต่างโปรแกรม Remote Desktop Connection Manager ให้คลิก Tools จากนั้นคลิก Options
3. คลิกแท็บ Experience ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Options แล้วเลือก Connection speed เป็นค่าที่เหมาะสม ในที่นี้เลือกเป็น LAN (10 Mbps or higher) เสร็จแล้วคลิก OK
ขั้นตอนที่ 2: การสร้างไฟล์สำหรับ RDCMan Groups
ขั้นตอนที่ 2 จะเป็นการสร้างไฟล์สำหรับ RDCMan Groups (ไฟล์นามสกุล .rdg) ซึ่งเป็นไฟล์สำหรับใช้เก็บข้อมูลการตั้งค่าและเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นสมาชิก ตามขั้นตอนดังนี้
1. ในหน้าต่างโปรแกรม Remote Desktop Connection Manager ให้คลิกเมนู File แล้วเลือก New จากนั้นในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ New File ให้ป้อนที่กลุ่มที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น Windows Server 2008 R2 เป็นต้น เสร็จแล้วคลิก Save
2. ทำการสร้างกลุ่มเพิ่มตามขั้นตอนที่ 1 จนครบตามจำนวนที่ต้องการเสร็จแล้วจะได้หน้าต่างลักษณะดังรูปด้านล่าง
3. หลังจากทำการสร้างกลุ่มครบแล้วให้คลิกเมนู File แล้วเลือก Save Allg เพื่อทำการบันทึกข้อมูลทั้งหมด
ขั้นตอนที่ 3: การกำหนดคุณสมบัติของกลุ่ม
การกำหนดคุณสมบัติของกลุ่มนั้นจะมีผลกับทุกเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นสมาชิกของกลุ่ม โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. คลิกขวาบนกลุ่มที่ต้องการเสร็จแล้วคลิก Properties
2. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ File Properties ให้คลิกแท็บ Logon Credentials แล้วป้อนค่า User name และ Password หรือคลิกเช็คบ็อกซ์ Inherit from parent เพื่อใช้ค่าคอนฟิกของกลุ่ม
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้เลือกเช็คบ็อกซ์ "Store password as clear text" โดยเด็ดขาด
3. จากนั้นคลิกแท็บ Security Settings แล้วเลือกอ็อปชัน Authentication ตามความเหมาะสมหรือคลิกเช็คบ็อกซ์ Inherit from parent เพื่อใช้ค่าคอนฟิกของกลุ่ม เสร็จแล้วคลิก OK
ขั้นตอนที่ 4: การเพิ่มเซิร์ฟเวอร์เข้ากลุ่ม
การเพิ่มเซิร์ฟเวอร์เข้ากลุ่มจะช่วยให้การใช้งานสะดวกขึ้น ตัวอย่างเช่น สามารถแยกเซิร์ฟเวอร์ตามเวอร์ชันของ Windows หรือแยกตามแอคทีฟไดเร็กตอรีโดเมน (Active Directory Domian) เป็นต้น การเพิ่มเซิร์ฟเวอร์เข้ากลุ่มมีขั้นตอนดังนี้
1. คลิกขวากลุ่มที่ต้องการแล้วเลือก Add Server ในไดอะล็อกบ็อกซ์ warning ให้คลิก Yes
2. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์Add Server ในช่อง Server name ให้ป้อนชื่อเซิร์ฟเวอร์หรือหมายเลขไอพีของเซิร์ฟเวอร์ และในช่อง Desplay name ให้ใส่ชื่อที่ต้องการแสดงในหน้าโปรแกรม RDCMan เสร็จแล้วคลิก Add
หมายเหตุ: RDCMan สามารถทำการกำหนดคุณสมบัติของเซิร์ฟเวอร์แต่ละตัวได้โดยการคลิกขวาบนเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการแล้วเลือก Properties
ขั้นตอนที่ 5 : การเชื่อมต่อกับโฮสต์
หลังจากเพิ่มเซิร์ฟเเวอร์เสร็จเรียบร้อยแล้วสามารถทำการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ตามขั้ยตอนดังนี้
1. ดับเบิลคลิกหรือคลิกขวาแล้วเลือก Connect Server บนชื่อเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการเชื่อมต่อ
2. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Windows Security: Enter your cedentials ให้ป้อนรหัสผ่านของชื่อผู้ใช้ที่ต้องการเชื่อมต่อเสร็จแล้วคลิก OK
หมายเหตุ:
1. ในกรณีที่กำหนด Logon Credentials ไว้ล่วงหน้า RDCMan จะทำการล็อกออนให้โดยอัตโนมัติ
2. ในกรณีที่กำหนดค่า Security Settings เป็น Warn if authentication fails จะได้หน้าไดอะล็อกบ็อกซ์เตือนดังรูปด้านล่าง
RCDMand นั้นสามารถเชื่อมต่อโฮสต์ได้หลายตัวพร้อมกันในหน้าต่างเดียว (ดูภาพประกอบด้านล่าง) การสลับทำงานระหว่างโฮสต์แต่ละตัวทำได้โดยการคลิกเม้าส์บนชื่อโฮสต์ที่ต้องการ
ขั้นตอนที่ 5 : การจบการเชื่อมต่อ
การจบการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ทำได้โดยการคลิกขวาบนเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการแล้วเลือก Disconnect Server หรือ Log off server แล้วคลิก OK
การลบเซิร์ฟเวอร์ออกจากกลุ่ม
