Saturday, December 19, 2009

OpenOffice.org 3.2.0 RC1 Now Available for Download

OpenOffice.org 3.2.0 พัฒนาถึงเวอร์ชัน RC1 แล้ว
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

OpenOffice.org เป็นชุดโปรแกรมสำหรับใช้ในการสร้างและแก้ไขงานเอกสารต่างๆ ในลักษณะเดียวกันกับโปรแกรมสำหรับงานเอกสารเชิงพาณิชย์ยอดนิยม อย่างเช่น Microsoft Office ของไมโครซอฟท์ โดย OpenOffice.org เป็นโปรแกรมแบบโอเพนซอร์ส (Open Source) สามารถใช้ได้ฟรีภายใต้ไลเซนส์แบบ LGPL v3

OpenOffice.org นั้นสามารถสร้างไฟลเอกสารได้หลายฟอร์แมต และยังสามารถทำการเปิดไฟล์เอกสารที่สร้างขึ้นจาก Microsoft Office เพื่อทำการแก้ไขและบันทึกกลับได้อย่างไม่มีปัญหาเรื่องคอมแพตติเบิล นอกจากนี้มันยังสามารถบันทึกไฟล์เอกสารในฟอร์แมต PDF เพื่อการพิมพ์และเผยแพร่ได้ทันที โดยไม่ต้องทำการติดตั้งโปรแกรมเสริมใดๆ ทั้งสิ้น

เปรียบเทียบโปรแกรมระหว่าง OpenOffice.org กับ Microsoft Office
ชุดโปรแกรม OpenOffice.org ประกอบด้วยโปรแกรมต่างๆ จำนวน 5 ตัว ด้วยกัน คือ Writer, Calc, Draw, Impress และ Base ซึ่งแต่ละโปรแกรมสามารถเปรียบเทียบกับโปรแกรมในชุด Microsoft Office ได้ดังนี้

• โปรแกรม Writer ใช้ในงานประมวลข้อความและแก้ไขหน้าเว็บ มีฟังก์ชันการทำงานเทียบเท่ากับโปรแกรม Microsoft Word
• โปรแกรม Calc ใช้ในงานด้านตารางคำนวณ มีฟังก์ชันการทำงานเทียบเท่ากับโปรแกรม Microsoft Excel
• โปรแกรม Draw ใช้ในงานวาดภาพลายเส้นและสร้างแผนผัง มีฟังก์ชันการทำงานเทียบเท่ากับโปรแกรม Microsoft Visio
• โปรแกรม Impress ใช้ในงานในด้านการนำเสนอข้อมูล มีฟังก์ชันการทำงานเทียบเท่ากับโปรแกรม Microsoft PowerPoint
• โปรแกรม Base ใช้ในงานด้านฐานข้อมูล มีฟังก์ชันการทำงานเทียบเท่ากับโปรแกรม Microsoft Access

ในปัจจุบันทีมพัฒนาของ OpenOffice.org กำลังพัฒนาเวอร์ชัน 3.2.0 ซึ่งจะเป็นเมเจอร์เวอร์ชันต่อไป ล่าสุดได้พัฒนาถึงเวอร์ชันไมล์โสตนสำคัญคือ Release Candidate (RC) ตัวที่ 1 แล้ว ท่านใดสนใจทดลองใช้งาน สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ Download OpenOffice.org 3.2.0 RC1

สำหรับเวอร์ชันอย่างเป็นทางการ (Stable version) ของชุดโปรแกรม OpenOffice.org ในปัจจุบันคือ 3.1.1 ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ Download OpenOffice.org 3.1.1

© 2009 TWA Blog. All Rights Reserved.

Intel Core i7-920XM Mobile Processor Extreme Edition

Intel Core i7-920XM โปรเซสเซอร์ประสิทธิภาพสูงสำหรับโน้ตบุ๊ก
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

ซีพียู Intel Core i7 Mobile Processor Extreme Edition เป็นโปรเซสเซอร์แบบ 4 คอร์ 8 เธรด มีโค้ดเนมว่า Clarksfield ผลิตบนสถาปัตยกรรม 45-nanometer บนแพลตฟอร์ม Nehalem microarchitecture มีทรานซิสเตอร์ (Processing Die Transistors) จำนวน 774 ล้านตัว ใช้ซ็อกเ็ก็ตแบบ PGA988 และมี MTP สูงสุด 55 W

Intel Core i7 Mobile Processor Extreme Edition เป็นโปรเซสเซอร์สำหรับโน้ตบุ๊กที่มีทั้งประสิทธิภาพการทำงานและความชาญฉลาดในการประมวลผล

(ภาพจาก intel.com)

คุณลักษณะเด่นใน Intel Core i7 Mobile Processor Extreme Edition
Intel Core i7 Mobile Processor Extreme Edition มีคุณลักษณะเด่น ดังนี้
• รองรับการโอเวอร์คล็อก
• มีเทคโนโลยี Intel Hyper-Threading
• มีเทคโนโลยี Intel Turbo Boost
• มีเทคโนโลยี Intel Smart Cache
• มีคอนโทรลเลอร์หน่วยความจำในตัว
• สามารถรองรับหน่วยความจำ DDR3 สองแชนแนล
• มีเทคโนโลยี Intel HD Boost
• ใช้สถาปัตยกรรม Mobile Optimized
• Intel 64 Instruction Set Architecture
• มีเทคโนโลยี Intel Virtualization

Intel Core i7 Mobile Processor Extreme Edition
Intel Core i7 Mobile Processor Extreme Edition มีเพียงรุ่นเดียวคือ i7-920XM มีสเปกดังนี้
i7-920XM จำนวนคอร์ 4 คอร์ ความเร็วสัญญาณนาฬิกา 2.0 GHz มีแคช L3 (Smart Cache) 8 MB มี Front Side Bus 1333 MHz


Essentials Information


Memory and Package Specifications


Advance Technology

หมายเหตุ: ชิปเซ็ตที่รองรับกับ Intel Core i7-920XM คือ Intel PM55 Express

นอกจากนี้ยังมีซีพียูตระกูล Core i7 สำหรับโน้ตบุ๊กอีก 2 รุ่น คือ Intel Core i7-820QM Processor (8M Cache, 1.73 GHz) และ Intel Core i7-720QM Processor (6M Cache, 1.60 GHz)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Intel
Intel Thailand
Wikipedia

© 2009 TWA Blog. All Rights Reserved.

Friday, December 18, 2009

Adobe Reader and Acrobat Remote Code Execution Vulnerability

พบช่องโหว่ร้ายแรงใน Adobe Reader 9.2 และ Acrobat 9.2 และมีการโจมตีแบบ Zero-Day ผ่านทางไฟล์ PDF แล้ว
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

วันที่ 15 ธันวาคม 2552 หรือตรงกับวันที่ 16 ธันวาคม 2552 ตามเวลาในประเทศไทย Adobe ได้ออก Security advisory (apsa09-07) เพื่อแจ้งให้ผู้ใช้ทราบว่า มีการพบช่องโหว่ความปลอดภัย (Vulnerability) ซึ่งมีความร้ายแรงระดับวิกฤติ (Critical) ใน 2 โปรแกรม ดังนี้
• โปรแกรม Adobe Reader 9.2 และเก่ากว่า เวอร์ชันสำหรับระบบ Windows, Macintosh และ UNIX
• โปรแกรม Adobe Acrobat 9.2 และเก่ากว่า เวอร์ชันสำหรับระบบ Windows, Macintosh

ช่องโหว่ความปลอดภัยนี้ทำให้ระบบมีความเสี่ยงต่อการโจมตีแบบ Remote Code Execution จากแฮ็คเกอร์ได้ โดยใช้วิธีการฝังโค้ดอันตรายไว้ในไฟล์เอกสาร PDF จากนั้นส่งให้ผู้ใช้ผ่านทางอีเมลหรือการดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ต เมื่อผู้ใช้ทำการเปิดไฟล์เอกสาร PDF ที่มีโค้ดอันตรายแฝงอยู่ด้วยโปรแกรม Adobe Reader หรือ Acrobat เวอร์ชันที่มีช่องโหว่ จะทำให้โปรแกรมจะเกิดการแครช (Crash) ทำให้เกิดช่องทางที่แฮ็คเกอร์สามารถใช้เข้าควบคุมระบบได้

ปัจจุบันมีรานงายว่าเริ่มมีการโจมตีระบบโดยใช้ช่องโหว่ความปลอดภัยดังกล่าวนี้แล้ว และกรณีที่โจมตีประสบความสำเร็จ แฮกเกอร์จะสามารถเข้าควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างสมบูรณ์ และที่สำคัญเป็นการโจมตีแบบ Zero-Day Attack เนื่องจากเป็นการโจมตีผ่านทางช่องโหว่ที่ยังไม่มีแพตช์ (Patch) สำหรับแก้ไขช่องโหว่

สำหรับการออกแพตช์เพื่อปิดช่องโหว่ความปลอดภัยนั้น ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา โดย Adobe กำหนดออกแพตช์ในวันที่ 12 มกราคม 2553 ปีหน้า

คำแนะนำเพื่อป้องกันระบบจากการโจมตี
เพื่อป้องกันการถูกโจมตีจากแฮกเกอร์ ผู้ใช้ Adobe Reader 9.2 หรือ 8.1.7 หรือ Acrobat 9.2 หรือ 8.1.7 สามารถใช้ฟีเจอร์ JavaScript Blacklist Framework ช่วยป้องกันการโจมตีระบบ โดยผู้ใช้ระบบวินโดวส์ดาวน์โหลดไฟล์ Reg_Keys.zip หลังจากดาวน์โหลดเสร็จแล้วให้ทำการขยายไฟล์ จากนั้นให้ดับเบิลคลิกไฟล์ (.reg) ให้ตรงกับโปรแกรมและเวอร์ชันที่ใช้ (ต้องใช้สิทธิ์ระดับ Administrator)



สำหรับวิธีการป้องกันแบบแมนนวล สามารถทำได้โดยการปิดการทำงานของ JavaScript ใน Adobe Reader และ Acrobat ตามขั้นตอนดังนี้
1. เปิดโปรแกรม Acrobat หรือ Adobe Reader
2. ในหน้าต่างโปรแกรม Acrobat หรือ Adobe Reader ให้คลิก Edit แล้วคลิก Preferences
3. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Preferences เลือกหัวข้อ JavaScript
4. จากนั้นให้ยกเลิกการเลือกเช็คบ็อกซ์หน้าอ็อปชัน Enable Acrobat JavaScript เสร็จแล้วคลิก OK



ที่มา
Security Advisory for Adobe Reader and Acrobat

© 2009 TWA Blog. All Rights Reserved.

VirtualBox 3.1.2 Build 56127 - Free Virtualization Program

VirtualBox
ดาวน์โหลด VirtualBox 3.1.2 Build 56127 เวอร์ชันล่าสุดของโปรแกรมฟรีแวร์สำหรับจำลองระบบคอมพิวเตอร์
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

ออกเวอร์ชันใหม่ให้ดาวน์โหลดกันอีกแล้วสำหรับ VirtualBox โปรแกรมสำหรับใช้ในการจำลองระบบคอมพิวเตอร์ (Virtualization) แบบ Open Source สามารถใช้งานได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายภายใต้ไลเซนส์แบบ GNU General Public License (GPL) โดยวันที่ 17 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมา SUN Microsystem ได้ออกเวอร์ชันใหม่คือ VirtualBox 3.1.2 Build 56127

แนะนำ VirtualBox
VirtualBox ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์สำหรับใช้ทำการจำลองระบบคอมพิวเตอร์ (Virtualization) ลักษณะเดียวกับโปรแกรม VMware Workstation (เป็นโปรแกรมเชิงพานิชย์ต้องซื้อจึงจะใช้งานได้เต็มฟังก์ชัน) และ VMware Player 3.0 (สามารถใช้งานได้ฟรี) ของ VMware หรือโปรแกรม Virtual PC ของ Microsoft ซึ่งสามารถใช้งานได้ฟรี และ Windows Virtual PC ของ Microsoft ซึ่งใช้งานได้ฟรีแต่จะมีเฉพาะใน Windows 7 Professional, Enterprise และ Ultimate

VirtualBox เป็นซอฟต์แวร์แบบ Open Source พัฒนาโดย Sun Microsystems (http://www.sun.com) สามารถใช้งานได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายภายใต้ไลเซนส์แบบ GNU General Public License (GPL) โดยในเวอร์ชันใหม่นี้มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่หลายอย่าง ที่เด่นๆ เช่น สามารถรองรับการทำ Live Migration หรือการไมเกรตเวอร์ชวลแมชชีนโดยไม่ต้องปิดการทำงาน และการเร่งความเร็วการแสดงภาพผลในแบบ 2 มิติบนระบบ Guest OS ที่เป็นระบบ Windows เป็นต้น

การดาวน์โหลด
ผู้ที่สนใจทดลองใช้งานสามารถดาวน์โหลดโปรแกรม VirtualBox 3.1.2 Build 56127 เวอร์ชันสำหรับ Windows มาใช้งานได้ฟรีที่เว็บไซต์ Download VirtualBox 3.1.2 Build 56127 for Windows สำหรับเวอร์ชันบนระบบปฏิบัติการอื่นๆ สามารถดูรายละเอียดการดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ Download VirtualBox

การปรับปรุงใน VirtualBox 3.1.2 Build 56127
ใน VirtualBox 3.1.2.56127 มีการปรับปรุงหลายอย่างโดยมีบางส่วน ดังนี้
• VMM: fixed SMP stability regression
• USB: fixed USB related host crashes on 64 bits Windows hosts (#5237)
• Main: wrong default HWVirtExExclusive value for new VMs (bug #5664)
• Main: DVD passthrough setting was lost (bug #5681)
• VBoxManage: iSCSI disks do not support adding a comment (bug #4460)
• VBoxManage: added missing --cpus and --memory options to OVF --import
• GUI: fixed VBox URL in update dialog for German and Dutch languages
• GUI: NLS updates
• OVF: fixed export of non standard storage controller names (bug #5643)
• Windows host installer: fixed starting VBox with wrong privileges right after installation (bug #4162)
• Host interface and host-only networking: prevent driver from unloading while a VM is still active (Windows host only)
• Host-only networking: fixed host-only interface creation (Windows host only) (bug #5708)
• Virtio-net: don't crash without an attached network
• Virtio-net: fixed the issue with intermittent network in VM with several virtual CPU cores.
• NAT: fixed port-forwarding regressions (bug #5666)
• NAT: fixed crash under certain conditions (bug #5427)
• NAT: fixed resolving of names containing a slash or underscore when using the host resolver DNS proxy (bug #5698)
• ATA: fixed sporadic crash when resuming after a VM was forcefully paused (e.g. due to iSCSI target being unavailable)
• SATA: fixed raw vmdk disks (bug #5724)
• Windows guests: fixed some VBoxService shutdown issues
• Windows guests: fixed VBoxVideo spinlock issues on NT4
• Windows Guest Additions: fixed uninstallation issues of NT4
• Shared folders: fixed resolving of symlink target (bug #5631)
• 2D Video acceleration: delay loading of OpenGL dlls for Windows hosts to avoid GUI crashes on misconfigured systems
• 2D Video acceleration: fixed issues with video picture not displayed on playback

หมายเหตุ: อ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์ ChageLog

ความต้องการระบบของ VirtualBox 3.1.2.56127
VirtualBox รองรับการทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows, Linux, Macintosh และ OpenSolaris โดยสามารถรองรับกับ Guest OS (ระบบระบบปฏิบัติการที่ติดตั้งบนเวอร์ชวลแมชชีนใน VirtualBox) ได้เป็นจำนวนมาก รวมถึง Windows 7 ทั้งเวอร์ชัน 32-bit (x86) และ 64-bit (x64) ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับเดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์ตัวล่าสุดของไมโครซอฟท์ได้อีกด้วย

Support Host Operating Systems
VirtualBox 3.1.2.56127 สามารถรองรับ Host Operating Systems ดังนี้
• Windows XP
• Linux
• Mac OS X
• Solaris และ OpenSolaris

Support Guest Operating Systems
VirtualBox 3.1.2.56127 สามารถรองรับ Guest Operating Systems ดังนี้
• Windows Family
Windows NT, Windows 2000, Windows XP, Windows Vista, Windows Server 2003, Windows Server 2008 และ Windows 7

• Linux family
สามารถรองรับ Linux ที่ใช้ kernels เวอร์ชัน 2.4 และ 2.6 ได้ แต่ทางผู้พัฒนาแนะนำให้ใช้เวอร์ชัน 2.6.13 หรือสูงกว่า สามารถอ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ที่: รายชื่อ Guest OSes

ฟีเจอร์เด่นของ VirtualBox 3.1
สำหรับฟีเจอร์การใช้งานที่น่าสนใจของ VirtualBox 3.1 มีดังนี้
1. Modularity มีการออกแบบแยกเป็นโมดูลและมีการออกแบบอินเทอร์เฟชภายในที่ดี ทำให้การควบคุมจัดการทำได้ง่ายและหลากหลาย เช่น สามารถทำการสตาร์ทเวอร์ชวลแมชชีนด้วยอินเทอร์เฟชแบบ GUI และทำการควบคุมเวอร์ชวลแมชชีนจากคอมมานด์ไลน์ หรือควบคุมจากระยะไกล
2. Virtual machine descriptions in XML ค่าการคอนฟิกเวอร์ชันของเวอร์ชวลแมชชีนจะถูกเก็บอยู่ในรูปแบบไฟล์ XML และเป็นอิสระจากเครื่องโลคอลแมชชีน ทำให้การย้ายระบบเวอร์ชวลแมชชีนทำได้ง่ายขึ้น
3. Guest Additions for Windows and Linux สามารถทำการติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติมบนเวอร์ชวลแมชชีน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
4. Shared folders การแชร์ข้อมูลระหว่าง Host และ Guest สามารถทำได้ง่าย
5. Virtual USB Controllers มีการจำลอง USB controller บนเวอร์ชวลแมชชีน ทำให้สามารถใช้งานกับอุปกรณ์ USB ต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งไดรเวอร์เพิ่มเติม
6. Remote Desktop Protocol สามารถรองรับกับโปรโตคอล RDP ได้อย่างเต็มรูปแบบ
7. USB over RDP เครื่องเวอร์ชวลแมชชีนสามารถแอคเซสกับอุปกรณ์ USB ที่เชื่อมต่ออยู่กับเครื่อง Remote Client ได้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
VirtualBox home page

© 2009 TWA Blog. All Rights Reserved.

Translate Google Sites with one click

Google เพิ่มบริการแปลหน้าเว็บใน Google Sites
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

Google Translate เป็นอีกหนึ่งบริการของ Google ที่ผมใช้บริการเป็นประจำเมื่อต้องการแปลหน้าเว็บที่เนื้อหาเป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาไทย รวมถึงใช้ในการแปลคำศัพท์ภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย เรียกได้ว่าใช้แทนพจนานุกรมกันเลย

นอกจาก Google จะให้บริการแปลผ่านทางเว็บไซต์ Google Translate แล้ว ยังได้รวมฟีเจอร์นี้เข้าให้บริการ Gmail และ Google Docs และล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมา Google ได้ขยายบริการแปลหน้าเว็บเข้าในบริการ Google Sites ซึ่งเป็นบริการเว็บพอร์ทอล (Web Portal) ฟรี โดยทำการอินทิเกรต (Integrate) ฟีเจอร์ Translate เข้ายังเว็บไซต์ที่สร้างอยู่ใน Google Sites ทั้งนี้เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการแปลเนื้อหาเว็บต้นฉบับไปเป็นภาษาที่ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ต้องการ

สำหรับวิธีการใช้งานทำได้ง่ายๆ เพียงแค่คลิกลิงก์ Translate ซึ่งจะแสดงอยู่ที่ด้านขวามือ-ล่าง ของหน้าเว็บดังรูปด้านล่าง



จากนั้นให้คลิกที่ปุ่มเลือกภาษาที่อยู่บนแถบ Google Translate แล้วเลือกภาษาที่ต้องการแปล



เสร็จแล้วคลิกปุ่ม Translate แล้วรอจนการทำงานแล้วเสร็จ เพียงแค่นี้ ปัญหาเรื่องการอ่านเว็บที่มีเนื้อหาในภาษาต่างประเทศก็จะหมดไป



สามารถนำฟีเจอร์ Google Translate ไปใช้กับเว็บไซต์ส่วนตัวได้
ฟีเจอร์ Google Translate นั้นนอกจากจะใช้งานได้กับเว็บไซต์ที่สร้างอยู่ใน Google Sites แล้ว ยังมี Google Translate Element ซึ่งสามารถนำไปใช้กับบล็อกหรือเว็บไซต์ส่วนตัวได้อีกด้วย วิธีการคือให้ทำการก็อปปี้โค้ดสนิปเป็ต (Code Snippet) จากเว็บไซต์ Google Web Element จากนั้นนำไปวางในเว็บเพจหรือในแกทเจ็ท แค่นี้ก็สามารถใช้งานฟีเจอร์ Google Translate ได้แล้ว โดยมีลักษณะดังรูปด้านล่าง



ที่มา
Official Google Blog

© 2009 TWA Blog. All Rights Reserved.