Tuesday, November 6, 2007

การใช้งาน Xcacls.exe

ผมเคยเขียนถึงการใช้เครื่องมือที่ชื่อ cacls.exe (http://thaiwinadmin.blogspot.com/2007/10/kb-102007-03.html) เพื่อแสดงและแก้ไข Access Control Lists (ACLs) ของไฟล์และโฟลเดอร์บนระบบไฟล์ซีสเต็มแบบ NTFS ซึ่งการใช้งานทั่วๆไปนั้น ก็ทำงานได้ค่อนข้งดี แต่จะมีข้อจำกัด คือ สามารถกำหนดระดับสิทธิ์ให้กับยูสเซอร์ได้แค่ 4 ระดับเท่านั้น คือ R=Read , W = Write, C = Change(write), F=Full control ซึ่งในบางครั้งอาจไม่เพียงพอกับความต้องการใช้งาน เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทางไมโครซอฟท์จึงได้ออกเครื่องมือ xcacls.exe ซึ่งสามารถระดับสิทธิ์ให้กับยูสเซอร์ได้ถึง 9 ระดับด้วยกัน

รู้จักกับเครื่องมือ xcacls.exe
xcacls.exe นั้น เป็นทูลสำหรับแสดงและแก้ไข Access Control Lists (ACLs) ของไฟล์และโฟลเดอร์บนระบบไฟล์ซีสเต็มแบบ NTFS ซึ่งทำงานจาก command prompt เช่นเดียวกันกับ cacls.exe แต่มีความสามารถมากกว่า ซึ่งรายละเอียดจะกล่าวถึงด้านล่าง

xcacls.exe นั้นเป็นเครื่องมือตัวหนึ่งในชุดเครื่องมือ Support Tools ของ Windows Service Pack 2 โดยจะอยูในโฟลเดอร์ Support\Tools ของแผ่นติดตั้ง Windows XP SP2 หรือดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ Windows XP Service Pack 2 Support Tools หรือที่เว็บไซต์ Windows 2000 Resource Kit Tool: Xcacls.exe

เครื่องมือ xcacls.exe นั้น จะไม่ถูกติดติดตั้งโดยอัตโนมัติพร้อมกับวินโดวส์ ดังนั้นต้องทำการติดตั้งด้วยตนเองก่อนจึงจะใช้งานได้ โดยหากทำการติดตั้งจาก Support Tools ในแผ่นติดตั้ง Windows XP SP2 ให้ดับเบิลคลิกที่ไฟล์ setup.exe แล้วทำตามคำสั่งบนจอภาพจนแล้วเสร็จ หากทำการติดตั้งจากไฟล์ที่ดาวน์โหลดจากWindows XP Service Pack 2 Support Tools ให้ดับเบิลคลิกที่ไฟล์ WindowsXP-KB838079-SupportTools-ENU.exe แล้วทำตามคำสั่งบนจอภาพจนแล้วเสร็จ สำหรับการติดตั้ง xcacls.exe ซึ่งเป็น Windows 2000 Resource Kit Tool: Xcacls.exe นั้น ให้ดับเบิลคลิกที่ไฟล์ xcacls_setup.exe แล้วทำตามคำสั่งบนจอภาพจนแล้วเสร็จ

การใช้งาน xcacls.exe
รายละเอียดการใช้งานเครื่องมือ xcacls.exe นั้น สามารถดูได้โดยการรันคำสั่ง cacls.exe /? ที่คอมมานด์พรอมพท์ ซึ่งจะแสดงรายละเอียดการใช้งานของคำสั่ง ดังนี้

xcacls.exe filename [/T] [/E:X] [/C] [/G user:perm;spec] [/R user [...]] [/P user:perm;spec [...]] [/D user [...]] [/Y]