การลบเซิร์ฟเวอร์ออกจากกลุ่มทำได้โดยการคลิกขวาบนเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการแล้วเลือก Remove Server หรือกดปุ่ม Delete จากนั้นคลิก Yes ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ RDCMan
© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.
Tuesday, August 24, 2010
โพสเตอร์แสดงการทำงานของเทคโนโลยี Remote Desktop Services ใน Windows Server 2008 R2
ไมโครซอฟท์เปิดให้ดาวน์โหลด Remote Desktop Services Component Architecture Poster ซึ่งเป็นโพสเตอร์สำหรับใช้แสดงสถาปัตยกรรมการทำงานของ Remote Desktop Services ใน Windows Server 2008 R2
Saturday, June 19, 2010
คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับการใช้งาน Remote Desktop Connection บน Windows 7
Remote Desktop Connection เป็นวิธีการทำงานที่ได้รับความนิยมมากในหมู่แอดมิน (Administrators) เนื่องจากช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการทำงาน หรือการให้บริการแก่ผู้ขอความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายท่านที่มีข้อข้องในเกี่ยวกับการใช้งาน Remote Desktop Connection บน Windows 7 วันนี้ผมจึงรวบรวม 8 คำถามที่แอดมินสงสัยหรือถามบ่อยเกี่ยวกับการใช้งาน Remote Desktop Connection บน Windows 7 มาฝากครับ
Sunday, May 30, 2010
Remote Desktop Organizer โปรแกรมช่วยจัดการรีโมทเดสก์ท็อป
ก่อนหน้านี้ผมได้แนะนำโปรแกรม RDCMan ซึ่งเป็นโปรแกรมช่วยจัดการรีโมทเดสก์ท็อป (Remote Desktop) ของไมโครซอฟท์ไปแล้ว (ใครสนใจสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ Remote Desktop Connection Manager) วันนี้มีโปรแกรมช่วยจัดการรีโมทเดสก์ท็อปอีกหนึ่งตัวมาแนะนำชื่อโปรแกรม Remote Desktop Organizer (RDO) ซึ่งเวอร์ชันปัจจุบันคือ 1.4.6 ออกเมื่อวันที่14 พฤศจิกายน 2557
Friday, May 28, 2010
ดาวน์โหลด Remote Desktop Connection Manager (RDCMan) 2.2 จากไมโครซอฟท์
มีเวอร์ชันใหม่กว่าสำหรับโปรแกรมนี้: Remote Desktop Connection Manager 2.7
สำหรับแอดมินระบบ Windows ที่ต้องใช้งานรีโมทเดสก์ท็อป (Remote Desktop) ในการจัดการเซิร์ฟเวอร์หลายตัวพร้อมๆ กันเป็นประจำ (ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น) คงจะทราบถึงปัญหาในการสลับไปมาระหว่างเซิร์ฟเวอร์แต่ละตัวเป็นอย่างดี เนื่องจากรีโมทเดสก์ท็อปแต่ละเซสชั่นจะทำงานอยู่กันคนละหน้าต่าง
สำหรับแอดมินระบบ Windows ที่ต้องใช้งานรีโมทเดสก์ท็อป (Remote Desktop) ในการจัดการเซิร์ฟเวอร์หลายตัวพร้อมๆ กันเป็นประจำ (ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น) คงจะทราบถึงปัญหาในการสลับไปมาระหว่างเซิร์ฟเวอร์แต่ละตัวเป็นอย่างดี เนื่องจากรีโมทเดสก์ท็อปแต่ละเซสชั่นจะทำงานอยู่กันคนละหน้าต่าง
Friday, September 18, 2009
Using Windows 7 Remote Desktop Connection
การใช้งาน Remote Desktop Connection บน Windows 7
ผมได้เคยโพสต์วิธีการเปิดใช้งาน Remote Desktop ใน Windows 7 ซึ่งจะเป็นการเปิดรับการรีโมทจากคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ในบทความเรื่อง Enable Remote Desktop in Windows 7 และได้แนะนำโปรแกรมไคลเอ็นต์ Remote Desktop Connection ของ Windows 7 ในบทความเรื่อง Introducing Windows 7 Remote Desktop Connection บทความนี้จะเป็นการสาธิตวิธีการใช้งานรีโมทจาก Windows 7 ไปยังวินโดวส์เวอร์ชันอื่นๆ (Windows XP, Windows Server 2003/2008 และ Windows7)
หมายเหตุ: ข้อมูลในบทความนี้จะอยู่บนพื้นฐาน Windows 7 Ultimate (RTM)
โดยการใช้งาน Remote Desktop Connection บน Windows 7 มีขั้นตอนดังนี้
1. เปิดโปรแกรม Remote Desktop ด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ดังนี้
1.1 คลิก Start คลิก All Programs คลิก Accessories แล้วคลิก Remote Desktop Connection ซึ่งจะได้หน้าต่างดังรูปที่ 1
1.2 คลิก Start พิมพ์ mstsc ในช่อง Search programs and files แล้วกด Enter หรือคลิกที่ mstsc ในรายการโปรแกรม
2. ในไดอะล็อกบ็อกซ์ Remote Desktop Connection ให้ใส่หมายเลขไอพีหรือชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องการเชื่อมต่อ เสร็จแล้วคลิกปุ่ม Connect

