Tuesday, January 11, 2011

Microsoft Office 2010: A copy sold every second (Almost 16 Million Office 2010 Copies Sold in 6 Months)

ไมโครซอฟท์ขาย Office 2010 ได้ 1 ชุด/วินาที โดยขายได้เกือบ 16 ล้านชุดใน 6 เดือน

Office 2010 ชุดโปรแกรมจัดการงานเอกสารเวอร์ชันล่าสุดของไมโครซอฟท์ นั้นเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จด้านยอดขายในปีที่แล้ว โดยสามารถขายได้เกือบ 16 ล้านชุดในระยะเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น ในขณะที่ Office Web Apps ซึ่งเป็นเวอร์ชันแบบเว็บเบส (Web-based) ของ Office 2010 ที่ผู้ใช้สามารถใช้งานโปรแกรม Word, PowerPoint, Excel และ OneNote ผ่านเว็บทางเบราเซอร์ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้

ไมโครซอฟท์ออก Office 2010 General Availability (GA) ซึ่งเป็นเวอร์ชันสำหรับลูกค้าทั่วไป ในวันที่ 15 มิถุนายน 2553 พร้อมกับการเปิดให้บริการ Office Web Apps นอกจากนี้ยังเปิดให้บริการ Office Mobile สำหรับ Windows Phone 7 ในเดือนพฤศจิกายน 2553

โดยในโอกาสครบ 6 เดือนของการออก Office 2010 GA ไมโครซอฟท์ได้เปิดเผยความสำเร็จทั้งทางด้านจำนวนผู้ใช้ Office Web Apps และยอดการขาย Office 2010 ในงาน CES 2011 รายละเอียดดังนี้
• Office Web Apps มีผู้ใช้ทั้งหมดจำนวนมากกว่า 30 ล้านคน ที่ทำการเปิด แก้ไข และแชร์เอกสารออฟฟิชจากที่ใดๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ตโดยใช้โปรแกรมเว็บเบราเซอร์
• Office 2010 จัดเป็นเวอร์ชันที่มีจำนวนการขายเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของของ Office โดยยอดขายจากทั่วโลกสามารถขายได้เป็นจำนวนเกือบ 16 ล้านชุดในระยะเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น นั้นคือมีการขาย Office 2010 ได้ 1 ชุด/วินาที
• เป็นเวลา 8 ปีติิดต่อกันที่โปรแกรม Microsoft Office เป็นผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ที่มียอดขายรวมทุกเวอร์ชันมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาเมื่อวัดจากมูลค่าเป็นเงินดอลลาร์ โดยมากกว่าทั้งเกมส์ (Game) และซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัย (Security software)

วิดีโอด้านล่างจะเป็นลูกค้าที่ประสบความสำเร็จในการใช้งาน Office 2010



บทความโดย: The Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
• The Microsoft Office Blog

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.

How to share files using Dropbox

การแชร์ไฟล์ผ่านทาง Dropbox

5 พฤษภาคม 2555: เนื่องจาก Dropbox ได้ปรับปรุงระบบอินเทอร์เฟชใหม่ทำให้ขั้นตอนการแชร์ไฟล์ผ่านทาง Dropbox เปลี่ยนไป รายละเอียดสามารถอ่านได้ที่ การแชร์ไฟล์ผ่านทาง Dropbox (New Interface)

บทความนี้จะเป็นการสาธิตวิธีการแชร์ไฟล์ผ่านทางระบบเก็บข้อมูลแบบคลาวด์ (Cloud Storage) ของ Dropbox ซึ่งเนื้อหาจะต่อเนื่องมาจากบทความเรื่อง การใช้งาน Dropbox ผ่านทางโปรแกรมไคลเอ็นต์ และ การใช้งาน Dropbox ผ่านทางเว็บเบราเซอร์ ที่ได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้

สำหรับการแชร์ไฟล์ผ่านทาง Dropbox นั้นนอกจากช่วยเพิ่มความสะดวกในการแชร์ข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตแล้ว ยังมีจุดเด่นคือ สามารถบริหารจัดการการเข้าถึงการแชร์ได้ง่ายและยังมีระดับความปลอดภัยที่เชื่อถือได้

