Tuesday, June 2, 2009

Bing.com

Bing.com เสิร์ชเอ็นจินน้องใหม่จากไมโครซอฟท์เปิดให้บริการแล้ว
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

ไมโครซอฟท์เปิดให้บริการเสิร์ชเอ็นจิน Bing แก่ผู้ใช้ทั่วไปแล้ว หลังจากได้ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน D : All Things Digital ในสหรัฐอเมริกา เมื่อปลายเดือนที่แล้ว (พฤษภาคม) โดย Bing หรือ ในชื่อเดิม Kumo นั้น เป็นการยกเครื่องเสิร์ชเอ็นจิน Live Search ซึ่งไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จทางการตลาดมากนัก อย่างไรก็ตาม Bing นั้นยังอยู่ในขั้นเวอร์ชัน Beta

สำหรับในด้านการทำงานนั้น Bing จะมีอัลกอริธึมการค้นหาที่เข้าใจการค้นหาที่มีความเป็นธรรมชาติของมนุษย์ โดยจะให้ผลการค้นหาที่แตกต่างไปจากเสิร์ชเอ็นจินตัวอื่นๆ ซึ่งนอกจากจะแสดงผลการค้นหาตามคีย์เวิร์ดแบบ "คำ" "วลี" หรือ "ประโยค" ที่ผู้ใช้ป้อนข้อมูลแล้ว ยังจะแสดงผลของข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น แสดงผลเชื่อมโยงถึงเว็บไซต์สำหรับช็อปปิ้ง ท่องเที่ยว การเดินทาง หรือกิจกรรมอื่นๆ เป็นต้น ซึ่งจะมีประโยชน์ในการช่วยให้ผู้ใช้ได้ข้อมูลสำหรับใช้ในการตัดสินใจต่างๆ ได้

สำหรับการรองรับภาษานั้น Bing จะรองรับการค้นหาในภาษาต่างๆ ถึง 41 ภาษา รวมถึงภาษาไทย สามารถแสดงผลการค้นหาได้ใน 39 ภาษาและสามารถเลือกค้นหาขอมูลใน ภูมิภาค/ประเทศ ได้ 53 ภูมิภาค/ประเทศ โดยดีฟอลท์นั้นจะเป็นภูมิภาค South Africa

สำหรับการใช้งานนั้น ให้เข้าไปที่เว็บไซต์ www.bing.com โดยในขณะนี้ยังคงใช้เวอร์ชัน beta และหน้าจอหลัก ดังรูปที่ 1 ซึ่งไม่ได้แตกต่างไปจากหน้าหลังของ Google.com เท่าใดนัก ยกเว้นฉากหลังที่มีขนาดเต็มจอภาพ

หมายเหตุ: ปัจจุบันหากใครเปิดเว็บไซต์ live.com จะถูกฟอร์เวิร์ดไปยังเว็บไซต์ bing.com โดยอัตโนมัติ


Bing.com

ในด้านการทำงานนั้น Bing จะแบ่งสโคปการค้นหาออกเป็น 4 ด้าน คือ
1. Web ซึ่งจะเป็นการค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต
2. Image ซึ่งจะเน้นการค้นหาภาพจากอินเทอร์เน็ต
3. News ซึ่งจะเป็นการค้นหาด้านข่าวจากอินเทอร์เน็ต
4. xRank ซึ่งจะเป็นการค้นหาโดยอิงจากข้อมูลที่ผู้ใช้นิยมใช้ค้นหา

อย่างไรก็ตาม สโคปของการค้นหานั้นจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับภูมิภาค/ประเทศที่เลือกค้นหาขอมูล ตัวอย่างเช่น หากเลือกค้นหาขอมูลในประเทศไทยจะมีเพียง 2 สโคป คือ Web กับ Images เท่านั้น


Got to know Bing

การเลือกภาษาในการแสดงผล
โดยดีฟอลท์ Bing จะรแสดงผลการค้นหาในภาษาอังกฤษ แต่สามารถกำหนดให้แสดงผลการค้นหาในภาษาที่ต้องการ โดยเปิดหน้าเว็บไซต์ www.bing.com จากนั้นให้คลิกที่ Extra แล้วคลิก Preferences จากนั้นในส่วนของ Genaral settings ให้เลือกภาษาที่ต้องการในหัวข้อ Display เสร็จแล้วคลิก Save Settings

