Showing posts with label Misc. Show all posts
Showing posts with label Misc. Show all posts

Tuesday, April 15, 2014

ลูกค้า Volume License ดาวน์โหลดอิมเมจ Windows 8.1 Update (ISO) ได้แล้ว

ไมโครซอฟท์ออก Windows 8.1 Update, Windows Embedded 8.1 Industry Update และ Windows Server 2012 R2 Update ในรูปแบบไฟล์อิมเมจไอเอสโอให้แก่ลูกค้าองค์กรที่ซื้อซอฟต์แวร์แบบ Volume License (VL) พร้อมไลเซนส์ Software Assurance (SA) แล้วเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2557 ตามเวลาในสหรัฐอเมริกา

Tuesday, January 25, 2011

Unboxing the Microsoft Arc Touch Mouse

แกะกล่อง Microsoft Arc Touch Mouse
มีคลิปวิดีโอสาธิตการแกะกล่องและการเซ็ตอัพ Microsoft Arc Touch Mouse ซึ่งเป็นเม้าส์ไร้สายระบบสัมผัสสำหรับรองรับระบบอินเทอร์เฟช์แบบ Natural User Interface (NUI) รุ่นใหม่ล่าสุดของไมโครซอฟท์ มาฝากครับ


Microsoft Arc Touch Mouse เม้าส์ระบบสัมผัสรุ่นใหม่ล่าสุดของไมโครซอฟท์นั้นเป็นเม้าส์ที่ได้รับการออกแบบมาให้เหมาะทั้งการใช้งานในบ้านและการใช้งานแบบเคลื่อนที่ มีการใช้นวัตกรรมการรับ-ส่งด้วยเทคโนโลยีไร้สายความถี่ 2.4 GHz ใช้ทรานซีฟเวอร์แบบ Ultra-compact Nano-transceiver มีฟังก์ชันการสกรอลล์ระบบสัมผัส (Touch-scrolling) แบบใหม่ มีการทำงานที่เที่ยงตรงและแม่นยำด้วยเทคโนโลยี BlueTrack พร้อมตัวแสดงระดับแบตเตอรี่และข้อมูลต่างๆ

Microsoft Arc Touch Mouse ออกแบบสำหรับการทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่รันระบบปฏิบัติการ Windows 7 รวมถึงเวอร์ชันก่อนหน้าอย่าง Windows Vista และ Windows XP โดยมีราคาจำหน่ายที่ $69.95 (ประมาณ 2,150 บาท) รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้จากเว็บไซต์ Microsoft Arc™ Touch Mouse

คุณลักษณะเด่นของ Microsoft Arc Touch Mouse
Microsoft Arc Touch Mouse มีคุณลักษณะเด่นหลายอย่าง ดังนี้
• Microsoft Arc Touch Mouse ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงทั้งความสวยงามและฟังก์ชันการใช้งาน โดยสามารถปรับรูปร่างให้โค้งเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานบนโต๊ะ หรือปรับรูปร่างให้ตรงเพื่อให้ง่ายต่อการพกพาในขณะเดินทาง
• ใช้การรับส่งด้วยเทคโนโลยีไร้สาย 2.4 GHz ทำให้การเชื่อมต่อมีความน่าเชื่อถือสูง มีไฟแสดงระดับแบตเตอรี่ และใช้ทรานส์ซีฟเวอร์แบบ Ultra-compact Nano-transceiver
• ใช้เทคโนโลยี BlueTrack ซึ่งมีการทำงานที่เที่ยงตรงและแม่นยำในสภาพพื้นผิวทุกรูปแบบ
• ฟังก์ชันการสกรอลล์ระบบสัมผัส (Touch Scrolling) ทำให้ใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส มีพื้นที่เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ทำให้สามารถสกรอลล์ได้เร็วในกรณีที่เปิดเอกสารหรือเว็บไซต์ที่มีขนาดใหญ่หรือยาวมากๆ
• ตัวเม้าส์ได้รับการออกแบบให้ใช้งานได้สะดวกทั้งผู้ที่ถนัดซ้ายหรือถนัดขวา ตัวเม้าส์ทำจากวัสดุโลหะผสมแบบพื้นผิวมัน ส่วนมือจับทำจากวัสดุยางคุณภาพสูง

ทั้งนี้ Microsoft Arc Touch Mouse นั้นนอกจากมีจุดเด่นในการดีไซน์และนวัตกรรมแล้ว ในส่วนของการแพ็กเกจนั้นยังได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงการรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ทำมาจากกากอ้อย และขวดน้ำที่ผ่านการรีไซเคิลอีกด้วย

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ไมโครซอฟท์ออกมายืนยัน Microsoft Arc Touch Mouse อย่างเป็นทางการ

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.

Tuesday, May 11, 2010

Twitter confirms auto-follow bug


Twitter ยืนยันพบบั๊ก auto-follow ซึ่งสามารถบังคับให้ผู้ใช้ทวิตเตอร์ติดตามตนเองได้
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

สืบเนื่องจากมีรายงานว่ามีการพบบั๊ก (Bug) ที่เรียกกันว่า auto-follow ซึ่งทำให้สามารถบังคับผู้ใช้ให้ติดตาม (Following) ผู้ใช้คนอื่นได้ในทวิตเตอร์ (Twitter) เว็บไซต์บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Networking) ชื่อดัง ล่าสุดทางทวิตเตอร์ได้ออกมายืนยันปัญหาดังกล่าวนี้อย่างเป็นทางการแล้ว

โดย Sean Garrett โฆษกของทวิตเตอร์ได้ออกมาแถลงว่า ข่าวการพบบั๊ก auto-follow ในทวิตเตอร์เป็นเรื่องจริงและทางทวิตเตอร์กำลังดำเนินการแก้ไขอย่างเร่ิงด่วน และทวิตเตอร์หวังว่าจะทราบข้อมูลรายละเอียดของบั๊กดังกล่าวนี้มากขึ้นหลังจากทำการแก้ไขปัญหาแล้วเสร็จ

ปัจจุบัน ยังไม่มีการยืนยันอย่างชัดเจนว่าบั๊ก auto-follow นั้นเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่และส่งผลกระทบระดับไหน หรือสามารถทำให้ผู้ใช้ทวิตเตอร์สามารถเข้าถึงเนื้อหาการทวีตของผู้ใช้ทวิตเตอร์แบบ "protected" ได้หรือไม่

สำหรับบั๊ก auto-follow นี้ถูกค้นพบโดยบล็อกในประเทศตุรกี ต่อมาด้วยบล็อก Webrazzi ได้ทำทดสอบบั๊กดังกล่าวนี้และประสบความสำเร็จในการบังคับแอคเคาต์ทวิตเตอร์ของคนดังหลายๆ คน ตัวอย่างเช่น Mark Zuckerberg ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง Facebook และ Evan Williams ซึ่งเป็นซีอีโอ (CEO) ของทวิตเตอร์เองให้ติดตามแอคเคาต์ที่ไม่มีชื่อเสียง

ทั้งนี้ ช่องโหว่ความปลอดภัย auto-follow ที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ใช้ทวิตเตอร์สามารถทำการเพิ่มผู้ติดตาม (followers) ให้กับแอคเคาต์ของตนเองได้ง่ายๆ เพียงแค่ทำการทวีตคำว่า เข้า "accept" ตามด้วยเครื่องหมาย "@" และชื่อแอคเคาต์ทวิตเตอร์

Update at 9:53 a.m. PDT:
เว็บไซต์ Gizmodo ได้ยืนยันว่าบั๊ก auto-follow จะมีผลในการใช้งานทวิตเตอร์ผ่านทางเว็บ (Web interface) เท่านั้นโดยไม่มีผลกับแอพพลิเคชันแบบเธิร์ดพาร์ตี้ (third-party) นั้น

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Twitter blog
Cnet

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Saturday, April 24, 2010

McAfee false positive detection solution

วิธีการแก้ไขปัญหาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ได้รับผลกระทบจาก false positive detection จากโปรแกรม Antivirus ของ McAfee
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

สืบเนื่องจากความผิดพลาดในไฟล์ไวรัสเดฟินิชัน DAT v.5958 ที่ McAfee ออกเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2553 ส่งผลให้เกิด false positive detection ในการทำงานของ Antivirus ของ McAfee โดยโปรแกรมจะเข้าใจผิดว่าโปรเซสที่รันภายใต้ svchost.exe (ซึ่งเป็นไฟล์ระบบของวินโดวส์) เป็นไวรัส w32/wecorl.a จึงทำการกักกันหรือลบโปรเซสของไฟล์ Svchost.exe ทำให้เกิดปัญหาวินโดวส์ขึ้นจอฟ้าหรือ Blue Screens of Death (BSoD) และชัทดาวน์โดยอัตโนมัติ ซึ่ง McAfee ได้ออกวิธีการแก้ไขสำหรับสำหรับผู้ใช้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ได้รับผลกระทบ 2 วิธีดังนี้

หมายเหตุ: วิธีการทั้ง 2 วิธีการนี้มีขั้นตอนที่ซับซ้อนและมีหลายขั้นตอน จึงเหมาะสำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่มีทักษะเท่านั้น

วิธีที่ 1 การแก้ไขครื่องคอมพิวเตอร์ที่ได้รับผลกระทบโดยใช้เครื่องมือ SuperDAT
แก้ไขโดยใช้เครื่องมือ SuperDAT ทำการรีสโตร์ไฟล์ svchost.exe บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ได้รับผลกระทบ โดยเครื่องมือ SuperDAT นั้นจะทำการยับยั้งไม่ให้เกิดปัญหา false positive detection ด้วยการแอพพลายไฟล์ Extra.dat ในโฟลเดอร์ c:\program files\commonfiles\mcafee\engine จากนั้นจะทำการรีสโตร์ไฟล์ svchost.exe จากตำแหน่ง %SYSTEM_DIR%\dllcache\svchost.exe เป็นที่แรก หากไม่มีไฟล์ svchost.exe ในตำแหน่งดังกล่าวก็จะทำการรีสโตร์ไฟล์จาก %WINDOWS%\servicepackfiles\i386\svchost.exe และ Quarantine ตามลำดับ

ทั้งนี้ หลังจากทำการรันเครื่องมือ SuperDAT เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องทำการรีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีผล

ขั้นตอนการใช้งานเครื่องมือ SuperDAT
1. บนเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถใช้งานได้ตามปกติและสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ ให้ทำการดาวน์โหลด Download SuperDAT (v1.6 MD5=17ebe5d78e1c5a1bc20e61f7b8e93a8c) โดยให้เก็บไว้ในสื่อเก็บข้อมูลแบบพกพาแบบ USB หรือ CD-ROM เพื่อความสะดวกในการใช้งาน
2. ทำการต่อสื่อเก็บข้อมูลแบบพกพา (จากขั้นตอนที่ 1) เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ได้รับผลกระทบเพื่อทำการรัน SuperDAT