รูปที่ 1 Windows 7 Remote Desktop Connection
3. การทำงานของ RDC จะขึ้นอยู่กับว่าเครื่องรีโมทคอมพิวเตอร์ที่ทำการเชื่อมต่อใช้ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันไหน ดังนี้
หมายเหตุ:
1. โดยดีฟอลท์ Server authentication จะเป็น Warn me
2. การคอนฟิก Server authentication จะคอนฟิกจากแท็บ Advanced
• เครื่องรีโมทคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows XP หรือ Windows Server 2003
- Windows 7 คอนฟิก Server authentication เป็น Connect and don't warn me ก็จะทำการเชื่อมต่อโดยไม่ทำการแจ้งเตือนแต่อย่างใด
- Windows 7 คอนฟิก Server authentication เป็น Warn me โปรแกรมจะทำการจะทำการแจ้งเตือนดังรูปที่ 2 ถ้าผู้ใช้ต้องการเชื่อมต่อให้คลิก Yes

รูปที่ 2 The identity of the remote computer cannot verified. Do you want to connect anyway?
- Windows 7 คอนฟิก Server authentication เป็น Do not connect จะไม่สามารถทำการเชื่อมต่อกับระบบ Windows XP และ Windows Server 2003 ได้ ซึ่งโปรแกรมจะแจ้งข้อผิดพลาดดังรูปที่ 3

รูปที่ 3 Your remote desktop connection failed because the remote computer cannot authenticated.
• เครื่องรีโมทคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Vista หรือ Windows Server 2008 ที่ตั้งค่า Remote Desktop เป็นระดับ Allow connections from computers running Remote Desktop with Network Level Authentication (more secure)
- Windows 7 คอนฟิกของ Server authentication เป็น Connect and don't warn me
สามารถใช้เชื่อมต่อได้ โดยไม่ทำการแจ้งเตือนแต่อย่างใด
- Windows 7 คอนฟิกของ Server authentication เป็น Warn me สามารถใช้เชื่อมต่อได้ โปรแกรมจะทำการจะทำการแจ้งเตือนดังรูปที่ 4 ถ้าผู้ใช้ต้องการเชื่อมต่อให้คลิก Yes

รูปที่ 4 The identity of the remote computer cannot verified. Do you want to connect anyway?
- Windows 7 คอนฟิก Server authentication เป็น Do not connect จะไม่สามารถเชื่อมต่อได้ โดยโปรแกรมจะทำการแจ้งเตือนดังรูปที่ 5