การเลือกภาษา
โดยดีฟอลท์ Bing จะค้นหาในทุกๆ ภาษา แต่สามารถกำหนดให้ทำการค้นหาเฉพาะในภาษาที่ต้องการได้ โดยเปิดหน้าเว็บไซต์ www.bing.com จากนั้นให้คลิกที่ Extra แล้วคลิก Preferences จากนั้นในส่วนของ Web settings เลือกภาษาที่ต้องการในหัวข้อ Search language เสร็จแล้วคลิก Save Settings

การเปลี่ยนภูมิภาค/ประเทศที่ทำการค้นหา
โดยดีฟอลท์ Bing จะค้นหาในภูมิภาค South Africa แต่สามารถกำหนดให้ทำการค้นหาเฉพาะในภูมิภาค/ประเทศ ที่ต้องการ โดยเปิดหน้าเว็บไซต์ www.bing.com จากนั้นให้คลิกที่ Search Worldwide จากนั้นคลิก มิภาค/ประเทศ ที่ต้องการ รูปด้านล่างเป็นการเลือกให้ค้นหาในประเทศไทย



จากที่ผมได้ทดลองใช้งาน Bing นั้น ในภาพรวมแล้วผมพอใจมากกว่าการใช้ Live Search โดยเฉพาะการค้นหารูปภาพ ซึ่งจะแสดงรายละเอียดเมื่อชี้เ้มาส์บนภาพ สำหรับการค้นหาทั่วไปก็ให้ผลไม่แตกต่างจากการค้นหาด้วย Google มากนัก ผมคิดว่าไมโครซอฟท์ยังคงต้องพัฒนาอีกมากและใช้เวลาอีกพอสมควร จึงจะทำให้ผู้ใช้ปันใจจาก Google มาใช้ Bing ซึ่งอาจจะต้องใช้ลูกเล่นที่ไมโครซอฟท์ถนัดอย่างการแถมไปยังวินโดวส์หรือไออีเป็นต้น

ที่มา
• http://www.neowin.net/news/main/09/06/01/bingcom-beta-is-now-live-and-publicly-available

© 2009 TWAB. All Rights Reserved.

Monday, June 1, 2009

Windows 7 Starter Edition

Windows 7

Windows 7 Starter edition เวอร์ชันสำหรับ Netbook
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

สำหรับ Windows 7 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปตัวใหม่ต่อจาก Windows Vista นั้น ไมโครซอฟท์วางแผนที่จะออก Windows 7 Starter เพื่อใช้เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า Netbook ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันทดแทน Windows XP ซึ่งมีการใช้ใน Netbook มากกว่าร้อยละ 90 ในปัจจุบัน

หากย้อนดูที่มาที่ไปของ Starter edition ไมโครซอฟท์นำมาใช้ครั้งแรกใน Windows XP และจะมีจำหน่ายในบางภูมิภาคเท่าีนั้น (รวมถึงประเทศไทย) หากมองในด้านการใช้งาน Starter edition เทียบได้กับเวอร์ชันพื้นฐานของวินโดวส์ ซึ่งมีฟีเจอร์ให้ใช้งานอย่างจำกัด ตัวอย่าง Windows Vista Starter จะสามารถรันโปรแกรมได้เพียง 3 โปรแกรมในเวลาเดียวกัน โดยไม่รวมถึงโปรเซสที่ทำงานอยู่ฉากหลัง เช่น โปรแกรม anti-virus, Wireless, Bluetooth, Explorer และ Control Panel

แต่สำหรับ Starter edition ของ Windows 7 นั้น ไมโครซอฟท์ได้พัฒนาให้แตกต่างไปจาก Starter edition ของ Windows XP หรือ Vista โดยใน Windows 7 Starter นั้น ผู้ใช้สามารถรันโปรแกรมได้ไม่จำกัด แต่อย่างไรก็ตาม ในด้านของฟีเจอร์นั้นจะยังคงมีให้ใช้งานน้อยกว่าในเวอร์ชันอื่นๆ อย่างเวอร์ชัน Home Premium, Professional และเวอรชันอื่นๆ ที่สูงกว่า