หมายเหตุ: ในกรณีที่ไม่สามารถบูทวินโดวส์เข้าโหมดปกติ (Normal Mode) ให้ทำการรีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์เข้า Safe Mode โดยการกดปุ่ม F8 ก่อนที่จะปรากฏหน้าจอ Windows splash

3. ทำการรันเครื่องมือ SuperDAT แล้วรอจนการทำงานแล้วเสร็จ
4. เครื่องคอมพิวเตอร์เข้าโหมดปกติ (Normal Mode)
5. ทำการล็อกออนเข้าระบบวินโดวส์จากนั้นให้ทำการอัพเดทไวรัสเดฟินิชันเป็น DAT 5959 หรือใหม่กว่าโดยใช้ product update

วิธีที่ 2 การป้องกันปัญหาบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีความเสี่ยงโดยใช้ EXTRA.DAT
วิธีการป้องกันปัญหาบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีความเสี่ยงโดยใช้ EXTRA.DAT ทำการยับยั้งการเกิด false positive detection สำหรับการใช้ EXTRA.DAT ทำการแก้ไขเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ประสบปัญหานั้นจะต้องทำใน Safe Mode และจะต้องทำการรีสโตร์ไฟล์ svchost.exe จากโฟลเดอร์ Quarantine แบบแมนนวล

หมายเหตุ: ก่อนการแอพพลาย EXTRA.DAT บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ประสบปัญหา จะต้องปิดการทำงาน Access Protection ตามขั้นตอนดังนี้
1: คลิก Start คลิก Programs คลิก McAfee จากนั้นคลิก VirusScan Console
2: ในหน้า VirusScan Console ให้คลิกขวา "Access Protection"
3: จากนั้นเลือก "Disable" จากเมนูคอนเท็กซ์

ขั้นตอนการใช้งาน EXTRA.DAT
1. ทำการดาวน์โหลดไฟล์ Download EXTRA.ZIP หลังจากดาวน์โหลดเสร็จเรียบร้อยให้ทำการแตกไฟล์ซึ่งจะได้ไฟล์ EXTRA.DAT โดยการดาวน์โหลดนั้นอาจจะต้องทำบนเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถใช้งานได้ตามปกติและสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ และให้เก็บไว้ในสื่อเก็บข้อมูลแบบ USB หรือ CD-ROM
2. ทำการรีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์ใน Safe Mode โดยการกดปุ่ม F8 ก่อนที่จะปรากฏหน้าจอ Windows splash
3. ทำการก็อปปี้ไฟล์ EXTRA.DAT ไปยังโฟลเดอร์ "\Program Files\Common Files\McAfee\Engine"
4. เปิด Windows Explorer แล้วเนวิเกตไปยังโฟลเดอร์ C:\WINDOWS\system32 จากนั้นดำเนินการตามข้อใดขอหนึ่งดังนี้
a. ถ้ามีไฟล์ svchost.exe ในโฟลเดอร์นี้โดยที่ขนาดของไฟล์ไม่เป็น 0 ไบต์ ให้ข้ามไปยังขั้นตอนที่ 7
b. ถ้าไม่มีไฟล์ svchost.exe ในโฟลเดอร์นี้ หรือมีแต่ขนาดของไฟล์เป็น 0 ไบต์ ให้ทำการเปิด VirusScan Console โดยคลิก Start คลิก Programs คลิก McAfee จากนั้นคลิก VirusScan Console ในกรณีที่ไม่สามารถเปิดได้ให้คลิก Start คลิก Run จากนั้นพิมพ์คำสั่งด้านล่าง (รวมเครื่องหมายคำพูด) เสร็จแล้ว OK
"C:\program files\mcafee\virusscan enterprise\mcconsol.exe" /standalone

5. ในหน้า VirusScan Console ให้ดับเบิลคลิก Quarantine Manager Policy จากนั้นคลิกแท็บ Manager
6. คลิกขวาที่ detection และเลือก Restore จากเมนูคอนเท็กซ์
7. เครื่องคอมพิวเตอร์เข้าโหมดปกติ (Normal Mode)

ในกรณีที่ไม่สามารถทำการรีสโตร์ไฟล์ svchost.exe จาก Quarantine หรือขนาดของไฟล์เป็น 0 ไบต์ ให้ดำเนินการตามขอใดขอหนึ่งตามความเหมาะสมดังนี้
1. ทำการก็อปปี้ไฟล์ svchost.exe จากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้รับผลกระทบ
บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้รับผลกระทบ ให้ทำการก็อปปี้ไฟล์ svchost.exe ซึ่งจะอยู่ในโฟลเดอร์ c:\Windows\System32 ใส่สื่อเก็บข้อมูลแบบพกพาแบบ USB หรือ CD-ROM จากนั้นนำสื่อดังกล่าวไปต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ได้รับผลกระทบแล้วทำการก็อปปี้ไฟล์ svchost.exe ไปยังโฟลเดอร์ c:\Windows\System32 ทั้งนี้ คอมพิวเตอร์ทั้ง 2 เครื่องต้องใช้วินโดวส์เวอร์ชันเดียวกัน

2. ถ้ามีเครื่องคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดได้รับผลกระทบ
ทำการก็อปปี้ไฟล์ svchost.exe ไฟยังโฟลเดอร์ c:\WINDOWS\system32 ตามวิธีการข้อใดขอหนึ่งดังนี้
• จากหน้าต่าง Windows Explorer ให้เนวิเกตไปยังโฟลเดอร์ c:\windows\ServicePackFiles\i386\ หรือC:\WINDOWS\system32\dllcache\ จากนั้นทำการก็อปปี้ไฟล์โดยการคลิกขวาไฟล์ svchost.exe แล้วเลือก Copy แล้วให้ไปยังโฟลเดอร์ c:\WINDOWS\system32 และทำการคลิกขวาแล้วเลือก Paste

• ถ้าไฟล์ svchost.exe อยู่ในโฟลเดอร์ c:\windows\ServicePackFiles\i386\ ให้เปิดหน้าต่างคอมมานด์พร็อมท์แล้วพิมพ์คำสั่งด้านล่างเสร็จแล้วกดปุ่ม Enter
copy c:\windows\ServicePackFiles\i386\svchost.exe c:\WINDOWS\system32

• ถ้าไฟล์ svchost.exe อยู่ในโฟลเดอร์ c:\WINDOWS\system32\dllcache ให้เปิดหน้าต่างคอมมานด์พร็อมท์แล้วพิมพ์คำสั่งด้านล่างเสร็จแล้วกดปุ่ม Enter
copy c:\windows\ServicePackFiles\i386\svchost.exe c:\WINDOWS\system32\dllcache

ถ้าไม่สามารถทำการรีสโตร์ไฟล์ svchost.exe จากเครื่องคอมพิวเตอร์ตาม 2 วิธีการด้านบนได้ จะต้องทำการรีสโตร์จากแผ่นซีดีติดตั้ง Windows XP ตามขั้นตอนดังนี้
1. ทำการสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์จากแผ่นซีดีติดตั้ง Windows XP จากนั้นเลือกโหมด Recovery console
2. ดำเนินการตามคำสั่งบนหน้าจอและทำการล็อกอินด้วย Administrator เสร็จแล้วจะได้คอมมานด์พร็อมท์ ตัวอย่างเช่น C:\WINDOWS>
3. ที่คอมมานด์พร็อมท์ให้พิมพ์ [drive_letter]: แล้วกดปุ่ม Enter
เมื่อ [drive_letter] เป็นไดรฟ์ของแผ่นซีดีติดตั้ง Windows XP เช่น D:

4. พิมพ์ cd \I386 แล้วกดปุ่ม Enter คอมมานด์พร็อมท์จะเปลี่ยนเป็น [drive_letter]:\I386>
5. พิมพ์คำสั่งด้านล่างเสร็จแล้วกดปุ่ม Enter
expand svchost.ex_ [drive_letter]:\windows\system32

เมื่อ [drive_letter] เป็นไดรฟ์ที่ Windows XP ติดตั้งอยู่ โดยทั่วไปเป็น C:

6. พิมพ์ exit แล้วกดปุ่ม Enter เพื่อทำการรีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
McAfee false positive detection of w32/wecorl.a in DAT v.5958

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
McAfee Corporate KnowledgeBase

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Monday, March 29, 2010

Google Chrome new tabbed bookmark manager

Google ปรับปรุง Bookmark Manager ของ Chrome 5.0.360.0 Dev channel เป็นแบบแท็บ
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมา Google ได้ออก Chrome 5.0.360.0 Dev channel เวอร์ชันสำหรับระบบปฏิบัติการ Windows, Mac และ Linux ซึ่งในเวอร์ชันนี้มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอย่างหนึ่งนั้นคือ Google ได้ทำการปรับปรุง Bookmark Manager ให้เป็นแบบแท็บในเบราเซอร์ดังรูปที่ 1 โดยก่อนหน้านี้ Bookmark Manager ของ Chrome 4.1.xxx.x นั้นจะเป็นหน้าต่างแยกอิสระจากเบราเซอร์ดังรูปที่ 2

โดย Bookmark Manager ตัวใหม่ของ Chrome นั้นจะสามารถใช้งานได้สะดวกขึ้น ใจขณะที่ยังคงสามารถใช้งานบุ๊คมาร์คในลักษณะต่างๆ เช่น จัดเรียงบุ๊คมาร์คโดยการลากแล้ววาง (Drag-and-Drop), จัดเรียงบุ๊คมาร์ค (Sort), การนำเข้าและส่งออก (Import and Export) บุ๊คมาร์ค เหมือนในเวอร์ชันก่อน (Chrome 4.1.xxx.x หรือเก่ากว่า) ทุกประการ

สำหรับการเข้าถึง Bookmark Manager นั้น นอกจากจะสามารถเข้าถึงตามวิธีการปกติโดยคลิกที่ไอคอน Customize and control Google Chrome จากนั้นเลือก Bookmark Manager แล้ว Google ยังได้เพิ่มช่องทางการเข้าถึงโดยการพิมพ์ "chrome://bookmarks" ใน Omnibar (แอดเดรสบาร์) แล้วกดปุ่ม Enter ได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม Bookmark Manager แบบแท็บที่ Google ปรับปรุงใน Chrome 5.0.360.0 Dev channel นั้นมีใช้ใน Opera ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ (มีผู้นิยมใช้งานพอสมควร) มาก่อนหน้านี้เป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว และนอกจาก Bookmark Manager แล้วใน Chrome 5.0.360.0 Dev channel ยังมีการปรับปรุงฟีเจอร์ Autofill และ Translate ให้ดียิงขึ้นอีกด้วย