filename แสดง ACLs ของไฟล์
/T = ทำการเปลี่ยน ACLs ของไฟล์ที่กำหนดในไดเรกตอรีปัจจุบันและไดเรกตอรีย่อยภายในทั้งหมด
/E = ทำการแก้ไขเพิ่มเติม ACL
/X=การทำงานจะเหมือนกับ /E แต่จะมีผลกับสิทธิ์ที่ยูสเซอร์มีอยู่แล้ว
/C = ให้ดำเนินการต่อไปแม้จะเกิดความผิดผลาด
/G user:perm;spec = อนุญาตให้ยูสเซอร์มีสิทธิ์ในการแอ็คเซส ค่าของ perm ที่เป็นไปได้มีดังนี้
R=Read
C =Change (write)
F=Full control
P=Change Permissions (Special access)
O=Take Ownership (Special access)
X=EXecute (Special access)
E=REad (Special access)
W = Write (Special access)
D=Delete (Special access)
Spec นั้นสามารถกำหนดค่าเหมือนกับ perm ได้ และจะถูกกำหนดให้กับไดเรกตอรีเท่านั้น

/R user = ยกเลิกสิทธิ์ในการแอ็คเซสของยูสเซอร์
/P user:perm;spec = ทำการแก้ไขสิทธิ์ในการแอ็คเซสของยูสเซอร์ ค่าของ perm ที่เป็นไปได้นั้นเหมือนกันกับ /G
/D user = ปฏิเสธการแอ็คเซสของยูสเซอร์
/Y=ทำการแก้ไขสิทธื์ของยูสเซอร์โดยไม่ต้องทำการเวอริไฟ

การแสดง Access Control Lists (ACLs)
1. การแสดง Security permission ของไดรฟ์ C:
xcacls.exe C:

2. การแสดง Security permission ของโฟลเดอร์ C:\TMP, ไฟล์ C:\TMP\test.txt, และไฟล์ทั้งหมดในโฟลเดอร์ C:\TMP
cacls.exe C:\TMP
cacls.exe C:\TMP\test.txt
cacls.exe C:\TMP\*

การแก้ไข Access Control Lists (ACLs)
การแก้ไข Access Control Lists (ACLs) นั้น จะแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะใหญ่ๆ ได้ 3 แบบ คือ การเพิ่ม permission, การยกเลิก permission และ การปฏิเสธ perrmision

1. การเพิ่ม (Grant) permission ของ File, Folder และ Drive ให้กับยูสเซอร์
ตย: การเพิ่ม permission ของไดรฟ์ C: ให้กับยูสเซอร์ชื่อ user1 ระดับ Full Control
xcalcs.exe D:\ /T /E /C /G user1:F

ตัวอย่าง: การเพิ่ม permission ของโฟลเดอร์ D:\Data และทุกไฟล์และโฟลเดอร์ที่อยู่ภายใน ให้กับยูสเซอร์ชื่อ user1 ระดับ Write File และ Read Folder
xcalcs.exe D:\Data /T /E /C /G user1:W;R

ตัวอย่าง: การเพิ่ม permission ของทุกไฟล์และโฟลเดอร์ที่อยู่ภายในโฟลเดอร์ D:\Data ให้กับยูสเซอร์ชื่อ user1 ระดับ Write File และ Read Folder
xcalcs.exe D:\Data\ /T /E /C /G user1:W;R

ตัวอย่าง: การเพิ่ม permission ของไฟล์ D:\Data\Report.exe ให้กับยูสเซอร์ชื่อ user1 ระดับ Read และ Execute
xcalcs.exe D:\Data\Report.exe /T /E /C /G user1:RX

2. การยกเลิก (Revoke) permission ของยูสเซอร์ ในการแอ็คเซส File, Folder และ Drive
ตย: การยกเลิก Execute permission ของยูสเซอร์ชื่อ user1 ในการแอ็คซีคิวไฟล์ไฟล์ D:\Data\Report.exe
xcalcs.exe D:\Data\Report.doc /T /E /C /R user1

ตัวอย่าง: การยกเลิก permission ของยูสเซอร์ชื่อ user1 ในการแอ็คเซสโฟลเดอร์ D:\Data
calcs.exe D:\Data\ /T /E /C /R user1