ฟีเจอร์ที่ไม่มีใน Windows 7 Starter
สำหรับฟีเจอร์ที่ไม่มีใน Windows 7 Starter มีดังนี้
• ไม่มี Aero Glass ทำให้ใช้ได้เฉพาะธีมแบบธรรมดา และไม่มี Taskbar Previews หรือ Aero Peek
• ไม่สามารถปรับแต่ง desktop backgrounds, window colors หรือ sound schemes
• ไม่สามารถทำการสวิตช์ระหว่าง User โดยไม่ต้องล็อกออฟ
• ไม่รองรับ Multi-monitor
• ไม่สามารถเล่นแผ่น DVD
• ไม่มี Windows Media Center สำหรับการใช้งานด้านมัลติมีเดีย
• ไม่สามารถทำ Remote Media Streaming
• ไม่รองรับการใช้งานใน Domain สำหรับผู้ใช้แบบองค์กร
• ไม่มี XP Mode ซึ่งเป็นฟีเจอร์สำหรับใช้โปรแกรมของ Windows XP บน Windows 7

สำหรับในความเห็นส่วนตัวของผม การที่ ไม่สามารถเล่นแผ่น DVD และ ไม่มี Windows Media Center สำหรับการใช้งานด้านมัลติมีเดีย อาจจะไม่เป็นที่ถูกใจของู้ใช้มากนัก และต้องคิดหนักถ้าจะซื้อ เนื่องจากเมื่อดูราคาของ Windows 7 Starter ที่คาดว่าจะวางจำหน่ายที่ราคา $199 (เกือบ 7,000 บาท) อาจจะทำให้ Netbook ที่มาพร้อมกับ Windows 7 Starter มีราคาสูงกว่าราคาเฉลี่ยของ Netbook ซึ่งทั่วไปจะอยู่ที่ไม่เกิน 20,000 บาท

นอกจากนี้ผู้ใช้ส่วนใหญ่คงไม่ต้องการใช้ Netbook เพียงแค่การท่องอินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่ต้องการใช้งานด้านอื่นๆ เช่น งานเอกสาร ดูหนังฟังเพลง ตกแต่งรูปภาพ หรือเล่นเกมส์พื้นฐานต่างๆ อีกด้วย ดังนั้นคงต้องรอดูว่า Windows 7 Starter จะสามารถตอบสนองต่อความต้องการใช้งานของผู้ใช้ได้มากน้อยเพีบงใด ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดได้ว่ามันจะประสบความสำเร็จทางการตลาดหรือไม่

ที่มา
• http://windowsteamblog.com

© 2009 TWAB. All Rights Reserved.

Windows 7 Beta Bi-Hourly Shutdowns and Expirations

ทำความเข้าใจกับ Bi-hourly Shutdowns ของ Windows 7 Beta
ปลายเดือนที่แล้วผมได้รับอีเมลจากไมโครซอฟท์ 2 ฉบับ (คิดว่าท่านที่ดาวน์โหลด Windows 7 Beta ก็คงจะได้รับเช่นเดียวกัน) ซึ่งสร้างความแปลกใจให้ผมได้เล็กน้อย เนื่องจากเกิดความผิดพลาดเกี่ยวกับข้อมูลวันที่ระบบจะเริ่มทำการปิดเครื่องทุกๆ 2 ชั่วโมง หรือศัพท์เทคนิคเรียกว่า Bi-hourly shutdowns ซึ่งเป็นความผิดพลาดในเรื่องที่ไม่น่าผิดพลาด กับบริษัทที่ไม่ควรผิดพลาด

สำหรับเนื้อหาในอีเมลฉบับแรกนั้นแจ้งว่า Windows 7 Beta จะหมดอายุในวันที่ 1 สิงหาคม 2552 และระบบจะเริ่มทำการปิดเครื่องทุกๆ 2 ชั่วโมงในวันที่ 1 มิถุนายน 2552 (วันนี้)


รูปที่ 1

หลังจากได้รับอีเมลฉบับแรก 2 วัน ผมได้รับอีเมลฉบับที่สอง ซึ่งแก้ไขข้อมูลวันที่ระบบจะเริ่มทำการปิดเครื่องทุกๆ 2 ชั่วโมง ที่แจ้งมาในอีเมลฉบับแรก จากวันที่ 1 มิถุนายน 2552 เป็น วันที่ 1 กรกฎาคม 2552

การที่นำเรื่องนี้มาเขียน ไม่ได้ต้องการตอกย้ำถึงความผิดพลาด เรื่องการส่งอีเมลของไมโครซอฟท์นะครับ แต่เพื่อให้เป็นสิ่งเตือนใจ (ตนเองและท่านผู้อ่าน) ว่า เทคโนโลยีนั้นทำให้การดำเนินกิจกรรมต่างๆ เป็นไปได้อย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้น แต่หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้น มันก็ทำให้เกิดการแพร่กระจายหรือเกิดผลกระทบได้รวดเร็วได้เช่นกัน

