Monday, January 31, 2011

Mail Attachment Downloader - Easy Way To Download Email Attachments

Mail Attachment Downloader โปรแกรมช่วยดาวน์โหลดไฟล์ที่แนบมากับอีเมล์

1 เมษายน 2555: โปรแกรม Mail Attachment Downloader อัปเดทเป็นเวอร์ชัน 2.2 สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีที่ Mail Attachment Downloader 2.2

ปัจจุบันบริการอีเมล์นั้นเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต โดยนอกจากจะใช้อีเมล์ในการรับ-ส่งจดหมายธรรมดาแล้ว ผู้ใช้บางส่วนยังใช้อีเมล์ในลักษณะของการแชร์ข้อมูลโดยการแนบไฟล์ต่างๆ ไปกับอีเมล์อีกด้วย

สำหรับการดาวน์โหลดไฟล์ที่แนบมากับอีเมล์นั้น โดยทั่วไปจะทำการดาวน์โหลดโดยใช้เว็บเบราเซอร์หรือใช้โปรแกรมอีเมล์ไคลเอ็นต์ อย่างไรก็ตามวิธีการเหล่านี้ไม่ค่อยสะดวกสำหรับผู้ใช้ที่เน้นการแชร์ข้อมูลเป็นหลัก วันนี้ผมเลยขอแนะนำโปรแกรม Mail Attachment Downloader ของ Gearmage ซึ่งเป็นโปรแกรมฟรีแวร์สำหรับดาวน์โหลดไฟล์แนบจากอีเมล์เซิร์ฟเวอร์ลงมาเก็บในเครื่องคอมพิวเตอร์โดยที่ไม่ต้องเปิดเว็บเบราเซอร์หรือเปิดอ่านจดหมายให้ยุ่งยาก

Saturday, January 29, 2011

Microsoft Releases Security Advisory 2501696

ไมโครซอฟท์เตือนให้ผู้ใช้ Windows ทุกเวอร์ชันระวังถูกโจมตีผ่านทางช่องโหว่แบบ Zero-Day

งานเข้าผู้ใช้ Windows อีกแล้วเนื่องจากไมโครซอฟท์ได้ออก Microsoft Security Advisory (2501696): Vulnerability in MHTML Could Allow Information Disclosure เพื่อเตือนให้ผู้ใช้ Windows ทุกเวอร์ชันระวังถูกโจมตีผ่านทางช่องโหว่ความปลอดภัยตัวใหม่ที่ผู้โจมตีสามารถใช้ทำการรันสคริปต์อันตราย (Malicious scripts) เมื่อเหยื่อเปิดเว็บไซต์ที่มีการแฝงโค้ดอันตรายไว้ ในกรณีที่การโจมตีประสบความสำเร็จอาจจะส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อได้

Internet Explorer 9 Release Candidate (RC) to ship February 10, 2011

Internet Explorer 9 Release Candidate อาจจะออกในวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้
มีความเป็นไปได้สูงว่าไมโครซอฟท์จะออก Internet Explorer 9 Release Candidate (IE9 RC) ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554 ที่จะถึงนี้ โดย Ed Bott ซึ่งเป็นนักข่าวสายเทคโนโลยีของเว็บไซต์ ZDNet ได้รายงานว่าไมโครซอฟท์ได้ส่งอีเมล์เชิญทีมพัฒนา Internet Explorer และแขกพิเศษบางคน (คาดว่าน่าจะเป็นผู้สื่อข่าวจากเว็บไซต์ด้านเทคโนโลยีชื่อดังต่างๆ) เพื่อเข้าร่วมงานที่จะจัดในเมืองซานฟรานซิสโก ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นงานเปิดตัว IE9 RC

Friday, January 28, 2011

Windows 7 has sold over 300 million licenses

Windows 7 มียอดขายมากกว่า 300 ล้านไลเซนส์ (นับถึง 31 ธันวาคม 2553)

Windows 7 ระบบปฏิบัติการสำหรับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปตัวล่าสุดของไมโครซอฟท์นั้นประสบความสำเร็จทั้งด้านการตอบรับจากผู้ใช้และในด้านการตลาด โดยจากข้อมูลในรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ของปี 2553 ของไมโครซอฟท์ระบุว่า Windows 7 มียอดขายมากกว่า 300 ล้านไลเซนส์" โดยจำนวนทั้งหมดนี้เป็นยอดขายจากทั่วโลกนับตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2552 ซึ่งเป็นวันที่ออก Windows 7 เวอร์ชัน General Availability (GA) ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2553