ขั้นตอนการแชร์ไฟล์โดยใช้ Dropbox
หลังจากทำการล็อกอินเข้า Dropbox แล้วสามารถทำการแชร์ไฟล์ได้โดยการคลิกเมนู Share a folder


จากนั้นในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Share a folder จะมีสองออปชันให้เลือกคือ I'd like to create and share a new folder ซึ่งจะเป็นการสร้างโฟลเดอร์ใหม่แล้วทำการแชร์ กับ I'd like to share an existing folder ซึ่งจะเป็นการแชร์โฟลเดอร์ที่มีอยู่แล้ว

กรณีเลือก I'd like to create and share a new folderให้ป้อนชื่อโฟลเดอร์ที่ต้องการสร้างและแชร์เสร็จแล้วคลิก Next


กรณีเลือก I'd like to share an existing folder ให้คลิก Next จากนั้นเลือกโฟลเดอร์ที่ต้องการแชร์เสร็จแล้วคลิก Next


จากนั้นในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Share "Folder_name" with others ในช่อง Invite collaborators to this folder ให้ป้อนอีเมล์แอดเดรสผู้ที่ต้องการให้เข้าร่วมการแชร์โฟลเดอร์ ส่วนในช่อง Send a personal message with your invitation นั้นจะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้เสร็จแล้วคลิก Share folder

หลังจากทำการแชร์โฟลเดอร์เสร็จ Dropbox จะทำการส่งอีเมล์ไปยังอีเมล์แอดเดรสที่ได้ป้อนตามขั้นตอนด้านบน โดยผู้ที่ได้รับเชิญสามารถคลิกลิงก์ในอีเมล์เพื่อล็อกอินเข้า Dropbox หรือจะทำการล็อกอินโดยตรงจากเว็บไซต์ Dropbox ก็ได้


เมื่อผู้ที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการแชร์โฟลเดอร์ทำการล็อกอินเข้า Dropbox จะได้รับข้อความลักษณะดังรูปด้านล่าง ในกรณีที่ไม่ต้องการเข้าร่วมการแชร์โฟลเดอร์ให้คลิก Cancel หากต้องการเข้าร่วมการแชร์โฟลเดอร์ให้คลิก Accept


หลังจากยอมรับเข้าร่วมการแชร์โฟลเดอร์ Dropbox ก็จะทำการเพิ่มโฟลเดอร์ที่แชร์เข้าในระบบดังรูปด้านล่าง


ในกรณีที่มีการเชิญ Dropbox ก็จะแจ้งเตือนให้ทราบการแสดงบอลลูนสีแดงพร้อมตัวเลขจำนวนการเชิญบนเมนู Sharing

การปรับแต่งการแชร์โฟลเดอร์
หลังจากทำการแชร์โฟลเดอร์เสร็จแล้ว สามารถทำการปรับแต่งการตั้งค่าต่างๆ ได้ โดยการคลิกบนโฟลเดอร์ที่ต้องการปรับแต่ง จากนั้นเลือก Shared folder options


ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Shared folder options for "Folder_name" สามารถเชิญให้ผู้อื่นเข้าร่วมการแชร์โฟลเดอร์ได้โดยการป้อนอีเมล์แอดเดรสในช่องใต้ Invite collaborators to this folder จากนั้นคลิก Invite


สำหรับการจัดการสมาชิกการเข้าร่วมการแชร์ทำได้โดยการคลิก Members จากนั้นเลือกออปชันที่ต้องการ เช่น คลิกเลือกผู้ที่ได้รับเชิญที่ยังไม่ตอบรับแล้วเลือก Reinvite หรือ Uninvite เป็นต้น


สำหรับการตรวจสอบการแชร์โฟลเดอร์ทั้งหมดทำได้โดยการคลิกแท็บ Sahring ซึ่งจะได้หน้าจอลักษณะดังรูปด้านล่าง ซึ่งจากหน้าจอนี้สามารถทำการแชร์โฟลเดอร์เพิ่มได้โดยการคลิก Share a folder หรือปรับแต่งออปชันการแชร์โดยการคลิกลิงก์ Options


