Sunday, June 3, 2007

Windows File System

รู้จักกับ Windows File System
File System คือ ระบบของไฟล์บนฮาร์ดดิสก์ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ ซึ่งในระบบวินโดวส์นั้นจะรองรับ File System 3 ชนิด คือ NTFS (New Technology File System), FAT (File Allocation Table), และ FAT32 (File Allocation Table 32)

การเลือกประเภท File System
การเลือก File System สำหรับการติดตั้ง Windows XP และ Windows Server 2003 เพื่อความปลอดภัยควรทำการติดตั้งควรติดตั้งบน File System แบบ NTFS (โดยเฉพาะ Windows Serve 2003 นั้น หากต้องการใช้งาน Active Directory ต้องติดตั้งบน File System แบบ NTFS เท่านั้น) เนื่องจากมีข้อดีดังนี้
1. สามารถรองรับขนาดของ Hard Disk ได้ใหญ่กว่า และเมื่อขนาดของ Partition เพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพก็ไม่ได้ลดลง
2. มีระบบรักษาความปลอดภัยดีกว่า สามารถกำหนด Permission ได้จนถึงระดับไฟล์
3. มีระบบ Disk Quota ที่ใช้สำหรับการควบคุมการใช้งานพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ ของ User
4. รองรับการบีบอัดข้อมูลเพื่อเพิ่มพื้นที่ความจุของ Drive
5. มีระบบการเข้ารหัสไฟล์ (File Encryption) เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล
6. รองรับระบบ Active Directory

Partition
พาร์ติชัน คือ พื้นที่บนฮาร์ดดิสก์ที่ทำการแยกออกจากกันในทางลอจิก (Logical) พาร์ติชันมีอยู่ 2 แบบด้วยกัน คือ พาร์ติชันหลัก (Primary Partition) และ พาร์ติชันส่วนขยาย (Extended Partition)

Primary Partition
พาร์ติชันหลัก (Primary Partition) คือ พาร์ติชันที่ใช้ในการบูตระบบ (Boot) และจะใช้ในการเก็บ Master Boot Record โดยระบบปฏิบัติการจะต้องติดตั้งอยู่ในพาร์ติชันนี้เท่านั้นจึงจะสามารถทำการบูตระบบได้

Extended Partition
พาร์ติชันส่วนขยาย (Extended Partition) คือ พื้นที่บนฮาร์ดดิสก์ส่วนที่เหลือจากการทำพาร์ติชันหลัก พาร์ติชันส่วนขยาย นั้นจะไม่สามารถใช้ในการบูตระบบ (Boot) ได้ ส่วนมากจะใช้สำหรับเก็บข้อมูล

Physical Drive คือ ตัวฮาร์ดดิสก์ทางกายภาพ

Logical Drive คือ ชื่อทางลอจิก (Logical) ที่ใช้ในการเรียกพื้นที่ที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ซึ่งอาจเป็นพื้นที่ของฮาร์ดดิสก์ที่อยู่บนพาร์ติชันหลัก (Primary Partition) หรือ พาร์ติชันส่วนขยาย (Extended Partition) หรือ แม็พไดร์ฟของแชร์โฟลเดอร์บนระบบเครือข่าย ก็ได้

วิธีการเปลี่ยน File System ไปเป็น NTFS
การเปลี่ยน File System ไปเป็นระบบ NTFS นั้นทำได้โดยใช้คำสั่ง convert ที่คอมมานด์พร้อมพ์ดังนี้

convert drive_letter: /fs:ntfs

ตัวอย่าง ต้องการเปลี่ยนไดรฟ์ D: ทำดังนี้ C:\>convert drive_letter: /fs:ntfs

หมายเหตุ:
การเปลี่ยนแปลงนี้จะไม่สามารถทำในทางย้อนกลับกันได้

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
วิธีการเปิดให้บริการ Windows Script Host

Windows File System NTFS FAT FAT32
© 2007 Thai Windows Administrator, All Rights Reserved.

How to assign a program to a processor in XP?