Google Chrome 5.0.360.0's Bookmark Manager

Google Chrome 4.1.249.1042's Bookmark Manager

การดาวน์โหลด
สำหรับท่านที่สนใจทดลองใช้งาน Google Chrome 5.0.360.0 Dev Channel ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่มี Bookmark Manager ตัวใหม่สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมโดยตรงได้จากเว็บไซต์ Download Google Chrome 5.0.360.0 Beta

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Downloadsquad

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Tuesday, March 23, 2010

Summary of Google service accesibility from within mainland China

สรุปการเข้าถึงบริการของ Google ในประเทศจีน
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

ใครที่ติดตามข่าวสารด้านไอทีคงพอจะทราบปัญหาความขัดแย้งในเรื่องการเซ็นเซอร์ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตระหว่าง Google กับรัฐบาลจีน ซึ่งล่าสุด (3/22/2010 12:03:00 PM ตามเวลาในประเทศสหรัฐอเมริกา) Google ได้ประกาศในบล็อกว่า Google ได้หยุดทำการเซ็นเซอร์ข้อมูลในบริการค้นหาบน Google Search, Google News และ Google Images บน Google.cn โดยจะทำการรีไดเร็กผู้ใช้ที่เข้าเว็บไซต์ Google.cn ไปยังเว็บไซต์ Google.com.hk ซึ่งการกระทำดังกล่าวนี้เท่ากับเป็นการย้ายบริการด้านเสิร์ซเอนจิ้นออกจากประเทศจีนไปยังเกาะฮ่องกงนั้นเอง

นอกจากนี้ Google ยังได้เปิิดหน้าเว็บไซต์เพื่อใช้มอนิเตอร์การเข้าถึงบริการต่างๆ ของ Google จากภายในประเทศจีนทั้งบริการสำหรับของผู้ใช้ทั่วไปและบริการสำหรับผู้ใช้แบบองค์กร ซึ่งในปัจจุบันนั้น บางบริการยังสามารถเข้าถึงได้ตามปกติ และบางบริการที่สามารถเข้าถึงได้บางส่วน ในขณะที่บางบริการไม่สามารถเข้าถึงได้โดยสิ้นเชิง

บริการของ Google ที่ยังเข้าถึงจากประเทศจีนได้ตามปกติได้ มีดังนี้
• Web
• Images
• News
• Ads
• Gmail

สำหรับบริการของ Google ที่สามารถเข้าถึงได้บางส่วนจากในประเทศจีน มีดังนี้
• Docs สามารถเข้าถึงได้บางส่วน
• Picasa สามารถเข้าถึงได้บางส่วน
• Groups สามารถเข้าถึงได้บางส่วน

ในส่วนของบริการของ Google ที่ไม่สามารถเข้าถึงโดยสิ้นเชิงจากในประเทศจีน มีดังนี้
• Youtube
• Sites
• Blogger

Credit: Google

หมายเหตุ: ข้อมูลในที่นี้เป็นข้อมูล ณ วันที่ 21 มีนาคม 2553 สำหรับข้อมูลปัจจุบันสามารถดูได้จากเว็บไซต์ในแหล่งอ้างอิง

อนึ่ง ถึงแม้ว่า Google จะย้ายบริการด้านเสิร์ซเอนจิ้นไปยังเกาะฮ่องกง แต่จะยังคงกิจการด้าน R&D และทีมงานด้านการขายส่วนหนึ่ง (ขนาดนั้นจะขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้ Google.com.hk ในประเทศจีน) ไว้ในประเทศจีนต่อไป

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Mainland China service availability
The Ofiicial Google Blog

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Monday, March 1, 2010

Google Homepage Redesign (Screenshots)

Google กำลังซุ่มออกแบบ Google Homepage
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

เว็บไซต์ Softpedia รายงานว่า Google กำลังซุ่มออกแบบหน้า Google Homepage ใหม่ซึ่งอาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Google ในรอบ 10 ปี โดยมีภาพตัวอย่างหน้าโฮมเพจใหม่รั่วออกอินเทอร์เน็ตแล้ว

โดยโฮมเพจใหม่ของ Google นั้นจะมีลักษณะเป็น 3 พาเนล และจะแสดงอ็อปชัน (Options) โดยดีฟอลท์ นอกจากนี้ปุ่ม "Search" สีฟ้าสดใสแบบเดิมจะหายไปและจะถูกแทนที่ด้วยปุ่ม "Search" สีเงิน (Silver) ดังรูปด้านล่าง

คลิกบนภาพเพื่อดูภาพขนาดใหญ่ (Picture credit: Softpedia)

Chevrons not + buttons
ในโฮมเพจใหม่ของ Google นั้นจะใช้ไอคอนแบบ "บั้ง" (Chevrons) แทนการใช้เครื่องหมาย "+" ดังรูปด้านล่าง

คลิกบนภาพเพื่อดูภาพขนาดใหญ่ (Picture credit: Softpedia)

Location searches
ในโฮมเพจใหม่ของ Google นั้นจะแสดงตำแหน่งของผลการค้นหา (Location searches) อยู่บริเวณด้านขวามือของช่อง Search ข้างใต้จำนวนการค้นหาที่พบ ดังรูปด้านล่าง โดยผู้ใช้สามารถทำการปรับแต่งตำแหน่งนี้ได้ตามความต้องการโดยเลือกจากดร็อป-ดาวน์เมนู

คลิกบนภาพเพื่อดูภาพขนาดใหญ่ (Picture credit: Softpedia)

อย่างไรก็ตาม คงต้องรอซักระยะจึงจะได้สัมผัสกับโฮมเพจใหม่ของ Google ซึ่งยังไม่มีการเกิดเผยกำหนดวันที่แน่นอนว่าจะเริ่มใช้งานวันไหน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Softpedia

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Friday, February 26, 2010

Gmail Graduates 6 and Retires 5 Labs Features

Google ปรับฟีเจอร์ใน Labs ให้เป็นส่วนหนึ่งของ Gmail จำนวน 6 ฟีเจอร์และยกเลิก 5 ฟีเจอร์ออกจาก Labs
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

Google เปิดใช้งาน Labs มาเป็นระยะเวลาประมาณปีครึ่งแล้ว สำหรับวัตถุประสงค์ของ Labs เพื่อให้ผู้ใช้ได้ทดลองใช้งานของฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ Google พัฒนาขึ้นมา ทั้งนี้ เพื่อดูเสียงตอบรับจากผู้ใช้ว่าพึงพอใจกับฟีเจอร์ใหม่เหล่านั้นหรือไม่ โดยในครั้งแรกที่เปิดตัว Labs นั้นมีฟีเจอร์ต่างๆ ให้ทดลองใช้งานจำนวน 13 ตัว ต่อมาได้มีจำนวนมากขึ้นจนมีจำนวน 60 ตัวในปัจจุบัน

ทั้งนี้ Google จะใช้เสียงตอบรับจากผู้ใช้ในการประเมินว่าฟีเจอร์นั้นควรรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Gmail หรือไม่ ถ้าฟีเจอร์ใดที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ (แสดงว่าฟีเจอร์นั้นมีประโยชน์) ก็จะได้รับการพิจารณาปรับให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบ Gmail แต่ถ้าฟีเจอร์ตัวใดที่ไม่ได้รับความนิยมก็จะถูกยกเลิกออกจาก Labs ไป โดยล่าสุดวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา Google ได้ประกาศรายชื่อฟีเจอร์ที่รับการปรับเป็นส่วนหนึ่งของ Gmail จำนวน 6 ตัว และมีฟีเจอร์จำนวน 5 ตัวที่ถูกยกเลิกออกจาก Labs

ฟีเจอร์ที่ได้รับการปรับให้เป็นส่วนหนึ่งของ Gmail
Google ได้ทำการปรับฟีเจอร์ของ Labs ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้ใช้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Gmail จำนวน 6 ตัวด้วยกัน ดังนี้
1. Search Autocomplete
2. Go To Label
3. Forgotten Attachment Detector
4. YouTube Previews
5. Custom Label Colors
6. Vacation Dates

ฟีเจอร์ที่ถูกยกเลิกออกจาก Labs
สำหรับฟีเจอร์ที่ถูก Google ยกเลิกออกจาก Labs มีจำนวน 5 ตัวด้วยกัน ดังนี้
1. Muzzle
2. Fixed Width Font
3. Email Addict
4. Location in Signature
5. Random Signature

วิธีการใช้งานฟีเจอร์ที่ได้รับการปรับให้เป็นส่วนหนึ่งของ Gmail
Search Autocomplete
เป็นฟีเจอร์ที่อินทิเกรตเข้ากับ search box ของ Gmail โดยเมื่อทำการพิมพ์ก็จะแสดงตัวคำที่แนะนำเพื่อช่วยให้ค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ตรงกับความต้องการมากที่สุด


Go To Label
เป็นฟีเจอร์ที่อินทิเกรตเข้ากับ search box ของ Gmail ช่วยให้การเข้าถึง Label ได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

Forgotten Attachment Detector
เป็นฟีเจอรืที่ช่วยเตือนไม่ให้ลืมแนบไฟล์เมื่อเราพิมพ์คำว่า I've attached ในจดหมายและไม่ได้ทำการแนบไฟล์ เมื่อทำการส่งจดหมายโดยการคลิก Send ระบบ Gmail ก็จะแจ้งเตือนให้ทราบดังรูปด้านล่าง


YouTube Previews
เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้สามารถดูตัวอย่างยูทูบวิดีโอที่ส่งมาทางอีเมลได้โดยไม่ต้องเปิดหน้าต่างใหม่ โดย Gmail จะแสดงตัวอย่างวีดีโอด้านล่างของข้อความในจดหมาย

Custom Label Colors
เป็นฟีเจอร์สำหรับใช้ในการปรับแต่งสีของ Label ตามความต้องการ โดยการคลิกขวาบน Label ที่ต้องการปรับแต่งสี จากนั้นเลือกรูปแบบที่ต้องการ (รูปสี่เหลี่ยมที่มีตัว "a" ) หรือถ้าต้องการกำหนดให้เลือก Add custom color


จากนั้น Add custom color ให้เลือกสีพื้นหลัง (Background) และสีตัวอักษร (Text Color) เสร็จคลิก Apply เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีผล


Vacation Dates
เป็นฟีเจอร์ที่จะทำการตอบจดหมายโดยอัตโนมัติเมื่อได้รับจดหมายระหว่างการลาพักผ่อน ในกรณีมีจดหมายมาจากรายชื่อใน Contact เป็นจำนวนหลายฉบับ Gmail จะตอบกลับจดหมายทุก 4 วัน สำหรับการใช้งานฟีเจอร์ Vacation Dates นั้นทำได้โดยคลิก Settings จากนั้นในหน้า General ในหัวข้อ Vacation responder ให้ตั้งค่าเป็น Vacation responder on แล้วป้อนข้อมูลต่างๆ ตามความต้องการ


หากต้องการให้ตอบกลับเฉพาะจดหมายที่ส่งมาจากรายชื่อใน Contact ก็ให้เลือกอ็อปชัน Only send a response to people in my Contacts

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ Google ได้ปรับฟีเจอร์ใน Labs ปรับให้เป็นส่วนหนึ่งของ Gmail แล้วจำนวน 2 ตัว คือ Task (แสดงอยู่ใต้ Contact ในหน้า Gmail) และ Offline (อยู่หน้า Settings>Offline)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
The Official Gmail Blog

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Saturday, February 20, 2010

Microsoft Events and Errors Message Center

บริการ Events and Errors Message Center จากไมโครซอฟท์
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

เว็บไซต์ Events and Errors Message Center เป็นเว็บไซต์ที่ไมโครซอฟท์ให้บริการแก้ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของไมโครซอฟท์ ในการค้นหาคำอธิบายรายละเอียดของเหตุการณ์ ข้อแนะนำการใช้งาน และลิงก์การสนับสนุนทางเทคนิคเพิ่มเติม รวมถึงทรัพยากรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

สำหรับวิธีการใช้งานนั้น ขั้นที่หนึ่งให้เปิดไปยังหน้าเว็บไซต์ Events and Errors Message Center จากนั้นให้เลือกไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการจากค้นหาจากดร็อปดาวน์ลิสต์ Name of the Microsoft Product ขั้นตอนต่อไปให้เลือกเวอร์ชันจากดร็อปดาวน์ลิสต์ Version เสร็จแล้วให้ทำการป้อนข้อมูลที่ได้จากล็อก Event Viewer ของระบบอย่างน้อยหนึ่งตัวจากรายการด้านล่าง เสร็จแล้วคลิก Go
• Event ID
• Event Source
• Message Text
• File Name
• Language


ทั้งนี้ จากการทดลองใช้งานผมไม่ค่อยประทับใจมากนัก เนื่องจากข้อมูลที่มีให้ค้นหายังมีจำนวนจำกัดโดยไม่ครอบคลุมซอฟต์แวร์ตัวใหม่ ตัวอย่างเช่น ไม่มีข้อมูลของ Windows 7 สำหรับผลิตภัณฑ์ในไลน์ Windows Operating System หรือไม่มีข้อมูล ISA2006 ในไลน์ Internet Security and Acceleration (ISA) Server และในไลน์ผลิตภัณฑ์ยอดนิยมอย่าง Office นั้นก็มีเพียงเวอร์ชัน 2003 เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ Events and Errors Message Center นั้น เป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับ Events และ Errors สำหรับผู้ใช้ Windows XP ได้เป็นอย่างดี

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Friday, February 19, 2010

Photoshop 20th Anniversary

Photoshop โปรแกรมตกแต่งภาพชื่อดังมีอายุครบ 20 ปี
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

Photoshop โปรแกรมตกแต่งภาพชื่อดังจะมีอายุครบ 20 ปี ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 (ตรงกับวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ตามเวลาในประเทศไทย) โดย Photoshop นั้นจัดเป็นโปรแกรมหลักที่ใช้งานอยู่ในแวดวงการออกแบบด้านกราฟิกในปัจจุบัน (Adobe อ้างว่ามีนักสร้างสรรค์มืออาชีพมากกว่า 90% ที่ใช้โปรแกรม Photoshop ในการออกแบบกราฟิก)

อนึ่ง ในโอกาสโปรแกรม Photoshop มีอายุครบ 20 ปี ทาง Adobe ได้จัดงานเฉลิมฉลองขึ้นที่ Palace of the Fine Arts Theater ในเมือง San Francisco ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยจะมีการรวมตัวกันอีกครั้งของทีมพัฒนา Photoshop รุ่นแรกในรอบ 18 ปี ท่านใดที่สนใจสามารถติดตามเว็บคาสต์ได้ที่เว็บไซต์ www.photoshopuser.com/photoshop20th

ประวัติย่อของโปรแกรม Photoshop
ในปี 1987 Thomas Knoll ได้พัฒนาโปรแกรม Pixel Imaging โดยตั้งชื่อโปรแกรมว่า Display ซึ่งเป็นโปรแกรมง่ายๆ สำหรับแสดงภาพแบบ Grayscale บนจอภาพแบบขาว-ดำ อย่างไรก็ตามหลังจากได้ร่วมมือกับ John Knoll ซึ่งเป็นน้องชาย โดยการเพิ่มคุณสมบัติต่างๆ จนทำให้โปรแกรมสามารถประมวลผลไฟล์ภาพดิจิตอล (Digital Image) ได้ส่งผลให้ได้รับความสนใจจากนักลงทุน จนถึงในปี 1988 ทางบริษัท Adobe จึงได้ตัดสินใจซื้อไลเซนส์ซอฟต์แวร์ดังกล่าวนี้และตั้งชื่อใหม่เป็น Photoshop จากนั้นได้ทำการพัฒนาต่อเนื่องจนสามารถออกวางจำหน่ายเวอร์ชันแรกคือ Photoshop 1.0 ได้ในปี 1990

สำหรับรูปด้านล่างนี้เป็นเป็นตัวอย่างหน้าต่างโปรแกรม Photoshop 1.0 บนเครื่อง Macintosh (rebuilt)

(Credit: mashable.com)

โดยเวอร์ชันปัจจุบันของ Photoshop คือ CS4 ซึ่งตั้งแต่เวอร์ชัน 1.0 - CS4 นั้น มีการพัฒนาการทำงานให้ดียิ่งๆ ขึ้น สำหรับไอคอนของเวอร์ชันต่างๆ ไล่มาตั้งแต่เวอร์ชัน 1.0.7 จนถึงเวอร์ชัน CS4 มีลักษณะดังรูปด้านล่าง

(Credit: mashable.com)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Adobe Photoshop Hits Twenty

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Disable Google Buzz from Buzz Settings

Google เพิ่มอ็อปชัน Buzz Settings ให้ผู้ใช้ทำการยกเลิก Google Buzz ได้ง่ายขึ้น
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

สืบเนื่องจาก Google ได้เปิดบริการ Google Buzz ซึ่งเป็นบริการ Social Networking ในลักษณะเดียวกันกับ Facebook และ Twitter เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2553 ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่ามีข้อสังเกตเรื่องความปลอดภัยในการใช้งานโดยเฉพาะเรื่องการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ ส่งผลให้หลายท่านที่เปิดใช้บริการ Google Buzz ต้องการยกเลิกการใช้บริการ

โดยปกติผู้ใช้สามารถยกเลิกการใช้บริการ Google Buzz ได้โดยคลิกที่ลิงก์ "turn off buzz" แต่ข้อเสียของวิธีการนี้ คือ ข้อมูลต่างๆ ที่ได้โพสต์ใน Google Buzz รวมถึงข้อมูลส่วนตัวจะยังคงอยู่ในระบบ ซึ่งข้อมูลที่หลงเหลืออยู่ในระบบดังกล่าวนี้อาจจะรั่วไหลไปอยู่ในมือผู้ที่ ไม่หวังดีได้

สำหรับวิธีการยกเลิกบริการ Google Buzz อย่างสมบูรณ์แบบนั้น ผมเคยโพสต์ไปแล้วหนึ่งวิธีในบทความเรื่อง How to Disabling Google Buzz และล่าสุด Google ได้เพิ่มอ็อปชัน Buzz Settings ให้ผู้ใช้สามารถทำการยกเลิกบริการ Google Buzz อย่างสมบูรณ์ได้ง่ายขึ้นแล้ว นอกจากนี้ Google ยังแก้ไขปัญหาช่องโหว่ความปลอดภัย (Security flaw) ที่กระทบกับผู้ใช้บริการ Google Buzz จากเครื่องโทรศัพท์มือถือ (Mobile Buzz User) อีกด้่วย

สำหรับวิธียกเลิกบริการ Google Buzz โดยใช้อ็อปชัน Buzz Settings มีขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนที่ 1:
ให้ทำการไซน์อินเข้าระบบ Gmail เสร็จแล้วคลิก Settings จากนั้นคลิกลิงก์ Buzz


ขั้นตอนที่ 2:
ในหน้า Buzz Settings ให้คลิกที่ Disable Google Buzz นอกจากนี้ ยังสามารถจัดการเกี่ยวกับการแสดงผู้ที่เราติดตาม (Following) และผู้ที่ติดตามเรา (Follower) จากหน้า Buzz Settings นี้ได้อีกด้วย


ขั้นตอนที่ 3:
ในหน้า Delete your profile ให้ปุ่ม Yes, delete my profile and posts โดยแนะนำให้เลือกเช็คบ็อกซ์ Also unfollow me from anyone I am following in Buzz, Google Reader, and other Google products. เพื่อทำการลบข้อมูลต่างๆ ออกจากระบบอย่างสมบูรณ์แบบ เสร็จแล้วปิดหน้า My Account เพื่อจบการทำงาน


หลังจากทำการเลิกบริการ Google Buzz ลิงก์ Buzz ซึ่งแสดงอยู่ใต้ Inbox ของ Gmail จะหายไป หากต้องการกลับไปใช้งาน Google Buzz อีกครั้งให้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ 1 และ 2 โดยในขั้นตอนที่ 2 ให้เลือก Show Google Buzz in Gmail เสร็จแล้วคลิก Save Changes ก็จะสามารถใช้บริการ Google Buzz ได้เหมือนเดิม

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Tuesday, February 16, 2010

How to Disabling Google Buzz

Disabling Google Buzz
วิธียกเลิกบริการ Google Buzz อย่างสมบูรณ์แบบ
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2553 ที่ผ่านมา Google ได้เปิดบริการ Google Buzz ซึ่งเป็นบริการ Social Networking ในลักษณะเดียวกันกับ Facebook และ Twitter (อ่านรายละเอียดได้ที่ http://www.oknation.net/blog/itpro/2010/02/11/entry-1) สำหรับเสียงตอบรับต่อบริการ Google Buzz นั้นมีทั้งชอบและไม่ชอบ โดยคนที่ชอบนั้นชอบที่ Google Buzz นั้นรวมเข้ากับระบบ Gmail ทำให้ใช้งานได้สะดวก สำหรับคนที่ไม่ชอบนั้นจะเป็นกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวที่อาจจะทำให้ข้อมูลส่วนตัวบางอย่างรั่วออกสู่อินเทอร์เน็ตได้