รูปที่ 5 Your remote desktop connection failed because the remote computer cannot be authenticated
• เครื่องรีโมทคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Vista หรือ Windows Server 2008 ที่ตั้งค่า Remote Desktop เป็นระดับ Allow connections from computers running any version of Remote Desktop (less secure)
- Windows 7 คอนฟิกของ Server authentication จะเป็น Connect and don't warn me
สามารถใช้เชื่อมต่อได้ โดยไม่ทำการแจ้งเตือนแต่อย่างใด
- Windows 7 คอนฟิกของ Server authentication จะเป็น Warn me โปรแกรมจะทำการแจ้งเตือนดังรูปที่ 4 ด้านบน ถ้าผู้ใช้ต้องการเชื่อมต่อให้คลิก Yes
- Windows 7 คอนฟิก Server authentication เป็น Do not connect จะไม่สามารถเชื่อมต่อได้ โดยโปรแกรมจะทำการแจ้งเตือนดังรูปที่ 5 ด้านบน
4. ในกรณีที่เชื่อมต่อกับเครื่องรีโมทคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows XP หรือ Windows Server 2003 ในหน้า Log On to Windows (รูปที่ 8) ให้ป้อน User name และ Password (ที่มีสิทธิ์ใช้งานแบบรีโมท) เสร็จแล้วคลิก OK เพื่อทำการล็อกออน

รูปที่ 8 Windows Security
กรณีการเชื่อมต่อกับเครื่องรีโมทคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows Vista หรือ Windows Server 2008 ในไดอะล็อกบ็อกซ์ Windows Security ดังรูปที่ 9 ให้ใส่ User name และ Password เสร็จแล้วคลิก OK เพื่อทำการล็อกออน

รูปที่ 9 Windows Security
5. หลังจากล็อกออนเสร็จแล้วสามารถใช้งานต่างๆ ได้เสมือนนั่งทำงานหน้าเครื่อง และเมื่อใช้งานเสร็จแล้วให้ทำการ Log Off ทุกครั้ง
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog
© 2009 TWA Blog. All Rights Reserved.
ผมได้เคยโพสต์วิธีการเปิดใช้งาน Remote Desktop ใน Windows 7 ซึ่งจะเป็นการเปิดรับการรีโมทจากคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ในบทความเรื่อง Enable Remote Desktop in Windows 7 และได้แนะนำโปรแกรมไคลเอ็นต์ Remote Desktop Connection ของ Windows 7 ในบทความเรื่อง Introducing Windows 7 Remote Desktop Connection บทความนี้จะเป็นการสาธิตวิธีการใช้งานรีโมทจาก Windows 7 ไปยังวินโดวส์เวอร์ชันอื่นๆ (Windows XP, Windows Server 2003/2008 และ Windows7)
หมายเหตุ: ข้อมูลในบทความนี้จะอยู่บนพื้นฐาน Windows 7 Ultimate (RTM)
โดยการใช้งาน Remote Desktop Connection บน Windows 7 มีขั้นตอนดังนี้
1. เปิดโปรแกรม Remote Desktop ด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ดังนี้
1.1 คลิก Start คลิก All Programs คลิก Accessories แล้วคลิก Remote Desktop Connection ซึ่งจะได้หน้าต่างดังรูปที่ 1
1.2 คลิก Start พิมพ์ mstsc ในช่อง Search programs and files แล้วกด Enter หรือคลิกที่ mstsc ในรายการโปรแกรม
2. ในไดอะล็อกบ็อกซ์ Remote Desktop Connection ให้ใส่หมายเลขไอพีหรือชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องการเชื่อมต่อ เสร็จแล้วคลิกปุ่ม Connect
รูปที่ 1 Windows 7 Remote Desktop Connection
3. การทำงานของ RDC จะขึ้นอยู่กับว่าเครื่องรีโมทคอมพิวเตอร์ที่ทำการเชื่อมต่อใช้ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันไหน ดังนี้
หมายเหตุ:
1. โดยดีฟอลท์ Server authentication จะเป็น Warn me
2. การคอนฟิก Server authentication จะคอนฟิกจากแท็บ Advanced
• เครื่องรีโมทคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows XP หรือ Windows Server 2003
- Windows 7 คอนฟิก Server authentication เป็น Connect and don't warn me ก็จะทำการเชื่อมต่อโดยไม่ทำการแจ้งเตือนแต่อย่างใด
- Windows 7 คอนฟิก Server authentication เป็น Warn me โปรแกรมจะทำการจะทำการแจ้งเตือนดังรูปที่ 2 ถ้าผู้ใช้ต้องการเชื่อมต่อให้คลิก Yes

รูปที่ 2 The identity of the remote computer cannot verified. Do you want to connect anyway?
- Windows 7 คอนฟิก Server authentication เป็น Do not connect จะไม่สามารถทำการเชื่อมต่อกับระบบ Windows XP และ Windows Server 2003 ได้ ซึ่งโปรแกรมจะแจ้งข้อผิดพลาดดังรูปที่ 3