How to assign a program to a processor in XP?
ใน Windows XP ค่าดีฟอลท์ของการรันโพรเซสนั้นจะรันโพรเซสบน 2 CPU แต่เราสามารถทำการแยกโพรเซสการรันของโปรแกรมได้ ตามวิธีการดังนี้

1. คลิกขวาบริเวณพื้นที่ว่างบน Taskbar หรือกด CTRL+ATL+DEL แล้วเลือก Task Manager
2. คลิกแท็บ Process ในคอลัมน์ด้านซ้ายมือ ให้คลิกขวาบน process (เช่น Winword.exe) ที่ต้องการ แล้วคลิกคำสั่ง Affinity
3. ค่าดีฟอลท์นั้นจะเลือกทั้ง 2 CPU ให้เลือกเฉพาะ CPU ที่ต้องการรันโพรเซสโดยการลบเครื่องหมายถูกหน้า CPU ตัวที่ไม่ต้องการออก เสร็จแล้วคลิก OK

Assign Program to Processor
© 2007 Thai Windows Administrator, All Rights Reserved.

Saturday, June 2, 2007

Windows XP Recovery Console

แก้ไขปัญหา Windows XP สตาร์ทไม่ขึ้นด้วย Recovery Console
การแก้ไขปัญหาในกรณีที่ Windows XP สตาร์ทไม่ได้นั้น นอกการการบูตเข้า Safe mode แล้ว ยังสามารถใช้ Recovery Console ได้อีกด้วย โดยเมื่อทำการบูตเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ Recovery Console นั้น เราสามารถที่จะทำการปิดบริการต่างๆ หรือทำการฟอร์แมตไดรฟ์ หรือทำการอ่านข้อมูลต่างๆ ที่เก็บอยู่บนไดรฟ์ และทำงานอื่นๆ ได้

Recovery Console นั้นจะมีประโยชน์ในกรณีที่ต้องการซ่อมระบบโดบการก็อปปี้จากฟลอปปีดิสก์หรือซีดีรอมลงฮาร์ดดิสก์ หรือทำการรีคอนฟิกเซอร์วิสต่างๆ ที่เป็นสาเหตุให้เครื่องบูตไม่ขึ้น

วิธีการเข้าใช้งานนั้นมีสองวิธีคือ
1. ทำการรันจากแผ่น Setup CD
2. ทำการติดตั้ง Recovery Console ลงเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วเลือกในขณะบูตเครื่องเป็น Recovery Console

ถ้าหากเป็นการติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ Dual Boot นั้น หลังจากทำการบูตเครื่องเข้า Recovery Console แล้ว จะต้องเลือกว่าเข้าสู่ระบบปฏิบัติการตัวไหน โดยต้องใส่รหัสผ่าน (Password) ของ Administrator ของระบบนั้น

ในหน้า console จะสามารถใช้คำสั่งพื้นฐานต่างๆ ได้ เช่น การเปลี่ยนหรือการอ่านไดเรกตอรี และยังสามารถใช้คำสั่งขึ้นสูงได้ เช่น การแก้ไขปัญหาของ Boot Sector นอกจากนี้ยังมีความช่วยเหลือในรูปแบบของคำสั่ง Help ให้อีกด้วย

การติดตั้ง Recovery Console เข้าเป็นตัวเลือกการ Startup
การติดตั้ง Recovery Console เข้าเป็นตัวเลือกการ Startup นั้นมีวิธีการดังต่อไปนี้

1. ในขณะที่ระบบวินโดวส์กำลังรันอยู่ ให้ใส่แผ่น Setup CD เข้าไดรฟ์ CD-ROM
2. คลิกปุ่ม Start คลิก Run แล้วพิมพ์คำสั่งตามบรรทัดด้านล่าง (เมื่อไดรฟ์ CD-ROM เป็น D:)
D:\i386\winnt32.exe /cmdcons

3. ทำตามคำสั่งบนจอภาพจนแล้วเสร็จ

หมายเหตุ
• วิธีการเข้าสู่ Recovery Console นั้นให้ทำการรีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วเลือก Recovery Console จากลิสต์รายการของระบบปฏิบัติการ
• ต้องใส่รหัสผ่าน (Password) ของ Administrator ของระบบที่จะเข้าหน้า Recovery Console
• หากต้องการความช่วยเหลือให้พิมพ Help แล้วกด Enter
• หากเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่สามารถบูตจากฮาร์ดดิสก์ได้ ให้ทำการรัน Recovery Console จากแผ่น Setup CD