Dropbox 1.0.20 Stable Now Available for Download

ดาวน์โหลด Dropbox 1.0.20 Stable
Dropbox ออก Dropbox 1.0.20 Stable เวอร์ชันเสถียรตัวที่สองของ Dropbox 1.0 Final ซึ่งในเวอร์ชันนี้ได้รับการแก้ไขปัญหาการทำงานของคอมมานด์ไลน์อินเทอร์เฟชบนแชร์โฟลเดอร์ และการปรับปรุงการทำงานอื่นๆ อีกเล็กน้อย โดยเวอร์ชันนี้ออกให้ดาวน์โหลดเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2554


แนะนำ Dropbox
Dropbox เป็นโปรแกรมไคลเอ็นต์สำหรับใช้ทำการซิงค์ไฟล์ แบ็คอัพข้อมูล และแชร์ไฟล์ในระบบคลาวด์ (Cloud) บนเว็บไซต์ Dropbox.com โดยมีบริการพื้นที่เก็บข้อมูลฟรีขนาด 2GB (หากต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มเติมสามารถอัพเกรดเป็นบริการแบบเสียค่าสมาชิกในราคา $9.99 ต่อ 50GB ต่อ 1 เดือน หรือ $19.99 ต่อ 100GB ต่อ 1 เดือน) เหมาะสำหรับการใช้งานสำหรับการซิงโครไนซ์ข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ การแบ็คอัพข้อมูลออนไลน์บนอินเทอร์เน็ต รวมถึงการแชร์ไฟล์ผ่านอินเทอร์เน็ต โดย Dropbox นั้นสามารถรองรับการทำงานทั้งบนระบบ Windows (Windows XP, Windows Vista และ Windows 7), Mac, Linux และ Mobile


การดาวน์โหลด Dropbox 1.0.20 Final
Dropbox 1.0.20 Final เป็นเวอร์ชันเสถียรตัวที่สองและตัวล่าสุดของ Dropbox 1.0 สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ Download Dropbox 1.0.20 Final for Windows

สำหรับเวอร์ชันบนระบบปฏิบัติการ Mac OS X, Linux และ Mobile สามารถอ่านรายละเอียดการดาวน์โหลดได้จาก Download Dropbox 1.0.20 Final

คุณสมบัติหลักของโปรแกรม Dropbox
โปรแกรม Dropbox นั้นมีคุณสมบัติต่างๆ ดังนี้

Synchronization:
- โปรแกรม Dropbox จะทำการสร้างโฟลเดอร์เสมือนขึ้นในเครื่อง ซึ่งผู้ใช้สามารถทำการก็อปปี้ไฟล์ขึ้น Dropbox ได้ง่ายๆ เพียงแค่ลากไฟล์ที่ต้องการไปวางในโฟลเดอร์เสมือนดังกล่าว จากนั้นสามารถทำการซิงค์ไฟล์ไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ที่มีการติดตั้งโปรแกรม Dropbox ได้ในทันที ทั้งนี้สามารถทำการซิงค์ไฟล์ได้ทุกประเภทและทุกขนาด และสามารถทำได้ทั้งบนระบบ Windows, Mac, Linux และ Mobile

Online Backup:
- โปรแกรม Dropbox จะทำการสร้างโฟลเดอร์เสมือนขึ้นในเครื่อง ซึ่งผู้ใช้สามารถทำการก็อปปี้ไฟล์ขึ้น Dropbox ได้ง่ายๆ เพียงแค่ลากไฟล์ที่ต้องการไปวางในโฟลเดอร์เสมือนดังกล่าว โดย Dropbox นั้นมีความสามารถในการกู้คืนไฟล์ที่ถูกลบ (ทั้งโดยอุบัติเหตุหรือตั้งใจ) ได้ รวมถึงการเรียกคืนไฟล์เวอร์ชันก่อนการแก้ไขล่าสุดได้อีกด้วย ทำให้มีประโยชน์อย่างมากสำหรับการใช้งานในลักษณะการแบ็คอัพข้อมูล

