Showing posts with label Hardware. Show all posts
Showing posts with label Hardware. Show all posts

Wednesday, May 21, 2014

ไมโครซอฟท์เปิดตัวแท็บเล็ต Surface Pro 3 (พร้อม Tech specs)

ไมโครซอฟท์เปิดตัวแท็บเล็ต Surface Pro 3 อย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2557 (ประมาณ 22.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย) ภายใต้นิยาม "The tablet that can replace your laptop" หรือ "แท็บเล็ตที่จะมาแทนที่แล็ปท็อป" Surface Pro 3 ใช้ซีพียูอินเทลรุ่นที่ 4 และระบบปฏิบัติการ Windows 8.1 Pro มีราคาไม่รวมฝาปิดเริ่มต้นที่ $799 (ประมาณ 25,000 บาท) จนถึง $1,949 (ประมาณ 61,000 บาท)

Tuesday, October 22, 2013

ไมโครซอฟท์ขาย Surface 2 และ Surface Pro 2 อย่างเป็นทางการใน 21 ประเทศ

ไมโครซอฟท์วางขายแท็บเล็ต Surface รุ่นที่ 2 ทั้ง Surface 2 และ Surface Pro 2 ในสหรัฐอเมริกาและอีก 20 ประเทศอย่างเป็นทางการแล้ว โดยวางขายทั้งในร้านค้าปกติและบนร้านค้าออนไลน์ของไมโครซอฟท์เอง และร้านค้าของตัวแทนจำหน่าย โดยมีราคาเริ่มต้น $449 (ประมาณ 14,000 บาท) จนถึง $1,799 (ประมาณ 55,800 บาท) ราคานี้ยังไม่รวม Cover

Sunday, February 10, 2013

ไมโครซอฟท์ขาย Surface Pro อย่างเป็นทางการในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา, ขาย Surface RT เพิ่มอีก 13 ประเทศในวันที่ 14 กุมภาพันธ์

ไมโครซอฟท์วางขายแท็บเล็ต Surface Pro ซึ่งเป็นรุ่นที่ใช้ Windows 8 Pro ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาอย่างเป็นทางการในร้านค้าปกติและบนร้านค้าออนไลน์แล้ว โดยรุ่น 64 GB ราคา $899 (ประมาณ 27,000 บาท) ส่วนรุ่น 128 GB ราคา $999 (ประมาณ 30,000 บาท) ซึ่งเป็นราคาที่ไม่รวม Touch/Type Cover คีย์บอร์ดที่ขายแยกในราคา $119.99 (ประมาณ 3,600 บาท) และราคา $129.99 (ประมาณ 3,900 บาท) ตามลำดับ

Thursday, June 28, 2012

กูเกิลเปิดตัวแท็บเล็ต Nexus 7 ซีพียู Quad-core Tegra 3 ราคาเริ่มต้น $199

กูเกิลเปิดตัวแท็บเล็ต Nexus 7 อย่างเป็นทางการในงาน Google I/O 2012 โดย Nexus 7 ใช้ซีพียู Quad-core Tegra 3 ของ NVIDIA และ GPU แบบ 12-core, จอภาพความละเอียดสูงขนาด 7 นิ้ว สามารถแสดงความละเอียดสูงสุด 1280x800 มีน้ำหนักเริ่มต้น 340 กรัม และมี 2 รุ่นความจุ คือ รุ่น 8 GB และ 16 GB โดยกูเกิลให้โรงงาน Asus เป็นผู้ผลิต

Sunday, June 24, 2012

แท็บเล็ต Surface มีเฉพาะรุ่น Wifi, คาดว่าขายในราคาเริ่มต้นที่ $599

ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัว Surface Tablet แท็บเล็ตแบรนด์ของตัวเองอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา โดย Surface จะมี 2 รุ่น คือ Surface for Windows 8 Pro และ Surface for Windows 8 RT และวางขายแท็บเล็ต Surface รุ่น Windows 8 RT ในวันออก Windows 8 GA ซึ่งเป็นเวอร์ชันสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ส่วนรุ่น Windows 8 Pro จะวางขายหลังจากนั้น 90 วัน ปัจจุบันไมโครซอฟท์ยังไม่เปิดเผยราคาอย่างเป็นทางการ แต่มีรายงานว่าราคาเริ่มต้นที่ $599 เหรียญสหรัฐอเมริกา

Tuesday, June 19, 2012

ไมโครซอฟท์เปิดตัวแท็บเล็ต Surface

ไมโครซอฟท์เปิดตัวแท็บเล็ตแบรนด์ของตัวเองอย่างเป็นทางการในชื่อ Surface และมีใน 2 รุ่น คือ Surface for Windows 8 Pro ซึ่งใช้ซีพียู Intel Core รุ่นที่ 3 และ Surface for Windows RT ซึ่งใช้ซีพียู ARM โดยแท็บเล็ต Surface มีจอภาพความละเอียดสูงขนาด 10.6 นิ้ว มีน้ำหนักเริ่มต้นเพียง 676 กรัม ตัวเครื่องหนา (บาง) เพียง 9.3 มิลลิเมตร มีเคส *VaporMg พร้อมขาตั้ง (Kickstand) และมี Touch Cover แบบ Pressure Sensitive ที่ทำหน้าที่เป็นคีย์บอร์ดและแทรคแพดแบบสัมผัสในตัว

Saturday, May 26, 2012

Dell Latitude 10 แท็บเล็ต Windows 8 รุ่นแรกของ Dell

Windows 8 เป็นระบบปฏิบัติการ Windows เวอร์ชันแรกที่ไมโครซอฟท์พัฒนาขึ้นเพื่อการรองรับเครื่องคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต (Tablet) อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีการรายงานเกี่ยวกับคุณลักษณะทางเทคนิคของแท็บเล็ต Windows 8 ยี่ห้อต่างๆ ออกมาเป็นระยะ และล่าสุดเว็บไซต์ Neowin ได้โพสต์รายละเอียดคุณลักษณะทางเทคนิคของของแท็บเล็ตยี่ห้อ Dell รุ่น Latitude 10 ซึ่งคาดว่าจะเป็นแท็บเล็ต Windows 8 รุ่นแรกของ Dell ที่จะวางขายในไตรมาสแรกของปี 2556

Friday, April 13, 2012

Introducing Ultrabook

ทำความรู้จักกับ Ultrabook
Ultrabook เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาประเภทหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นจากแนวคิดของอินเทลที่ต้องการพัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับการใช้งานแบบเคลื่อนเป็นหลัก ดังนั้นการออกแบบ Ultrabook ต้องเน้นให้บางเบา สามารถพกพาได้สะดวก และต้องใช้งานแบตเตอร์รี่ได้ต่อเนื่องและยาวนาน โดยอินเทลจะเป็นผู้กำหนดคุณลักษณะทางเทคนิคและรายละเอียดต่างๆ เช่น การใช้โปรเซสเซอร์ (แน่นอนว่าต้องเป็นของอินเทล) ความหนาของตัวเครื่อง จำนวนชั่วโมงการใช้งานแบตเตอรี่ เวลาที่ใช้ในการออกจากโหมดประหยัดพลังงาน (Hibernation) และพอร์ทการเชื่อมต่อต่างๆ เพื่อเป็นมาตรฐานสำหรับผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ที่จะผ่านการรับรองและสามารถทำการตลาดโดยใช้ "Ultrabook"ได้