รูปที่ 3 Your remote desktop connection failed because the remote computer cannot authenticated.
• เครื่องรีโมทคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Vista หรือ Windows Server 2008 ที่ตั้งค่า Remote Desktop เป็นระดับ Allow connections from computers running Remote Desktop with Network Level Authentication (more secure)
- Windows 7 คอนฟิกของ Server authentication เป็น Connect and don't warn me
สามารถใช้เชื่อมต่อได้ โดยไม่ทำการแจ้งเตือนแต่อย่างใด
- Windows 7 คอนฟิกของ Server authentication เป็น Warn me สามารถใช้เชื่อมต่อได้ โปรแกรมจะทำการจะทำการแจ้งเตือนดังรูปที่ 4 ถ้าผู้ใช้ต้องการเชื่อมต่อให้คลิก Yes

รูปที่ 4 The identity of the remote computer cannot verified. Do you want to connect anyway?
- Windows 7 คอนฟิก Server authentication เป็น Do not connect จะไม่สามารถเชื่อมต่อได้ โดยโปรแกรมจะทำการแจ้งเตือนดังรูปที่ 5

รูปที่ 5 Your remote desktop connection failed because the remote computer cannot be authenticated
• เครื่องรีโมทคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Vista หรือ Windows Server 2008 ที่ตั้งค่า Remote Desktop เป็นระดับ Allow connections from computers running any version of Remote Desktop (less secure)
- Windows 7 คอนฟิกของ Server authentication จะเป็น Connect and don't warn me
สามารถใช้เชื่อมต่อได้ โดยไม่ทำการแจ้งเตือนแต่อย่างใด
- Windows 7 คอนฟิกของ Server authentication จะเป็น Warn me โปรแกรมจะทำการแจ้งเตือนดังรูปที่ 4 ด้านบน ถ้าผู้ใช้ต้องการเชื่อมต่อให้คลิก Yes
- Windows 7 คอนฟิก Server authentication เป็น Do not connect จะไม่สามารถเชื่อมต่อได้ โดยโปรแกรมจะทำการแจ้งเตือนดังรูปที่ 5 ด้านบน
4. ในกรณีที่เชื่อมต่อกับเครื่องรีโมทคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows XP หรือ Windows Server 2003 ในหน้า Log On to Windows (รูปที่ 8) ให้ป้อน User name และ Password (ที่มีสิทธิ์ใช้งานแบบรีโมท) เสร็จแล้วคลิก OK เพื่อทำการล็อกออน

รูปที่ 8 Windows Security
กรณีการเชื่อมต่อกับเครื่องรีโมทคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows Vista หรือ Windows Server 2008 ในไดอะล็อกบ็อกซ์ Windows Security ดังรูปที่ 9 ให้ใส่ User name และ Password เสร็จแล้วคลิก OK เพื่อทำการล็อกออน

