Friday, March 19, 2010

Windows XP Mode no longer requires hardware assisted virtualization technology

Windows XP Mode สามารถทำงานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีเทคโนโลยี Hardware Assisted Virtualization ได้แล้ว
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

ก่อนหน้านี้ การใช้งาน Windows XP Mode นั้นจะสามารถทำได้เฉพาะบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีเทคโนโลยี Hardware Virtualization อย่างเช่น Intel-VT หรือ AMD-V เท่านั้น แต่ล่าสุด (วันที่ 18 มีนาคม 2553) ไมโครซอฟท์ได้ทำการปรับปรุง Windows XP Mode ให้สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องใช้เทคโนโลยี Hardware Assisted Virtualization (HAV) อีกต่อไป ทั้งนี้เพื่อช่วยให้บริษัทขนาดเล็กถึงขนาดกลาง (Small and Midsize Businesses) สามารถทำการไมเกรตระบบเป็น Windows 7 ได้โดยไม่มีผลกระทบกับแอพพลิเคชันรุ่นเก่าที่ทำงานได้เฉพาะบน Windows XP โดยการปรับปรุงในครั้งนี้จะออกมาในรูปแบบของ Windows XP Mode Update (KB977206)

ความต้องการระบบของ Windows Virtual PC (Update: 18 March 2010)
สำหรับความต้องการระบบขั้นต่ำของ Windows Virtual PC มีดังนี้
• CPU: ความเร็ว 1 GHz 32-bit หรือ 64-bit ซีพียู
• Memory: ไมโครซอฟท์แนะนำให้ใช้หน่วยความจำ 2 GB หรือมากกว่า
• Disk space: พื้นที่ว่างบนฮาร์ดดิสก์อย่างต่ำ 15 GB ต่อเวอร์ชวลแมชชีนแต่ละตัว

รองรับ Host Operating Systems
Windows Virtual PC สามารถรองรับ Host Operating Systems ดังนี้
• Windows 7 Home Basic
• Windows 7 Home Premium
• Windows 7 Enterprise
• Windows 7 Professional
• Windows 7 Ultimate

หมายเหตุ: Windows XP Mode นั้นรองรับเฉพาะ Windows 7 เวอร์ชัน Professional, Enterprise และ Ultimate เท่านั้น

รองรับ Guest Operating Systems
Windows Virtual PC สามารถรองรับ Guest Operating Systems ดังนี้
• Windows XP:
ฟีเจอร์ Virtual Applications นั้นจะมีให้ใช้งานบน Windows XP Service Pack 3 (SP3) Professional เท่านั้น

• Windows Vista:
ฟีเจอร์ Virtual Applications นั้นจะมีให้ใช้งานบน Windows Vista Enterprise และ Windows Vista Ultimate เท่านั้น

• Windows 7:
ฟีเจอร์ Virtual Applications นั้นจะมีให้ใช้งานบน Windows 7 Enterprise และ Windows 7 Ultimate เท่านั้น

การดาวน์โหลด Windows Virtual PC, Windows XP Mode และ Windows XP Mode Update
สำหรับท่านที่สนใจทดลองใช้งาน Windows XP Mode สามารถทำการดาวน์โหลดโปรแกรม Windows Virtual PC, Windows XP Mode และ Windows XP Mode Update ได้ฟรี โดยก่อนอื่นให้เปิดไปยังหน้าเว็บไซต์ Windows Virtual PC จากนั้นให้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

หมายเหตุ: การดาวน์โหลดในบทความนี้ ดำเนินการบนคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows 7 Ultimate Edition

Step 1: หากต้องการตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องคอมแพตติเบิลของแอพพลิเคชันกับ Windows 7 ให้คลิกที่ลิงก์ Application compatibility


Step 2: เลือกรุ่นและเวอร์ชันของ Windows 7 จากดร็อปดาวน์ลิสต์ "Select system" ในที่นี้เลือก Ultimate 32-bit จากนั้นเลือกภาษา (Language) ที่ต้องการจากดร็อปดาวน์ลิสต์ "Select language" ในที่นี้เลือก English


Step 3: ดาวน์โหลดและติดตั้ง Windows XP Mode โดยการคลิกปุ่ม "Windows XP Mode" จากนั้นคลิก Save เพื่อบันทึกไฟล์ลงเครื่อง รอจนการดาวน์โหลดแล้วจึงทำการติดตั้ง สำหรับวิธีการติดตั้งอย่างละเอียดสามารถอ่านได้จาก Install Windows XP Mode RTM Step by Step