ก่อนจบก็ขอสรุปเรื่องวันเริ่มทำการปิดเครื่องทุกๆ 2 ชั่วโมง หรือ Bi-hourly shutdowns ของ Windows 7 Beta อีกครั้งดังนี้
• Windows 7 Beta จะหมดอายุในวันที่ 1 สิงหาคม 2552
• Windows 7 Beta จะเริ่มทำการปิดเครื่องทุกๆ 2 ชั่วโมง ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2552

โดยไมโครซอฟท์แนะนำให้ทำการย้ายระบบไปใช้ Windows 7 RC ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ Windows 7 RC Download หรือ Windows 7 RC for IT Pro (Technet)

หมายเหตุ: การดาวน์โหลดจะต้องทำการล็อกอินด้วยแอคเคาท์ MSN Hotmail, MSN Messenger หรือ Passport account

บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

ที่มา
• http://windowsteamblog.com

© 2009 TWAB. All Rights Reserved.

Windows 7 RC2, available on June 12th

Windows 7 Release Candidate 2 (RC2) กำลังจะมา
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

ลือกันสนั่นอินเทอร์เน็ตว่า ไมโครซอฟท์จะออก Windows 7 Release Candidate 2 (RC2) ให้ผู้ใช้ที่เป็นสมาชิก TechNet และ MSDN และอาจจะรวมถึง Gold Partners ดาวน์โหลดได้ในวันที่ 12 มิถุนายนที่จะถึงนี้ โดย Windows 7 RC2 นั้นจะมีหมายเลขเวอร์ชันเป็น Build 7200

อย่างไรก็ตาม ข่าวลือดังกล่าวนี้ยังไม่มีการตอบรับหรือปฏิเสธจากไมโครซอฟท์ ซึ่งหากท่านใดที่ติดตามความเคลื่อนไหวของ Windows 7 มาตลอดคงจะพอทราบว่า ไมโครซอฟท์ได้ประกาศไว้ว่าจะไม่ออก Windows 7 เวอร์ชัน RC2 แต่ก็มีการแย้งว่า การประกาศดังกล่าวนั้นไมโครซอฟท์หมายถึงการจะไม่ออกเวอร์ชัน RC2 สำหรับสำหรับผู้ใช้ทั่วๆ ไปหรือ Release to Web (RTW)

สรุป
สรุปแล้วก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าไมโครซอฟท์จะออก Windows 7 RC2 หรือไม่ คงต้องรอดูในวันที่ 12 มิถุนายนที่จะถึงนี้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเพียงข่าวลือ

ที่มา
• http://windows7center.com

© 2009 TWAB. All Rights Reserved.

VirtualBox 2.2.4 Free Virtualization Program

VirtualBox
VirtualBox 2.2.4 โปรแกรมฟรีสำหรับจำลองระบบคอมพิวเตอร์
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

มี VirtualBox เวอร์ชันใหม่มาฝากครับ ซึ่งได้อัพเดทเป็นเวอร์ชัน 2.2.4 เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 52 ที่ผ่านมา โดย VirtualBox เป็นโปรแกรมสำหรับจำลองระบบคอมพิวเตอร์ (Virtualization) ที่พัฒนาโดย SUN Microsystem เป็นโปรแกรมแบบ Open Source ใช้งานได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายภายใต้ไลเซนส์แบบ GNU General Public License (GPL)

ถ้าจะให้เทียบเคียงโปรแกรม VirtualBox กับโปรแกรมที่ทำงานในลักษณะเดียวกัน ก็จะสามารถเทียบได้กับโปรแกรม VMware Workstation (ต้องซื้อจึงจะใช้งานได้) ของ VMware และ Virtual PC (ใช้งานได้ฟรี) ของ Microsoft

การปรับปรุงใน VirtualBox 2.2.4
ใน VirtualBox 2.2.4 ได้มีปรับปรุงการทำงานให้มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และยังมีการปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้นกว่าในเวอร์ชัน 2.2 ในหลายๆ ด้านโดยมีบางส่วน ดังนี้
• Windows Installer: fixed a potential hang during installation
• Windows hosts: fixed a crash caused by host-only/bridged networking
• Windows Additions: fixed incorrect 8-bit guest color depth in Windows 7 guests
• VBoxManage metrics collect: now flushes the output stream.
• VHD: some .vhd files could not be cloned (bug #4080)
• VMDK: fixed creating snapshots
• NAT: fixed DHCP lease for multiple name servers (bug #3692)
• Shared Folders: deny access to parent directories on Windows hosts (bug #4090)
• Shared Folders: make rm/rmdir work with Solaris guests on Windows hosts