File Sharing:
- นอกจากใช้ในการซิงค์ไฟล์และการแบ็คอัพข้อมูลแล้ว Dropbox ยังสามารถใช้ในการแชร์ไฟล์ เช่น เพลง เอกสาร หรือ รูปภาพได้อีกด้วย ทั้งนี้ โดยที่ไม่จำกัดว่าต้องเป็นผู้ใช้ Dropbox แต่อย่างใด

Speed:
- ปัญหาอย่างหนึ่งของผู้ให้บริการเก็บข้อมูลแบบคลาวด์คือเรื่องความเร็วในการทำงาน ซึ่ง Dropbox นั้นมีวิธีการจัดการไฟล์ที่ชาญฉลาด ตัวอย่างเช่นเมื่อผู้ใช้ทำการแก้ไขไฟล์ที่มีขนาดใหญ่ Dropbox จะใช้วิธีการอัพเดทเฉพาะส่วนที่มีการแก้ไขเท่านั้นแทนที่จะทำการอัพเดททั้งไฟล์ ส่งผลให้การถ่ายโอนข้อมูลมีความเร็วกว่าผู้ให้บริการอื่นๆ

Security:
- ความปลอดภัยนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ใช้บริการคำนึงถึงเมื่อต้องใช้งานในลักษณะการแบ็คอัพข้อมูลออนไลน์ Dropbox นั้นถ่ายโอนข้อมูลทั้งหมดผ่านทางโปรโตคอล SSL และเข้ารหัสข้อมูลแบบ AES-256 ซึ่งเป็นมาตรฐานการเข้ารหัสข้อมูลเทียบเท่าระบบธนาคาร

มีอะไรใหม่ใน Dropbox 1.0.20 Final
ใน Dropbox 1.0.20 Final มีการปรับปรุงการทำงานในด้านต่างๆ ดังนี้
  • Fix exclude CLI command to work on Shared Folders.
  • Small tweaks

บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Dropbox Release Notes

Copyright © 201 TWA Blog. All Rights Reserved.

Thursday, January 27, 2011

Desktop notifications for emails and chat messages

กูเกิลออกฟีเจอร์ Desktop notifications สำหรับแจ้งเตือนเมื่อได้รับอีเมล์หรือข้อความใหม่
เอนทรี่นี้จะเกี่ยวกับ Gmail ต่อเนื่องอีกหนึ่งเรื่องครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเปิดให้ใช้งานฟีเจอร์ Desktop notifications for emails and chat messages ซึ่งจะทำการแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ Gmail ทราบเมื่อได้รับอีเมล์หรือข้อความจากการสนทนาโดยการแสดงข้อความลักษณะดังรูปที่ 1 ประโยชน์ของฟีเจอร์นี้ คือ ซึ่งผู้ใช้จะทราบในทันทีที่ได้รับอีเมล์ฉบับใหม่หรือได้รับข้อความใหม่และสามารถคลิกเม้าส์บนข้อความที่แจ้งเตือน (รูปที่ 1) เพื่อเปิดอ่านอีเมล์ได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาเปิดหน้าเบราเซอร์ อย่างไรก็ตามฟีเจอร์นี้จะรองรับเฉพาะการใช้งานจากโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ Chrome เท่านั้น

รูปที่ 1

สำหรับวิธีการเปิดใช้งานฟีเจอร์ Desktop notifications for emails and chat messages นั้นทำได้จากหน้า Settings โดยหลังทำการไซน์อิน (Sign in) เข้าระบบ Gmail เสร็จแล้วให้คลิกเมนู Setting จากนั้นให้เลื่อนลงไปจนเจอหัวข้อ Desktop Notifications: (ต้องใช้โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ Chrome เท่านั้น) แล้วคลิกลิงก์ Click here to enble desktop notifications for Gmail (ในกรอบสีเหลี่ยมสีแดง) ในรูปที่2

รูปที่ 2

จากนั้นในหน้า Chrome ให้คลิก Allow บนแถบ Allow mail.google.com to show desktop notifications? ดังรูปที่ 3 เพื่อเปิดใช้งาน Desktop notifications for Gmail