Step 4: ดาวน์โหลดและติดตั้ง Windows Virtual PC โดยคลิกปุ่ม "Windows Virtual PC" จากนั้นคลิก Save เพื่อบันทึกไฟล์ลงเครื่อง รอจนการดาวน์โหลดแล้วจึงทำการติดตั้งสำหรับวิธีการติดตั้งอย่างละเอียดสามารถอ่านได้จาก Install Windows Virtual PC RTM


Step 5: ดาวน์โหลดและติดตั้งอัพเดท Windows XP Mode Update (KB977206) ซึ่งเป็นอัพเดทสำหรับปรับปรุงให้ Windows XP Mode สามารถทำงานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีเทคโนโลยี Hardware Assisted Virtualization (HAV) ได้ โดยคลิกปุ่ม "Windows XP Mode Update" จากนั้นคลิก Save เพื่อบันทึกไฟล์ลงเครื่อง หลังจากดาวน์โหลดเสร็จแล้วให้ทำการติดตั้งให้เรียบร้อยและทำการรีสตาร์ทระบบเพื่อให้การติดตั้งเสร็จสมบูรณ์


โดยหลังจากติดตั้ง Windows XP Mode Update (KB977206) แล้วเสร็จและทำการรีสตาร์ทระบบเรัยบร้อยแล้ว ก็จะทำให้สามารถใช้งาน Windows XP Mode บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีเทคโนโลยี Hardware Assisted Virtualization (HAV) สำหรับวิธีการรัน indows XP Mode นั้นทำได้โดยคลิกStart คลิก All Programs คลิก Windows Virtual PC คลิก Windows XP Mode เพื่อเริ่มต้นการเซ็ตอัพ สำหรับวิธีการเซ็ตอัพอย่างละเอียดสามารถอ่านได้จาก Install Windows XP Mode RTM Step by Step

อย่างไรก็ตามไมโครซอฟท์ไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนว่า ประสิทธิภาพการทำงานของ Windows XP Mode บนระบบที่มีเทคโนโลยี HAV กับไม่มีเทคโนโลยี HAV ต่างกันหรือไม่ โดยเพียงแค่ตอบว่า Windows XP Mode นั้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าระดับที่ยอมรับได้ไม่ว่าจะเป็นการทำงานบนระบบที่มีหรือไม่มีเทคโนโลยี HAV ก็ตาม

สำหรับความเห็นของผู้เขียนนั้น การปรับปรุง XP Mode ในครั้งนี้คงไม่มีผลอะไรมากนักกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ออกตั้งแต่ปี 2551 หรือใหม่กว่าเนื่องจากส่วนมากจะมาพร้อมกับซีพียูที่มีเทคโนโลยี HAV อยู่แล้ว แต่จะมีประโยชน์กับคอมพิวเตอร์เก่าที่ออกตั้งแต่ปี 2550 หรือเก่ากว่า

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Microsoft Accelerates Desktop Virtualization

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Thursday, March 18, 2010

Vulnerability in Virtual PC Description

ไมโครซอฟท์ปฏิเสธกรณีการอ้างว่าพบช่องโหว่ความปลอดภัยใน Virtual PC
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

มีรายงานข่าวเกี่ยวกับการอ้างว่าพบช่องโหว่ความปลอดภัย (Vulnerability) ใน Virtual PC และ Virtual Server ซึ่งเป็นโปรแกรมด้านเวอร์ชวลไลเซชัน (Virtulization) สำหรับใช้ในการจำลองระบบคอมพิวเตอร์ของไมโครซอฟท์ รวมถึง Windows Virtual PC ซึ่งเป็นฟีเจอร์ด้านเวอร์ชวลไลเซชันสำหรับใช้ในการจำลองระบบคอมพิวเตอร์บน Windows 7

โดย Core Security Technologies ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการทดสอบความปลอดภัยของซอฟต์แวร์ (Penetration Testing Software & Services) ได้โพสต์บทความเรื่อง Virtual PC Hypervisor Memory Protection Vulnerability อ้างว่าพบช่องโหว่ความปลอดภัยในระบบจัดการหน่วยความจำของ Virtual Machine Monitor ของ Virtual PC (VPC) ที่ทำให้แอพพลิเคชันที่ทำงานอยู่ในระบบปฏิบัติการเกสต์ (Guest Operating System) สามารถอ่านหรือเขียน Memory Page ส่วนที่เกินระดับ 2GB ได้