Tuesday, February 15, 2011

Intel releases Core i7-990X Extreme Edition, The fastest desktop chip

อินเทลออก Intel Core i7-990X Extreme Edition ซีพียูสำหรับเดสก์ท็อปที่เร็วที่สุดในปัจจุบัน
อัพเดทล่าสุด: 16 ก.พ. 54 - อินเทลประกาศราคาซีพียู Core i7-990X Extreme Edition บนเว็บไซต์ Intel (Ark) อย่างเป็นทางการแล้ว โดยราคาต่อการซื้อ 1 พันหน่วย ราคา $999 (ประมาณ 30,700 บาท) ต่อตัว ตามรูปประกอบด้านล่าง ซึ่งราคานี้เท่ากับราคาของรุ่น Core i7-980X, Core i7-975 และ Core i7-965 ส่วนราคาขายปลีกจะอยู่ระหว่าง US$1,049.99 - US$1,199.99 (ประมาณ 32,300 - 36,900 บาท)

Monday, February 14, 2011

Intel Core i7-970 drops in price from $942 to $605.99

อินเทลลดราคาซีพียู Core i7-970 เหลือ 18,xxx บาท
อัพเดทล่าสุด: 15 ก.พ. 54 - อินเทลทำการอัพเดทข้อมูลราคาซีพียูบนเว็บไซต์ Intel (Ark) เป็นราคาใหม่อย่างเป็นทางการแล้ว โดยราคาต่อการซื้อ 1 พันหน่วยของซีพียู Core i7-960 ลดลงเหลือ $294 (ประมาณ 9,030 บาท) ต่อตัว ส่วนซีพียู Core i7-970 นั้นลดลงเหลือ $583 (ประมาณ 17,900 บาท) ต่อตัว ตามรูปประกอบด้านล่าง

Intel Core i7-960 & 970 new price

Tuesday, February 1, 2011

ASUS® Eee Slate EP121 PC

ASUS® Eee Slate EP121 PC มาพร้อม Windows 7 Home Premium
สืบเนื่องจากปรากฏการณ์ความนิยม iPad ของ Apple ที่พุ่งสูงเป็นอย่างมากส่งผลให้ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์หลายๆ รายผลิตอุปกรณ์ประเภทแท็บเล็ต (Tablet) หรือสเลท (Slate) ออกมาแข่งขันกันแย่งลูกค้ากันอย่างดุเดือด เอนทรี่นี้เลยขอแนะนำ ASUS® Eee Slate EP121 PC ซึ่งเป็นสเลทที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 7 มีจุดเด่นที่ความบาง เบาและตัวเครื่องที่สวยงาม

ASUS® Eee Slate EP121 PC มีจอภาพระบบสัมผัส (Touchscreen) ขนาด 12.1 นิ้ว ใช้ซีพียู Intel Core i5 ที่อินทิเกรทกราฟิกความคมชัดสูง สามารถรองรับหน่วยความจำแบบ DDR3 ได้สูงสุด 4 GB ในขณะที่มีตัวเครื่องหนาเพียง 0.66 นิ้วและมีน้ำหนักเริ่มต้นเพียง 1.15 กิโลกรัม ติดตั้งฮาร์ดดิสก์แบบ Solid State Drive ขนาดความจุ 64GB มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 7 Home Premium

Tuesday, January 18, 2011

All New Intel® Core™ Generation 2 Processor (Formerly Sandy Bridge)

โปรเซสเซอร์ตระกูล Intel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 2 ( Sandy Bridge)
เอนทรี่นี้จะเป็นรายละเอียดโปรเซสเซอร์ตระกูล Intel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 2 หรือที่มีโค้ดเนมว่า Sandy Bridge โดย Intel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 2 นั้นผลิตบนไมโครอาคิเทคเจอร์ (Microarchitecture) แบบ 32nm ซึ่งมีทั้งหมด 29 รุ่น และได้วางจำหน่ายช่วงต้นปี 2554 ที่ผ่านมาไปแล้วจำนวน 16 รุ่นด้วยกัน ส่วนที่เหลืออีก 13 รุ่นมีกำหนดวางจำหน่ายภายในไตรมาสแรกของปีนี้

Intel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 2 นั้นจะมีทั้งกลุ่ม i3, i5 และ i7 เหมือนเดิม โดยแบ่งออกเป็นโปรเซสเซอร์สำหรับเดสก์ท็อป 14 รุ่น ประกอบด้วยกลุ่ม i3 Desktop 3 รุ่น กลุ่ม i5 Desktop 8 รุ่น และ กลุ่ม i7 Desktop 3 รุ่น และโปรเซสเซอร์สำหรับโมบายล์ 15 รุ่น ประกอบด้วย กลุ่ม i5 Mobile 5 รุ่น กลุ่ม i7 Mobile 9 รุ่น และ กลุ่ม i7 Mobile Extreme Edition 1 รุ่น

สำหรับระบบกราฟิกของโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 2 นั้นได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจนถึงระดับที่สามารถเล่นเกมส์ได้โดยไม่เกิดกระตุก โดยระบบกราฟิกจะมี 2 รุ่น คือ Intel HD Graphics 2000 ซึ่งมีในโปรเซสเซอร์สำหรับเดสก์ท็อปรุ่นธรรมดา และ Intel HD Graphics ซึ่งมีในโปรเซสเซอร์สำหรับโมบายล์ทุกรุ่นและโปรเซสเซอร์สำหรับเดสก์ท็อปซีรี่ย์ K

ส่วนเทคโนโลยี Hyper Threading นั้นจะมีในในโปรเซสเซอร์สำหรับโมบายล์และรุ่น i7 สำหรับเดสก์ท็อปทุกรุ่น แต่จะมีในโปรเซสเซอร์สำหรับเดสก์ท็อปรุ่น i3 และ i5 เฉพาะบางรุ่น ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง Intel® Core™ Generation 2 Processor ได้จากเว็บไซต์ Intel Newsroom

อนึ่ง บริษัทอินเทลประเทศไทยจะจัดงานเปิดตัว Intel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 2 ในประเทศไทยในเร็วๆ นี้

New Generation 2 Intel Core Processor Lineup
ข้อมูลรุ่นของโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 2 สำหรับเดสก์ท็อป มีรายละเอียดดังรูปด้านล่าง

New Generation 2 Intel Core Desktop Processor Lineup (1/3)

New Generation 2 Intel Core Desktop Processor Lineup (2/3)

New Generation 2 Intel Core Desktop Processor Lineup (3/3)

ข้อมูลรุ่นของโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 2 สำหรับโมบายล์ มีรายละเอียดดังรูปด้านล่าง

New Generation 2 Intel CoreMobile Processor (SV) Lineup (1/2)

New Generation 2 Intel CoreMobile Processor (SV) Lineup (2/2)