วิธียกเลิกการใช้บริการ Google Buzz สำหรับท่านที่ได้เปิดใช้บริการแล้วแต่ไม่ต้องการใช้งานต่อนั้น โดยปกติจะสามารถทำได้โดยคลิกที่ลิงก์ "turn off buzz" แต่ข้อเสียของวิธีการนี้ คือ ข้อมูลต่างๆ ที่ได้โพสต์ใน Google Buzz รวมถึงข้อมูลส่วนตัวจะยังคงอยู่ในระบบ ซึ่งข้อมูลที่หลงเหลืออยู่ในระบบดังกล่าวนี้อาจจะรั่วไหลไปอยู่ในมือผู้ที่ไม่หวังดีได้

สำหรับบทความนี้ เลยนำวิธีการยกเลิกการใช้บริการ Google Buzz พร้อมกับการลบข้อมูลส่วนตัวออกจากระบบอย่างสมบูรณ์แบบชนิดที่ไม่ต้องกลัวว่าจะมีร่องรอยใดๆ หลงเหลืออยู่บนอินเทอร์เน็ต โดยมีขั้นตอนดังนี้

Step 1: Purge your profile
ขั้นตอนที่ 1 ให้ทำการไซน์อินเข้าระบบ Gmail เสร็จแล้วเปิดไปที่เว็บไซต์ http://www.google.com/profiles จากนั้นคลิกที่ View My Profiles แล้วทำการลบข้อความทั้งหมดที่ได้โพสต์ใน Google Buzz โดยการคลิกแทก "Delete" ซึ่งแสดงอยู่ด้านขวามือของข้อความ


ขั้นตอนต่อไปให้ทำการการยกเลิกการติดตาม (Unfollowing) ทั้งหมดโดยการดับเบิลคลิกที่ชื่อผู้ใช้แต่ละคนที่เราติดตามแล้วคลิก "Unfollow" จากนั้นให้ทำการแก้ไขโปรไฟล์ โดยคลิก "Edit Profile" แล้วลบข้อมูลส่วนตัวที่ไม่ต้องการแสดงต่อสาธารณะออก เสร็จแล้วให้คลิก "Save Changes"

Step 2: Block your followers
ขั้นตอนที่ 2 ให้ทำการบล็อกผู้ใช้คนอื่นๆ ที่ติดตามเราทั้งหมด โดยดับเบิลคลิกที่ชื่อผู้ใช้แต่ละคนแล้วคลิก "Block user_name" จากนั้นให้หน้าป็อพอัพ "Are you sure you want to block user_name" ให้คลิก"Yes, I want to blobk user_name"


Step 3: Disable Buzz in Gmail
ขั้นตอนที่ 3 ให้ทำการปิดการใช้งาน Google Buzz ใน Gmail โดยให้เลื่อนหน้าต่างลงไปล่างสุด จากนั้นคลิก "turn off buzz" ซึ่งจะเป็นการปิดการทำงาน Google Buzz อย่างสมบูรณ์โดยที่ไม่ทิ้งร่องรอยหรือข้อมูลส่วนตัวใดๆ เหลือไว้บนออนไลน์


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
CNET

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Sunday, January 31, 2010

บทความแนะนำในเดือน ม.ค. 53

Windows Administrator Blog: Windows Tips Tricks and Tutorials

เรื่องที่โดดเด่นที่สุดในเดือนมกราคม 2553 นั้น คงต้องยกให้กับการเปิดตัว Apple iPad Tablet อย่างเป็นทางการ นอกจากนี้การออก Firefox 3.6 Final (ซึ่งออกล่าช้ากว่ากำหนดการเดิมพอสมควร) ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญ ทั้งนี้ รวมถึงการออก Chrome 4.0 Stable Update ของ Google ก็สร้างความน่าสนใจได้พอสมควร สำหรับเรื่องอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในเดือนนี้ที่แนะนำให้อ่านสามารถดูได้จากเนื้อหาด้านล่างครับ

Apple เปิดตัว iPad อย่างเป็นทางการ ราคาเริ่มต้น $499 และจัดส่งได้ภายใน 60 วัน
Steve Jobs ซึ่งเป็น CEO ของ Apple ได้เปิดตัวอุปกรณ์ตัวใหม่ชื่อ iPad อย่างเป็นทางเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2553 ที่ผ่านมา โดยกำหนดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ $499 (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 16,500 บาท) สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ Apple iPad Tablet announced


Google Chrome 4.0.249.78 Stable Update เวอร์ชันใหม่ล่าสุดของเว็บเบราเซอร์จาก Google
Google ออก Chrome 4.0.249.78 Stable Update เวอร์ชันสำหรับระบบปฏิบัติการ Windows และถือเป็นเวอร์ชันแรกของเมเจอร์เวอร์ชัน 4.0 โดยออกวันที่ 25 มกราคม 2553 ซึ่งในเวอร์ชันใหม่ล่าสุดนี้ มีการเพิ่มคุณสมบัติ (Features) ใหม่หลายอย่าง รวมถึงได้รับการแก้ไขปัญหาเรื่องความปลอดภัยต่างๆ (Security Fixes) ที่พบในเวอร์ชัน 3.0 สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ Google Chrome 4.0.249.78 Stable Update


เปลี่ยนธีม Firefox 3.6 ในสไตล์ตัวเองง่ายๆ ด้วย Personas
ใน Firefox 3.6 นั้น ได้ทำการปรับปรุงฟีเจอร์ Personas ซึ่งเป็นระบบจัดการธีม (Theme) ให้ใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยผู้ใช้สามารถเปลี่ยนธีมโดยเลือกจากเว็บไซต์ Personas for Firefox ได้ในการคลิกเพียงครั้งเดียว โดยมีธีมต่างๆ ให้เลือกใช้งานมากกว่า 40,000 ธีม สำหรับวิธีการใช้งาน Personas เพื่อเปลี่ยนธีมใน Firefox 3.6 สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ Personas: Your Firefox, Your Style


ไมโครซอฟท์ออกแพตซ์เพื่อแก้ช่องโหว่ร้ายแรงใน Internet Explorer
ไมโครซอฟท์ออก Security Update MS10-002 กรณีพิเศษ (Out-of-Band) เพื่อแก้ปัญหาช่องโหว่ความปลอดภัยของโปรแกรม Internet Explorer ซึ่งถูกใช้ในการโจมตีเว็บไซต์ของ Google, Adobe และอีกหลายเว็บไซต์ในประเทศจีนเมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคมปี 2009 สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ Microsoft Releases Critical Out-of-Band Internet Explorer Patch


ดาวน์โหลด Mozilla Firefox 3.6 Final
Mozilla เปิดให้ดาวน์โหลด Firefox 3.6 Final เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 53 ที่ผ่านมา สามารถอ่านรายละเอียดและดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ Download Mozilla Firefox 3.6 Final


Adobe ออกแพตซ์สำหรับปิดช่องโหว่ความปลอดภัยในโปรแกรม Adobe Reader 9.2และ Acrobat 9.2
วันที่ 12 ม.ค. 53 ที่ผ่านมา Adobe ได้ออกแพตซ์ (Patch)เพื่อแก้ไขช่องโหว่ความปลอดภัยของโปรแกรม Adobe Reader 9.2 และเก่ากว่า เวอร์ชันสำหรับระบบ Windows,Macintosh และ UNIX และ Adobe Acrobat 9.2 และเก่ากว่า เวอร์ชันสำหรับระบบ Windows,Macintosh สามารถอ่านรายละเอียดและดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ Securityupdates available for Adobe Reader 9.2 and Acrobat 9.2


10 อันดับ Virus Computer ที่ระบาดทั่วโลกเดือนธันวาคม 2552
10 อันดับ Virus Computer ที่ระบาดทั่วโลกเดือนธันวาคมปีที่แล้วมารายงานให้ทราบเพื่อเป็นข้อมูลอ้าง อิง ซึ่งเป็นรายงานที่จัดทำโดยอ้างอิงตามข้อมูลการตรวจพบไวรัสคอมพิวเตอร์ของ Trend Micro จำนวน 3 โปรแกรม ด้วยกัน คือ HouseCall, Free on-line virus scanner และ Trend Micro Control Manager อ่านรายละเอียดที่ 10 อันดับ Virus Computer ที่ระบาดทั่วโลก (ธ.ค. 52)


เหลียวหลังมองหน้าหาสุดยอดซอฟต์แวร์สำหรับวินโดวส์ที่ออกในปี 2009 และที่จะออกในปี 2010
รายชื่อโปรแกรมที่ได้รับการจัดให้เป็น "Best new Windows software of 2009" สุดยอดซอฟต์แวร์สำหรับวินโดวส์ที่ออกใหม่ในปี 2009 รวมถึงซอฟต์แวร์ที่ได้คาดว่าจะเป็นดาวเด่นที่จะออกในปี 2010 ซึ่งรวบรวมโดย Seth Rosenblatt จากเว็บไซต์ CNET อ่านรายละเอียดที่ Best new Windows software of 2009


Windows 7 Explorer แครชเมื่อทำการเชื่อมต่อระบบ Wireless LAN จากไอคอนบนถาดระบบ
มีการพบปัญหาใหม่ใน Windows 7 อีกแล้ว คราวนี้เป็นปัญหา Explorer เกิดการแครชและรีสตาร์ทเมื่อผู้ใช้พยายามทำการเชื่อมต่อกับระบบ Wireless LAN จากไอคอนบนถาดระบบ ซึ่งล่าสุดไมโครซอฟท์ได้ออกมาอธิบายรายละเอียดถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา ดังกล่าวนี้พร้อมแนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาแล้ว อ่านรายละเอียดที่ Windows 7 Explorer Crashes when Connecting Wireless LAN From the tray icon


Microsoft Office 2010 ราคาถูกลงและเลือกได้ว่าจะจ่ายถูกหรือแพง
ไมโครซอฟท์ได้เปิดเผยราคา Microsoft Office 2010 อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา โดยภาพรวมแล้วมีราคาถูกลงและผู้ใช้สามารถเลือกรูปแบบการซื้อได้ว่าจะจ่ายถูก หรือจ่ายแพง โดยแบ่งออกเป็น 4 เวอร์ชันและวางจำหน่ายใน 2 รูปแบบ คือ แบบกล่อง (Box) และแบบคีย์การ์ด (Key card) อ่านรายละเอียดที่ Microsoft Office 2010 Pricing Details