วิธีการลบ Recovery Console
วิธีการลบ Recovery Console นั้น มีขั้นตอนการทำดังนี้

1. เปิด My Computer โดยการคลิก Start แล้วคลิก My Computer
2. ดับเบิลคลิกที่ฮาร์ดไดรฟ์ที่ Recovery Console ติดตั้งอยู่
3. คลิก Folder Options บนเมนู Tools
4. คลิกแท็ป View
5. ให้คลิกที่เช็คบ็อกซ์ Show hidden files and folders
6. ให้ลบเครื่องหมายถูกที่เช็คบ็อกซ์หน้า Hide protected operating system files เสร็จแล้วคลิก OK
7. ที่รูทไดเรกตอรี ให้ลบโฟลเดอร์ \Cmdcons
8. ที่รูทไดเรกตอรี ให้ลบไฟล์ Cmldr
9. ให้คลิกขวาที่ไฟล์ Boot.ini แล้วคลิก Properties ให้ลบเครื่องหมายถูกที่เช็คบ็อกซ์ Read-only เสร็จแล้วคลิก OK
10. เปิดไฟล์ Boot.ini ด้วย Notepad แล้วทำการลบบรรทัดคำสั่งด้านล่าง เสร็จแล้วบันทึกแล้วปิดโปรแกรม

C:\cmdcons\bootsect.dat="Microsoft Windows Recovery Console" /cmdcons

11. ให้คลิกขวาที่ไฟล์ Boot.ini แล้วคลิก Properties ให้คลิกเช็คบ็อกซ์ Read-only ให้มีเครื่องหมายถูก เสร็จแล้วคลิก OK

ข้อควรระวัง
การแก้ไขไฟล์ Boot.ini ที่ผิดนั้นอาจทำให้มีปัญหาในการสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์ได้

วิธีการสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์เข้า Recovery Console จากแผ่นซีดีเซ็ตอัพวินโดวส์
วิธีการสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์เข้า Recovery Console จากแผ่นซีดีเซ็ตอัพวินโดวส์ มีขั้นตอนการทำดังนี้

1. ให้ใส่แผ่นซีดีเซ็ตอัพวินโดวส์เข้าไดรฟ์ CD-ROM แล้วทำการสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์ ให้เลือกทำการบูตจาก CD เมื่อระบบถาม
2. เมื่อเริ่มต้นทำการติดตั้งในส่วน Text-based ให้เลือกอ็อปชันการ Repair ระบบโดยการกดปุ่ม R
3. ถ้าหากเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นแบบ Dual-boot หรือ Multi-boot ให้เลือกระบบที่ต้องการ Repair
4. ใส่รหัสผ่าน (Password) ของ Administrator ของระบบที่ทำการ Repair เมื่อระบบถาม
5. ที่หน้าซีส์เต็มพร็อมพ์ ให้ทำการรันคำสั่งที่ต้องการโดยพิมพ์คำสั่งที่ต้องการเสร็จแล้วกด Enter
6. เสร็จแล้วพิมพ์ Exit กด Enter เพื่อออกจากโหมด Recovery Console

ในกรณีที่ได้ทำการติดตั้ง Recovery Console ไว้บนระบบแล้ว
1. ในระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์สตาร์ทให้เลือกเป็นบูทเป็น Recovery Console
2. ถ้าหากเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นแบบ Dual-boot หรือ Multi-boot ให้เลือกระบบที่ต้องการ Repair
3. ใส่รหัสผ่าน (Password) ของ Administrator ของระบบที่ทำการ Repair เมื่อระบบถาม
4. ในหน้าต่างคอมมานด์พร็อมพ์ให้พิมพ์คำสั่งที่ต้องการเสร็จแล้วกด Enter
5. หากต้องการออกจาก Recovery Console ให้พิมพ์คำสั่ง Exit แล้วกดปุ่ม Enter

ข้อควรระวัง
เนื่องจาก Recovery Console นั้น จะมีอำนาจการทำงานสูง เหมาะสำหรับผู้เชี่ยวชาญหรือในกรณีที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น


© 2007 Thai Windows Administrator, All Rights Reserved.