ตัวอย่าง: การยกเลิก permission ของยูสเซอร์ชื่อ user1 ในการแอ็คเซสไดรฟ์ D:
calcs.exe D:\ /T /E /C /R user1

การเปลี่ยน (Replace) permission ของยูสเซอร์ ในการแอ็คเซส File, Folder และ Drive
ตัวอย่าง: การเปลี่ยน permission ของไฟล์ D:\Data\Report.exe ของยูสเซอร์ชื่อ user1 จากระดับ Read และ Execute เป็น Read
xcalcs.exe D:\Data\Report.doc /T /E /C /P user1:e

การปฏิเสธ (Deny) ยูสเซอร์ ในการแอ็คเซส File, Folder และ Drive
ตัวอย่าง: การยกเลิก permission ของยูสเซอร์ชื่อ user1 ในการแอ็คเซสไฟล์ D:\Data\Report.exe
xcalcs.exe D:\Data\Report.exec /T /E /C /D user1

ตัวอย่าง: การยกเลิก permission ของยูสเซอร์ชื่อ user1 ในการแอ็คเซสโฟลเดอร์ D:\Data
xcalcs.exe D:\Data /T /E /C /D user1

ตัวอย่าง: การยกเลิก permission ของยูสเซอร์ชื่อ user1 ในการแอ็คเซสไดรฟ์ D:
xcalcs.exe D:\ /T /E /C /D user1

หมายเหตุ:
การเปิดหน้าต่างคอมมานด์ไลน์ ทำได้โดยการคลิกเม้าส์ที่ปุ่ม Start คลิก Run พิมพ์ cmd แล้วกดปุ่ม Enter

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
การใช้งาน Cacls.exe


Keywords: การใช้งาน Xcacls.exe Cacls.exe Security permission

© 2007 Thai Windows Administrator, All Rights Reserved.

Saturday, November 3, 2007

Virus VBS.Godzilla or Hacked by Godzilla

ชื่อไวรัส: VBS/Butsur.A (NOD32), VBS/IE-Title (McAfee), VBS.Zodgila (Symantec), VBS/Small (AVG)VBS_SOLOW.A (TrendMicro) VBS.Godzila หรือ Hacked By Godzilla

เนื้อหาต่อไปนี้จะอธิบายถึงรายละเอียดของไวรัส VBS.Godzila หรือ VBS_Godzilla หรือ Hacked by Godzilla และวิธีการในการป้องกันไม่ให้ติดไวรัส รวมถึงการแก้ไขในกรณีที่ติดไวรัสตัวนี้ โดยข้อมูลต่างๆ นั้นจะอ้างอิงจากเว็บไซต์ Trend Micro System

ข้อมูลทั่วไปของไวรัส VBS.Godzila หรือ Hacked By Godzilla
ไวรัส VBS.Godzila หรือ VBS_Godzilla หรือ Hacked by Godzilla นั้น จะอยู่ในไฟล์ VBScript ในการทำงานของไวรัสตัวนี้นั้น จะต้องใช้ไฟล์ WSCRIPT.EXE ในการทำงาน ซึ่งไฟล์ WSCRIPT.EXE นี้เป็นไฟล์ปกติของระบบวินโดวส์สำหรับใช้รันไฟล์ VBScript

การแพร่ระบาดของไวรัส VBS.Godzila นั้น จะแพร่ระบาดผ่านทางไดรฟ์เก็บข้อมูลแบบพกพา ในไฟล์ชื่อ AUTORUN.INF และ {random}.DLL.VBS เมื่อไฟล์ไวรัสถูกเอ็กซีคิวท์ ไวรัสจะทำการสำเนาตัวมันเองลงในโฟลเดอร์ Windows ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็น "C:\Windows" และรูทโฟลเดอร์ของระบบ ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็น "C:\" นอกจากนี้มันยังทำการสำเนาไฟล์ AUTORUN.INF ลงในรูทโฟลเดอร์ของไดรว์เก็บข้อมูลแบบพกพา เพื่อให้ทำการเอ็กซีคิวท์ไฟล์ไวรัสเมื่อมีการดับเบิลคลิกไดรว์นอกจากนี้มันจะทำการสร้างคีย์รีจีสทรี เพื่อแก้ไขข้อความที่แสดงใน title bar ของ Internet Explorer