ไมโครซอฟท์เตรียมออก Security Update เพื่อแก้ปัญหาร้ายแรงใน Windows
วันที่ 7 มกราคม 2553 ไมโครซอฟท์ได้ประกาศว่าจะออก Security Update ของเดือนมกราคม 2553 (Microsoft Security Bulletin Advance Notification for January 2010‏) จำนวน 1 ตัว เพื่อแก้ปัญหาความปลอดภัยร้ายแรงระดับวิกฤติ (Critical) ในระบบ Windows อ่านรายละเอียดที่ Microsoft Security Advance Notification for January 2010


HTC Google Nexus One โทรศัพท์อัฉริยะจาก Google พร้อมรายละเอียดสเปก
มีรายละเอียดสเปกและภาพสวยๆ ของเครื่องโทรศัพท์ HTC Google Nexus One หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า Nexus One ซึ่งได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นสุดยอดสมาร์ทโฟนแห่งปี 2010 และ Google ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่ผ่านมา และวางจำหน่ายผ่านทางออนไลน์ใน 3 ประเทศ ได้แก่ อังกฤษ อเมริกา สิงคโปร์ และเขตปกครองพิเศษฮ่องกง อ่านรายละเอียดที่ HTC Google Nexus One


Windows 7 God Mode โหมดร้อนซ่อนพลัง
เมื่อครั้งที่ได้ยินคำว่า Windows 7 God Mode เป็นครั้งแรก ผมสงสัยมากว่ามันคือโหมดอะไร? ของ Windows 7 แต่ล่าสุดมีการเปิดเผยรายละเอียดบนหลายๆ เว็บไซต์ ทำให้ทราบว่าจริงๆ แล้ว God Mode คือ โหมดที่สามารถเข้าถึงคอนโทรลพาเนล (Control Panel) ทั้งหมดของ Windows 7 ในมุมมองแบบ Standard Classic จากหน้าโฟลเดอร์เดียว ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างมากต่อ Power Users ในการจัดการระบบ อ่านรายละเอียดที่ Windows 7 God Mode


HP Mini 210 เน็ตบุ๊ก (Netbook) พลังซีพียู Pine Trail Atom
มีข่าวผลิตภัณฑ์เน็ตบุ๊ก (Netbook) รุ่นใหม่ของ HP ที่กำลังจะเปิดตัว (แต่เกิดมีข่าวรั่วออกมาก่อน) มาฝากครับ คือเน็ตบุ๊กซีรีย์ HP Mini 210 ซึ่งเป็นซีรีย์ที่จะออกต่อจากซีรีย์ยอดนิยมอย่าง HP Mini 1000 และ HP Mini 110 โดย HP Mini 210 ซีรีย์นั้นจะใช้ซีพียู Intel Atom แพลตฟอร์ม Pine Trail ซึ่งเป็นซีพียูรุ่นใหม่ของ Intel ที่รวมระบบกราฟิก (Graphics chip) เข้าอยู่ในตัวซีพียู อ่านรายละเอียดที่ HP Mini 210 - Pine Trail Atom Netbook


Dell เตรียมออกโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ที่ใช้ซีพียู Intel Core i3
ยิ่งใกล้ถึงงาน Consumer Electronics Show 2010 (CES2010) ซึ่งจะจัดในวันที่ 7-10 มกราคม 2553 นี้ ก็ยิ่งมีข่าวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาให้อัพเดทกันเป็นระยะ ล่าสุดมีโน้ตบุ๊ก (Notebook) รุ่นใหม่ของ Dell ซึ่งใช้โปรเซสเซอร์ Intel Core i3 ออกมาให้อัพเดท อ่านรายละเอียดที่ Dell Inspiron laptop using Intel Core i3


ปรับให้ Internet Explorer 8 ทำงานเร็วขึ้นโดยการลงทะเบียนไฟล์ Actxprxy.dll ใหม่
ผู้ใช้ Internet Explorer 8 (IE8) ทั้งบน Windows XP, Vista หรือแม้แต่ Windows 7 ที่ประสบปัญหาโปรแกรมทำงานช้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทำการเปิดหน้าเว็บพร้อมกันหลายๆ แท็บ ซึ่งอาจจะเกิดจากปัญหามีซอฟต์แวร์แบบ third-party บางตัวทำการแก้ไขรีจีสทรีย์ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับไฟล์ Actxprxy.dll ซึ่งเป็นไลบารี่ของโปรแกรม Internet Explorer อ่านรายละเอียดวิธีการแก้ไขที่ Tweak Internet Explorer 8 by re-registering file Actxprxy.dll



Recommended Posts
© 2009-2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Tuesday, January 26, 2010

Google Chrome 4.0.249.78 Stable Update

Google Chrome 4.0.249.78 Stable Update เวอร์ชันใหม่ล่าสุดของเว็บเบราเซอร์จาก Google
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

Google ออก Chrome 4.0.249.78 Stable Update เวอร์ชันสำหรับระบบปฏิบัติการ Windows และถือเป็นเวอร์ชันแรกของเมเจอร์เวอร์ชัน 4.0 โดยออกวันที่ 25 มกราคม 2553 ซึ่งในเวอร์ชันใหม่ล่าสุดนี้ มีการเพิ่มคุณสมบัติ (Features) ใหม่หลายอย่าง รวมถึงได้รับการแก้ไขปัญหาเรื่องความปลอดภัยต่างๆ (Security Fixes) ที่พบในเวอร์ชัน 3.0 ตามรายละเอียดด้านล่าง

คุณสมบัติใหม่ใน Google Chrome 4.0.249.78
ใน Google Chrome 4.0.249.78 มีการเพิ่มคุณสมบัติใหม่ (นับจากเวอร์ชัน 3.0) ดังต่อไปนี้
• Extensions
• Bookmark sync
• Enhanced developer tools
• HTML5: Notifications, Web Database, Local Storage, WebSockets, Ruby support
• v8 performance improvements
• Skia performance improvements
• Full ACID3 pass, due to re-enabled remote font support (with added defense against bugs in operating system font libraries)
• HTTP byte range support
• New security feature: "Strict Transport Security" support
• Experimental new anti-reflected-XSS feature called "XSS Auditor"

การแก้ปัญหาด้านความปลอดภัยใน Google Chrome 4.0.249.78
ใน Google Chrome 4.0.249.78 มีการแก้ปัญหาด้านความปลอดภัย ดังต่อไปนี้
• [3275] Low Pop-up blocker bypass. Credit to Google Chrome Security Team (SkyLined).
• [9877] Medium Cross-domain theft due to CSS design error. Credit to Chris Evans of the Google Security Team.
• [12523] Medium Browser memory error with stale pop-up block menu. Credit to Jacob Balle and Carsten Eiram, Secunia Research.
• [20450] Low Prevent XHR to directories. Credit to the Chromium development community.
• [23693] Low Escape more characters in shortcuts. Credit to Michal Zalewski of the Google Security Team and, independently, Inferno of SecureThoughts.com.
• [8864] [24701] [24646] High Renderer memory errors drawing on canvases. Credit to Michal Zalewski of the Google Security Team and Google Chrome Security Team (SkyLined).
• [28566] High Image decoding memory error. Credit to Robert Swiecki of the Google Security Team.
• [29920] Low Corner case failure to strip Referer. Credit to the Chromium development community.
• [30666] High Cross-domain access error. Credit to Tokuji Akamine, Senior Consultant at Symantec Consulting Services.
• [31307] High Bitmap deserialization error. Credit to Mark Dowd, under contract to Google Chrome Security Team.
• [31517] Low Browser crash with nested URL.

การดาวน์โหลดและการติดตั้ง Google Chrome 4.0.249.78
Google Chrome 4.0.249.78 นั้นสามารถทำงานได้บน Windows XP, Windows Vista และ Windows 7 โดยวิธีการติดตั้งนั้น โดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กรณี ดังต่อไปนี้

Google Chrome 4.0.249.78 Stable Update

กรณีที่ 1 ยังไม่มีการติดตั้ง Google Chrome อยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถติดตั้งโปรแกรม Google Chrome จากอินเทอร์เน็ตผ่านทางบราวเซอร์ โดยเปิดไปที่เว็บไซต์ www.google.com/chrome จากนั้นดำเนินการคำสั่งบนจอภาพ

กรณีที่ 2 ยังไม่มีการติดตั้ง Google Chrome อยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมติดตั้ง Google Chrome จากเว็บไซต์ Download Google Chrome 4.0.249.78 มาทำการติดตั้งด้วยตนเอง

กรณีที่ 3 มีการติดตั้ง Google Chrome เวอร์ชัน 3.0.195.38 หรือ เวอร์ชันก่อนหน้าบนเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ก่อนแล้ว สามารถทำการอัพเดทเป็นเวอร์ชัน 4.0.249.78 ได้ตามขั้นตอนดังนี้

1. เปิดโปรแกรม Google Chrome จากนั้นคลิกที่ไอคอนรูปเครื่องมือ แล้วเลือกคำสั่ง About Google Chrome

About Google Chrome

2. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ About Google Chrome ให้คลิก Update Now แล้วรอจนโปรแกรมทำการติดตั้งแล้วเสร็จ
3. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Please close all Chrome windows and restart Chrome for this change to take effect ให้คลิก OK
4. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ About Google Chrome ให้คลิก OK อีกครั้ง
5. ทำการรีสตาร์ทโปรแกรม Google Chrome เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีผล

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
Google Chrome Releases

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Saturday, January 23, 2010

NASA Astronaut Tweets From Space

T.J. Creamer มนุษย์อวกาศของ NASA มนุษย์คนแรกที่ "ทวิตข้อความ" ใน Twitter จากอวกาศ
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

เมื่อเวลา 00.13 น. ของวันศุกร์ที่ 22 มกราคม 2553 ซึ่งตรงกับเวลา 15:13 น. ของวันศุกร์ที่ 22 มกราคม 2553 ตามเวลาในประเทศไทย T.J. Creamer มนุษย์อวกาศตำแหน่ง Flight Engineer ขององค์การนาซ่า (NASA) ได้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับโลกการสื่อสารผ่านทางเครือข่ายทางสังคม (Social Networking) เมื่อได้รับการบันทึกให้เป็น มนุษย์คนแรกที่ "ทวิตข้อความ" ใน Twitter จากอวกาศ

โดย T.J. Creamer ได้ส่งข้อความดังรูปด้านล่าง (ดูข้อความจากเว็บไซต์ Twitter) ในขณะที่อยู่บนสถานีอวกาศ International Space Station (ISS) ผ่านทางเครือข่ายไร้สายที่ชื่อ Crew Support LAN ซึ่งเป็นระบบเครือข่ายพิเศษสำหรับให้บริการแก่มนุษย์อวกาศในสถานี ISS ใช้ในการท่องอินเทอร์เน็ต