What's new in Firefox 2.0.0.4

Firefox 2.0.0.4 New Features (แก้ไขล่าสุดเมื่อ: 19 กรกฎาคม 2550)
Firefox 2.0.0.4 มีฟีเจอร์ใหม่ดังนี้
- Enjoy a Better Web Experience เพลิดเพลินไปกับการท่องอินเทอร์เน็ตได้ดียิ่งขั้น
- Stay Secure on the Web ท่องอินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัย
- Personalize Your Browser ปรับแต่งได้ตามความต้องการ

อ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ Firefox 2 New Features

Firefox version 2.0.0.4
Release Date: พฤษภาคม 30, 2550
Security Update: ได้ปรับปรุงความปลอดภัยจำนวน 6 หัวข้อ ดังนี้
  • Crashes with evidence of memory corruption (rv:1.8.0.12/1.8.1.4)(MFSA 2007-12)
  • Persistent Autocomplete Denial of Service (MFSA 2007-13)
  • Path Abuse in Cookies (MFSA 2007-14)
  • XSS using addEventListener (MFSA 2007-16)
  • XUL Popup Spoofing (MFSA 2007-17)
Windows Vista Support: ปรับปรุงการใช้งานบน Windows Vista ให้ดีขึ้น
New Languages: รองรับภาษา Afrikaans (af) และ Belarusian (be)

สำหรับวิธีการติดตั้ง Firefox 2.0.0.4 นั้น จะแบ่งออกเป็นสองรูปแบบด้วยกัน คือ การอัพเดทจาก Firefox เวอร์ชันก่อนหน้า และการติดตั้ง Firefox 2.0.x.x ใหม่ โดยสามารถอ่านรายละเอียดได้จาก การติดตั้ง Firefox 2.0

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
การกำหนดให้ลบข้อมูลส่วนตัวในอัตโนมัติใน Firefox
การตั้งค่า Block pop-up Windows ใน Firefox

Source: MozillaZine News

© 2007 Thai Windows Administrator Blog, All Rights Reserved.

Friday, June 1, 2007

Windows XP Installation Step-by-Step

การติดตั้ง Windows XP Professional
แก้ไขล่าสุด: 21 กันยายน 2552

บทความนี้จะแสดงขั้นตอนการติดตั้ง Windows XP Professional โดยภาพที่นำมาประกอบบทความนั้น จะเป็นการติดตั้ง Windows XP Professional Server Pack 2 เป็น Guest OS บนระบบ Virtual PC 2007 ซึ่งใช้เวลาติดตั้งประมาณเกือบ 1 ชั่วโมง สำหรับรายละเอียดของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้เป็น Host OS นั้น มีดังนี้
  • ซีพียู Intel 3.0 GHz L2 1MB
  • RAM 512 DDR2-533
  • Windows XP SP2
  • Hard Disk 80GB (SATA-150)
  • Virtual PC 2007
  • RAM Virtual Machine 256MB

การเตรียมตัวก่อนลงมือติดตั้ง
ก่อนที่จะทำการ Windows XP Professional นั้น ให้ท่านทำการสำรวจความพร้อมของระบบฮาร์ดแวร์เสียก่อน โดย Windows XP Professional นั้น มีความต้องการฮาร์ดแวร์ (Hardware) ขั้นต่ำตามคำแนะนำของไมโครซอฟต์ ดังนี้
  1. ซีพียู (CPU) ความเร็วขั้นต่ำ 133 MHz. โดยไมโครซอฟต์แนะนำที่ 550 MHz.
  2. RAM ขั้นต่ำ 64 MB. โดย Microsoft แนะนำที่ 256 MB.
  3. พื้นที่ Hard Disk อย่างต่ำ 1.5 GB

สำหรับอุปกรณ์อื่นๆ ที่จำเป็น คือ จอภาพ VGA/Super VGA, คีย์บอร์ดและเมาส์, CD-ROM Drive, แผ่น Windows XP Professional, และ การ์ดเน็ตเวิร์ค (Network Interface Card หรือ NIC)

