Friday, January 4, 2013

Windows 7 ยังเป็นระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์อันดับ 1, Windows 8 มีผู้ใช้มากกว่า Linux แล้ว

Windows 7 ยังคงเป็นระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่มีจำนวนผู้ใช้มากเป็นอันดับ 1 และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องต่อไป ในขณะที่ Windows XP มีผู้ใช้เป็นอันดับที่ 2 แต่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วน Windows 8 ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถข้ามเส้น 2% ได้แต่มีผู้ใช้มากกว่า Linux เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีผู้ใช้ 1.72% จากการสำรวจของ NetMarketShare ณ เดือนธันวาคม 2555

คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ใช้ Windows 7 - NetMarketShare
จากผลการสำรวจจำนวนผู้ใช้ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ในเดือนธันวาคม 2555 ของ NetMarketShare ปรากฏว่า Windows 7 ซึ่ง ขายได้แล้วมากกว่า 670 ล้านไลเซนส์ ยังเป็นระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่มีจำนวนผู้ใช้มากที่สุดที่ 45.11% และยังมีผู้ใช้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในขณะที่ Windows XP ยังอยู่ในอันดับที่ 2 ที่ 39.04% แต่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนอันดับที่ 3 เป็น Windows Vista ที่มีผู้ใช้ 5.67% โดยอันดับที่ 4 เป็น MAC OS X 10.8 ที่มีผู้ใช้ 2.27% ส่วน Windows 8 สามารถแซง Linux ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 7 โดยมีผู้ใช้ 1.72%

Desktop Operating System Market Share (เครดิต: NetMarketShare)

Operating System Market Share (เครดิต: NetMarketShare)

คอมพิวเตอร์มากกว่าครึ่งใช้ Windows 7 - StatCounter
การสำรวจจำนวนผู้ใช้ระบบปฏิบัติการในเดือนธันวาคม 2555 ของ StatCounter ได้ผลเหมือนของ NetMarketShare ที่ว่า Windows 7 เป็นระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่มีผู้ใช้มากที่สุด แต่แตกต่างในส่วนของจำนวนผู้ใช้ โดย StatCounter รายงานว่า Windows 7 มีผู้ใช้ 53.18% (+0.03) ส่วน Widows XP มีผู้ใช้เป็นอันดับที่ 2 ที่ 25.43% (-0.76) และอันดับที่ 3 เป็น Mac OS X ที่มีผู้ใช้ 7.36% (รวมทุกเวอร์ชัน) โดย Windows Vista เป็นอันดับที่ 4 มีผู้ใช้ 6.75% ส่วน Windows 8 นั้นยังไม่มีข้อมูลจำนวนผู้ใช้

Top 5 Operating System (เครดิต: StatCounter)

Windows 8 มีผู้ใช้ 1.72%
ถึงแม้ว่าไมโครซอฟท์จะประกาศว่ามีลูกค้าอัปเกรด Windows 8 ถึง 4 ล้านไลเซนส์ในเวลา 3 วันหลังการออกอย่างเป็นทางการ [อ่านรายละเอียด] และสามารถขาย Windows 8 ได้มากกว่า 40 ล้านไลเซนส์ใน 1 เดือน [อ่านรายละเอียด] แต่ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2555 ซึ่งเป็นเวลากว่าสองเดือนหลังออกอย่างเป็นทางการ Windows 8 มีผู้ใช้ 1.72% แต่หากเปรียบเทียบจำนวนผู้ใช้กับ Windows 7 ในเดือนธันวาคม 2552 ปรากฏว่า Windows 8 มีผู้ใช้น้อยกว่า Windows 7 ถึง 3.37 เท่า (เดือนธันวาคม 2552 Windows 7 มีผู้ใช้ 5.80%)

Windows 8 Market Share (เครดิต: NetMarketShare)

Windows 7 Market Share (เครดิต: NetMarketShare)

หมายเหตุ:
  • Windows 8 ออกเวอร์ชัน RTM วันที่ 1 สิงหาคม 2555 ออกเวอร์ชัน Final (GA) วันที่ 26 ตุลาคม 2555
  • Windows 7 ออกเวอร์ชัน RTM วันที่ 22 กรกฎาคม 2552 ออกเวอร์ชัน Final (GA) วันที่ 22 ตุลาคม 2552

บทความโดย: TWA Blog

Copyright © 2013 TWA Blog. All Rights Reserved.

Related Posts:

  • Microsoft to release emergency fix for ASP.NET holeไมโครซอฟท์เตรียมออกอัปเดทสำหรับปิดช่องโหว่ความปลอดภัยใน .NET Framework เป็นกรณีเร่งด่วน บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog สืบเนื่องจากมีการค้นพบช่องโหว่ความปลอดภัยใน .NET Framework ซึ่งมีผลกระทบกับระบบ Windows หลายเ… Read More
  • New Zero-Day Critical Vulnerability in Windows Shell Affects all Windows versionsพบช่องโหว่ความปลอดภัยร้ายแรงระดับวิกฤติตัวใหม่ใน Windows Shell กระทบกับ Windows ทุกเวอร์ชันและยังไม่มีแพตซ์สำหรับแก้ไข (Zero-Day) บทความโดย: Windows Administrator Blog ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการผ่านทางเว… Read More
  • Microsoft Releases MS10-046 Out-of-Band Update to Address Shortcut Holeไมโครซอฟท์ออกแพตซ์ MS10-046 เป็นกรณีเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาช่องโหว่ความปลอดภัยชอร์ตคัทของ Windows บทความโดย: Windows Administrator Blog ไมโครซอฟท์ออกแพตซ์ (Patch) หมายเลข MS10-046 เป็นกรณีเร่งด่วน (Out-of-Band) เพื่อแก้ปัญหาช… Read More
  • Office Web Apps are now available worldwideไมโครซอฟท์เปิดให้บริการ Office Web Apps ทั่วโลกแล้ว ไมโครซอฟท์ได้ประกาศเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ผ่านมาว่าจะเปิดให้บริการ Office Web Apps บน Windows Live SkyDrive และ Hotmail ทั่วโลกในเดือนมีนาคม ล่าสุดไมโครซอฟท์ก็ได้ป… Read More
  • Microsoft Security Advisory (2416728) - Vulnerability in ASP.NET Could Allow Information Disclosureไมโครซอฟท์เตือนผู้ใช้ Windows ให้ระวังการโจมตีระบบผ่านทางช่องโหว่ .NET Framework บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog ไมโครซอฟท์เตือนผู้ใช้ Windows ให้ระวังการโจมตีระบบผ่านทางช่องโหว่ .NET Framework ซึ่งแฮกเกอร์สามารถใ… Read More

0 Comment: