Wednesday, October 15, 2008

Microsoft Security Bulletin Re-Releases‏ (MS08-041)

ไมโครซอฟท์ซีเคียวริตี้ Bulletin Re-Releases‏
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2551 ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ได้ออกซีเคียวริตี้อัพเดทเป็นเวอร์ชันใหม่ 1 ตัว คือ ซีเคียวริตี้อัพเดทหมายเลข MS08-041 โดยออกเป็นเวอร์ชัน 2.0 ตามรายละเอียดดังนี้

MS08-041: Vulnerability in the ActiveX Control for the Snapshot Viewer for Microsoft Access Could Allow Remote Code Execution (955617)
อัพเดทลิงค์: http://www.microsoft.com/technet/security/bulletin/ms08-041.mspx
เหตุผลในการปรับปรุง:ทำการเพิ่มอัพเดทเวอร์ชัน Standalone สำหรับ Snapshot Viewer สำหรับ Microsoft Access
การอัพเดทตัวนี้จะแทนการอัพเดทตัวเดิมที่ออกเมื่อ: 12 สิงหาคม 2551
วันที่ออกอัพเดท: 14 ตุลาคม 2551
ระดับความร้ายแรง: วิกฤติ (Critical)
เวอร์ชัน: 2.0
ซอฟต์แวร์ที่ได้รับผลกระทบ
- Microsoft Office Access 2000 Service Pack 3
- Microsoft Office Access 2002 Service Pack 3
- Microsoft Office Access 2003 Service Pack 2 และ Microsoft Office Access 2003 Service Pack 3
- Snapshot Viewer สำหรับ Microsoft Access
ผลกระทบ: Remote Code Execution

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
• Microsoft Security Bulletin Summary for September 2008 เว็บไซต์ (http://www.microsoft.com/technet/security/bulletin/ms08-Sep.mspx)
• Microsoft Technet Security เว็บไซต์ (http://www.microsoft.com/technet/security/default.mspx)
• Microsoft Security Center เว็บไซต์ (http://www.microsoft.com/security/default.mspx)

© 2008 Thai Windows Administrator, All Rights Reserved.

Monday, October 13, 2008

ไมโครซอฟท์เตือนให้ระวังการโจมตีผ่านทาง ActiveX Control

ไมโครซอฟท์เตือนให้ระวังการโจมตีผ่านทาง ActiveX Control
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2551 ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ได้ออก Microsoft Security Advisory หมายเลข 956391 (Microsoft Security Advisory 956391 ) เพื่อแนะนำให้ผู้ใช้ทำการอัพเดท Internet Explorer เพื่อป้องกันการถูกโจมตีผ่านทางช่องโหว่ ActiveX control (หรือ ActiveX Kill Bits) โดยช่องโหว่ ดังกล่าวนี้มีใน Internet Explorer บน Windows 2000 Server, Windows XP, Windows Vista, Windows Server 2003 และ Windows Server 2008

ทั้งนี้ ไมโครซอฟท์ได้แนะนำให้ผู้ที่ใช้ระบบปฏิบัติการที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวนี้ ทำการติดตั้งอัพเดทผ่านทางเว็บไซต์ http://windowsupdate.microsoft.com) เพื่อปิดช่องโหว่นี้

ระบบปฏิบัติการที่ได้รับผลกระทบ
- Microsoft Windows 2000 Service Pack 4
- Windows XP Service Pack 2 and Windows XP Service Pack 3
-Windows XP Professional x64 Edition and Windows XP Professional x64 Edition Service Pack 2
- Windows Server 2003 Service Pack 1 and Windows Server 2003 Service Pack 2
- Windows Server 2003 x64 Edition and Windows Server 2003 x64 Edition Service Pack 2
- Windows Server 2003 with SP1 for Itanium-based Systems and Windows Server 2003 with SP2 for Itanium-based Systems
- Windows Vista and Windows Vista Service Pack 1
- Windows Vista x64 Edition and Windows Vista x64 Edition Service Pack 1
- Windows Server 2008 for 32-bit Systems*
- Windows Server 2008 for x64-based Systems*
- Windows Server 2008 for Itanium-based Systems

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
Microsoft Security Advisory (956391)Cumulative Security Update of ActiveX Kill Bits

KB956391 ActiveX Control ActiveX Kill Bits
© 2008 Thai Windows Administrator, All Rights Reserved.

A USB printer does not work when connected to a USB 2.0 PC card adapter

ปัญหาการต่อเครื่องพิมพ์แบบ USB กับ USB 2.0 PC card adapter
สำหรับยูสเซอร์ที่ใช้งานเครื่องพิมพ์แบบ USB ซึ่งต่อเข้ากับ USB2.0 PC card adapter อาจจะประสบกับปัญหาไม่สามารถพิมพ์งานออกทางเครื่องพิมพ์ดังกล่าว โดยที่วินโดวส์ก็ไม่ได้แจ้งข้อผิลพลาดใดๆ ซึ่งสาเหตุของปัญหาดังกล่าวนี้เกิดจากความไม่เข้ากันของตัวฮาร์ดแวร์กับระบบวินโดวส์ ซึ่งจะพบในกรณีที่ใช้ USB 2.0 PC card adapter บางยี่ห้อ

วิธีการแก้ไขปัญหา
วิธีการแก้ไขปัญหานี้ ทำได้โดยการปิดการใช้งาน (Disable) USB enhanced host controller ตามขั้นตอนดังนี้

1. คลิกขวาที่ My Computer จากนั้น คลิก Manage (หรือกดปุ่ม Windows + Break พร้อมกัน คลิกแท็บ Hardware จากนั้นคลิก Device Manager)
2. ภายใต้ Computer Management (Local) ให้คลิก Device Manager
3. ในแพนด้านขวามือให้ทำการคลิกเครื่องหมายบวก (+) หน้า Universal Serial Bus controllers เพื่อแสดงรายละเอียดอุปกรณ์ USB
4. คลิกขวาที่ USB enhanced host controller แล้วคลิก Disable

หมายเหตุ: ชื่อของ USB enhanced host controller ของแต่เมนบอร์ดแต่ละยี่ห้อระบบอาจมีชื่อต่างๆ กันไป

5. วินโดวส์จะแสดงไดอะล็อกบ็อกซ์ให้ยืนยันการปิดการใช้งาน USB enhanced host controller ให้คลิก Yes เพื่อยืนยัน
6. ปิดหน้าต่าง Device Manager

หมายเหตุ: การปิดการใช้งาน USB enhanced host controller จะทำให้การทำงานของ USB controller ลดลงจากเวอร์ชัน 2.0 เป็นเวอร์ชัน 1.1

วิธีการนี้สามารถใช้ได้กับ
  • Microsoft Windows XP Home Edition
  • Microsoft Windows XP Professional

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

© 2008 Thai Windows Administrator, All Rights Reserved.

Sunday, October 12, 2008

การดาวน์เกรดจาก Windows Vista ไปเป็น Windows XP

การดาวน์เกรดจาก Windows Vista ไปเป็น Windows XP
หากใครที่ซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ในปัจจุบัน โดยส่วนมากแล้วทางผู้ผลิตหรือร้านขายคอมพิวเตอร์จะติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows Vista ให้ซึ่งบางคนก็พอใจกับเงื่อนไขนี้ แต่ก็มีผู้ใช้อีกหลายคนเช่นกันที่ยังพึงพอใจกับระบบปฏิบัติการรุ่นก่อนหน้าอย่าง Windows XP แต่ส่วนมากผู้ใช้เหล่านี้จะขอให้ทางร้านขายคอมพิวเตอร์ทำการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows XP แทน โดยสิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ท่านควรทราบหรือทำเมื่อท่านขอให้ทางร้านติดตั้ง Windows XP แทนระบบปฏิบัติการ Windows Vista ที่มาพร้อมกับเครื่องจากผู้ผลิต

ก่อนที่จะทำการดาวน์เกรดคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่จากระบบปฏิบัติการ Windows Vista ไปเป็น Windows XP มีแนวปฏิบัติทั่วไปดังนี้

• รวบรวมและสำรองไดร์ฟเวอร์
รวบรวมและสำรองไดร์ฟเวอร์สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows Vista เพื่อที่จะใช้ในอนาคตเมื่อต้องการกลับไปใช้ Windows Vista

• จัดเตรียมไดร์ฟเวอร์ที่จำเป็น
จัดเตรียมไดร์ฟเวอร์สำหรับใช้ในการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows XP ซึ่งท่านอาจจะต้องทำการดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ของ
ผู้ผลิต เนื่องจากในปัจจุบันส่วนมากจะมีไดร์ฟเวอร์สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows Vista เพียงระบบเดียว ในกรณีที่หาไดร์ฟเวอร์เวอร์ชันสำหรับระบบปฏิบัติการ Windows XP ไม่ได้อาจทดลองใช้ไดร์ฟเวอร์เวอร์ชันสำหรับระบบปฏิบัติการ Windows 2000 หรือ Vista แทน

ข้อควรทราบ: หากวางแผนที่จะทำการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows XP เวอร์ชัน 64 บิต อาจจะมีปัญหาเรื่องไดร์ฟเวอร์ค่อนข้างมาก

• ทำการสำรองระบบ
ในกรณีที่มีข้อมูลบนเครื่อง ก่อนทำการดาวน์เกรดก็ให้ทำการสำรองระบบแบบฟูลเพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน และกู้คืนระบบในกรณีเกิคเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง อย่างไรก็ตามมีข้อที่ต้องทราบอีกอย่าง คือ เครื่องมือ NTBACKUP ของ Windows Vista นั้น จะไม่สามารถใช้งานร่วมกันกับ Windows XP นั้นคือหากทำการสำรองบน Windows Vista จะไม่สามารถทำการรีสโตร์ข้อมูลที่สำรองนั้นบนระบบ Windows XP ได้ ดังนั้นหากต้องการรีสโตร์ข้อมูลที่สำรองบนระบบ Windows XP ก็จะต้องใช้โปรแกรมสำรองข้อมูลแบบ 3rd-party ในกรณีที่ไม่มีก็อาจจะใช้วิธีการเขียนข้อมมูลลงแผ่นซีดีหรือดีวีดีหรือสื่อเก็บข้อมูลแบบพกพา อย่างไรก็ตามวิธีการนี้จะไม่สามารถใช้ในการย้อนระบบกลับเป็น Windows Vista ได้

• ขั้นตอนการดาวน์เกรด
เมื่อจีดเตรียมไดร์ฟเวอร์และทำการสำรองระบบหรือทำการสำรองข้อมูลเสรจเรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไปก็ทำการดาวน์เกรดซึ่งมี 2 รูปแบบ คือ วิธีที่ 1. ฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์แล้วทำการติดตั้ง Windows XP วิธีที่ 2. ติดตั้ง Windows XP ลงบนฮาร์ดดิสก์เดิม

วิธีที่ 1. ฟอร์แมตฮาร์ดดิมก์แล้วทำการติดตั้ง Windows XP ตามขั้นตอนในหัวข้อ "การติดตั้ง Windows XP Professional" ด้านล่าง

วิธีที่ 2. ทำการติดตั้ง Windows XP ลงบนฮาร์ดดิสก์เดิม
โดยดีฟอลท์นั้นระบบปฏิบัติการวินโดวส์จะไม่ยอมให้ทำการดาวน์เกรดจากวินโดวส์เวอร์ชันใหม่กว่าซึ่งติดตั้งบนระบบลงไปเป็นเวอร์ชันที่เก่ากว่า อย่างไรก็ตามมีวิธีการที่จะแก้ไขปัญหานี้ (ต้องแน่ใจว่าได้ทำการสำรองข้อมูลต่างๆ เรียบร้อนแล้ว) ดังนี้

หมายเหตุ:
ท่านยังต้องทำการติดตั้งแอพพลิเคชันใหม่และสำเนาข้อมูลต่างๆ แบบแมนนวล โดยให้ตรวจสอบไลเซนส์ของแอพพลิเคชันให้แน่ใจว่าสิ่งที่ท่านทำไม่เป็นการผิดข้อตกลง

• ขั้นตอนที่ 1.ใส่แผ่นซีดีติดตั้ง Windows XP และทำการบูตเข้า Recovery Console
• ขั้นตอนที่ 2. ที่คอมานด์พร็อมท์ให้ใส่คำสั่งทีละคำสั่งดังนี้
- Fixboot
- Fixmbr
- Cd\
- Ren Windows Vista
- Exit

คำอธิบายการทำงาน:
- คำสั่ง 2 คำสั่งแรกจะทำการเขียนทับ Boot Sector ของฮาร์ดดิสก์ เพื่อให้ระบบเข้าใจว่ามีการติดตั้ง Windows XP อยู่บนระบบ
- คำสั่งที่ 3 จะเป็นการเปลี่ยนไปยังรูตไดเรกตอรี
- คำสั่งที่ 4 จะเป็นการเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ Windows ไปเป็น Vista

• ขั้นตอนที่ 3 ทำการบูตระบบด้วยแผ่นซีดีติดตั้ง Windows XP จากนั้นทำการติดตั้ง Windows XP หลังจากทำการติดตั้งแล้วเสร็จสามารถทำการลบโฟลเดอร์ Windows ของ Vista ได้

• การติดตั้ง Windows XP Professional
ก่อนที่จะทำการ Windows XP Professional นั้น ให้ท่านทำการสำรวจความพร้อมของระบบฮาร์ดแวร์เสียก่อน โดย Windows XP Professional นั้น มีความต้องการฮาร์ดแวร์ (Hardware) ขั้นต่ำตามคำแนะนำของไมโครซอฟต์ ดังนี้
1. ซีพียู (CPU) ความเร็วขั้นต่ำ 133 MHz. โดยไมโครซอฟต์แนะนำที่ 550 MHz
2. RAM ขั้นต่ำ 64 MB. โดย Microsoft แนะนำที่ 256 MB
3. พื้นที่ Hard Disk อย่างต่ำ 1.5 GB

สำหรับอุปกรณ์อื่นๆ ที่จำเป็น คือ จอภาพ VGA/Super VGA, คีย์บอร์ดและเมาส์, CD-ROM Drive, แผ่น Windows XP Professional, และ การ์ดเน็ตเวิร์ค (Network Interface Card หรือ NIC)

ขั้นตอนการติดตั้ง Windows XP Professional
การติดตั้ง Windows XP Professional นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนใหญ่ๆ คือ การติดตั้งในเท็กซ์โหมด และ การติดตั้งในกราฟิกโหมด

• การติดตั้งในเท็กซ์โหมด
การติดตั้งในเท็กซ์โหมด มีขั้นตอนมีดั้งนี้

1. ทําการบูตเครื่องโดยแผ่นซีดี Windows XP Professional จากนั้นเลือก Boot form CD ระบบจะทำการบูตจากแน CD ซึ่งจะได้หน้าจอดังรูปที่ 1


รูปที่ 1 Windows Setup

2. ในหน้า Welcome to Setup ให้กดปุ่ม Enter เพื่อทำการติดตั้ง Windows XP


รูปที่ 2 Welcome to Setup

3. ในหน้า Windows XP Licensing Agreement ให้อ่านรายละเอียดข้อตกลงการใช้งาน เสร็จแล้วกด F8 เพื่อยอมรับข้อตกลง


รูปที่ 3 Windows XP Licensing Agreement

4. ในหน้า Windows XP Professional Setup ให้เลือกการติดตั้ง ว่าจะติดตั้งบน Hard Disk หรือ Partition ดังรูปที่ 4 (โดยส่วนตัวนั้น ผมชอบการติดตั้งแบบแบ่งพาร์ติชันฮาร์ดดิสก์ มากกว่าการติดตั้งบนฮาร์ดดิสก์ทั้งก้อน) ให้กดปุ่ม Enter หากเลือกติดตั้งบนฮาร์ดดิสก์ทั้งก้อนโดยไม่แบ่งพาร์ติชัน แต่หากต้องการติดตั้งแบบแบ่งพาร์ติชันฮาร์ดดิสก์ ให้กดปุ่ม C เพื่อทำการสร้างพาร์ติชัน ในที่นี้จะติดตั้งบนฮาร์ดดิสก์ทั้งก้อนโดยไม่แบ่งพาร์ติชัน


รูปที่ 4 Create Partition

5. ในหน้าถัดไปจะเป็นการฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ (รูปที่ 5) ให้เลือก Format the partition using the NTFS file system (Quick) โดยใช้คีย์ลูกศร เสร็จแล้วกดปุ่ม Enter


รูปที่ 5 Partition select

6. จากนั้นระบบก็จะทำการฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ ดังรูปที่ 6 เมื่อฟอร์แมตเสร็จแล้วจะทำการก็อปปี้ไฟล์ต่างๆ สำหรับใช้ในการติดตั้ง ดังรูปที่ 7


รูปที่ 6 Format Hard Disk


รูปที่ 7 Copying Files

7. (ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการติดตั้งในเท็กซ์โหมด) เมื่อทำการก็อปปี้ไฟล์ต่างๆ สำหรับใช้ในการติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะทำเริ่มทำการติดตั้ง Windows XP ดังรูปที่ 8 เสร็จแล้วจะทำการรีสตาร์ทระบบหนึ่งครั้ง ดังรูปที่ 9 ในขั้นตอนนี้ หากมีแผ่นฟล็อปปี้ดิสก์อยู่ในไดรฟ์ A ก็ให้เอาแผ่นออก ในกรณีที่ต้องการรีสตาร์ทระบบในทันทีกดให้กดปุ่ม Enter จากนั้นรอจนระบบรีสตาร์ทเสร็จ


รูปที่ 8 Setup Initializes


รูปที่ 9 Restart

• การติดตั้งในกราฟิกโหมด
การติดตั้งในกราฟิกโหมด มีขั้นตอนมีดั้งนี้
8. ระบบจะทำการรีสตาร์ทซึ่งจะได้หน้าจอดังรูปที่ 10 เมื่อระบบรีสตาร์ทแล้วเสร็จก็จะทำการติดตั้ง Windows XP ในกราฟิกโหมด ดังรูปที่ 11


รูปที่ 10 Starting up


รูปที่ 11 Installing Windows

9. ในหน้าไดอะล็อก Regional and Language Options ดังรูปที่ 12 ทำการตั้งค่าโดยการคลิกที่ปุ่ม Customize และ Detials เสร็จแล้วคลิก Next (ค่าเหล่านี้สามารถทำการเปลี่ยนแปลงในภายหลังได้)


รูปที่ 12 Regional and Language Options

10. ในหน้า Personalize Your Software ดังรูปที่ 13 ให้ใส่ชื่อเต็มของท่าน และชื่อขององค์กรของท่าน ในช่อง Name และ Organization ตามลำดับ เสร็จแล้วคลิก Next


รูปที่ 13 Personalize Your Software

11. ในหน้า Computer Name and Administrator Password ดังรูปที่ 14 ให้ใส่ชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ในช่อง Computer name และใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลระบบในช่อง Administrator password และในช่อง Confirm password (*ขอแนะนำให้ใส่รหัสผ่านให้กับ Administrator เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน) เสร็จแล้วคลิก Next


รูปที่ 14 Computer Name and Administrator Password

12. ในหน้า Your Product Key ดังรูปที่ 15 ให้ใส่ Product Key ให้ตรวจให้แน่ใจว่าค่าที่ใส่ถูกต้อง จากนั้นคลิก Next (Product Key หากเป็น Windows XP OEM version จะมี COA ติดบนเคสของเครื่องคอมพิวเตอร์ หากเป็น Retail version จะมีติดอยู่บนกล่องซีดี )


รูปที่ 15 Product key

13. ในหน้า Date and Time Settings ดังรูปที่ 16 ให้ทำการตั้งค่า วัน เวลาให้ตรงกับเวลาจริง และตั้งค่าโซนเวลาเป้น GMT+07.00 Bangkok, Hanoi, Jakarta เสร็จแล้วคลิก Next


รูปที่ 16 Date and Time Settings

14. จากนั้นระบบก็จะทำการติดตั้ง Windows XP ต่อไป ดังรูปที่ 17


รูปที่ 17 Installing Windows

15. ในหน้า Networking Settings ดังรูปที่ 18 ให้เลือก Typical settings แล้วคลิก Next


รูปที่ 18 Networking Settings

16. ในหน้า Workgroup or Computer Domain ให้ใส้ชื่อของ Workgroup ที่ต้องการ ดังรูปที่ 19 เสร็จแล้วคลิก Next (หากต้องการเข้าโดเมนนั้น สามารถดำเนินการในภายหลังได้)


รูปที่ 19 Workgroup or Computer Domain

17. จากนั้นระบบก็จะทำการติดตั้ง Windows XP ต่อไป ดังรูปที่ 20 ให้รอจนการติดตั้งแล้วเสร็จ


รูปที่ 20 Installing Windows

18. เมื่อการติดตั้ง Windows XP แล้วเสร็จ ระบบก็จะทำการรีสตาร์ทเครื่องอีกครั้งหนึ่งดังรูปที่ 21 เมื่อรีสตาร์ทเสร็จก็จะเข้าสู่หน้าจอสำหรับการล็อกออน


รูปที่ 21 Windows Starting up

19. เมื่อรีสตาร์ทเสร็จ Windows XP ก็จะทำการปรับแต่งการแสดงผล (Display Settings) ให้เหมาะสมกับระบบฮาร์ดแวร์โดยอัตโนมัติ ดังรูปที่ 22 ให้คลิก OK บนป็อปอัพเมสเซส เพื่อให้ Windows XP ทำการปรับแต่งการแสดงผล ให้เหมาะสมกับระบบฮาร์ดแวร์โดยอัตโนมัติ


รูปที่ 22 Display Settings

20. เมื่อ Windows XP ทำการปรับแต่งการแสดงผลเสร็จ ก็จะแสดงป็อปอัพเมสเซส ให้ยืนยันว่ายอมรับการตั้งค่า ดังรูปที่ 23 ให้คลิก OK เพื่อยืนยัน


รูปที่ 23 Confirm Display Settings

21. Windows XP จะทำการเริ่มต้นระบบใหม่ดังรูปที่ 24 เสร็จแล้วจะทำการบังคับใช้การตั้งค่าต่างๆ ดังรูปที่ 25


รูปที่ 24 Restart


รูปที่ 25 Applying Computer Settings

22. เมื่อทำการบังคับใช้การตั้งค่าต่างๆ จะแสดงหน้าจอสำหรับให้ล็อกออนเข้าใช้งาน ดังรูปที่ 26 ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลระบบที่กำหนดในขั้นตอนที่ 11 เสร็จแล้วกด Enter หรือ คลิกเครื่องหมายลูกศรที่อยู่ทางด้านขวามือ


รูปที่ 26 Log On Windows

23. ในการล็อกออนเข้าใช้งานครั้งแรกของผู้ใช้แต่ละคนนั้น Windows XP จะทำการสร้าง Profile ของผู้ใช้ ดังรูปที่ 27 เมื่อสร้าง Profile เสร็จแล้วก็จะเข้าหน้า Default Desktop ของผู้ใช้ ดังรูปที่ 28 ซึ่งผู้ใช้สามารถใช้ทำงานต่างๆ เช่นพิมพ์เอกสาร ท่องอินเทอร์เน็ต เป็นต้น


รูปที่ 27 Creating User Profile


รูปที่ 28 Default Desktop

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
• Install Windows XP on a Vista-ready machine เว็บไซต์ http://searchenterprisedesktop.techtarget.com/tip/0,289483,sid192_gci1333513,00.html?int=off&Offer=SUNedb10108


Downgrade Windows Vista to Windows XP

© 2008 Thai Windows Administrator, All Rights Reserved.