การแชร์ไฟล์ด้วยโฟลเดอร์ Public
วิธีการแชร์ไฟล์ด้านบนเป็นการแชร์ให้เฉพาะผู้ที่ได้รับเชิญและต้องเป็นสมาชิก Dropbox เท่านั้น ในกรณีที่ต้องการแชร์ด้วย Dropbox ให้กับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก Dropbox จะต้องทำการแชร์ผ่านทางโฟลเดอร์ Public โดยการคลิกขวาบนไฟล์ที่ต้องการแชร์จากนั้นคลิก Copy public link จากนั้นนำลิงก์ที่ได้ไปวางไว้ในหน้าเว็บหรือส่งให้กับผู้รับผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ ข้อดีของการแชร์ไฟล์ด้วยโฟลเดอร์ Public คือใช้งานง่ายและสามารถแชร์ให้แบบ "สาธารณะ" ได้ แต่มีข้อด้อยคือสนับสนุนเฉพาะการแชร์ไฟล์เท่านั้นไม่สามารถใช้แชร์โฟลเดอร์ได้

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.

Monday, January 10, 2011

Viliv X70, The World's Slimmest Windows 7 Tablet

Viliv เปิดตัว X70 แท็บเล็ต Windows 7 บางที่สุดในโลก
Viliv ได้เปิดตัว X70 เครื่องแท็บเล็ตซึ่งใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 7 ในงาน CES 2011 จุดเด่นของ Viliv X70 คือตัวเครื่องมีความหนาเพียง 14.3 มม. (1.43 ซม.) ทำให้มันเป็นเครื่องแท็บเล็ต Windows 7 ที่บางที่สุดในโลกในปัจจุบัน

คุณลักษณะทางเทคนิคของ Viliv X70
Viliv X70 แท็บเล็ตใช้ซีพียูอินเทลรุ่นใหม่ (แต่ยังไม่มีการระบุรุ่นที่แน่นอน) ส่วนจอภาพเป็นระบบสัมผัสแบบคาปาซิทีฟ (Capacitive Touchscreen) ขนาด 7 นิ้ว สามารถแสดงผลได้ความละเอียดสูงสุด 1024 x 600

Picture Credit: Slashgear

Viliv X70 สามารถรองรับหน่วยความจำ (RAM) ได้ 2 ขนาดคือ 1GB หรือ 2GB ใช้ฮาร์ดดิสก์แบบ SSD โดยมีขนาดความจุ 32GB หรือ 64GB สำหรับระบบปฏิบัติการนั้นมีให้เลือก 2 เวอร์ชันด้วยกันคือ Windows 7 เวอร์ชัน Starter หรือ Home Premium

ในด้านการเชื่อมต่อระบบเน็ตเวิร์กนั้น Viliv X70 สามารถรองรับระบบ WiFi b/g/n, Bluetooth และมีอ็อปชันสำหรับระบบ HSPA/WiMAX/EVDO และ GPS

Viliv X70 มีกล้องทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยกล้องด้านหลังมีความละเอียด 3 ล้านพิกเซลและกล้องด้านหน้ามีความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซลสำหรับรองรับการทำวิดีโอคอล (Cideo calls) นอกจากนี้ ยังมีพอร์ตสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้แก่ HDMI, microUSB และ microSD โดยมาพร้อมแบตเตอร์รี่ขนาด 5,600 mAh ใช้งานได้นาน 6.5 ชั่วโมง ทั้งหมดนี้มีน้ำหนักเบาจนน่าประทับใจที่ 420 กรัม และหนาเพียง 14.3 มม. (1.43 ซม.) ซึ่งจัดเป็นแท็บเล็ตระบบปฎิบัติการ Windows 7 ที่บางที่สุดในโลกในปัจจุบัน

นอกจากเครื่องแท็บเล็ตรุ่น X70 แล้ว Viliv ยังเปิดตัว Viliv X7 และ Viliv X10 ซึ่งเป็นแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android Tablet) ซึ่งทั้งสองรุ่นใช้ซีพียู Samsung Cortex-A8 ความเร็ว 1GHz ใช้จีพียู VR SGX 540 มีหน่วยความจำ 512MB โดย X7 มีจอภาพเป็นระบบสัมผัสแบบคาปาซิทีฟขนาด 7 นิ้ว สามารถแสดงผลได้ความละเอียดสูงสุด 1024 x 600 ในขณะที่ X10 มีจอภาพเป็นระบบสัมผัสแบบคาปาซิทีฟขนาด 10.2 นิ้ว สามารถแสดงผลได้ความละเอียดสูงสุด 1024 x 600 เช่นเดียวกัน

ปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดวันวางจำหน่ายสำหรับเครื่องแท็บเล็ตที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 7 รุ่น Viliv X70 แต่แท็บเล็ตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์รุ่น Viliv X7 และ Viliv X10 นั้นจะเริ่มวางขายในเดือนมีนาคมและเมษายน 2554 ตามลำดับ แต่ยังไม่กำหนดว่าจะใช้แอนดรอยด์เวอร์ชันไหนระหว่าง Android 2.2 Froyo หรือ Android 3.0 Honeycomb ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยราคาในปัจจุบัน

สำหรับรายละเอียดทั้งหมดพร้อมภาพเครื่องแท็บเล็ตทั้ง 3 รุ่นอ่านได้จากเว็บไซต์ Slashgear ครับ

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.

Sunday, January 9, 2011

Using Dropbox from Web Browser

การใช้งาน Dropbox ผ่านทางเว็บเบราเซอร์
ก่อนหน้านี้ผมได้แนะนำวิธีการซิงค์ไฟล์และแบ็คอัพข้อมูลขึ้นระบบเก็บข้อมูลแบบคลาวด์ (Cloud Storage) บนเว็บไซต์ Dropbox.com โดยใช้โปรแกรมไคลเอ็นต์ Dropbox ไปแล้วในบทความเรื่อง การติดตั้งและใช้งาน Dropbox บนระบบ Windows สำหรับบทความนี้จะเป็นการสาธิตการอัพโหลดและดาวน์โหลดข้อมูลกับเว็บไซต์ Dropbox.com ผ่านทางเว็บเบราเซอร์ครับ

การล็อกอินเข้า Dropbox.com
การล็อกอินเข้าเว็บไซต์ Dropbox จากเว็บเบราเซอร์ทำได้โดยการเปิดเว็บไซต์ Dropbox.com แล้วคลิกลิงก์ Log in จากนั้นป้อนอีเมล์แอดเดรสและรหัสผ่านเสร็จแล้วคลิก Log in หลังจากล็อกอินเสร็จแล้วก็จะสามารถใช้งาน Dropbox เช่น ดาวน์โหลดไฟล์หรือโฟลเดอร์ ผ่านทางเว็บเบราเซอร์ได้


การอัพโหลดข้อมูลขึ้น Dropbox.com
หลังจากทำการล็อกอินเข้า Dropbox แล้วสามารถทำการอัพโหลดข้อมูลได้โดยการคลิกเข้าไปยังโฟลเดอร์ที่ต้องการใช้เก็บข้อมูลที่อัพโหลดแล้วคลิกลิงก์ Upload


ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Upload to 'Folder_Name' (ในที่นี้คือโฟลเดอร์ Photos) ให้คลิกลิงก์ Choose files จากนั้นในหน้า Select file(s) to upload by www.dropbox.com ให้เลือกไฟล์ที่ต้องหารเสรจแล้วคลิก Open


ในกรณีที่ต้องการอัพโหลดหลายไฟล์ให้คลิก Add more files แล้วเลือกไฟล์ที่ต้องการ หากต้องการยกเลิกการอัพโหลดไฟล์ที่ไม่ต้องการทำได้โดยการคลิกเครื่องหมายกากบาท (ในวงกลมสีแดง) เสร็จแล้วคลิก Start upload


จากนั้นรอจนการอัพโหลดแล้วเสร็จ โดยเวลาที่ใช้จะขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวนไฟล์ที่ทำการดาวน์โหลด หากต้องการดูรายละเอียดการดาวน์โหลดให้คลิกลิงก์ details