รูปที่ 3

หลังจากเปิดใช้งาน Desktop notifications for Gmail เสร็จแล้ว จากนั้นในหัวข้อ Desktop Notifications:ดังรูปที่ 2 ให้เลือกอ็อปชันที่ต้องการเสร็จแล้วคลิก Save Changes
โดยมีอ็อปชันให้เลือก 3 ตัว ดังนี้
• New mail notifications on - Notify me when any new message arrives in my inbox
เป็นการกำหนดให้ Gmail แจ้งเตือนทุกครั้งเมื่อมีอีเมล์ใหม่
• Important mail notifications on - Notify me only when an important message arrives in my inbox
เป็นการกำหนดให้ Gmail แจ้งเตือนเฉพาะเมื่อมีอีเมล์ใหม่ใน Priority Inbox
• Mail notifications off
เป็นการกำหนดให้ Gmail ไม่ต้องแจ้งเตือนเมื่อมีอีเมล์ใหม่ (ดีฟอลท์)

ในกรณีที่ต้องการยกเลิกการแจ้งเตือนเมื่อมีอีเมล์ใหม่นั้นทำได้โดยเลือกอ็อปชันเป็น Mail notifications off เสร็จแล้วคลิก Save Changes นอกจากนี้ สามารถตั้งให้ Gmail แจ้งเตือนเมื่อได้รับข้อความใหม่ได้อีกด้วยโดยการเลือกอ็อปขัน Chat notifications on ในหัวข้อ Desktop Notifications (รูปที่ 2)

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Gmail Blog

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.

Wednesday, January 26, 2011

New in Gmail Labs: Unread message icon

กูเกิลเปิดให้ทดลองฟีเจอร์ Unread message icon
กูเกิลมีลูกเล่นใหม่ให้ผู้ใช้ Gmail ได้ใช้งานกันอีกแล้ว โดยล่าสุดเปิดให้ทดลองใช้ Unread message icon ซึ่งจะแสดงตัวเลขจำนวนของอีเมล์ที่ยังไม่ได้เปิดอ่านบนไอคอนซองจดหมายบนไตเติลบาร์ของ Gmail ลักษณะดังรูปที่ 1

รูปที่ 1

ทั้งนี้ โดยปกตินั้น Gmail จะแจ้งจำนวนของอีเมล์ที่ยังไม่ได้เปิดอ่านโดยแสดงการตัวเลขในวงเล็บด้านขวามือของ Inbox บนไตเติลบาร์ลักษณะดังรูปที่ 2

รูปที่ 2

ปัจจุบันฟีเจอร์ Unread message icon นี้ยังอยู่ในขั้นทดลองให้บริการ สำหรับวิธีการเปิดงานนั้นต้องทำจากหน้า Labs โดยหลังทำการไซน์อิน (Sign in) เข้าระบบ Gmail เสร็จแล้วให้คลิกเมนู Setting จากนั้นคลิก Labs แล้วให้เลื่อนลงไปจนเจอหัวข้อ Unread message icon (หรือให้คลิกไอคอนรูปหลอดทดลองแล้วให้เลื่อนลงไปจนเจอหัวข้อ Unread message icon)

ในหัวข้อ Unread message icon ให้เลือกอ็อปชัน Enable เสร็จแล้วคลิก Save Changes ซึ่งจะได้แถบไตเติลบาร์แบบใหม่ซึ่งจะแสดงจำนวนของอีเมลที่ยังไม่ได้เปิดอ่านดังรูปที่ 1

รูปที่ 3

ในกรณีที่ต้องการยกเลิก Unread message icon ทำได้โดยเลือกอ็อปชัน Disable เสร็จแล้วคลิก Save Changes

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Gmail Blog

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.

Firefox 4.0 Beta 10 Now Available for Download

Mozilla เปิดให้ดาวน์โหลด Firefox 4.0 Beta 10 แล้ว
โมซิลลา (Mozilla) เปิดให้ผู้ที่สนใจดาวน์โหลด Firefox 4.0 Beta 10 ได้แล้วเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2554 ซึ่งเวอร์ชัน Beta 10 นี้ออกหลังจาก Beta 9 เพียง 11 วันเท่านั้น สำหรับความเปลี่ยนแปลงในเวอร์ชัน Beta 10 คือ ได้รับการปรับปรุงเสถียรภาพและความเข้ากันได้ในการแสดงผล Adobe Flash บนระบบปฏิบัติการ Mac OS X และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานหน่วยความจำระบบ นอกจากนี้ยังสามารถรองรับการทำไดรเวอร์แบล็คลิสต์ของระบบกราฟิกได้อีกด้วย