New Generation 2 Intel CoreMobile Processor (LV/ULV) Lineup

Intel® Core™ i5 Desktop
โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i5 เจนเนอเรชั่นที่ 2 สำหรับเดสก์ท็อปที่ออกวางจำหน่ายในช่วงต้นปี 2554 จะมีราคาระหว่าง $177-$266 สำหรับการซื้อ 1,000 ยูนิต และมีจำนวน 8 รุ่น ดังนี้
1. Intel® Core™ i5-2500T Processor (6M Cache, 2.30 GHz)
2. Intel® Core™ i5-2500S Processor (6M Cache, 2.70 GHz)
3. Intel® Core™ i5-2500K Processor (6M Cache, 3.30 GHz)
4. Intel® Core™ i5-2500 Processor (6M Cache, 3.30 GHz)
5. Intel® Core™ i5-2400S Processor (6M Cache, 2.50 GHz)
6. Intel® Core™ i5-2400 Processor (6M Cache, 3.10 GHz)
7. Intel® Core™ i5-2390T Processor (3M Cache, 2.70 GHz)
8. Intel® Core™ i5-2300 Processor (6M Cache, 2.80 GHz)


Intel® Core™ i7 Desktop
โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i7 เจนเนอเรชั่นที่ 2 สำหรับเดสก์ท็อปที่ออกวางจำหน่ายในช่วงต้นปี 2554 จะมีราคาระหว่าง $294-$306 สำหรับการซื้อ 1,000 ยูนิต และมีจำนวน 3 รุ่น ดังนี้
1. Intel® Core™ i7-2600S Processor (8M Cache, 2.80 GHz)
2. Intel® Core™ i7-2600K Processor (8M Cache, 3.40 GHz)
3. Intel® Core™ i7-2600 Processor (8M Cache, 3.40 GHz)


Intel® Core™ i7 Mobile
โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i7 เจนเนอเรชั่นที่ 2 สำหรับโมบายล์ที่ออกวางจำหน่ายในช่วงต้นปี 2554 จะมีราคาระหว่าง $378-$568 สำหรับการซื้อ 1,000 ยูนิต และมีจำนวน 4 รุ่น ดังนี้
1. Intel® Core™ i7-2820QM Processor (8M Cache, 2.30 GHz)
2. Intel® Core™ i7-2720QM Processor (6M Cache, 2.20 GHz)
3. Intel® Core™ i7-2715QE Processor (6M Cache, 2.10 GHz)
4. Intel® Core™ i7-2710QE Processor (6M Cache, 2.10 GHz)


Intel® Core™ i7 Mobile Extreme Edition
โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i7 Extreme Edition เจนเนอเรชั่นที่ 2 สำหรับโมบายล์ที่ออกวางจำหน่ายในช่วงต้นปี 2554 จะมีราคาระหว่าง $1096 สำหรับการซื้อ 1,000 ยูนิต และมีจำนวน 1 รุ่น ดังนี้
1. Intel® Core™ i7-2920XM Extreme Edition Processor (8M Cache, 2.50 GHz)


โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 2 ที่มีกำหนดวางจำหน่ายในไตรมาส 1 ของปี 2554
โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 2 ที่มีกำหนดวางจำหน่ายในไตรมาส 1 ของปี 2554 นั้นมีจำนวน 13 รุ่นด้วยกัน โดยจะเป็นซีพียูในกลุ่ม Intel® Core™ i3 Desktop 3 รุ่น กลุ่ม Intel® Core™ i5 Mobile 5 รุ่น และกลุ่ม Intel® Core™ i7 Mobile 5 รุ่น ดังนี้

Intel® Core™ i3 Desktop
โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i3 เจนเนอเรชั่นที่ 2 สำหรับเดสก์ท็อปที่มีกำหนดวางจำหน่ายในไตรมาส 1 ของปี 2554 มี 3 รุ่น ดังนี้
1. Intel® Core™ i3-2120 Processor (3M Cache, 3.30 GHz)
2. Intel® Core™ i3-2100T Processor (3M Cache, 2.50 GHz)
3. Intel® Core™ i3-2100 Processor (3M Cache, 3.10 GHz)


Intel® Core™ i5 Mobile
โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i5 เจนเนอเรชั่นที่ 2 สำหรับโมบายล์ที่มีกำหนดวางจำหน่ายในไตรมาส 1 ของปี 2554 มี 5 รุ่น ดังนี้
1. Intel® Core™ i5-2540M Processor (3M Cache, 2.60 GHz)
2. Intel® Core™ i5-2537M Processor (3M Cache, 1.40 GHz)
3. Intel® Core™ i5-2520M Processor (3M Cache, 2.50 GHz)
4. Intel® Core™ i5-2515E Processor (3M Cache, 2.50 GHz)
5. Intel® Core™ i5-2510E Processor (3M Cache, 2.50 GHz)


Intel® Core™ i7 Mobile
โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i7 เจนเนอเรชั่นที่ 2 สำหรับโมบายล์ที่มีกำหนดวางจำหน่ายในไตรมาส 1 ของปี 2554 มี 5 รุ่น ดังนี้
1. Intel® Core™ i7-2657M Processor (4M Cache, 1.60 GHz)
2. Intel® Core™ i7-2649M Processor (4M Cache, 2.30 GHz)
3. Intel® Core™ i7-2629M Processor (4M Cache, 2.10 GHz)
4. Intel® Core™ i7-2620M Processor (4M Cache, 2.70 GHz)
5. Intel® Core™ i7-2617M Processor (4M Cache, 1.50 GHz)


หลักการตั้งชื่อโปรเซสเซอร์ตระกูล Intel® Core™ Generation 2
ข้อมูลที่น่าสนใจอีกอย่างเกี่ยวกับ Intel® Core™ i7 เจนเนอเรชั่นที่ 2 คือหลักการตั้งชื่อซีพียูซึ่งจะมีฟอร์แมต Brand Modifier Gen SKU Letter Suffix ลักษณะดังภาพด้านล่าง


โดยที่
Brand = Intel Core
Modifier = i3, i5 หรือ i7
Gen = 2
SKU = ตัวเลข 3 หลัก
Letter Suffix = K, S หรือ T โดยมีความหมายดังนี้

K = Unlocked*
S = Performance optimized lifestyle
T = Power optimized lifestyle

อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งเราอาจจะเห็น Letter Suffix ตัวอื่นดังนี้
E = Mobile with Embedded Options Available
M = Mobile
Q = Quad Core
X = Extream Edition

หมายเหตุ:
*โปรเซสเซอร์ I ntel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 2 ที่มีตัวอักษร K (Unlocked) ที่แสดงอยู่ด้านขวามือสุดของชื่อรุ่นโปรเซสเซอร์นั้นแสดงให้ทราบว่า โปรเซสเซอร์รุ่นนั้นไม่ถูกล็อกตัวคูณซึ่งทำให้เหมาะสำหรับการทำโอเวอร์คล็อก (Over Clock) อย่างไรก็ตาม โปรเซสเซอร์ I ntel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 2 ที่ไม่มีตัวอักษรใดๆ แสดงอยู่ด้านขวามือสุดของชื่อรุ่นโปรเซสเซอร์นั้นสามารถทำการโอเวอร์คล็อกได้เช่นเดียวกันแต่ไม่ไม่ดีเท่ากับรุ่น K

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
Intel

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.