อย่างไรก็ตาม การทวิตข้อความครั้งนี้ T.J. Creamer จะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปบนสถานีอวกาศ ISS ทำการเชื่อมต่อแบบรีโมทไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในสถานีควบคุมภาคพื้นดิน จากนั้นจึงใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ภาคพื้นดินทำการ "ทวิตข้อความ" ใน  Twitter

สำหรับใครที่ต้องการฟอลโลว์ T.J. Creamer ใน  Twitter สามารถฟอลโลว์ได้ที่ Astro_TJ ซึ่งในขณะที่เขียนบทความนี้ (23 ม.ค. 53) T.J. Creamer มี 3 Following, 15,293 Followers, 801 Listed และ 632 Tweets ครับ

ที่มา:
TechCrunch

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Saturday, January 16, 2010

Gmail now even more secure: HTTPS by default

Google ปรับให้ Gmail เข้ารหัสข้อมูลอีเมลแบบ SSL โดยดีฟอลท์
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

สำหรับผู้ใช้ Gmail ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ถ้าหากใครสังเกตก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลง 2 อย่าง อย่างที่หนึ่งคือบนแถบเมนูจะมีเมนู More Gmail Security เพิ่มขึ้นมาทางด้านขวามือของอีเมลแอดเดรส ดังรูปด้านล่าง



อย่างที่สองคือโปรโตคอลที่ใช้ในการติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์ Gmail จะเปลี่ยนเป็น https ดังรูปด้านล่าง



การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ เกิดจาก Google ได้ยกระดับความปลอดภัยของระบบ Gmail ให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดทำงานฟังก์ชัน Always use https ให้กับผู้ใช้ Gmail ทุกๆ แอคเคาท์โดยดีฟอลท์ ซึ่งจะทำให้การรับส่งข้อมูลระหว่างเว็บเบราเซอร์กับเซิร์ฟเวอร์ของ Gmail ถูกเข้ารหัสข้อมูลแบบ SSL (Secure Socket Layer) ส่งผลให้ผู้ใช้ Gmail สามารถรับ-ส่งอีเมลได้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งานผ่านระบบเครือข่ายไร้สายสาธารณะ



การเข้ารหัสข้อมูลแบบ SSL นี้เป็นการเข้ารหัสข้อมูลในระดับเดียวกับที่ใช้งานในระบบ e-banking ของธนาคารและบัตรเครดิต อย่างไรก็ตาม การเข้ารหัสอีเมลแบบ SSL นั้นจะส่งผลให้ของระบบ Gmail ทำงานช้าลง ดังนั้นหากใครมีปัญหารับ-ส่งอีเมลได้ช้ามากๆ สามารถปิดการทำงานฟังก์ชัน Always use https ได้

สำหรับวิธีการปิดการทำงานฟังก์ชัน Always use https ทำได้โดยในหน้าแรกของ Gmail ให้คลิกเมนู Settings จากนั้นในหน้า Settings ให้เลือกเมนู General แล้วในหัวข้อ Browser connection: ให้เลือกเป็น Don't always use https ดังรูปด้านล่าง เสร็จแล้วคลิก Save Changes เพื่อบันทึกการตั้งค่า



อนึ่ง ถึงแม้ว่าผู้ใช้จะทำการปิดการทำงานฟังก์ชัน Always use https แต่ Gmail ก็จะยังทำการเข้ารหัสข้อมูลแบบ SSL ในหน้าล็อกอิน ทั้งนี้เพื่อป้องกันข้อมูลรหัสผ่าน (Password) ของผู้ใช้ไม่ให้ถูกขโมยโดยผู้ประสงค์ร้าย

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Friday, January 15, 2010

Google Nexus One First Week Sales

รายงานยอดขาย Google Nexus One ในสัปดาห์แรกที่วางขาย
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

ในช่วงต้นปี 2010 นั้น การเปิดตัว Google Nexus One ซึ่งเป็นเครื่องสมาร์ทโฟนของกูเกิ้ลได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และได้รับการคาดการว่าจะประสบความสำเร็จในด้านยอดขาย

อย่างไรก็ตาม หลังจากวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการได้ 1 สัปดาห์ ผลปรากฏว่ายอดการจำหน่ายเครื่อง Google Nexus One ซึ่งรายงานโดยเว็บไซต์ Flurry ไม่สูงอย่างที่ได้รับการคาดการไว้

Flurry ได้ทำการประเมินยอดขายของเครื่อง Google Nexus One โดยอ้างอิงข้อมูลจากนักพัฒนาแอพพลิเคชันสำหรับ iPhone และ Android มากกว่า 10,000 คน ผลปรากฏว่ายอดขายในสัปดาห์แรกของ Google Nexus One ขายได้เพียง 20,000 เครื่องเท่านั้น ซึ่งนอกจากจะน้อยกว่าที่คาดการไว้แล้วยังน้อยกว่ายอดขายของเครื่องสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ในสัปดาห์แรกที่วางจำหน่ายอีกด้วย


ภาพจาก flurry.com

โดยจากตารางด้านบนแสดงให้เห็นว่า Google Nexus One นั้นจำหน่ายได้ประมาณ 20,000 เครื่องในสัปดาห์แรกของการวางจำหน่าย ในขณะที่ iPhone 3GS ของ Apple นั้นขายได้มากถึง 1.6 ล้านเครื่องในสัปดาห์แรกของการวางจำหน่าย และ Droid ของ Verizon สามารถขายได้ 250,000 เครื่องในสัปดาห์ที่แรกของการวางจำหน่าย หรือแม้แต่ my Touch 3G ของ T-Mobile ก็ยังขายได้ 60,000 เครื่องในสัปดาห์แรกของการวางจำหน่าย

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ยอดขาย Nexus One ไม่สูงอย่างที่มีการคาดการไว้นั้น Flurry อธิบายว่า น่าจะเกิดจากวิธีการจำหน่ายของกูเกิ้ลที่ใช้วิธีการขายผ่ายทางออนไลน์ซึ่งค่อนข้างยุ่งยากในการทำการตลาด และช่วงที่ออกจำหน่ายหลังเทศกาลคริสต์มาสนั้นเลยช่วงเวลาที่ผู้ใช้มีกำลังการซื้อสูงสุดไปแล้ว ประกอบกับการแข่งขันที่สูงในตลาดสมาร์ทโฟน โดยเครื่องสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ มีการโหมทำการตลาดอย่างหนักโดยเฉพาะ Droid เพียงรุ่นเดียวนั้น Verizon ใช้งบประมาณในการทำการตลาดสูงถึง $100M

สำหรับท่านที่ต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับ Google Nexus One เพิ่มเติมสามารถอ่านได้จากเว็บไซต์ HTC Google Nexus One

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Flurry

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Sunday, January 10, 2010

Best new Windows software of 2009

เหลียวหลังมองหน้าหาสุดยอดซอฟต์แวร์สำหรับวินโดวส์ที่ออกในปี 2009 และที่จะออกในปี 2010
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

ปีเก่าผ่านไป ปีใหม่เข้ามา และหากเราย้อนมองกลับไปยังปีที่ผ่านมาเราก็จะพบว่ามีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมายทั้งดีและไม่ดี สิ่งไหนดีก็นำมาใช้หรือสานต่อ แต่หากสิ่งไหนที่ไม่ดีก็ให้จดจำไว้เป็นบทเรียนในอนาคต

สำหรับเรื่องที่นำมาฝากวันนี้ก็เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปีที่แล้ว (2009) และสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ (2010) นั้นคือ รายชื่อโปรแกรมที่ได้รับการจัดให้เป็น "Best new Windows software of 2009" สุดยอดซอฟต์แวร์สำหรับวินโดวส์ที่ออกใหม่ในปี 2009 รวมถึงซอฟต์แวร์ที่ได้คาดว่าจะเป็นดาวเด่นที่จะออกในปี 2010 ซึ่งรวบรวมโดย Seth Rosenblatt จากเว็บไซต์ CNET ครับ

หมายเหตุ: รายชื่อโปรแกรมที่นำมาแสดงไม่ใช่การจัดอันดับ

Microsoft Security Essentials
Microsoft Security Essentials หรือ MSE ซึ่งเป็นโปรแกรมแอนตี้ไวรัสและแอนตี้สปายแวร์แบบฟรีแวร์ (Freeware) จากไมโครซอฟท์ ซึ่งพัฒนาต่อเนื่องมาจาก Windows Live OneCare สามารถป้องกันภัยคุกคามต่างๆ เช่น viruses, spyware malicious software ต่างๆ ในแบบเรียลไทม์ (real-time) สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมวิธีการดาวน์โหลดอ่านได้ที่เว็บไซต์ Download Free: Microsoft Security Essentials 1.0.1611.0



Panda Cloud Antivirus
Panda Cloud Antivirus โปรแกรมแอนตี้ไวรัสกลุ่มเมฆแบบฟรีแวร์ สามารถทำหน้าที่ปกป้องผู้ใช้จากภัยคุกคามต่างๆ ในโลกออนไลน์ เช่น Worm, Virus, Trojan, Adware, Spyware และ ฯลฯ ในขณะท่องอินเทอร์เน็ตหรือทำงานต่าง หรือแม้แต่การดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ เหมือนกับโปรแกรมแอนตี้ไวรัสทั่วไป

Panda Cloud Antivirus นั้นแตกต่างจากโปรแกรมแอนตี้ไวรัสทั่วไป คือ การทำงานต่างๆ ของโปรแกรมจะกระทำอยู่บน Cloud ของ PandaLabs Server โดยไม่ได้ใช้ทรัพยากรของเครื่องคอมพิวเตอร์ มีคุณสมบัติเด่น คือ สามารถป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ตัวใหม่ๆ ได้อย่างทันเวลา มีการใช้งานง่ายโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องยุ่งยากกับการคอนฟิกโปรแกรม "Install and forget" ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลกับการอัพเดทไวรัสเดฟินิชัน (Virus Definition) การคอนฟิก (Configuration) สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมวิธีการดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์Download Panda Cloud Antivirus



ทั้ง 2 โปรแกรมได้พิสูจน์ให้เห็นว่า "Free Security Programs" นั้นก็สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยที่ใช้ทรัพยากรไม่มากนัก ทำให้ทั้ง 2 โปรแกรมเหมาะสมกับการใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สเปกไม่สูงอย่างเครื่อง Netbooks