ขั้นตอนการติดตั้ง Windows XP Professional
วิธีและขั้นตอนต่อไปนี้ เป็นการติดตั้ง Windows XP Professional เป็น Guest OS บนระบบ Virtual PC 2007 ซึ่งขั้นตอนการติดตั้งนั้น จะเหมือนกับการติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์จริงๆ ทุกประการ

การติดตั้ง Windows XP Professional นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนใหญ่ๆ คือ การติดตั้งในเท็กซ์โหมด และ การติดตั้งในกราฟิกโหมด

การติดตั้งในเท็กซ์โหมด มีขั้นตอนมีดั้งนี้
1. ทําการบูตเครื่องโดยแผ่นซีดี Windows XP Professional จากนั้นเลือก Boot form CD ระบบจะทำการบูตจากแน CD ซึ่งจะได้หน้าจอดังรูปที่ 1


รูปที่ 1 Windows Setup

2. ในหน้า Welcome to Setup ให้กดปุ่ม Enter เพื่อทำการติดตั้ง Windows XP


รูปที่ 2 Welcome to Setup

3. ในหน้า Windows XP Licensing Agreement ให้อ่านรายละเอียดข้อตกลงการใช้งาน เสร็จแล้วกด F8 เพื่อยอมรับข้อตกลง


รูปที่ 3 Windows XP Licensing Agreement

4. ในหน้า Windows XP Professional Setup ให้เลือกการติดตั้ง ว่าจะติดตั้งบน Hard Disk หรือ Partition ดังรูปที่ 4 (โดยส่วนตัวนั้น ผมชอบการติดตั้งแบบแบ่งพาร์ติชันฮาร์ดดิสก์ มากกว่าการติดตั้งบนฮาร์ดดิสก์ทั้งก้อน) ให้กดปุ่ม Enter หากเลือกติดตั้งบนฮาร์ดดิสก์ทั้งก้อนโดยไม่แบ่งพาร์ติชัน แต่หากต้องการติดตั้งแบบแบ่งพาร์ติชันฮาร์ดดิสก์ ให้กดปุ่ม C เพื่อทำการสร้างพาร์ติชัน ในที่นี้จะติดตั้งบนฮาร์ดดิสก์ทั้งก้อนโดยไม่แบ่งพาร์ติชัน


รูปที่ 4 Create Partition

5. ในหน้าถัดไปจะเป็นการฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ (รูปที่ 5) ให้เลือก Format the partition using the NTFS file system (Quick) โดยใช้คีย์ลูกศร เสร็จแล้วกดปุ่ม Enter


รูปที่ 5 Partition select

6. จากนั้นระบบก็จะทำการฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ ดังรูปที่ 6 เมื่อฟอร์แมตเสร็จแล้วจะทำการก็อปปี้ไฟล์ต่างๆ สำหรับใช้ในการติดตั้ง ดังรูปที่ 7


รูปที่ 6 Format Hard Disk


รูปที่ 7 Copying Files

7. (ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการติดตั้งในเท็กซ์โหมด) เมื่อทำการก็อปปี้ไฟล์ต่างๆ สำหรับใช้ในการติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะทำเริ่มทำการติดตั้ง Windows XP ดังรูปที่ 8 เสร็จแล้วจะทำการรีสตาร์ทระบบหนึ่งครั้ง ดังรูปที่ 9 ในขั้นตอนนี้ หากมีแผ่นฟล็อปปี้ดิสก์อยู่ในไดรฟ์ A ก็ให้เอาแผ่นออก ในกรณีที่ต้องการรีสตาร์ทระบบในทันทีกดให้กดปุ่ม Enter จากนั้นรอจนระบบรีสตาร์ทเสร็จ


รูปที่ 8 Setup Initializes


รูปที่ 9 Restart

การติดตั้งในกราฟิกโหมด มีขั้นตอนมีดั้งนี้
8. ระบบจะทำการรีสตาร์ทซึ่งจะได้หน้าจอดังรูปที่ 10 เมื่อระบบรีสตาร์ทแล้วเสร็จก็จะทำการติดตั้ง Windows XP ในกราฟิกโหมด ดังรูปที่ 11


รูปที่ 10 Starting up


รูปที่ 11 Installing Windows

9. ในหน้าไดอะล็อก Regional and Language Options ดังรูปที่ 12 ทำการตั้งค่าโดยการคลิกที่ปุ่ม Customize และ Details เสร็จแล้วคลิก Next (ค่าเหล่านี้สามารถทำการเปลี่ยนแปลงในภายหลังได้)


รูปที่ 12 Regional and Language Options

10. ในหน้า Personalize Your Software ดังรูปที่ 13 ให้ใส่ชื่อเต็มของท่าน และชื่อขององค์กรของท่าน ในช่อง Name และ Organization ตามลำดับ เสร็จแล้วคลิก Next


รูปที่ 13 Personalize Your Software

11. ในหน้า Computer Name and Administrator Password ดังรูปที่ 14 ให้ใส่ชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ในช่อง Computer name และใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลระบบในช่อง Administrator password และในช่อง Confirm password (*ขอแนะนำให้ใส่รหัสผ่านให้กับ Administrator เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน) เสร็จแล้วคลิก Next


รูปที่ 14 Computer Name and Administrator Password

12. ในหน้า Your Product Key ดังรูปที่ 15 ให้ใส่ Product Key ให้ตรวจให้แน่ใจว่าค่าที่ใส่ถูกต้อง จากนั้นคลิก Next (Product Key หากเป็น Windows XP OEM version จะมี COA ติดบนเคสของเครื่องคอมพิวเตอร์ หากเป็น Retail version จะมีติดอยู่บนกล่องซีดี )


รูปที่ 15 Product key

13. ในหน้า Date and Time Settings ดังรูปที่ 16 ให้ทำการตั้งค่า วัน เวลาให้ตรงกับเวลาจริง และตั้งค่าโซนเวลาเป้น GMT+07.00 |Bangkok, Hanoi, Jakarta เสร็จแล้วคลิก Next


รูปที่ 16 Date and Time Settings

14. จากนั้นระบบก็จะทำการติดตั้ง Windows XP ต่อไป ดังรูปที่ 17


รูปที่ 17 Installing Windows

15. ในหน้า Networking Settings ดังรูปที่ 18 ให้เลือก Typical settings แล้วคลิก Next


รูปที่ 18 Networking Settings

16. ในหน้า Workgroup or Computer Domain ให้ใส้ชื่อของ Workgroup ที่ต้องการ ดังรูปที่ 19 เสร็จแล้วคลิก Next (หากต้องการเข้าโดเมนนั้น สามารถดำเนินการในภายหลังได้)


รูปที่ 19 Workgroup or Computer Domain

17. จากนั้นระบบก็จะทำการติดตั้ง Windows XP ต่อไป ดังรูปที่ 20 ให้รอจนการติดตั้งแล้วเสร็จ


รูปที่ 20 Installing Windows

18. เมื่อการติดตั้ง Windows XP แล้วเสร็จ ระบบก็จะทำการรีสตาร์ทเครื่องอีกครั้งหนึ่งดังรูปที่ 21 เมื่อรีสตาร์ทเสร็จก็จะเข้าสู่หน้าจอสำหรับการล็อกออน


รูปที่ 21 Windows Starting up

19. เมื่อรีสตาร์ทเสร็จ Windows XP ก็จะทำการปรับแต่งการแสดงผล (Display Settings) ให้เหมาะสมกับระบบฮาร์ดแวร์โดยอัตโนมัติ ดังรูปที่ 22 ให้คลิก OK บนป็อปอัพเมสเซส เพื่อให้ Windows XP ทำการปรับแต่งการแสดงผล ให้เหมาะสมกับระบบฮาร์ดแวร์โดยอัตโนมัติ


รูปที่ 22 Display Settings

20. เมื่อ Windows XP ทำการปรับแต่งการแสดงผลเสร็จ ก็จะแสดงป็อปอัพเมสเซส ให้ยืนยันว่ายอมรับการตั้งค่า ดังรูปที่ 23 ให้คลิก OK เพื่อยืนยัน