Monday, January 10, 2011

Viliv X70, The World's Slimmest Windows 7 Tablet

Viliv เปิดตัว X70 แท็บเล็ต Windows 7 บางที่สุดในโลก
Viliv ได้เปิดตัว X70 เครื่องแท็บเล็ตซึ่งใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 7 ในงาน CES 2011 จุดเด่นของ Viliv X70 คือตัวเครื่องมีความหนาเพียง 14.3 มม. (1.43 ซม.) ทำให้มันเป็นเครื่องแท็บเล็ต Windows 7 ที่บางที่สุดในโลกในปัจจุบัน

คุณลักษณะทางเทคนิคของ Viliv X70
Viliv X70 แท็บเล็ตใช้ซีพียูอินเทลรุ่นใหม่ (แต่ยังไม่มีการระบุรุ่นที่แน่นอน) ส่วนจอภาพเป็นระบบสัมผัสแบบคาปาซิทีฟ (Capacitive Touchscreen) ขนาด 7 นิ้ว สามารถแสดงผลได้ความละเอียดสูงสุด 1024 x 600

Picture Credit: Slashgear

Viliv X70 สามารถรองรับหน่วยความจำ (RAM) ได้ 2 ขนาดคือ 1GB หรือ 2GB ใช้ฮาร์ดดิสก์แบบ SSD โดยมีขนาดความจุ 32GB หรือ 64GB สำหรับระบบปฏิบัติการนั้นมีให้เลือก 2 เวอร์ชันด้วยกันคือ Windows 7 เวอร์ชัน Starter หรือ Home Premium

ในด้านการเชื่อมต่อระบบเน็ตเวิร์กนั้น Viliv X70 สามารถรองรับระบบ WiFi b/g/n, Bluetooth และมีอ็อปชันสำหรับระบบ HSPA/WiMAX/EVDO และ GPS

Viliv X70 มีกล้องทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยกล้องด้านหลังมีความละเอียด 3 ล้านพิกเซลและกล้องด้านหน้ามีความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซลสำหรับรองรับการทำวิดีโอคอล (Cideo calls) นอกจากนี้ ยังมีพอร์ตสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้แก่ HDMI, microUSB และ microSD โดยมาพร้อมแบตเตอร์รี่ขนาด 5,600 mAh ใช้งานได้นาน 6.5 ชั่วโมง ทั้งหมดนี้มีน้ำหนักเบาจนน่าประทับใจที่ 420 กรัม และหนาเพียง 14.3 มม. (1.43 ซม.) ซึ่งจัดเป็นแท็บเล็ตระบบปฎิบัติการ Windows 7 ที่บางที่สุดในโลกในปัจจุบัน

นอกจากเครื่องแท็บเล็ตรุ่น X70 แล้ว Viliv ยังเปิดตัว Viliv X7 และ Viliv X10 ซึ่งเป็นแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android Tablet) ซึ่งทั้งสองรุ่นใช้ซีพียู Samsung Cortex-A8 ความเร็ว 1GHz ใช้จีพียู VR SGX 540 มีหน่วยความจำ 512MB โดย X7 มีจอภาพเป็นระบบสัมผัสแบบคาปาซิทีฟขนาด 7 นิ้ว สามารถแสดงผลได้ความละเอียดสูงสุด 1024 x 600 ในขณะที่ X10 มีจอภาพเป็นระบบสัมผัสแบบคาปาซิทีฟขนาด 10.2 นิ้ว สามารถแสดงผลได้ความละเอียดสูงสุด 1024 x 600 เช่นเดียวกัน

ปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดวันวางจำหน่ายสำหรับเครื่องแท็บเล็ตที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 7 รุ่น Viliv X70 แต่แท็บเล็ตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์รุ่น Viliv X7 และ Viliv X10 นั้นจะเริ่มวางขายในเดือนมีนาคมและเมษายน 2554 ตามลำดับ แต่ยังไม่กำหนดว่าจะใช้แอนดรอยด์เวอร์ชันไหนระหว่าง Android 2.2 Froyo หรือ Android 3.0 Honeycomb ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยราคาในปัจจุบัน

สำหรับรายละเอียดทั้งหมดพร้อมภาพเครื่องแท็บเล็ตทั้ง 3 รุ่นอ่านได้จากเว็บไซต์ Slashgear ครับ

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.

Tuesday, December 14, 2010

Comparing the Samsung Nexus S and HTC Nexus One

เปรียบเทียบคุณสมบัติ Samsung Nexus S กับ HTC Nexus One
กูเกิลได้เปิดตัว Samsung Nexus S สมาร์ทโฟน (Smartphone) รุ่นที่สองอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่าน โดยกูเกิลจะวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาผ่านทางร้าน Best Buy ในวันที่ 16 ธ.ค. 53 ส่วนในอังกฤษนั้นจะเริ่มวางจำหน่ายผ่านทางร้าน Carphone Warehouse ในวันที่ 20 ธ.ค. 53 ศกนี้ โดยจำหน่ายตัวเครื่องเปล่า (Unlocked Nexus S) ในราคา $529 USD

สำหรับเอนทรี่นี้จะเป็น การเปรียบเทียบคุณสมบัติของเครื่อง Samsung Nexus S กับ HTC Nexus One แบบหมัดต่อหมัดตามรายละเอียดในตารางด้านล่าง

หมายเหตุ: เป็นการเปรียบเทียบเครื่องที่ออกครั้งแรกของทั้ง 2 รุ่น

HTC Nexus One Samsung Nexus S

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติ Samsung Nexus S กับ HTC Nexus One
รุ่นHTC Nexus OneSamsung Nexus S
ซีพียู:1GHz Snapdragon1GHz Hummingbird
RAM:512 MB512 MB
Internal memory:512 MB16GB
Android version:Eclair (2.1) Gingerbread (2.3)
ขนาดตัวเครื่อง:สูง: 4.56 นิ้ว
กว้าง: 2.36 นิ้ว
หนา: 0.47 นิ้ว
สูง: 4.88 นิ้ว
กว้าง: 2.48 นิ้ว
หนา: 0.43 นิ้ว
น้ำหนัก:4.58 ออนซ์ (130 กรัม)4.55 ออนซ์ (129 กรัม)
จอภาพ:3.7-inch AMOLED
16.7 million colors; 800x480 pixels
4-inch Super AMOLED
16.7 million colors; 800x480 pixels
กล้อง:ความละเอียด 5 ล้านพิกเซลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
บันทึกวีดีโอ:บันทึกวีดีโอความละเอียดระดับ 720x480 pixels; 20fpsบันทึกวีดีโอระดับความละเอียด 720x480 pixels; 30fps
ไฮเทคโนโลยี:Bluetooth 2.1 (A2DP)
Wi-Fi 802.11 b/g
Bluetooth 2.1 (A2DP)
Wi-Fi 802.11 b/g/n
Camera flash:มีมี
Front-facing camera:ไม่มีมี
NFC chip?:ไม่มีมี
3-axis gyroscope?:ไม่มีมี
microSD card slot:มี, รองรับได้สูงสุด 32GBไม่มี
Cellular bandsGSM/GPRS/EDGE 850/900/1800/1900GSM/GPRS/EDGE 850/900/1800/1900
3G data networks*AWS 900/2100AWS 900/1700/2100 (no HSPA+ support)
แชร์ฟีเจอร์:Accelerometer
Digital compass
USB 2.0
อายุแบตเตอรี่:1,400mAh
สนทนา:
นานสุด 7 ชั่วโมงบนระบบ 3G
นานสุด 10 ชั่วโมงบนระบบ 2G