Seesmic
Seesmic ถึงชื่อจะฟังดูแปลกๆ แต่จากที่ผมได้ทดลองใช้งานบอกได้เลยว่า "เป็นโปรแกรมที่ใช้งานได้ดีทีเดียว" สามารถใช้จัดการแอคเคาท์ Twitter ได้หลายแอคเคาท์ จัดการแสดงผลโดยแยกตามหัวข้อ Home, Replies, Private และ Sent และอีกหลายฟีเจอร์ที่ช่วยให้การใช้งาน Twitter ทำได้ง่ายขึ้น

โปรแกรม Seesmic มีขนาดเล็ก (379KB) จึงไม่เปลืองทรัพยากรของเครื่องและที่สำคัญเป็นฟรีแวร์ Seesmic และมีให้เลือกใช้งานทั้งเวอร์ชันสำหรับ Desktop, Android, Blackberry และแบบ Web-based สำหรับท่านที่สนใจสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ Download Seesmic



TweetDeck
TweetDeck เป็นโปรแกรมเบราเซอร์ส่วนตัวสำหรับใช้ติดต่อสื่อสารผ่านทางเครือข่ายสังคม (Social networking) อย่างเช่น Twitter, Facebook, MySpace, LinkedIn และอื่นๆ โดยมีจุดเด่น คือ สามารถแสดงทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้ใช้ต้องการทราบในหน้าต่างเดียว ทำให้ง่ายในการจัดการและอัพเดทข้อมูล

TweetDeck มีใน 2 เวอร์ชัน คือ เวอร์ชันสำหรับเดสก์ทอปและเวอร์ชันสำหรับ iPhone ท่านใดสนใจสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ Download TweetDeck

Trillian Astra
Trillian Astra เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมสำหรับการใช้งานในการติดต่อสื่อสารผ่านทางเครือข่ายสังคม (Social networking) สามารถใช้งานกับระบบเครือข่ายสมัยใหม่ อย่างเช่น Google Chat, Facebook ได้เป็นอย่างดี และสามารถทำงานร่วมกับ Twitter ได้เช่นกัน Trillian Astra นั้นมีใน 3 เวอร์ชัน คือ เวอร์ชันสำหรับ Desktop, Mac OS X iPhone และแบบ Web Based สำหรับท่านที่สนใจสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ Download Trillian Astra

Bumptop
Bumptop เป็นฟรีแวร์สำหรับใช้ปรับแต่งหน้าเดสก์ทอปของวินโดวส์ ซึ่งช่วยสามารถปรับแต่งเดสก์ทอปได้หลากหลายขึ้นและง่ายขึ้น โดยไฟล์และไอคอนจะมีน้ำหนักตามขนาดของไอคอนและไอคอนจะมีขนาดสัมพันธ์กับการใช้งาน

Bumptop ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดวางไฟล์และโฟลเดอร์ได้หลายแบบ เช่น วางซ้อนกัน เปิดไฟล์และโฟลเดอร์แบบเปิดหนังสือ (Flip) วางแบบกระจัดกระจาย หรือวางตามแนวเส้นกริด และถ้าจอภาพที่ใช้เป็นจอภาพแบบสัมผัส (Touch Screen) ก็จะทำให้ BumpTop ยิ่งน่าสนใจและมีประโยชน์มากขึ้น

Ninite
Ninite หรือชื่อเดิมคือ Volery เป็นซอฟต์แวร์ที่แสดงให้เห็นว่าเครื่องมือแบบเว็บและเครื่องมือแบบเดสก์ทอปสามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ โดยแนวคิดของ Ninite คล้ายๆ กับแนวคิดการทำงานแบบ Batch แต่ไม่เหมือนกันเสียที่เดียว โดย Ninite นั้นจะทำการแพ็กเกจชุดติดตั้งของโปรแกรมต่างๆ ที่ผู้ใช้เลือกให้อยู่ในไฟล์ .EXE เพียงไฟล์เดียว ทำให้สามารถติดตั้งโปรแกรมหลายๆ ตัวได้ในขั้นตอนที่น้อยลง และประหยัดเวลาได้มากขึ้น

Ninite ช่วยแก้ปัญหาเรื่องขั้นตอนและความยุ่งยากในการติดตั้งโปรแกรมบนระบบวินโดวส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ สำหรับรายละเอียดโปรแกรมที่มีให้ใช้งานและการดาวน์โหลดสามารถดูได้ที่เว็บไซต์ Ninite



มองข้างหน้าไปยังปี 2010
เมื่อเหลียวหลังปี 2009 เสร็จแล้วก็มามองไปข้างหน้ากันบ้าง โดยซอฟต์แวร์ที่ได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นดาวเด่นในปีนี้ (2010) ได้แก่ Google Chrome OS ซึ่ง (คาดว่า) จะออกในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

สำหรับในส่วนของอินเทอร์เน็ตเว็บเบราเซอร์นั้น ในปีนี้คงมีการแข่งขั้นกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ทั้ง Mozilla, Google, Microsoft รวมถึง Opera ซึ่ได้แสดงให้เห็นแล้วว่ายังคงมีความสามารถในแข่งขันเมื่อ Opera 10.50 Pre-alpha นั้นมีการทำงานเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สรุปส่งท้าย
ปีนี้ (2010) คิดว่าเว็บไซต์เครือข่ายสังคม (Social Networking) อย่างเช่น Twitter และ Facebook น่ายังคงได้รับความนิยมสูงต่อไป ซึ่งน่าจะส่งผลให้มีการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องตัวใหม่ๆ ออกมาให้ได้ใช้งานกันเพิ่มขึ้น โดยไฮไลท์สำคัญของปีน่าจะเป็นการออก Google Chrome OS ซึ่งคาดว่าจะออกในช่วงครึ่งหลังของปี

สำหรับในส่วนของอินเทอร์เน็ตเว็บเบราเซอร์นั้น คงเป็นอีกปีที่การแข่งขันพัฒนาซอฟต์แวร์เป็นไปอย่างเข้มข้นและร้อนแรงต่อไป  โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องติดตามว่าไมโครซอฟท์จะมีไม้เด็ดอะไรหรือไม่ หลังจากปีที่แล้วตกที่นั่งลำบากและกำลังสูญเสียส่วนแบ่งผู้ใช้ Internet Explorer ให้กับคู่แข่งอย่าง Firefox ของ Mozilla ไปเรื่อยๆ

สุดท้ายไม่ว่าใครจะแพ้ใครจะชนะ แต่ผู้ที่ได้ผลประโยชน์จากการแข่งขันก็คงเป็นเราๆ ท่านๆ ที่เป็นผู้ใช้ ที่จะได้ใช้ซอฟต์แวร์ที่ดีขึ้นและถูกลง ขอบคุณครับ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
CNET

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Wednesday, December 23, 2009

GoogleSysTray System Tray App for all Google Services for Windows

GoogleSysTray จัดการบริการของ Google จากเดสก์ทอป
บริการของ Google นั้นมีให้ใช้งานมากมายหลายอย่าง วันนี้เลยขอแนะนำโปรแกรม GoogleSysTray ซึ่งโปรแกรมฟรีแวร์สำหรับใช้จัดการบริการของ Google จากเดสก์ทอป ซึ่งจะช่วยให้การใช้บริการต่างๆ ของ Goolge ทำได้สะดวก รวดเร็ว และง่ายขึ้น

GoogleSysTray สามารถจัดการบริการต่างๆ ของ Google เช่น Google Voice, GMail, Google Calendar, Google Reader และ Google Wave และยังสามารถทำการแจ้งเตือนผ่านทางป๊อบอัพเมสเสจหรือ SMS เมื่อมีข้อความใหม่ได้อีกด้วย

การดาวน์โหลด GoogleSysTray
เวอร์ชันปัจจุบันของ GoogleSysTray คือ 1.0.3 ซึ่งออกเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมา ท่านใดสนใจใช้งาน สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีที่เว็บไซต์ GoogleSysTray หรือที่ Download GoogleSysTray 1.0.3 ไฟล์ดาวน์โหลดมีขนาด 9.0 MB


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

© 2009 TWA Blog. All Rights Reserved.

Friday, December 18, 2009

Translate Google Sites with one click

Google เพิ่มบริการแปลหน้าเว็บใน Google Sites
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

Google Translate เป็นอีกหนึ่งบริการของ Google ที่ผมใช้บริการเป็นประจำเมื่อต้องการแปลหน้าเว็บที่เนื้อหาเป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาไทย รวมถึงใช้ในการแปลคำศัพท์ภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย เรียกได้ว่าใช้แทนพจนานุกรมกันเลย

นอกจาก Google จะให้บริการแปลผ่านทางเว็บไซต์ Google Translate แล้ว ยังได้รวมฟีเจอร์นี้เข้าให้บริการ Gmail และ Google Docs และล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมา Google ได้ขยายบริการแปลหน้าเว็บเข้าในบริการ Google Sites ซึ่งเป็นบริการเว็บพอร์ทอล (Web Portal) ฟรี โดยทำการอินทิเกรต (Integrate) ฟีเจอร์ Translate เข้ายังเว็บไซต์ที่สร้างอยู่ใน Google Sites ทั้งนี้เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการแปลเนื้อหาเว็บต้นฉบับไปเป็นภาษาที่ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ต้องการ

สำหรับวิธีการใช้งานทำได้ง่ายๆ เพียงแค่คลิกลิงก์ Translate ซึ่งจะแสดงอยู่ที่ด้านขวามือ-ล่าง ของหน้าเว็บดังรูปด้านล่าง



จากนั้นให้คลิกที่ปุ่มเลือกภาษาที่อยู่บนแถบ Google Translate แล้วเลือกภาษาที่ต้องการแปล



เสร็จแล้วคลิกปุ่ม Translate แล้วรอจนการทำงานแล้วเสร็จ เพียงแค่นี้ ปัญหาเรื่องการอ่านเว็บที่มีเนื้อหาในภาษาต่างประเทศก็จะหมดไป



สามารถนำฟีเจอร์ Google Translate ไปใช้กับเว็บไซต์ส่วนตัวได้
ฟีเจอร์ Google Translate นั้นนอกจากจะใช้งานได้กับเว็บไซต์ที่สร้างอยู่ใน Google Sites แล้ว ยังมี Google Translate Element ซึ่งสามารถนำไปใช้กับบล็อกหรือเว็บไซต์ส่วนตัวได้อีกด้วย วิธีการคือให้ทำการก็อปปี้โค้ดสนิปเป็ต (Code Snippet) จากเว็บไซต์ Google Web Element จากนั้นนำไปวางในเว็บเพจหรือในแกทเจ็ท แค่นี้ก็สามารถใช้งานฟีเจอร์ Google Translate ได้แล้ว โดยมีลักษณะดังรูปด้านล่าง



ที่มา
Official Google Blog

© 2009 TWA Blog. All Rights Reserved.