รูปที่ 9 Windows Security
5. หลังจากล็อกออนเสร็จแล้วสามารถใช้งานต่างๆ ได้เสมือนนั่งทำงานหน้าเครื่อง และเมื่อใช้งานเสร็จแล้วให้ทำการ Log Off ทุกครั้ง
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog
© 2009 TWA Blog. All Rights Reserved.
Thursday, September 17, 2009
แนะนำไคลเอ็นต์ Remote Desktop บน Windows 7
By dtp 10:12:00 AM
Microsoft, Operating System, Remote Desktop, Tips, Tutorials, Windows 7 No comments
ผมได้เคยโพสต์วิธีการเปิดใช้งาน Remote Desktop ใน Windows 7 ซึ่งจะเป็นการเปิดรับการรีโมทจากคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ในบทความเรื่อง Enable Remote Desktop in Windows 7 สำหรับบทความนี้จะเป็นการแนะนำโปรแกรมไคลเอ็นต์ Remote Desktop ของ Windows 7 ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับใช้ทำการรีโมทไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ พร้อมรายละเอียดการคอนฟิกครับ
Monday, September 14, 2009
การรีโมทเดสก์ทอปแบบ More secure จาก Windows XP ไป Windows 7
By dtp 7:42:00 AM
Operating System, Remote Desktop, Tips, Tutorials, Windows 7, Windows XP 1 comment
การใช้งาน Windows 7 ร่วมกับ Windows XP นั้น เมื่อทำการ Remote Desktop จาก Windows XP ไปยัง Window 7 ที่คอนฟิก Remote Desktop เป็นระดับ Allow connections from computers running Remote Desktop with Network Level Authentication (more secure) ตามปกติแล้วจะไม่สามารถทำการเชื่อมต่อได้ โดยจะได้รับข้อความแสดงความผิดพลาดดังรูปที่ 1
Sunday, September 13, 2009
การเปิดใช้งาน Remote Desktop ใน Windows 7
By dtp 4:28:00 PM
Microsoft, Operating System, Remote Desktop, Tips, Tutorials, Windows 7 2 comments
สำหรับท่านที่เป็นผู้ดูแลระบบ Windows คงจะคุ้นเคยกับการใช้งาน Remote Desktop ในการบริหารจัดการเครื่องคอมพิวเตอร์จากระยะไกลเป็นอย่างดี โดยฟีเจอร์ Remote Desktop นั้นมีใช้งานตั้งแต่ Windows 2000 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม Remote Desktop จะไม่ถูกเปิดใช้งานโดยดีฟอลท์ หากต้องการใช้งานจะต้องทำการเปิดใช้งานด้วยตนเอง
Monday, July 13, 2009
UltraVNC 1.0.6.4
UltraVNC 1.0.6.4 โปรแกรม Remote Desktop แบบฟรีแวร์
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog
UltraVNC เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์จากระยะไกล นอกจากการใช้งาน Remote Desktop ของไมโครซอฟท์ UltraVNC เป็นฟรีแวร์ภายใต้ไลเซนส์แบบ GNU
UltraVNC นอกจากสามารถใช้เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์จากระยะไกล โดยสามารถใช้เม้าส์และคีย์บอร์ดในการควบคุมเครื่องรีโมทคอมพิวเตอร์ในลักษณะยูสเซอร์ซัพพอร์ตโดยที่ไม่ต้องเดินไปยังเครื่องของยูสเซอร์ นอกจากนี้ UltraVNC ยังสามารถทำการแสดงหน้าจอของคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นผ่านทางเครือข่ายรวมถึงอินเทอร์เน็ตได้อีกด้วย และมีโปรแกรม addons อย่าง SingleClick ซึ่งช่วยให้การติดตั้งทำได้ง่ายขึ้น
UltraVNC สามารถใช้งานในลักษณะต่างๆ ดังนี้
- Help desk (Internal & External)
- IT departments
- Remote Computer Support companies
- Remote Computer Access
- Remote demonstration
- eLearning, classroom control
- Individuals
รายละเอียดโปรแกรมและการดาวน์โหลด UltraVNC
เวอร์ชันล่าสุด: 1.0.6.4
วันที่ออก: 10/7/2009
ไลเซนส์: GNU
ดาวน์โหลดลิงค์: http://www.uvnc.com/download/
ฟีเจอร์ของ UltraVNC
ฟีเจอร์หลักๆ ของ UltraVNC มีดังนี้
- File transfer
- Video driver
- Optional Encryption Plugins
- MS Logon
- Text chat
- Viewer Toolbar
- Java Viewer with File Transfer
- Auto scaling และ Server Side Scaling
- Multiple-Monitors-support
- Repeater/Proxy-support
- Auto reconnection
- นอกจากนี้ยังมีเพอฟอร์แมนต์ที่ดีและฟังก์ชันต่างๆ อีกมากมาย
โปรแกรม Addons ของ UltraVNC
- Repeater
- SingleClick generator
- NATtoNAT connectors
ความต้องการระบบของ UltraVNC
UltraVNC จะมี Java Viewer ในตัว และสามารถทำงานได้บนระบบปฏิบัติการ: Windows 95, 98, Me, NT4, 2000, XP, 2003 และ Vista โดย Java Viewer จะช่วยให้สามารถเชื่อมต่อและถ่ายโอนไฟล์จาก UltraVNC server กับระบบปฏิบัติการที่รองรับ Java (Linux, Mac OS และอื่นๆ) โดยใช้เว็บบราวเซอร์
การปรับปรุงใน UltraVNC 1.0.6.4
- แก้ไขปัญหาการทำงานของระบบ Gui
- แก้ไขปัญหาการทำงานของระบบ FT
การปรับปรุงใน UltraVNC เวอร์ชันก่อนหน้า 1.0.6.4
การปรับปรุงใน Viewer:
- แก้ไขปัญหา Gui lock เมื่อทำการรีคอนเน็คท์
- ทำการลบ flasher ( unused code )
- แก้ไขปัญหา Rab order ในหน้าไดอะล็อกซ์
- แก้ไขปัญหาการแครชเมื่อออกจากระบบ
- แก้ไขปัญหาการปรับขนาดของเคอเซอร์Cursor with scaling fixed
การปรับปรุงใน Server:
- แก้ไขปัญหาการโหลด video driver และ xp64
- แก้ไขปัญหาการไม่สามารถบันทึกตั้งค่า เมื่อ tempfile ถูกป้องกันการแก้ไข
- เพิ่ม messagebox uncheck สำหรับ runas เมื่อไฟล์ ultravnc.ini ถูกป้องกันแก้ไข
- เพิ่ม sc_prompt ในคอมมานด์ไลน์อ็อปชัน
- เพิ่ม sc_exit ในคอมมานด์ไลน์อ็อปชัน
- ลบการเก็บล็อกบางส่วน เพื่อลดการจัดข้อมูลให้เหมาะสม
- แก้ไขปัญหาการล็อก เมื่อทำการสลับยูสเซอร์แบบเร็ว (fast user switching) ระหว่าง winlogon และ desktop
- เพิ่มค่าแบ็คไทม์เอ้าต์
- เปลี่ยนเอนจินของการอัพเดทหน้าจอใหม่
- ย้ายเอนจินการอัพเดทไปอยู่ในไฟล์ cpp เฉพาะ
- แก้ไขปัญหาการจัดเรียงแท็บ
- แก้ไขปัญหามอนิเตอร์แครชเมื่อทำการสลับมอนิเตอร์ ในกรณีที่มินิเตอร์ตัวที่สองมีขนาดใหญ่กวา
- เพิ่มการตั้งค่า maxcpu