สแตนบายด์:
นานสุด 10.4 วัน
1,500mAh
สนทนา:
นานสุด 6.7 ชั่วโมงบนระบบ 3G
นานสุด 14 ชั่วโมงบนระบบ 2G

สแตนบายด์:
นานสุด 17. 8 วัน

สรุปการเปรียบเทียบคุณสมบัติ Samsung Nexus S กับ HTC Nexus One
Samsung Nexus S กับ HTC Nexus One นั้นมีราคาเครื่องเปล่าเท่ากันอยู่ที่ $529 USD เท่ากัน สำหรับการเปรียบเทียบคุณสมบัติด้านอื่นๆ สามารถสรุปข้อเด่นและข้อด้อยได้ดังนี้
ข้อเด่นของ Samsung Nexus S
• ตัวเครื่องบางกว่า โดย Samsung Nexus S มีความหนาเพียง 0.43 นิ้ว ในขณะที่ HTC Nexus One หนา 0.47 นิ้ว ในขณะที่มีน้ำหนักเบากว่า 1 กรัม
• มีความจุของหน่วยความจำภายในมากกว่า โดย Samsung Nexus S มีความหน่วยความจำภายใน 16GB ในขณะที HTC Nexus One มีเพียง 512 MB
• จอภาพมีขนาดใหญ่กว่า
• ใช้โปรเซสเซอร์ 1GHz Hummingbird ซึ่งเป็นรุ้นใหม่กว่า
• ใช้ระบบปฏิบัติการ Androide 2.3 Gingerbread ซึ่งเป็นเวอร์ชันใหม่กว่า
• มี Front-facing camera, NFC chip และ 3-axis gyroscope
• รองรับระบบ 3G data networks ได้มากกว่า โดย Samsung Nexus S สามารถรองรับ AWS 900/1700/2100 (no HSPA+ support) ในขณะที่ HTC Nexus One รองรับเฉพาะ AWS 900/2100
• ใช้งานบนระบบ 2G ได้นานกว่า โดย Samsung Nexus S สนทนาได้นานสุด 14 ชั่วโมง สแตนบายด์ได้นานสุด 17.8 วัน ในขณะที่ HTC Nexus One นั้นสนทนาได้นาน 10 ชั่วโมง สแตนบายด์ได้นานสุด 10.4 วัน

ข้อด้อย Samsung Nexus S
• ไม่มี microSD card slot
• ใช้งานบนระบบ 2G ได้น้อยกว่า โดย Samsung Nexus S สนทนาได้นานสุด 6.7 ชั่วโมง ในขณะที่ HTC Nexus One นั้นสนทนาได้นาน 7 ชั่วโมง

สำหรับตามรายละเอียดใน Google Nexus S Now Official

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
CNET

Copyright © 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Tuesday, December 7, 2010

Google Nexus S Now Official, coming December 16th to US via BestBuy and T-Mobile, 20th to UK via Carphone Warehouse

กูเกิลเปิดตัว Nexus S อย่างเป็นทางการ วางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา 16 ธ.ค. ในอังกฤษ 20 ธ.ค. เครื่องเปล่าราคา US$529
Google Nexus S หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า Nexus S สมาร์ทโฟน (Smartphone) ตัวใหม่ของกูเกิลนั้นเป็นข่าวมาระยะหนึ่งแล้ว และล่าสุดกูเกิลได้แนะนำอย่างเป็นทางการผ่านทางบล็อกในเอนทรี่ Introducing Nexus S with Gingerbread

Nexus S นั้นจะใช้โปรเซสเซอร์ Cortex A8 (Hummingbird) ความเร็ว 1GHz และใช้หน่วยความจำแฟลชแบบ iNAND ขนาด 16GB ส่วนระบบปฏิบัติการนั้นจะใช้ Android 2.3 (Gingerbread) สามารถรองรับการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายทั้งแบบ Quad-band GSM (850, 900, 1800, 1900) และ Tri-band HSPA (900, 2100, 1700) รองรับทั้ง HSDPA (7.2Mbps) และ HSUPA (5.76Mbps) รวมถึง Wi-Fi 802.11 n/b/g สามารถใช้สนทนาได้นานถึง 6.7 ชั่วโมงบนระบบ 3G (14 ชั่วโมงบนระบบ 2G) แสตนด์บายได้นาน 17.8 วันบนระบบ 3G (29.7 วันบนระบบ 2G) ตัวเครื่องมีขนาดเพียง 63มม. x 123.9มม. x 10.88มม. และมีน้ำหนักเพียง 129 กรัม

กำหนดการวางจำหน่าย Nexus S พร้อมราคา
กูเกิลจะการวางจำหน่าย Nexus S ทั้งแบบเครื่องเปล่า (Unlocked Nexus S) และพร้อมทั้งสัญญากับผู้ให้บริการ (Carrier-independent) ในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2553 เป็นต้นไปผ่านทางร้าน Best Buy ส่วนในอังกฤษนั้นจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2553 เป็นต้นไปผ่านทางร้าน Carphone Warehouse

สำหรับราคานั้น Nexus S เครื่องเปล่า (Unlocked Nexus S) มีราคาอยู่ที่ $529 USD หรือประมาณ 15,870 บาท สำหรับการซื้อเครื่องพร้อมสัญญากับผู้ให้บริการนั้นจะขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ (Service provider) แต่ละราย โดยบริการแบบเสียงและข้อมูล (Voice and Dataplan) ระยะสัญญา 2 ปี ของ T-Mobile นั้นมีราคาอยู่ที่ $199 USD หรือประมาณ 5,970 บาท

คุณลักษณะทางเทคนิคของ Nexus S
เครื่อง Nexus S มีรายละเอียดคุณลักษณะทางเทคนิคของดังต่อไปนี้

Processor and memory
1GHz Cortex A8 (Hummingbird) processor
16GB iNAND flash memory

Connectivity
• Quad-band GSM: 850, 900, 1800, 1900
• Tri-band HSPA: 900, 2100, 1700
• HSPA type: HSDPA (7.2Mbps) HSUPA (5.76Mbps)
• Wi-Fi 802.11 n/b/g
• Bluetooth 2.1+EDR
• Near Field Communication (NFC)
• Assisted GPS (A-GPS)
• microUSB 2.0

Display
• 4.0" WVGA (480x800)
• Contour Display with curved glass screen
• Super AMOLED
• 235 ppi
• Capacitive touch sensor
• Anti-fingerprint display coating