สำหรับรายละเอียดการปรับปรุงทั้งหมด อ่านได้ที่เว็บไซต์ ChangeLog

VirtualBox สามารถทำงานได้บนระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่นิยมใช้กันในปัจจุบันอย่าง Windows, Linux, Macintosh และ OpenSolaris โดยสามารถรองรับกับระบบปฏิบัติการเกสต์ (ระบบระบบปฏิบัติการที่ติดตั้งบนเวอร์ชวลแมชชีนใน VirtualBox) ได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งรวมทั้ง Windows 7 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับเดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์ตัวล่าสุดของไมโครซอฟท์ทั้งเวอร์ชัน 32-bit (x86) และ 64-bit (x64) ได้อีกด้วย

Support Host Operating Systems
VirtualBox 2.2.4 สามารถรองรับ Host Operating Systems ดังนี้
• Windows XP
• Linux
• Mac OS X
• Solaris และ OpenSolaris

Support Guest Operating Systems
VirtualBox 2.2.4 สามารถรองรับ Guest Operating Systems ดังนี้
• Windows Family
Windows NT, Windows2000, Windows XP, Windows Vista, Windows Server 2003, Windows Serevr 2008 และ Windows 7

• Linux family
สามารถรองรับ Linux ที่ใช้ kernels เวอร์ชัน 2.4 และ 2.6 ได้ แต่ทางผู้พัฒนาแนะนำให้ใช้เวอร์ชัน 2.6.13 หรือสูงกว่า สามารถอ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ที่: Guest OSes

ฟีเจอร์เด่นของ VirtualBox 2.2.4
สำหรับฟีเจอร์การใช้งานที่น่าสนใจของ VirtualBox 2.2.4 มีดังนี้

1. Modularity มีการออกแบบแยกเป็นโมดูลและมีการออกแบบอินเทอร์เฟชภายในที่ดี ทำให้การควบคุมจัดการทำได้ง่ายและหลากหลาย เช่น สามารถทำการสตาร์ทเวอร์ชวลแมชชีนด้วยอินเทอร์เฟชแบบ GUI และทำการควบคุมเวอร์ชวลแมชชีนจากคอมมานด์ไลน์ หรือควบคุมจากระยะไกลก็ได้

2. Virtual machine descriptions in XML ค่าการคอนฟิกเวอร์ชันของเวอร์ชวลแมชชีนจะถูกเก็บอยู่ในรูปแบบไฟล์ XML และเป็นอิสระจากเครื่องโลคอลแมชชีน ทำให้การย้ายระบบเวอร์ชวลแมชชีนทำได้ง่ายขึ้น

3. Guest Additions for Windows and Linux สามารถทำการติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติมบนเวอร์ชวลแมชชีน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

4. Shared folders สามารถทำการแชร์ข้อมูลระหว่าง Host และ Guest ทำได้ง่าย

5. Virtual USB Controllers มีการจำลอง USB controller บนเวอร์ชวลแมชชีน ทำให้สามารถใช้งานกับอุปกรณ์ USB ต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งไดรเวอร์เพิ่มเติม

6. Remote Desktop Protocol สามารถรองรับกับโปรโตคอล RDP ได้อย่างเต็มรูปแบบ

7. USB over RDP เครื่องเวอร์ชวลแมชชีนสามารถแอคเซสกับอุปกรณ์ USB ที่เชื่อมต่ออยู่กับเครื่อง Remote Client ได้

การดาวน์โหลด
สามารถดาวน์โหลดโปรแกรม VirtualBox 2.2.4 เวอร์ชันสำหรับ Windows มาใช้งานได้ฟรีที่เว็บไซต์ Download VirtualBox 2.2.4 และสามารถดาวน์โหลดคู่มือการใช้งานได้ที่เว็บไซต์ User manual

เวอร์ชัน: 2.2.4
ชื่อไฟล์: VirtualBox-2.2.4-47978-Win.exe
ขนาดไฟล์: 64.479 MB

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
VirtualBox home page
VirtualBox Changelog

© 2009 TWAB. All Rights Reserved.