โดยผลกระทบของช่องโหว่ความปลอดภัยดังกล่าวนี้คือ แฮคเกอร์สามารถใช้ทำการยกระดับสิทธิ์เพื่อบายพาสกลไกการรักษาความปลอดภัยของระบบปฏิบัติการ Windows เช่น Data Execution Prevention (DEP), Safe Structured Error Handling (SafeSEH) และ Address Space Layout Randomization (ASLR) ได้ ซึ่ง Virtual PC เวอร์ชันที่ Core Security Technologies อ้างว่าได้รับผลกระทบมีดังนี้
• Windows Virtual PC
• Virtual PC 2007
• Virtual PC 2007 SP1
• Virtual Server 2005
• Virtual Server 2005 R2 SP1

ล่าสุดไมโครซอฟท์โดย Paul Cooke ได้ออกมาอธิบายถึงประเด็นดังกล่าวนี้ผ่านทาง Windows Team Blog ว่าช่องโหว่ความปลอดภัยดังกล่าวนี้ไม่มีผลโดยตรงกับความปลอดภัยของผู้ใช้ Windows 7 เนื่องจากระบบการรักษาความปลอดภัย (Security Safeguards) เช่น DEP, ASLR, SafeSEH และอื่นๆ ยังคงทำหน้าที่ปกป้องผู้ใช้จากมัลแวร์ต่างๆ ตามปกติ ในขณะที่เทคโนโลยีการจำลองระบบคอมพิวเตอร์ (Virtulization technology) ของ Windows Server หรือที่รู้จักกันในชื่อ Hyper-V นั้นไม่มีผลกระทบจากช่องโหว่ความปลอดภัยนี้

สำหรับฟังก์ชันการทำงานที่ Core Security Technologies อ้างว่าเป็นช่องโหว่ความปลอดภัยนั้นไม่ได้เป็นช่องโหว่ความปลอดภัยที่แท้จริง แต่เป็นการโจมตีระบบโดยการใช้ช่องโหว่ความปลอดภัยที่มีอยู่ก่อนแล้วบนระบบ อย่างไรก็ตามกลไกการป้องกันระบบที่มีอยู่ใน Windows kernel นั้นสามารถช่วยลดประสิทธิภาพการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ทางกายภาพ (Physical Machine) จากภายในเวอร์ชวลแมชชีน (Virtual Machine) ดังนั้น จึงไม่ถือว่าเป็นช่องโหว่ความปลอดภัยเพียงแค่เป็นการสูญเสียกลไกการรักษาความปลอดภัยบางอย่างเท่านั้น

สำหรับฟังก์ชันการทำงานที่ Core อ้างว่าเป็นช่องโหว่ความปลอดภัยนั้นจะมีผลกระทบกับระบบปฏิบัติการเกสต์  (Guest Operating System) ที่ทำงานอยู่ในสภาพแวดล้อมของ Virtual PC เท่านั้น ซึ่งในทางปฏิบัติโดยทั่วไปแล้วระบบปฏิบัติการเกสต์จะเป็น Windows XP ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Windows XP Mode และใน Windows XP SP3 นั้นจะมีระบบการรักษาความปลอดภัยที่เพียงแค่ DEP เท่านั้น

อนึ่ง แนวปฏิบัติที่ดีในด้านความปลอดภัยไม่ว่าจะใช้ Windows เวอร์ชันใด และไม่ว่าจะเป็นการใช้ในแบบเสมือน (Virtualized) หรือใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์จริง (Physical Machine) คือ ต้องมีการใช้งานไฟร์วอลล์ (Firewall) ต้องติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส และต้องทำการอัพเดทระบบให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

หมายเหตุ:
Windows XP Mode และ Windows Virtual PC นั้นเป็นยุทธศาสตร์ที่ไมโครซอฟท์ใช้เพื่อช่วยเหลือลูกค้าให้สามารถใช้งานแอพพลิเคชันรุ่นเก่า (Legacy Applications) บนระบบ Windows 7 ได้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Windows Team Blog

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Google Chrome 4.1.249.1036 for Windows Stable Update