Software
• Android 2.3 (Gingerbread)
• Android Market
• Calendar
• Gmail
• Google Earth
• Google Maps with Navigation
• Google Search
• Google Talk
• Google Voice
• Voice Actions
• YouTube

Hardware
• Haptic feedback vibration
• Three-axis gyroscope
• Accelerometer
• Digital compass
• Proximity sensor
• Light sensor

Cameras and multimedia
• Back-facing: 5 megapixels (2560x1920)
• 720 x 480 video resolution
• H.264, H.263 MPEG4 video recording
• Auto focus
• Flash
• Front-facing: VGA (640x480)
• 3.5mm, 4-conductor headset jack (stereo audio plus microphone)
• Earpiece and microphone
• Software noise-cancellation

Battery
• Talk time up to 6.7 hours on 3G (14 hours on 2G)
• Standby time up to 17.8 days on 3G (29.7 days on 2G)
• 1500 mAH Lithum Ion

Size and weight
• Dimension: 63mm x 123.9mm x 10.88mm
• Weight: 129g

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่เว็บไซต์ Google Nexus S หรือดูวีดีโอจาก Introducing Nexus S (Youtube)

ทั้งนี้ ต้องติดตามดูว่า Nexus S จะประสบความสำเร็จในด้านการตลาดมากน้อยแค่ไหนหลังจากที่ก่อนหน้านี้ Nexus One ไม่ประสบความสำเร็จมากอย่างที่ (คาด) หวังไว้ และปิดท้ายด้วยภาพสวยๆ ของ Nexus S (ภาพประกอบจากเว็บไซต์ http://www.google.com/nexus)

Nexus S (Front view)

Nexus S (Back view)

Nexus S (Side view)

Nexus S (Side view)

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
thegadgets.net

Copyright © 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Friday, September 17, 2010

Microsoft Unveils "LifeCam Studio" with 1080p HD Sensor LifeCam

ไมโครซอฟท์เปิดตัว LifeCam Studio เว็บแคมความละเอียดระดับ True 1080p HD
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

ไมโครซอฟท์ฮาร์ดแวร์ (Microsoft Hardware) ได้เปิดตัวเว็บแคมรุ่น "LifeCam Studio" ซึ่งมีฟีเจอร์เด่นคือสามารถรองรับความละเอียดระดับ High-Definition (HD) ด้วยเช็นเซอร์ true 1080p โดย LifeCam ตัวใหม่ล่าสุดนี้สามารถทำงานร่วมกับ Windows Live Messenger 2011 เพื่อใช้ทำวิดีโอคอล (Video call) ระดับ HD ในแบบไวด์สกรีน (Widescreen) ที่อัตราส่วน 16:9 ได้อย่างสมบูรณ์

LifeCam Studio ถือเป็นเว็บแคมความละเอียด 1080p ตัวแรกของไมโครซอฟท์ ตัวเว็บแคมใช้เซ็นเซอร์ Native 1080p ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็น 2 เท่าของเซ็นเซอร์ 720p HD ทำให้สามารถใช้งานได้ดีในทุกสภาพแสง LifeCam Studio ให้ภาพที่คมชัดระดับคุณภาพเหมาะสำหรับการทำวิดีโอคอลซึ่งช่วยให้เพื่อนๆ หรือครอบครับใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น

นอกจากให้คุณภาพภาพวิดีโอระดับสูงแล้ว LifeCam Studio ยังมีจุดเด่นด้านการดีไซน์ตัวเครื่องที่ทั้งสวยงามและเต็มไปด้วยฟังก์ชันการใช้งาน สามารถรองรับการใช้งานได้หลากหลายเหมาะสำหรับการใช้บันทึกวีดีโอขนาดยาวจากหลากหลายมุมมองไม่จำกัดเฉพาะมอนิเตอร์ด้านหน้าเท่านั้น LifeCam Studio ยังมีฟีเจอร์ต่างๆ ดังนี้
• มีมุมมอง 360 องศา นั้นคือสามารถใช้ชี้กล้องไปในทิศทางที่ต้องการหรือรอบห้องได้ง่ายโดยไม่ต้องยกแล็ปท็อปแล้วหมุมให้ยุ่งยาก
• มี elongated hood ช่วยป้องกันเลนส์จากสะท้อนเพื่อป้องกันไม่ให้สีเพี้ยน

LifeCam Studio ใช้อ็อปติคคุณภาพสูง (Premium optics) ซึ่งได้รับการปรับปรุงระบบ Auto Focus ให้ทำการโฟกัสได้แม่นยำไม่ว่าวัตถุนั้นจะอยู่ใกล้หรือไกลจาก LifeCam และยังใช้เลนส์แบบ High-precision glass element สำหรับความคมชัดพิเศษ (Superior clarity) นอกจากนี้ LifeCam Studio ยังมีอีกสองเทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยให้แน่ใจว่าจะได้วิดีโอคุณภาพสูงในทุกสภาพการใช้งานดังนี้
• TrueColor Technology เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มสีและความสว่างให้กับวิดีโอเมื่อใช้งานในสภาพที่มีแสงน้อย โดยการปรับคุณภาพของภาพให้มีสีสันเพิ่มขึ้นอย่างอัตโนมัติช่วยให้การทำวิดีโอคอลดียิ่งขึ้น
• ClearFrame ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้วิดีโอมีความละเอียดและคมชัดแม้จะใช้งานในสภาพที่มีแสงน้อย

คุณลักษณะทางเทคนิคของ Microsoft LifeCam Studio
Part Number: Q2F-00001
- 1080p HD Sensor
- Auto Focus
- High-Precision Glass Element Lens
- TrueColor Technology
- ClearFrame Technology
- High-Fidelity Microphone

(Credit: Micrisoft)

(Credit: Micrisoft)

การวางจำหน่ายและราคา
LifeCam Studio มีราคาขายปลีกที่ $99.95 (ราคาประมาณ 3,000 บาท) โดยจะวางจำหน่ายในสองรูปแบบ คือ จำหน่ายผ่านทางเว็บไซต์ BestBuy.com ตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน 2553 ที่ผ่านมา และจำหน่ายในร้าน Best Buy ซึ่งจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ โดยไมโครซอฟท์รับประกันคุณภาพเป็นระยะเวลา 3 ปี ทั่วโลก สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่เว็บไซต์ Microsoft Hardware

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
Microsoft LifeCam Cinema
Microsoft TrueColor Technology Webcams

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Microsoft News Center

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Sunday, August 22, 2010

Microsoft Arc Touch Mouse Officially Confirmed

ไมโครซอฟท์ออกมายืนยัน Microsoft Arc Touch Mouse อย่างเป็นทางการ
บทความโดย: The Windows Administrator Blog

ผมได้โพสต์ภาพของเม้าส์ระบบสัมผัสรุ่นใหม่ที่ไมโครซอฟท์ (Microsoft) กำลังพัฒนาไปก่อนหน้านี้ในบทความเรื่อง Microsoft Arc Touch Mouse เม้าส์ระบบสัมผัสจากไมโครซอฟท์ ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีการยืนยันหรือเปิดเผยรายละเอียดอย่างเป็นทางการจากไมโครซอฟท์ แต่ล่าสุด ไมโครซอฟท์ได้ทำการโพสต์รายละเอียดของ Microsoft Arc Touch Mouse บนเว็บไซต์ Microsoft Partner Program ในเยอรมัน ซึ่งถือเป็นการยืนยันเรื่องการพัฒนาเม้าส์ระบบสัมผัสอย่างเป็นทางการ