ลักษณะของไฟล์ไวรัส VBS.Godzila
ไฟล์ไวรัส VBS.Godzila นั้นมีลักษณะดังต่อไปนี้
File type: VB Script
Size of malware: 3,678 Bytes
Payload 1: ปิดการทำงานของ Registry Editor และ Windows functionalities
Payload 2: เปลี่ยนข้อความที่แสดงใน title bar ของ Internet Explorer

การทำงานของไวรัส VBS.Godzila
เมื่อไฟล์ VBS.Godzila ไวรัสถูกเอ็กซีคิวท์ ไวรัสจะทำการสำเนาตัวมันเองในชื่อ {random}.DLL.VBS ลงในโฟลเดอร์ Windows และรูทโฟลเดอร์ของระบบ ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็น C:\ จากนั้นไวรัสจะทำการแก้ไขรีจีสทรีของวินโดวส์ เพื่อให้ทำการเอ็กซ์ซีคิวท์ไฟล์ไวรัส เมื่อระบบสตาร์ทอัพดังนี้

HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Run
random = "%Windows%\{random}.dll.vbs

(Note: %Windows% คือ โฟลเดอร์ Windows ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็น "C:\Windows" หรือ "C:\WINNT")

นอกจากนี้มันจะทำการสร้างรีจีสทรีคีย์ เพื่อแก้ไขข้อความที่แสดงใน Title bar ของ Internet Explorer เป็นข้อความใดข้อความหนึ่งดังนี้

HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Internet Explorer\Main
• Window Title = "Hacked by Godzilla"
• Window Title = "Hacked by MOOzilla"
• Window Title = "Hacked by UC"
• Window Title = "Hacked by YaHaa, Your Firewall Is FxxK."
• Window Title = "Hacked by Zay"
• Window Title = "Malaysian Hackers"
• Window Title = "Protected by CPCT"
• Window Title = "TAGA ETI, MARINDUQUE MABUHAY!!! by: Nicklaus S. Bu๑ag"
• Window Title = "TAGA LIPA ARE!"
• Window Title = "TAGA XPRESS-ON KAMI"

ไวรัสยังแก้ไขรีจีสทรีคีย์ดังนี้

HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Explorer\Advanced
Hidden = "0"

(Note: ค่าดีฟอลท์ของคีย์นั้นจะเป็น user-defined)

ไวรัสยังทำการปิดการทำงานของ Search และ Run ของ Windows โดยการสร้างรีจีสทรีคีย์ดังนี้

HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies\Explorer
NoFind = "1"
NoRun = "1"
NoFolderOptions = "1"

ไวรัสยังทำการปิดการทำงานของ Registry Editor โดยการสร้างรีจีสทรีคีย์ดังนี้

HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies\System
DisableRegistryTools = "1"

ไวรัสยังทำการแก้ไขหน้า start page ของ Internet Explorer โดยการแก้ไขค่ารีจีสทรีคีย์ อันใดอันหนึ่งดังนี้

HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Internet Explorer\Main
Start Page = "http://{BLOCKED}share.com/files/Sex.zip"
Start Page = "http://www.{BLOCKED}siat.org/"
Start Page = "http://www.{BLOCKED}chaos.in.th/"

ไวรัสยังทำการเพิ่มค่ารีจีสทรี Debugger = "notepad.exe" ในรีจีสทรีคีย์ต่างๆ ดังนี้

HKEY_LOCAL_MACHINE\Software\Microsoft\Windows NT\CurrentVersion\
Image File Execution Options\cmd.exe

HKEY_LOCAL_MACHINE\Software\Microsoft\Windows NT\CurrentVersion\
Image File Execution Options\install.exe