Google ออก Chrome 4.1.249.1036 เพื่อแก้ปัญหาความปลอดภัย
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

Google ออก Chrome 4.1.249.1036 for Windows ซึ่งถือเป็น Stable Update รีลีสที่ 3 ของเมเจอร์เวอร์ชัน Chrome 4.1 โดยเวอร์ชันใหม่ล่าสุดนี้ออกเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2553 มีการแก้ไขปัญหาเรื่องความปลอดภัยต่างๆ (Security Fixes) ที่พบในเวอร์ชัน 4.0.249.89 ตามรายละเอียดด้านล่าง

คุณสมบัติใหม่ใน Google Chrome 4.1.249.1036
ใน Google Chrome 4.1.249.1036 มีการเพิ่มคุณสมบัติใหม่ (นับจากเวอร์ชัน 3.0) ดังต่อไปนี้
• Extensions
• Bookmark sync
• Enhanced developer tools
• HTML5: Notifications, Web Database, Local Storage, WebSockets, Ruby support
• v8 performance improvements
• Skia performance improvements
• Full ACID3 pass, due to re-enabled remote font support (with added defense against bugs in operating system font libraries)
• HTTP byte range support
• New security feature: "Strict Transport Security" support
• Experimental new anti-reflected-XSS feature called "XSS Auditor"

ฟีเจอร์ที่ได้รับการอัพเดทใน Google Chrome 4.1.249.1036
ใน Google Chrome 4.1.249.1036 มีการอัพเดทฟีเจอร์ต่างๆ ดังนี้
• Translate infobar.
• Privacy features: content settings (cookies, images, JavaScript, plug-ins, pop-ups).
• Disabling experimental new anti-reflected-XSS feature called "XSS Auditor".

Translate infobar

การแก้ปัญหาด้านความปลอดภัยใน Google Chrome 4.1.249.1036
ใน Google Chrome 4.1.249.1036 มีการแก้ปัญหาด้านความปลอดภัย ดังต่อไปนี้
• [28804] [31880] Race conditions and pointer errors in the sandbox infrastructure. (High)
• [30801] [33445] Delete persisted metadata such as Web Databases and STS. (Low)
• [33572] HTTP headers processed before SafeBrowsing check. (Medium)
• [$500] [34978] Memory error with malformed SVG. (High)
• [$1337] [35724] Integer overflows in WebKit JavaScript objects. (High)
• [36772] HTTP basic auth dialog URL truncation. (Medium)
• [37007] Bypass of download warning dialog. (Medium)
• [$1000] [37383] Cross-origin bypass. (High)
• [$500] [Affected BETA only] [37061] Memory error with empty SVG element. (High)

หมายเหตุ:
bug 35724 นั้นถูกค้นพบโดย Sergey Glazunov ซึ่งได้รับเงินรางวัลจาก Chromium Security Reward จำนวน $1,337

การดาวน์โหลดและการติดตั้ง Google Chrome 4.1.249.1036
Google Chrome 4.1.249.1036 นั้นสามารถทำงานได้บน Window XP, Windows Vista และ Windows 7 โดยวิธีการติดตั้งนั้น โดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กรณี ดังต่อไปนี้

Google Chrome 4.1.249.1036 Stable Update

กรณีที่ 1 ยังไม่มีการติดตั้ง Google Chrome อยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถติดตั้งโปรแกรม Google Chrome จากอินเทอร์เน็ตผ่านทางบราวเซอร์ โดยเปิดไปที่เว็บไซต์ www.google.com/chrome จากนั้นดำเนินการคำสั่งบนจอภาพ

กรณีที่ 2 ยังไม่มีการติดตั้ง Google Chrome อยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมติดตั้ง Google Chrome จากเว็บไซต์ Download Google Chrome 4.1.249.1036 มาทำการติดตั้งด้วยตนเอง

กรณีที่ 3 มีการติดตั้ง Google Chrome เวอร์ชัน 4.0.249.89 หรือ เวอร์ชันก่อนหน้าบนเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ก่อนแล้ว สามารถทำการอัพเดทเป็นเวอร์ชัน 4.1.249.1036 ได้ตามขั้นตอนดังนี้

1. เปิดโปรแกรม Google Chrome จากนั้นคลิกที่ไอคอนรูปเครื่องมือ แล้วเลือกคำสั่ง About Google Chrome