ไมโครซอฟท์ได้ระบุว่า Microsoft Arc Touch Mouse เป็นเม้าส์ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างมีคุณภาพสูงสำหรับการใช้งานในบ้านและในขณะเดินทางโดยใช้นวัตกรรมกลไกการรับ-ส่งด้วยเทคโนโลยีไร้สาย 2.4 GHz ใช้ทรานซีฟเวอร์แบบ Ultra-compact Nano-transceiver มีฟังก์ชันการสกรอลล์ระบบสัมผัส (Touch-scrolling) แบบใหม่ มีการทำงานที่เที่ยงตรงและแม่นยำด้วยเทคโนโลยี BlueTrack และมีตัวแสดงระดับแบตเตอรี่และข้อมูลต่างๆ

สำหรับฟีเจอร์เด่นของ Microsoft Arc Touch Mouse มีดังนี้
• Microsoft Arc Touch Mouse ได้รับการออกแบบโดยเน้นทั้งด้านความสวยงามหรูหราและฟังก์ชันการใช้งาน โดยสามารถปรับรูปร่างให้โค้งเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานบนโต๊ะหรือปรับรูปร่างให้ตรงเพื่อให้ง่ายต่อการพกพาในขณะเดินทางได้
• ใช้การรับส่งด้วยเทคโนโลยีไร้สาย 2.4 GHz ทำให้การเชื่อมต่อมีความน่าเชื่อถือสูง มีไฟแสดงระดับแบตเตอรี่ และใช้ทรานส์ซีฟเวอร์แบบ Ultra-compact Nano-transceiver
• ใช้เทคโนโลยี BlueTrack ซึ่งมีการทำงานที่เที่ยงตรงและแม่นยำในสภาพพื้นผิวทุกรูปแบบ
• ฟังก์ชันการสกรอลล์ระบบสัมผัส (Touch Scrolling) ทำให้ใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส มีพื้นที่เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ทำให้สามารถสกรอลล์ได้เร็วในกรณีที่เปิดเอกสาร หรือเว็บไซต์ที่มีขนาดใหญ่หรือยาวมากๆ
• ตัวเม้าส์ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับผู้ใช้ทั้งที่ถนัดมือซ้ายหรือมือขวา ตัวเม้าส์ทำจากวัสดุโลหะผสมแบบพื้นผิวมัน ส่วนมือจับทำจากวัสดุยางคุณภาพสูง

Microsoft Arc Touch Mouse ออกแบบสำหรับการทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่รันระบบปฏิบัติการ Windows 7 รวมถึงเวอร์ชันก่อนหน้าอย่าง Windows Vista และ Windows XP

สำหรับราคาจำหน่ายนั้น ไมโครซอฟท์จะขาย Microsoft Arc Touch Mouse ในทวีปยุโรปในราคา 69.99 EUR (ประมาณ 2,800 บาท) ในขณะที่ราคาในสหรัฐอเมริกานั้นหลายแหล่งข่าวรายงานตรงกันว่าราคาอยู่ที่ $69.99 (ประมาณ 2,210 บาท)

ที่แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Softpedia

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Thursday, August 19, 2010

Microsoft ARC Touch Mouse

Microsoft ARC Touch Mouse เม้าส์ระบบสัมผัสจากไมโครซอฟท์
เว็บไซต์ notebooksbilliger.de ในประเทศเยอรมันได้เปิดเผยรายละเอียดพร้อมภาพของเม้าส์รุ่นใหม่ซึ่งไมโครซอฟท์กำลังซุ่มพัฒนาคือ Microsoft ARC Touch Mouse ซึ่งเป็นเม้าส์ระบบสัมผัสสำหรับรองรับระบบอินเทอร์เฟช์แบบ Natural User Interface (NUI) และใช้เทคโนโลยี BlueTrack โดยที่มีฟังก์ชันการทำงานเทียบเท่าเม้าส์แบบ Touch-Scroll ล่าสุด

ปัจจุบัน ยังไม่มีการเปิดเผยเกี่ยวกับรายละเอียดทางด้านเทคนิคของ Microsoft ARC Touch Mouse อย่างเป็นทางการจากไมโครซอฟท์ ซึ่งจากข้อมูลในเว็บไซต์ notebooksbilliger.de พอจะสรุปได้ดังนี้

ฟังก์ชันและดีไซน์
Microsoft ARC Touch Mouse ได้รับการดีไซน์เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้งานปัจจุบันที่เป็นมีลักษณะแบบเคลื่อนที่มากขึ้นโดยมีฟีเจอร์เด่นดังนี้
• 2.4 GHz Reliable Wireless
ใช้ระบบ 2.4 GHz wireless ทำให้การเชื่อมต่อมีความน่าเชื่อถือสูง
• Battery and Transceiver
มีไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่เมื่อมีการใช้งานและทรานส์ซีฟเวอร์แบบ Ultra-compact Nano-transceiver อยู่ในช่องใส่แบตเตอรี่
• BlueTrack Technology
ใช้เทคโนโลยี BlueTrack ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างความแรงของระบบแสงกับความแม่นยำของระบบเลเซอร์ ทำให้สามารถใช้งานได้ดีในสภาพพื้นผิวทุกรูปแบบ
• New Touch-Scroll function
ใช้งานง่ายและสะดวกสบายเพียงปลายนิ้วสัมผัส มีพื้นที่เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ทำให้สามารถสกรอลล์ได้เร็วในกรณีที่เปิดเอกสารหรือเว็บไซต์ที่มีขนาดใหญ่หรือยาวมากๆ
• Comfort and control for either hand
ตัวเม้าส์ได้รับการออกแบบให้ใช้งานได้อย่างสะดวกสบายทั้งผู้ใช้ที่ถนัดมือซ้ายหรือมือขวา ตัวเม้าส์ทำจากวัสดุโลหะผสมแบบพื้นผิวมัน ส่วนมือจับทำจากวัสดุยางคุณภาพสูง









Note: Image credits - Microsoft

BlueTrack เป็นเทคโนโลยีที่คิดค้นโดยไมโครซอฟท์เป็นเทคโนโลยีที่ผสมผสานกันระหว่างความแรงของระบบแสงและความแม่นยำของระบบเลเซอร์ทำให้เม้าส์สามารถใช้งานได้ดีในสภาพพื้นผิวทุกรูปแบบ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเม้าส์ที่ใช้เทคโนโลยี Blue Track ได้ที่เว็บไซต์ Microsoft Releases 3 New BlueTrack Mice