HKEY_LOCAL_MACHINE\Software\Microsoft\Windows NT\CurrentVersion\
Image File Execution Options\msconfig.exe

HKEY_LOCAL_MACHINE\Software\Microsoft\Windows NT\CurrentVersion\
Image File Execution Options\regedit.exe

HKEY_LOCAL_MACHINE\Software\Microsoft\Windows NT\CurrentVersion\
Image File Execution Options\regedt32.exe

HKEY_LOCAL_MACHINE\Software\Microsoft\Windows NT\CurrentVersion\
Image File Execution Options\RegistryEditor.exe

HKEY_LOCAL_MACHINE\Software\Microsoft\Windows NT\CurrentVersion\
Image File Execution Options\setup.exe

ไวรัสยังทำการแก้ไขข้อมูลการลงทะเบียน (Registration Information) ของระบบที่ติดไวรัส โดยการแก้ไขรีจีสทรีคีย์ต่างๆ ดังนี้

HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows\CurrentVersion
RegisteredOrganization = "{random}"
RegisteredOwner = "{random}"
ProductId = "{random}"

HKEY_LOCAL_MACHINE\HARDWARE\DESCRIPTION\System\CentralProcessor\0
ProcessorNameString = "{random}"

(Note: ค่าดีฟอลท์ของคีย์นั้นจะเป็น user-defined)

นอกจากนั้นไวรัส VBS.Godzila ยังทำการสำเนาไฟล์ AUTORUN.INF ลงในรูทโฟลเดอร์ของไดรว์เก็บข้อมูลแบบพกพา เพื่อให้ทำการเอ็กซีคิวท์ไฟล์ไวรัสเมื่อมีการดับเบิลคลิกไดรว์ โดยเนื้อหาในไฟล์จะมีลักษณะดังนี้

[AutoRun]
shellexecute=wscript.exe {random}.dll.vbs

ระบบที่ได้รับผลกระทบจากไวรัส VBS.Godzila
ระบบปฏิบัติการที่ได้รับผลกระทบ: Windows 98, ME, NT, 2000, XP, และ Windows Server 2003

การสังเกตอาการ
1. ใช้งาน Run และ Search ไม่ได้
2. ไม่สามารถใช้งาน Registry Editor ได้
3. Title bar ของ Internet Explorer มีลักษณะดังที่ได้กล่าวถึงในด้านบน
4. มี registry key ในระบบ ตามที่ได้กล่าวถึงด้านบน

วิธีการแก้ไขแบบ Manual
1. ทำการสแกนด้วยโปรแกรมป้องกันไวรัสที่มีอัพเดทฐานข้อมูลไวรัสล่าสุด แล้วทำการลบไฟล์ไวรัส
2. ทำการสแกนด้วย Virus Fix tool เช่น McAfee Stinger อ่านวิธีการใช้งาน McAfee Stinger ที่ http://thaiwinadmin.blogspot.com/2007/09/kb-092007-04.html หรือ Trend Micro Sysclean ที่ http://thaiwinadmin.blogspot.com/2007/09/kb-092007-08.html
3. ทำการลบไฟล์ registry ที่กล่าวถึงด้านบน

การแก้ไขด้วย Fix Tool
สำหรับท่านที่โดนเจ้าไวรัส VBS.Godzila เล่นงาน สามารถใช้ Fix Tool ของ ESET เพื่อทำการฆ่าไวรัสและกู้คืนระบบได้ โดยสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ ESET Thailand (http://www.nod32th.com) หรือ ดาวนโหลดโดยตรงจาก VBS/Butsur.A (ESET) Fix Tool

คำแนะนำทั่วไปในการป้องกันไวรัส
วิธีการทั่วๆ ไปในการป้องกันไวรัสและมัลแวร์นั้น มีดังนี้
1. ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสและทำการอัพเดทไวรัสซิกเนเจอร์อย่างสม่ำเสมอ (ควรอัพเดททุกๆ วัน)
2. ทำการสแกนไวรัสอย่างสม่ำเสมอ
3. ปิดการใช้งาน Autoplay ในทุกๆ ไดรว์ อ่านวิธีการได้จาก การปิดใช้งาน Autoplay
4. ปิดการใช้งาน WSCript อ่านวิธีการได้จาก การป้องกันไวรัสจาก Flash drive
5. ทำการสแกนสื่อเก็บข้อมูลแบบพกพาทุกครั้ง ก่อนการใช้งาน
6. หากจำเป็นต้องทำการแชร์ข้อมูลให้ทำการแชร์แบบอ่านอย่างเดียว (Read Only)
7. หากเป็นไปได้ให้ทำการอัพเดทวินโดสว์อย่างสม่ำเสมอ (ควรอัพเดทอย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง ในทุกๆ วันพุธสัปดาห์ที่สองของแต่ละเดือน)

แหล่งอ้างอิง
• เว็บไซต์ Tren Micro: VBS_SOLOW.A
http://thaiwinadmin.blogspot.com
VBS_SOLOW.A VBS.Godzilla VBS/Godzilla VBS_Godzilla Hacked by Godzilla
© 2007 Thai Windows Administrator, All Rights Reserved.

Friday, November 2, 2007

การป้องกันและวิธีแก้ไขไวรัสที่มากับแผ่นวีซีดี

การป้องกันและวิธีแก้ไขไวรัสที่มากับแผ่นวีซีดี
หลายท่านที่เช่าหนัง VCD มาดูด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วปรากฎว่าได้ของแถมเป็นไวรัส (หรือจะเรียกว่ามัลแวร์ก็ได้)โดยเจ้าไวรัสนี้จะอยู่ในไฟล์ชื่อ userinic.exe ซึ่งเมื่อไฟล์ไวรัสนี้ถูกรัน มันจะทำการสำเนาตัวเองไปยังไดเร็กทอรี Windows แล้วจากนั้น จะทำการสำเนาไฟล์อีก 2 ไฟล์ คือ ไฟล์ชื่อ csrss.exe อยู่ในไดเร็กทอรี C:\Windows\system\และ ไฟล์ชื่อ smss.exe อยู่ในไดเร็กทอรี C:\Program Files\Windows Media Player\Skins\WindowsMediaSkin\Data\ ซึ่งหากใช้ Sysinternals Process Explorer ดูโพรเซสของระบบ จะเห็นเฉพาะโพรเซส csrss.exe และ smss.exe โดยไม่มีโพรเซสของ userinic.exe เข้าใจว่าไฟล์ userinic.exe นั้น จะทำหน้าที่เป็นตัวโหลดโพรเซสทั้ง 2 ตัวที่กล่าวมา

ไวรัสหรือมัลแวร์ที่มากับวีซีดี (VCD) นี้ จะทำหน้าที่ป้องกันการก็อปปี้แผ่น โดยวิธีการลบไฟล์ไวรัสต่างๆ เหล่านี้ ให้ทำตามขั้นตอนด้านล่าง

การแก้ไขไวรัสที่มากับแผ่นวีซีดี
1. รันโปรแกรม Sysinternals Process Explorer (ดาวน์โหลดโปรแกรมได้จาก www.sysinternals.com และอ่านวิธีการใช้งานได้จาก การใช้งาน Process Explorer) จากนั้นให้ทำการ Kill โพรเซสชื่อ csrss.exe (หากนำเม้าส์ไปคลิกดูจะบอกพาธเป็น %Windir%\system\csrss.exe) และ smss.exe (หากนำเม้าส์ไปคลิกดูจะบอกพาธเป็น C:\Program Files\Windows Media Player\Skins\WindowsMediaSkin\Data\smss.exe) โดยให้เลือกโพรเซสที่อยู่ด้านล่างของหน้าต่างโปรแกรม Process Explorer เนื่องจากจะมีโพรเซสของวินโดวส์เองที่รันในชื่อเดียวกัน