รูปที่ 1 UltraVNC Toolbar

รูปที่ 2 UltraVNC Viewer
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
• โฮมเพจ UltraVNC.com
© 2009 TWAB. All Rights Reserved.
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog
UltraVNC เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์จากระยะไกล นอกจากการใช้งาน Remote Desktop ของไมโครซอฟท์ UltraVNC เป็นฟรีแวร์ภายใต้ไลเซนส์แบบ GNU
UltraVNC นอกจากสามารถใช้เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์จากระยะไกล โดยสามารถใช้เม้าส์และคีย์บอร์ดในการควบคุมเครื่องรีโมทคอมพิวเตอร์ในลักษณะยูสเซอร์ซัพพอร์ตโดยที่ไม่ต้องเดินไปยังเครื่องของยูสเซอร์ นอกจากนี้ UltraVNC ยังสามารถทำการแสดงหน้าจอของคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นผ่านทางเครือข่ายรวมถึงอินเทอร์เน็ตได้อีกด้วย และมีโปรแกรม addons อย่าง SingleClick ซึ่งช่วยให้การติดตั้งทำได้ง่ายขึ้น
UltraVNC สามารถใช้งานในลักษณะต่างๆ ดังนี้
- Help desk (Internal & External)
- IT departments
- Remote Computer Support companies
- Remote Computer Access
- Remote demonstration
- eLearning, classroom control
- Individuals
รายละเอียดโปรแกรมและการดาวน์โหลด UltraVNC
เวอร์ชันล่าสุด: 1.0.6.4
วันที่ออก: 10/7/2009
ไลเซนส์: GNU
ดาวน์โหลดลิงค์: http://www.uvnc.com/download/
ฟีเจอร์ของ UltraVNC
ฟีเจอร์หลักๆ ของ UltraVNC มีดังนี้
- File transfer
- Video driver
- Optional Encryption Plugins
- MS Logon
- Text chat
- Viewer Toolbar
- Java Viewer with File Transfer
- Auto scaling และ Server Side Scaling
- Multiple-Monitors-support
- Repeater/Proxy-support
- Auto reconnection
- นอกจากนี้ยังมีเพอฟอร์แมนต์ที่ดีและฟังก์ชันต่างๆ อีกมากมาย
โปรแกรม Addons ของ UltraVNC
- Repeater
- SingleClick generator
- NATtoNAT connectors
ความต้องการระบบของ UltraVNC
UltraVNC จะมี Java Viewer ในตัว และสามารถทำงานได้บนระบบปฏิบัติการ: Windows 95, 98, Me, NT4, 2000, XP, 2003 และ Vista โดย Java Viewer จะช่วยให้สามารถเชื่อมต่อและถ่ายโอนไฟล์จาก UltraVNC server กับระบบปฏิบัติการที่รองรับ Java (Linux, Mac OS และอื่นๆ) โดยใช้เว็บบราวเซอร์
การปรับปรุงใน UltraVNC 1.0.6.4
- แก้ไขปัญหาการทำงานของระบบ Gui
- แก้ไขปัญหาการทำงานของระบบ FT
การปรับปรุงใน UltraVNC เวอร์ชันก่อนหน้า 1.0.6.4
การปรับปรุงใน Viewer:
- แก้ไขปัญหา Gui lock เมื่อทำการรีคอนเน็คท์
- ทำการลบ flasher ( unused code )
- แก้ไขปัญหา Rab order ในหน้าไดอะล็อกซ์
- แก้ไขปัญหาการแครชเมื่อออกจากระบบ
- แก้ไขปัญหาการปรับขนาดของเคอเซอร์Cursor with scaling fixed
การปรับปรุงใน Server:
- แก้ไขปัญหาการโหลด video driver และ xp64
- แก้ไขปัญหาการไม่สามารถบันทึกตั้งค่า เมื่อ tempfile ถูกป้องกันการแก้ไข
- เพิ่ม messagebox uncheck สำหรับ runas เมื่อไฟล์ ultravnc.ini ถูกป้องกันแก้ไข
- เพิ่ม sc_prompt ในคอมมานด์ไลน์อ็อปชัน
- เพิ่ม sc_exit ในคอมมานด์ไลน์อ็อปชัน
- ลบการเก็บล็อกบางส่วน เพื่อลดการจัดข้อมูลให้เหมาะสม
- แก้ไขปัญหาการล็อก เมื่อทำการสลับยูสเซอร์แบบเร็ว (fast user switching) ระหว่าง winlogon และ desktop
- เพิ่มค่าแบ็คไทม์เอ้าต์
- เปลี่ยนเอนจินของการอัพเดทหน้าจอใหม่
- ย้ายเอนจินการอัพเดทไปอยู่ในไฟล์ cpp เฉพาะ
- แก้ไขปัญหาการจัดเรียงแท็บ
- แก้ไขปัญหามอนิเตอร์แครชเมื่อทำการสลับมอนิเตอร์ ในกรณีที่มินิเตอร์ตัวที่สองมีขนาดใหญ่กวา
- เพิ่มการตั้งค่า maxcpu