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Softpedia

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Thursday, July 1, 2010

Sony VAIO F11 and CW2 Series overheating issue

โซนี่ชี้แจงปัญหาเครื่องโน้ตบุ๊กซีรี่ย์ VAIO F11 และ CW2 ร้อนผิดปกติ พร้อมออกเฟิร์มแวร์สำหรับแก้ปัญหา
โซนี่ (Sony) ได้ประกาศชี้แจงผ่านทางเว็บไซต์ Sony eSupport เกี่ยวกับประเด็นปัญหาเครื่องร้อนผิดปกติในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กซีรี่ย์ VAIO F11 และ CW2 โดยโซนีกล่าวว่าในบางสถานการณ์ที่เกิดขึ้นค่อนข้างน้อยเครื่องโน้ตบุ๊กบางรุ่นใน 2 ซีรี่ย์อาจจะมีความร้อนสูงผิดปกติ สำหรับสาเหตุที่ทำให้เครื่องร้อนผิดปกติมาจากการทำงานผิดพลาดของระบบจัดการอุณหภูมิภายในตัวเครื่อง ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้อาจส่งผลให้คีย์บอร์ดของโน้ตบุ๊กหรือตัวเคสร้อนจนมีรูปร่างผิดรูปได้ และในกรณีที่เครื่องโน้ตบุ๊กร้อนจัดมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้ผู้ใช้ได้รับบาดเจ็บได้

ปัจจุบันโซนี่ได้ออกพร้อมออกเฟิร์มแวร์สำหรับแก้ปัญหาดังกล่าวนี้แล้ว พร้อมกับแนะนำให้ลูกค้าที่ใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กในซีรี่ย์ VPCF11 หรือ VPCCW2 ทำการดาวน์โหลดและติดตั้งเฟิร์มแวร์ตัวใหม่ (ตามลิงก์ด้านล่าง) เพื่อแก้ไขปัญหาการทำงานของระบบจัดการอุณหภูมิภายในตัวเครื่องและเพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องโน้ตบุ๊กร้อนเกินไป

ดาวน์โหลดเฟิร์มแวร์

สำหรับลูกค้าที่มีคำถามหรือต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมเกี่ยวกับการติดตั้งเฟิร์มแวร์ สามารถติดต่อทีมซัพพอร์ททางเทคนิคของโซนีได้ที่หมายเลขโทรศัพ (866) 496-7669

Credit:Sony

คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่ได้รับผลกระทบ
สำหรับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเครื่องร้อนจัดในครั้งนี้ มี 2 ซีรี่ย์ คือ VPCF11 และ VPCCW2 โดยมีรุ่นที่ได้รับผลกระทบดังนี้
ซีรี่ย์ VPCF11:
VPCF111FD, VPCF111FD/B, VPCF111FX, VPCF111FX/B, VPCF111FX/H, VPCF112FX, VPCF112FX/B, VPCF112FX/H, VPCF113FX, VPCF113FX/B, VPCF113FX/H, VPCF114FX, VPCF114FX/B, VPCF114FX/H, VPCF115FM, VPCF115FM/B, VPCF115FM/BL, VPCF116FX, VPCF116FX/B, VPCF116FX/H, VPCF117FX, VPCF117FX/B, VPCF117FX/B, VPCF117FX/H, VPCF1190X, VPCF119FX, VPCF119GX, VPCF119HX, VPCF11AFX, VPCF11AFX/B, VPCF11BFX, VPCF11BFX/B, VPCF11CGX, VPCF11CGX/B, VPCF11DGX, VPCF11DGX/B, VPCF11EGX, VPCF11EGX/B, VPCF11FGX, VPCF11FGX/B, VPCF11GGX, VPCF11GGX/B, VPCF11HGX, VPCF11HGX/B, VPCF11JFX, VPCF11JFX/B, VPCF11KFX, VPCF11KFX/B, VPCF11KFX/H, VPCF11LFX, VPCF11LFX/B, VPCF11LFX/H, VPCF11MFX, VPCF11MFX/B, VPCF11NFX, VPCF11NFX/B, VPCF11NFX/H, VPCF11PFX, VPCF11PFX/H, VPCF11QFX, VPCF11QFX/B and VPCF11QFX/H

ซีรี่ย์ VPCCW2:
VPCCW21FX, VPCCW21FX/B, VPCCW21FX/L, VPCCW21FX/P, VPCCW21FX/R, VPCCW21FX/W, VPCCW22FX, VPCCW22FX/B, VPCCW22FX/L, VPCCW22FX/P, VPCCW22FX/R, VPCCW22FX/W, VPCCW23FX, VPCCW23FX/B, VPCCW23FX/L, VPCCW23FX/P, VPCCW23FX/R, VPCCW23FX/W, VPCCW26FX, VPCCW26FX/B, VPCCW26FX/L, VPCCW26FX/P, VPCCW26FX/R, VPCCW26FX/W, VPCCW27FX, VPCCW27FX/B, VPCCW27FX/L, VPCCW27FX/P, VPCCW27FX/R, VPCCW27FX/W, VPCCW29FX, VPCCW29GX, VPCCW2AFX, VPCCW2AFX/B, VPCCW2BFX, VPCCW2BFX/B, VPCCW2CGX, VPCCW2CGX/B, VPCCW2DGX, VPCCW2DGX/B, VPCCW2EGX, VPCCW2EGX/B, VPCCW2FGX, VPCCW2FGX/B, VPCCW2GGX, VPCCW2GGX/B, VPCCW2HGX, VPCCW2HGX/B, VPCCW2JGX, VPCCW2JGX/B, VPCCW2KGX, VPCCW2KGX/B, VPCCW2LFX, VPCCW2LFX/B, VPCCW2LFX/L, VPCCW2LFX/P, VPCCW2LFX/R, VPCCW2LFX/W, VPCCW2MFX, VPCCW2MFX/PU, VPCCW2MFX/WJ, VPCCW2MGX, VPCCW2MGX/B, VPCCW2NFX, VPCCW2NFX/LU, VPCCW2PFX, VPCCW2PFX/L, VPCCW2PFX/R. VPCCW2PFX/W, VPCCW2QGX, VPCCW2QGX/B, VPCCW2RGX, VPCCW2RGX/B, VPCCW2SGX, VPCCW2SGX/B, VPCCW2TGX, VPCCW2TGX/B, VPCCW2UFX, VPCCW2UFX/B, VPCCW2VFX, and VPCCW2VFX/B

บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Sony eSupport

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Wednesday, June 2, 2010

LG UX10 Tablet running Windows 7

LG เปิดตัวแท็บเล็ต LG UX10 ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 7
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

น่าจะเป็นผลสืบเนื่องมาจากกระแสความสำเร็จของ iPad จากค่าย Apple ทำให้ตลาด Slate และ Tablet ได้รับความสนใจจากผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ และ LG ก็เป็นผู้ผลิตอีกหนึ่งรายที่เตรียมกระโดดเข้าสู่ตลาด Slate และ Tablet แบบเต็มตัว โดยล่าสุดได้ทำการเปิดตัวเครื่องต้นแบบ (Prototype) ของแท็บเล็ต LG UX10 ในงาน Computex


โดยแท็บเล็ต LG UX10 นั้นจะใช้จอภาพแอลอีดีคาปาซิตี้ทัชสกรีน (LED capacity touchscreen) ขนาดจอภาพ 10.1 นิ้ว และระบบปฏิบัติการที่ใช้เป็น Windows 7 Home Premium