2.แก้ไขรีจีสทรี ตามขั้นตอนดังนี้
1. Start > Run พิมพ์คำสั่ง regedit กด Enter
2. ช่องด้านซ้ายให้คลิกที่ HKEY_LOCAL_MACHINE>SOFTWARE>Microsoft>
Windows NT>CurrentVersion>Winlogon
3. ทำแก้ไขค่าในรีจีสทรีคีย์ Userinit ด้วยการ Double Click ดังนี้ (หรือคลิกขวาแล้วเลือก Modify)

--> ค่าเดิม c:\windows\system32\userinic.exe,userinit.exe
--> แก้เป็น c:\windows\system32\userinit.exe

4. ปิดหน้าต่างโปรแกรม Registry Editor
5. ทำการลบไฟล์ C:\Windows\userinic.exe (ไฟล์มีขนาดประมาณ 126 KB)
6. ทำการลบไฟล์ C:\Windows\system\csrss.exe (ไฟล์มีขนาดประมาณ 129 KB)
7. ทำการลบไฟล์ C:\Program Files\Windows Media Player\Skins\WindowsMediaSkin\Data\smss.exe (ไฟล์มีขนาดประมาณ 129 KB)
8. ทำการรีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์

การป้องกันไวรัสที่มากับแผ่นวีซีดี
วิธีการป้องกันไวรัสที่มากับแผ่นวีซีดีนั้น ทำได้โดยการป้องไม่ให้วินโดวส์รันไฟล์ userinic.exe โดยใช้ Group Policy Editor แก้ไขโพลิซีที่ชื่อ Don't run specified Windows applications ตามวิธีการใน การป้องกันไม่ให้วินโดวส์รันโปรแกรมที่กำหนด แล้วใส่ชื่อไฟล์ userinic.exe เข้าในลิสต์โปรแกรมที่ไม่ต้องการให้วินโดวส์ทำการรัน เท่านี้ก็สามารถป้องกันไวรัสที่มากับแผ่นวีซีดีได้แล้ว และทางที่ดีควรทำการปิดการใช้งาน Aotuplay ด้วย เพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้นครับ (สามารถอ่านวิธีการปิดการใช้งาน Aotuplay ได้จาก http://thaiwinadmin.blogspot.com/2007/07/turnoff-autoplay-on-all-drives-in.html)

หมายเหตุ:
สามารถใช้ HijackThis แก้ไขก็ได้ครับ หลังจากแก้ไขด้วย HijackThis แล้ว ให้ทำการลบไฟล์ต่างๆ ที่กล่าวมาด้านบนด้วยนะครับ

แหล่งอ้างอิง
โปรดระวังไวรัสจากหนังแผ่น จากเว็บไซต์ http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=phangnga&topic=3122

Keywords:การแก้ไขไวรัสที่มากับแผ่นวีซีดี การแก้ไขไวรัสที่มากับวีซีดี การป้องกันไวรัสที่มากับแผ่นวีซีดี การป้องกันไวรัสที่มากับวีซีดี VCD's Virus userinic.exe

© 2007 Thai Windows Administrator, All Rights Reserved.

เตือนภัยไวรัส: Worm/Agent.PYG หรือ Win32/Autoit.AC

NOD32 จะเรียกชื่อไวรัสตัวนี้ว่า เวิร์ม Win32/Autoit.AC ครับ สำหรับวิธีการแก้ไขเมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ติดไวรัสตัวนี้ สามารถใช้ fix tools ของ NOD32 โดยสามารถอ่านรายละเอียดวิธีใช้งานและทำการดาวน์โหลด fix tools ได้จากเว็บไซต์ ESET Thailand (http://www.nod32th.com) หรือ ดาวน์โหลดโดยตรงจาก Win32/Autoit.AC (ESET) Fix Tool ครับ