สำหรับการออกเวอร์ชันถัดไปนั้นทางโมซิลลายังมีแผนที่จะออก Firefox 4.0 Beta 11 และ Firefox 4.0 RC1 แต่ ณ ปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดวันออกที่แน่นอน โดยจากข้อมูลบนเว็บไซต์ mozilla.dev.planning นั้นระบุว่าเวอร์ชัน Beta 11 อาจจะออกในวันที่ 28 ม.ค หรือ 1 ก.พ (ขึ้นอยู่กับการแก้ไขบั๊ก) สำหรับเวอร์ชัน RC1 คาดว่าน่าจะออกในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ในขณะที่ Firefox 4.0 Final ซึ่งเป็นเวอร์ชันเสร็จสมบูรณ์นั้นคาดว่าจะออกได้ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ศกนี้ ทั้งนี้ โมซิลลาไม่มีแผนที่จะออกเวอร์ชัน Beta 12

การดาวน์โหลด Mozilla Firefox 4.0 Beta 10
สามารถดาวน์โหลด Mozilla Firefox 4.0 Beta 10 ได้จากเว็บไซต์ Firefox 4.0 Beta 10 (All Systems & Languages) หรือดาวน์โหลด Firefox 4.0 Beta 10 for Windows (Win32) เวอร์ชันภาษาอังกฤษ คลิกที่นี่

Firefox 4.0 Beta 10

การปรับปรุงใหม่ใน Mozilla Firefox 4.0 Beta 10
ใน Mozilla Firefox 4.0 Beta 10 มีการปรับปรุงในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้
- Compatibilty and stability improvements when using Adobe Flash on Mac OS X
- Improvements in memory usage
- Support for a graphics driver blacklist to improve stabilitys

แนะนำ Firefox 4.0
Mozilla Firefox 4.0 นั้นมีการทำงานอยู่บนพื้นฐาน Gecko 2.0 Web platform ที่มีประสิทธิภาพการทำงานสูง และระบบกราฟิกยูสเซอร์อินเทอร์เฟช (Graphical User Interface) นั้นได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด รายละเอียดดังนี้
• New Tab Location
โดยตำแหน่งของแท็บจะถูกย้ายไปอยู่ด้านบนช่องแอดเดรสบาร์ (Awesome Bar)
• Switch to Tab
สามารถทำการสลับระหว่างแต่ละแท็บได้ง่ายๆ ด้วยจากช่องแอดเดรสบาร์ (Awesome Bar)
• Firefox Button
เมนูทุกรายการจะอยู่ภายในปุ่มเดียวเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงและสะดวกในการใช้งาน
• App Tabs
สามารถแยกเว็บไซต์ที่ใช้งานเป็นประจำ ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์อีเมล ออกจากแท็บอื่นๆ และตั้งให้เป็นโฮม (Home) เพื่อให้โหลดเว็บไซต์พร้อมกับการเปิด Firefox

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ใหม่อีกหลายตัว อย่างเช่น New Add-Ons Manager, WebM and HD Video, Protecting Your Privacy, Retained layers และ XPCOM เป็นต้น

ความต้องการระบบ
Mozilla Firefox 4.0 สามารถทำงานได้บนระบบปฏิบัติการวินโดวส์เวอร์ชันต่างๆ ดังนี้
• Windows 2000
• Windows XP (32 บิต และ 64 บิต)
• Windows Server 2003
• Windows Vista (32 บิต และ 64 บิต)
• Windows 7 (32 บิต และ 64 บิต)
• ฮาร์ดแวร์
- Pentium 233 MHz (Recommended: Pentium 500 MHz or greater)
- 64 MB RAM (Recommended: 128 MB RAM or greater)
- 52 MB hard drive space

หมายเหตุ: เนื่องจาก Mozilla Firefox 4.0 Beta 10 ยังไม่ใช่เวอร์ชันที่เสร็จสมบูรณ์ ดังนั้นจึงขอแนะนำให้ติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ทดสอบเท่านั้น

บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Mozilla Firefox 4.0 Beta 10 Release Notes

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.