รูปที่ 1 UltraVNC Toolbar

รูปที่ 2 UltraVNC Viewer
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
• โฮมเพจ UltraVNC.com
© 2009 TWAB. All Rights Reserved.
Monday, March 2, 2009
ไม่สามารถ Remote Desktop ไปยัง Windows XP SP3 ที่ติดตั้ง .Net 3.0 ได้
ไม่สามารถเชื่อมต่อกับเครื่อง Windows XP SP3 ที่ติดตั้ง Microsoft .Net Framework 3.0 โดยใช้ แบบ Remote Desktop ได้
สำหรับผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows XP Service Pack 3 และเปิดใช้งาน Remote Desktop เพื่อการทำงานจะระยะไกล หลังจากทำการติดตั้ง Microsoft .Net Framework 3.0 หรือ 3.5 ผู้ใช้จะประสบกับปัญหาไม่สามารถเชื่อมต่อแบบ Remote Desktop ไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องดังกล่าวได้ โดยที่ระบบไม่ได้แสดงข้อความผิดพลาดใดๆ ปัญหานี้ยังคงเกิดขึ้นถึงแม้ว่าจะทำการปิด Windows Firewall และโปรแกรมด้านความปลอดภัยทั้งหมดแล้วก็ตาม และมีผลกับการใช้งานทั้งในสภาพแวดล้อมทั้งแบบ Workgroup และ Domain (Active Directory Domain Services)
สำหรับสาเหตุของปัญหาดังกล่าวนี้ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากอะไร สำหรับวิธีการแก้ไขทำได้โดยการยกเลิกการติดตั้ง Microsoft .Net Framework 3.0 ซึ่งหลังจากยกเลิกการติดตั้งเสร็จแล้วจะสามารถใช้งาน Remote Desktop ได้ตามปกติ
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog
Copyright © 2009 All Rights Reserved.
สำหรับผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows XP Service Pack 3 และเปิดใช้งาน Remote Desktop เพื่อการทำงานจะระยะไกล หลังจากทำการติดตั้ง Microsoft .Net Framework 3.0 หรือ 3.5 ผู้ใช้จะประสบกับปัญหาไม่สามารถเชื่อมต่อแบบ Remote Desktop ไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องดังกล่าวได้ โดยที่ระบบไม่ได้แสดงข้อความผิดพลาดใดๆ ปัญหานี้ยังคงเกิดขึ้นถึงแม้ว่าจะทำการปิด Windows Firewall และโปรแกรมด้านความปลอดภัยทั้งหมดแล้วก็ตาม และมีผลกับการใช้งานทั้งในสภาพแวดล้อมทั้งแบบ Workgroup และ Domain (Active Directory Domain Services)
สำหรับสาเหตุของปัญหาดังกล่าวนี้ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากอะไร สำหรับวิธีการแก้ไขทำได้โดยการยกเลิกการติดตั้ง Microsoft .Net Framework 3.0 ซึ่งหลังจากยกเลิกการติดตั้งเสร็จแล้วจะสามารถใช้งาน Remote Desktop ได้ตามปกติ
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog
Copyright © 2009 All Rights Reserved.


