Firefox v2.0.0.9

Firefox version: 2.0.0.9
Release Date: 2 พฤศจิกายน 2550

mozillaZine News http://www.mozillazine.org/atom.xml

Firefox 2.0.0.9 New Features
Firefox ในเวอร์ชัน 2.0.0.9 นั้น ทาง Mozilla ได้ทำการปรับปรุงด้านความมีเสถียรภาพการทำงาน อ่านรายละเอียดได้จาก (http://developer.mozilla.org/devnews/index.php/2007/10/22/firefox-2008-update-to-be-updated/) โดยในเวอร์ชันนี้ไม่ได้ทำการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่แต่อย่างใด สำหรับฟีเจอร์ต่างๆ นั้น สามารถอ่านรายละเอียดได้จาก Firefox 2 New Features

Bugs fix
-Bug 400406 - Firefox will ignore the “clear” CSS property when used beneath a box that is using the “float” property. There is a temporary workaround JS/CSS code available for web developers with affected layouts.
-Bug 400467 - Windows Vista users will get “Java not found” or “Java not working” errors when trying to load Java applets after updating. To fix this, users can right-click the Firefox icon and “Run as administrator”, then browse to a page with a Java applet — doing this once will fix the problem and permanently restore Java functionality.
-Bug 396695 - Add-ons are disabled after updating. Users can fix this problem by opening their profile folder and removing three files (extensions.rdf, extensions.ini and extensions.cache)
-Bug 400421 - Removing a single area element from an image map will cause the entire map to disappear. There is no workaround available at this time.
-Bug 400735 - Some Windows users may experience crashes at startup. There is no workaround available at this time.

การติดตั้ง Firefox 2.0.0.9
สำหรับวิธีการติดตั้ง Firefox 2.0.0.9 นั้น เหมือนกันกับการติดตั้งเวอร์ชันก่อนๆ โดยแบ่งออกเป็นสองรูปแบบด้วยกัน รูปแบบที่ 1 คือ การอัพเดทจาก Firefox เวอร์ชันก่อนที่ติดตั้งอยู่แล้ว ถ้าหากตั้งค่า Advanced>Update>Automatically check for update to: Firefox เมื่อทำการเปิดใช้งาน Firefox และมีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต Firefox ก็จะทำการตรวจสอบการอัพเดทโดยอัตโนมัติ (สามารถสั่งให้ Firefox ทำการตรวจสอบการอัพเดทแมนนวล โดยการคลิกที่เมนู Help แล้วคลิก Check for Updates) และรูปแบบที่ 2 คือทำการติดตั้ง Firefox 2.0.0.9 ใหม่ โดยสามารถอ่านรายละเอียดขั้นตอนและวิธีการติดตั้งได้จาก การติดตั้ง Firefox 2.0.x.x

การยกเลิกการติดตั้ง Firefox 2
การยกเลิกการติดตั้ง Firefox 2 สามารถทำได้จาก Add or Remove Programs ใน Control Panel โดยการยกเลิกการติดตั้ง Firefox 2 นั้น จะไม่ทำการลบข้อมูลต่างๆ คือ bookmarks, web browsing history และ extensions หรือ add-ons ต่างๆ ให้อัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้ต้องทำการลบด้วยตนเอง ตามตำแหน่งดังนี้

Windows Vista = Users\UserName\AppData\Roaming\Mozilla\Firefox
Windows 2000, XP = Documents and Settings\UserName\Application Data\Mozilla\Firefox
Windows NT = WINNT\Profiles\UserName\Application Data\Mozilla\Firefox
Windows 98, ME = Windows\Application Data\Mozilla\Firefox
Mac OS X = ~/Library/Application Support/Firefox
Linux and Unix systems = ~/.mozilla/firefox

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
Firefox 2.0.0.9 Release Notes
การติดตั้ง Firefox 2.0.x.x
การกำหนดให้ลบข้อมูลส่วนตัวในอัตโนมัติใน Firefox
การตั้งค่า Block pop-up Windows ใน Firefox
การตั้งค่าพร็อกซี่เซิร์ฟเวอร์ใน Firefox


Keywords: การใช้งาน Mozilla Firefox 2.0.0.9

© 2007 Thai Windows Administrator Blog, All Rights Reserved.