รูปที่ 23 Confirm Display Settings

21. Windows XP จะทำการเริ่มต้นระบบใหม่ดังรูปที่ 24 เสร็จแล้วจะทำการบังคับใช้การตั้งค่าต่างๆ ดังรูปที่ 25


รูปที่ 24 Restart


รูปที่ 25 Applying Computer Settings

22. เมื่อทำการบังคับใช้การตั้งค่าต่างๆ จะแสดงหน้าจอสำหรับให้ล็อกออนเข้าใช้งาน ดังรูปที่ 26 ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลระบบที่กำหนดในขั้นตอนที่ 11 เสร็จแล้วกด Enter หรือ คลิกเครื่องหมายลูกศรที่อยู่ทางด้านขวามือ


รูปที่ 26 Log On Windows

23. ในการล็อกออนเข้าใช้งานครั้งแรกของผู้ใช้แต่ละคนนั้น Windows XP จะทำการสร้าง Profile ของผู้ใช้ ดังรูปที่ 27 เมื่อสร้าง Profile เสร็จแล้วก็จะเข้าหน้า Default Desktop ของผู้ใช้ ดังรูปที่ 28 ซึ่งผู้ใช้สามารถใช้ทำงานต่างๆ เช่นพิมพ์เอกสาร ท่องอินเทอร์เน็ต เป็นต้น


รูปที่ 27 Creating User Profile


รูปที่ 28 Default Desktop

ขั้นตอนต่อไป
เมื่อทำการติดตั้ง Windows XP เสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปขอแนะนำให้ดำเนินขั้นตอนต่อไป ดังนี้
1. ทำการติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส (และอย่าลืมทำการอัพเดทไวรัสซิกเนเจอร์อย่างสม่ำเสมอ) ซึ่งมีให้เลือกใช้งานทั้งแบบฟรีแวร์ เช่น
  • AVG Free Edition ของ Grisoft (http://www.grisoft.com)
  • AntiVir Personal Edition ของ AVIRA (http://www.avira.com/en/pages/index.php)

หรือแบบเชิงพานิชย์ เช่น ผลิตภัณฑ์ของบริษัท
  • McAfee (http://www.mcafee.com/us/)
  • Symantec (http://www.symantec.com/index.jsp)Symantec
  • FSecure (http://www.fsecure.com")
  • Trend Micro (http://us.trendmicro.com/us/home/index.html)
  • Eset (NOD32) (http://www.eset.com)
  • BitDefender (http://www.bitdefender.com/)
  • Grisoft (AVG) (http://www.grisoft.com/)
  • AVIRA (AntiVIR) (http://www.avira.com/en/pages/index.php)

2. ทำการอัพเดทกับไมโครซอฟท์ โดยไปที่เว็บไซต์ (เฉพาะท่านที่แน่ใจว่า Windows XP ที่ใช้งานมีลิขสิทธิ์ถูกต้อง) Windows Update

3. เปิดใช้งาน Windows Firewall ขอแนะนำให้ตั้งค่า Windows Firewall ให้ทำงานโดย Default หากต้องการใช้งาน Personal Firewall ตัวอื่นๆ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมหรือดาวน์โหลดมาใช้งานได้จากเว็บไซต์ Download.com (http://www.download.com)

4. ติดตั้งโปรแกรม Anti Spyware ซึ่งมีให้เลือกใช้งานทั้งแบบฟรีแวร์ เช่น Windows Defender ของ Microsoft หรือ Ad-Aware 2007 Free ของ Lavasoft สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมหรือดาวน์โหลดมาใช้งานได้จากเว็บไซต์ Download.com (http://www.download.com)

5. (ถ้าทำได้จะเป็นประโยชน์มาก) ทำการสำรองระบบโดยการเก็บเป็นอิมเมจโดยใช้ Norton Ghost (วิธีการทำ Image ของ Hard Disk ด้วยโปรแกรม Norton Ghost) หรือ Acronis True Image หรือสำรองระบบโดยใช้โปรแกรมอื่นๆ ที่ท่านใช้งานอยู่ก็ได้

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

Windows XP Installation step-by-step

© 2007 Thai Windows Administrator, All Rights Reserved.