การดาวน์โหลดข้อมูลจาก Dropbox.com
การดาวน์โหลดข้อมูลจาก Dropbox นั้นแบ่งออกเป็น 2 กรณีคือ การดาวน์โหลดไฟล์และ การดาวน์โหลดโฟลเดอร์
การดาวน์โหลดโฟล์
การดาวน์โหลดไฟล์ทำได้โดยการคลิกบนไฟล์ที่ต้องการจากนั้นเลือก Downloaded file จากนั้นเลือก Save file ในหน้าไดอะล็อกของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์


กรณีที่ต้องการดาวน์โหลดหลายไฟล์ในครั้งเดียวให้คลิกเช็คบ็อกซ์หน้าไฟล์ที่ต้องการจากนั้น คลิกเมนู More แล้วคลิก Download items จากนั้นเลือก Save file ในหน้าไดอะล็อกของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ โดยไฟล์ที่ได้จากการดาวน์โหลดนั้นจะอยู่ในฟอร์แมตที่ถูกบีบอัดโดยจะมีนามสกุลเป็น .zip


การดาวน์โหลดโฟลเดอร์
การดาวน์โหลดโฟลเดอร์ทำได้โดยการคลิกบนโฟลเดอร์ที่ต้องการจากนั้นเลือก Downloaded folder จากนั้นเลือก Save file ในหน้าไดอะล็อกของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ โดยไฟล์ที่ได้จากการดาวน์โหลดนั้นจะอยู่ในฟอร์แมตที่ถูกบีบอัดโดยจะมีนามสกุลเป็น .zip


ในกรณีที่ต้องการดาวน์โหลดหลายโฟลเดอร์ในครั้งเดียวให้คลิกเช็คบ็อกซ์หน้าโฟลเดอร์ที่ต้องการจากนั้นคลิกเมนู More แล้วคลิก Download items จากนั้นเลือก Save file ในหน้าไดอะล็อกของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์


การลบโฟลเดอร์บน Dropbox.com
การลบโฟลเดอร์ทำได้โดยการคลิกบนโฟลเดอร์ที่ต้องการลบจากนั้นเลือก Delete


จากนั้นบนไดอะล็อก Delete Folder? ให้คลิก Delete เพื่อยืนยันการลบ


การย้ายไฟล์บน Dropbox.com
การย้ายไฟล์ทำได้โดยการคลิกบนไฟล์ที่ต้องการย้ายจากนั้นเลือก Move


จากนั้นบนไดอะล็อก Move File to ให้คลิกเลือก Folder ที่ต้องการย้ายไฟล์ไปเสร็จแล้วเลือก Move File


สำหรับวิธีการแชร์ข้อมูลด้วย Dropbox นั้นสามารถอ่านได้ที่ การแชร์ไฟล์ผ่านทาง Dropbox

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.

Friday, January 7, 2011

Microsoft will release 2 updates fixing 3 holes in Windows next week

ไมโครซอฟท์เตรียมออกแพตช์ 2 ตัว เพื่อแก้ 3 ช่องโหว่ความปลอดภัยใน Windows

เริ่มต้นงานอัพเดทระบบในเดือนแรกของปี 2554 ไม่ค่อยหนักสำหรับแอดมินที่มีหน้าที่อัพเดท เนื่องจากไมโครซอฟท์ (Microsoft) ได้ประกาศว่าจะออกอัพเดทหรือแพตซ์ (Patch) ประจำเดือนมกราคมเพียงแค่ 2 ตัว เพื่อแก้ 3 ปัญหาช่องโหว่ความปลอดภัยใน Windows โดยมีแพตซ์ที่มีความร้ายแรงระดับวิกฤติ (Critical) 1 ตัว และมีแพตซ์ที่มีความร้ายแรงระดับสูง (Important) 1 ตัว ตามรายละเอียดด้านล่าง

Executive Summariess
ไมโครซอฟท์ได้ประกาศว่าจะออกแพตช์ของเดือนมกราคม 2554 หรือที่นิยมเรียกว่า Patch Tuesday จำนวน 2 ตัว ดังนี้
• เป็นแพตช์สำหรับแก้ช่องโหว่ความปลอดภัยร้ายแรงระดับวิกฤติของระบบ Windows ทุกเวอร์ชันจำนวน 1 ตัว
• เป็นแพตช์สำหรับแก้ช่องโหว่ความปลอดภัยร้ายแรงระดับสูงของระบบ Windows Vista จำนวน 1 ตัว