How to disable IPv6 in Windows Vista and Windows Server 2008

การดิสเอเบิล IPv6 ใน Windows Vista และ Windows Server 2008
โดยดีฟอลต์บน Windows Vista และ Windows Server 2008 จะทำการติดตั้ง Internet Protocol version 6 (TCP/IPv6) โดยอัตโนมัติ และไม่สามารถทำการยกเลิกการติดตั้ง (Uninstall) ได้ แต่อย่างไรก็ตามในกรณีที่ไม่ต้องการใช้งาน ก็สามารถที่จะทำการปิดการใช้งาน (Disable) ตามขั้นตอนดังนี้

• วิธีที่ 1
1. คลิก Start คลิก Control Panel แล้วคลิก Network and Internet
2. ในหน้า Network and Internet คลิก Network and Sharing Center
3. ในหน้า Network and Sharing Center ให้คลิกที่ View status ซึ่งอยู่ในส่วน Network (Privated network)
4. ในหน้า Local Area Connection Status คลิก Properties จากนั้นในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ UAC ใหคลิก Continue
5. ในหน้า Local Area Connection Properties ให้เคลียร์เครื่องหมายถูกในเช็คบ็อกซ์หน้า Internet Protocol version 6 (TCP/IPv6) เสร็จแล้วคลิก OK
6. คลิก Close ปิดหน้า Network and Sharing Center แล้วทำการรีสตาร์ทวินโดวส์เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีผล

หมายเหตุ: วิธีการดิสเอเบิล IPv6 ด้านบนจะทำการปิดการทำงาน IPv6 บนอินเทอร์เฟช LAN แต่จะไม่ปิดการทำงาน IPv6 บนอินเทอร์เฟชแบบ tunnel หรืออินเทอร์เฟช loopback

• วิธีที่ 2
1. คลิก Start พิมพ์ regedit ในช่อง Start Search แล้วคลิกเลือก Regedit จากที่แสดงในรายการโปรแกรม
2. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ UAC ใหคลิก Continue
3. ในหน้าต่างโปรแกรม Registry Editor ให้คลิกเลือกรีจีสทรี
HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Services\Tcpip6\Parameters

4. ในแพนด้านขวามือให้คลิกขวาเลือก New แล้วคลิก DWORD (32-bit) value โดยตั้งชื่อเป็น DisabledComponents
5. ดับเบิลคลิกที่รีจีสทรีคีย์ DisabledComponents ที่สร้างในขั้นตอนที่ 4 จากนั้นในหน้าต่าง DWORD (32-bit) value ให่ใส่ค่าเป็น ff และ Base เป็น Hexadecimal เสร็จแล้วคลิก OK
6. ปิดโปรแกรม Registry Editor แล้วทำการรีสตาร์ทวินโดวส์เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีผล

หมายเหตุ: วิธีการดิสเอเบิล IPv6 ด้านบนจะทำการปิดการทำงาน IPv6 บนอินเทอร์เฟช LAN แต่จะไม่ปิดการทำงาน IPv6 บนอินเทอร์เฟชแบบ tunnel หรืออินเทอร์เฟช loopback

• วิธีที่ 3
ในกรณีที่ทำปิดการใช้งาน UAC สามารถทำการดิสเอเบิล IPv6 โดยการใช้คำสั่ง reg add ที่คอมมานด์พร็อมท์ โดยการรันคำสั่งตามด้านล่าง จากนั้นให้ทำการรีสตาร์ทวินโดวส์เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีผล

reg add "HKLM\SYSTEM\CurrentControlSet\Services\Tcpip6\Parameters" /v DisabledComponent /t REG_DWORD /d 0x000000ff

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
IPv6 for Microsoft Windows: Frequently Asked Questions

Disable IPv6

© 2008 Thai Windows Administrator, All Rights Reserved.