About Google Chrome

2. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ About Google Chrome ให้คลิก Update Now แล้วรอจนโปรแกรมทำการติดตั้งแล้วเสร็จ
3. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Please close all Chrome windows and restart Chrome for this change to take effect ให้คลิก OK
4. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ About Google Chrome ให้คลิก OK อีกครั้ง
5. ทำการรีสตาร์ทโปรแกรม Google Chrome เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีผล

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
Google Chrome Releases

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Wednesday, March 17, 2010

Dell Vostro 3000 Series Laptop PCs

Vostro 3000 แล็ปท็อปพีซีซีรี่ย์ใหม่จาก Dell
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Dell ได้เปิดตัวแล็ปท็อปรุ่นใหม่ในซีรี่ย์ Vostro 3000 ซึ่งแล็ปท็อปสำหรับการใช้งานในองค์กรธุรกิจขนาดเล็ก (Small Business)

โดยแล็ปท็อปในซีรี่ย์ Vostro 3000 นั้นเป็นรุ่นได้รับการออกแบบโดยการเน้นเรื่องความบาง เบา และแข็งแรง มีโปรเซสเซอร์พลังสูง และระบบกราฟิกแบบไฮ-เอ็นด์ พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยในตัว โดย Dell จะจำหน่ายพร้อมการให้บริการรองรับหลังการขายสำหรับธุรกิจขนาดเล็กโดยเฉพาะ

Dell ได้แบ่งแล็ปท็อปในซีรี่ย์ Vostro 3000 นั้นจะแบ่งออกเป็นรุ่นย่อยตามขนาดของจอภาพขนาดจำนวน 4 รุ่น ดังนี้
• Vostro 3300 เป็นรุ่นจอภาพขนาด 13 นิ้ว
• Vostro 3400 เป็นรุ่นจอภาพขนาด 14 นิ้ว
• Vostro 3500 เป็นรุ่นจอภาพขนาด 15 นิ้ว
• Vostro 3700 เป็นรุ่นจอภาพขนาด 17 นิ้ว

ในด้านคุณลักษณะทางเทคนิค (Specifications) นั้น แล็ปท็อปในซีรี่ย์ Vostro 3000 จะใช้โปรเซสเซอร์ Intel Core รุ่นล่า โดยที่แล็ปท็อปในรุ่น Vostro 3700 นั้นสามารถรองรับ Intel Core i7 ซึ่งเป็นโปรเซสเซอร์ 4 แกน (Quad-Core) ของ Intel

โดยรุ่น Vostro 3300 นั้นเป็นหนึ่งในแล็ปท็อปขนาดจอภาพ 13 นิ้ว สำหรับการใช้งานในด้านธุรกิจทีมาพร้อมออปติคอลไดรฟ์ (Otical drive) ที่บางที่สุด

รุ่น Vostro 3400 นั้นมาพร้อมแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้นาน 8 ชั่วโมง (มีอ็อปชันแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นาน 9 ชั่วโมง) ทำให้สามารถทำงานจากนอกสถานที่ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์แบตเตอรี่

สำหรับรุ่น Vostro 3400, 3500 และ 3700 นั้นมีอ็อปชันสำหรับจอภาพแบบ High-definition WLED โดยเฉพาะรุ่น 3700 นั้นสามารถรองรับการฟิกการ์ดได้สูงถึง 1GB NVIDIA GeForce

อนึ่ง ทุกรุ่นของ Vostro 3000 จะมาพร้อมไมโครโฟน (Microphones) และเว็บแคม (WebcamsX ในตัว และสามารถรองรับระบบเครือข่ายไร้สายได้อย่างเต็มรูปแบบรวมทั้ง 802.11g/n, Bluetooth และ Mobile broadband รวมถึงมีอ็อปชันสำหรับเครื่องอ่านลายนิ้วมือ (Fingerprint Reader)

Credit: Windows Team Blog

Credit: Windows Team Blog

Credit: Dell

Credit: Dell

Credit: Dell

Credit: Dell

ทั้งนี้ แล็ปท็อปในซีรี่ย์ Dell Vostro 3000 นั้นมีราคาเริ่มต้นที่ $579 USD หรือประมาณ 18,800 บาท โดยได้วางจำหน่ายผ่านทางพาร์ทเนอร์บางรายในภูมิภาคเชียแปซิฟิก (Asia Pacific) และญี่ปุ่น (Japan) แล้ว สำหรับในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นเริ่มวางจำหน่ายเมื่องวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา ในส่วนของทวีปยุโรปนั้นออกวางขายช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้ สำหรับแกลเลอรี่ซึ่งรวมภาพแล็ปท็อปในซีรี่ย์ Dell Vostro 3000 ทั้งหมดสามารถดูได้ที่เว็บไซต์ Dell’s Flickr page