แพตช์สำหรับแก้ปัญหาความปลอดภัยที่มีความร้ายแรงระดับวิกฤติ (Critical)
แพตช์สำหรับแก้ปัญหาความปลอดภัยที่มีความร้ายแรงระดับวิกฤติมีจำนวน 1 ตัว เป็นแพตช์สำหรับแก้ช่องโหว่ความปลอดภัยของ Windows ทุกเวอร์ชัน รายละเอียดดังต่อไปนี้

Microsoft Security Bulletin 2: Windows
Impact: Remote Code Execution
Affected Software:
- Windows XP Service Pack 3
- Windows XP Professional x64 Edition Service Pack 2
- Windows Server 2003 Service Pack 2
- Windows Server 2003 x64 Edition Service Pack 2
- Windows Server 2003 with SP2 for Itanium-based Systems
- Windows Vista Service Pack 1 and Windows Vista Service Pack 2
- Windows Vista x64 Edition Service Pack 1 and Windows Vista x64 Edition Service Pack 2
- Windows Server 2008 for 32-bit Systems and Windows Server 2008 for 32-bit Systems Service Pack 2 (Windows Server 2008 Server Core installation affected)
- Windows Server 2008 for x64-based Systems and Windows Server 2008 for x64-based Systems Service Pack 2 (Windows Server 2008 Server Core installation affected)
- Windows Server 2008 for Itanium-based Systems and Windows Server 2008 for Itanium-based Systems Service Pack 2
- Windows 7 for 32-bit Systems
- Windows 7 for x64-based Systems
- Windows Server 2008 R2 for x64-based Systems (Windows Server 2008 R2 Server Core installation affected)
- Windows Server 2008 R2 for Itanium-based Systems

แพตช์สำหรับแก้ปัญหาความปลอดภัยที่มีความร้ายแรงสูง (Important)
แพตช์สำหรับแก้ปัญหาความปลอดภัยที่มีความร้ายแรงสูงมีจำนวน 1 ตัว โดยที่เป็นแพตช์สำหรับแก้ช่องโหว่ความปลอดภัยของ Windows Vista รายละเอียดดังต่อไปนี้

Microsoft Security Bulletin 1: Windows
Impact: Elevation of Privilege
Affected Software:
- Windows Vista Service Pack 1 and Windows Vista Service Pack 2
- Windows Vista x64 Edition Service Pack 1 and Windows Vista x64 Edition Service Pack 2

Executive Summary

การออกอัปเดทและการอัปเดทระบบ
ไมโครซอฟท์วางแผนที่จะออกแพตช์ของเดือนมกราคม 2554 ในวันอังคารที่ 11 (ตรงกับวันพุธที่ 12 ตามเวลาในประเทศไทย) ที่จะถึงนี้ โดยผู้ใช้ทั่วไปสามารถทำการอัปเดทจากเว็บไซต์ Microsoft Update ผ่านทางอินเทอร์เน็ต หรือทำการอัปเดทผ่านทาง WSUS สำหรับผู้ใช้แบบองค์กรที่มีการติดตั้งระบบ Windows Server Update Services ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2554 เป็นต้นไป

ความเห็นของผู้เขียน
แม้ว่าในเดือนมกราคมนี้จะมีอัพเดทให้ติดตั้งเพียงแค่ 2 ตัว แต่ทั้ง 2 ตัวเป็นอัพเดทสำหรับแก้ช่องโหว่ความปลอดภัยของ Windows และมีอัพเดท 1 ตัวสำหรับแก้ช่องโหว่ความปลอดภัยร้ายแรงระดับวิกฤติใน Windows ทุกเวอร์ชัน แต่เพื่อความปลอดภัยขอให้ท่านแอดมินที่มีหน้าที่ดูแลการอัปเดทระบบก็อย่าลืมเตรียมแผนการอัปเดทไว้รองรับและทำการอัปเดทระบบให้เรียบร้อยเมื่อไมโครซอฟท์ออกแพตช์นะครับ

บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
• Microsoft Security Center
• Microsoft Security Bulletin Advance Notification for January 2011
• Technet Blog

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.