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Windows Team Blog

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Internet Explorer 9 Platform Preview available for download

ไมโครซอฟท์เปิดให้ทดสอบ Internet Explorer 9 Platform Preview


ไมโครซอฟท์เปิดให้ผู้สนใจทดสอบ Internet Explorer 9 เวอร์ชัน Platform Preview ได้แล้ว สำหรับใครที่ต้องการทดสอบสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ Download Internet Explorer 9 (IE9) Platform Preview โดยเวอร์ชัน Platform Preview ดังกล่าวนี้จะสามารถติดตั้งได้เฉพาะบน Windows Vista SP2 และ Windows 7 เท่านั้น

สำหรับวัตถุประสงค์หลักของการเปิดให้ทดสอบ IE9 Platform Preview ของไมโครซอฟท์ก็เพื่อให้นักพัฒนาได้ทดลองใช้งานเครื่องมือต่างๆ ที่มีใน IE9 อย่างไรก็ตามโปรแกรม IE9 Platform Preview ที่ให้ดาวน์โหลดนี้ ไม่ได้เป็นโปรแกรม Internet Explorer เต็มตัวแต่เป็นเพียงเฟรมของ IE9 ซึ่งนำเสนอความสามารถบางส่วนที่จะมีอยู่ในโปรแกรม IE9 เวอร์ชันเต็ม

นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถทดสอบการทำงานของ IE9 Platform Preview ผ่านทางเว็บไซต์ IETestDrive.com ใน 3 ด้านดังนี้

Speed Demos
• Flying Images
• Text Size Animated
• Test Justification Animated
• Map Zooming
• Pulsating Bubbles

HTML5 Demos
• Border Radius
• CSS3 Selectors
• DOM Events
• DOM Style
• HTML5 T-Shirt Designer

Graphics Demos
• Falling Balls
• SVG–oids
• Business Charts
• Organization Chart
• Atlas zur Europawahl


สำหรับ IE9 Platform Preview ที่ไมโครซอฟท์ให้ทดสอบในครั้งนี้จะมีเมนูเพียงแค่ Page, Debug, Report Issue และ Help เท่านั้น โดยไม่มีแอดเดรสบาร์ (Address bar) หรือปุ่มเดินหน้า (Forward) หรือปุ่มถอยหลัง (Back) ใดๆ โดยการใช้งานนั้นจะต้องใช้การกดปุ่มคีย์บอร์ด ดังนี้
• กดปุ่ม F10 บนคีย์บอร์ดเพื่อเปิด Homepage
• กดปุ่ม F5 บนคีย์บอร์ดเพื่อเปิดรีเฟรช (Refresh) หน้าเว็บ
• กดปุ่ม Ctrl+O เพื่อเปิดหน้าเว็บไซต์ที่ต้องการ


Developer Tools
Developer Tools ใน Internet Explorer 9 Platform Preview นั้นสามารถรองรับ Document Mode ได้ตั้งแต่ IE5 - IE9 โดยยกเว้น IE6


วิธีการใช้งานทำได้โดยการคลิกเมนู Debug จากนั้นเลือก Document Mode ที่ต้องการ หรือใช้ชอร์ตคัตคีย์ เช่น Alt-9 สำหรับแสดงโหมด IE9 Standard เป็นต้น โดยหน้าต่างของ Developer Tools ในโหมด IE9 Standard จะลักษณะดังรูปด้านล่าง


สรุป
จากที่ผมได้ทดลองใช้งาน IE9 Platform Preview ในการเปิดเว็บไซต์ต่างๆ โปรแกรมก็สามารถทำงานได้ถูกต้องโดยไม่มีปัญหาใด สำหรับ Developer Tools นั้นเท่าที่ได้ทดลองใช้ผมพบปัญหาในการใช้ชอร์ตคัตคีย์ อย่างไรก็ตามเนื่องจากยังเป็นเพียงเวอร์ชัน Preview คงต้องรอทดสอบในเวอร์ชัน Beta ที่จะออกต่อไป


บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Softpedia

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.