Tuesday, January 25, 2011

Unboxing the Microsoft Arc Touch Mouse

แกะกล่อง Microsoft Arc Touch Mouse
มีคลิปวิดีโอสาธิตการแกะกล่องและการเซ็ตอัพ Microsoft Arc Touch Mouse ซึ่งเป็นเม้าส์ไร้สายระบบสัมผัสสำหรับรองรับระบบอินเทอร์เฟช์แบบ Natural User Interface (NUI) รุ่นใหม่ล่าสุดของไมโครซอฟท์ มาฝากครับ


Microsoft Arc Touch Mouse เม้าส์ระบบสัมผัสรุ่นใหม่ล่าสุดของไมโครซอฟท์นั้นเป็นเม้าส์ที่ได้รับการออกแบบมาให้เหมาะทั้งการใช้งานในบ้านและการใช้งานแบบเคลื่อนที่ มีการใช้นวัตกรรมการรับ-ส่งด้วยเทคโนโลยีไร้สายความถี่ 2.4 GHz ใช้ทรานซีฟเวอร์แบบ Ultra-compact Nano-transceiver มีฟังก์ชันการสกรอลล์ระบบสัมผัส (Touch-scrolling) แบบใหม่ มีการทำงานที่เที่ยงตรงและแม่นยำด้วยเทคโนโลยี BlueTrack พร้อมตัวแสดงระดับแบตเตอรี่และข้อมูลต่างๆ

Microsoft Arc Touch Mouse ออกแบบสำหรับการทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่รันระบบปฏิบัติการ Windows 7 รวมถึงเวอร์ชันก่อนหน้าอย่าง Windows Vista และ Windows XP โดยมีราคาจำหน่ายที่ $69.95 (ประมาณ 2,150 บาท) รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้จากเว็บไซต์ Microsoft Arc™ Touch Mouse

คุณลักษณะเด่นของ Microsoft Arc Touch Mouse
Microsoft Arc Touch Mouse มีคุณลักษณะเด่นหลายอย่าง ดังนี้
• Microsoft Arc Touch Mouse ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงทั้งความสวยงามและฟังก์ชันการใช้งาน โดยสามารถปรับรูปร่างให้โค้งเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานบนโต๊ะ หรือปรับรูปร่างให้ตรงเพื่อให้ง่ายต่อการพกพาในขณะเดินทาง
• ใช้การรับส่งด้วยเทคโนโลยีไร้สาย 2.4 GHz ทำให้การเชื่อมต่อมีความน่าเชื่อถือสูง มีไฟแสดงระดับแบตเตอรี่ และใช้ทรานส์ซีฟเวอร์แบบ Ultra-compact Nano-transceiver
• ใช้เทคโนโลยี BlueTrack ซึ่งมีการทำงานที่เที่ยงตรงและแม่นยำในสภาพพื้นผิวทุกรูปแบบ
• ฟังก์ชันการสกรอลล์ระบบสัมผัส (Touch Scrolling) ทำให้ใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส มีพื้นที่เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ทำให้สามารถสกรอลล์ได้เร็วในกรณีที่เปิดเอกสารหรือเว็บไซต์ที่มีขนาดใหญ่หรือยาวมากๆ
• ตัวเม้าส์ได้รับการออกแบบให้ใช้งานได้สะดวกทั้งผู้ที่ถนัดซ้ายหรือถนัดขวา ตัวเม้าส์ทำจากวัสดุโลหะผสมแบบพื้นผิวมัน ส่วนมือจับทำจากวัสดุยางคุณภาพสูง

ทั้งนี้ Microsoft Arc Touch Mouse นั้นนอกจากมีจุดเด่นในการดีไซน์และนวัตกรรมแล้ว ในส่วนของการแพ็กเกจนั้นยังได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงการรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ทำมาจากกากอ้อย และขวดน้ำที่ผ่านการรีไซเคิลอีกด้วย

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ไมโครซอฟท์ออกมายืนยัน Microsoft Arc Touch Mouse อย่างเป็นทางการ

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.

Monday, January 24, 2011

Gmail: Find Labs with search as you type

กูเกิลเปิดใช้ search as you type เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ Gmail หาคุณสมบัติใน Labs ได้เร็วขึ้น
สืบเนื่องจากในปัจจุบัมมีการเพิ่มคุณสมบัติต่างๆ ใน Labs ของ Gmail เป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้ใช้ต้องเสียเวลารค้นหาคุณสมบัติค่อนข้างมาก ดังนั้นเพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถหาคุณสมบัติที่ต้องการใน Labs ได้เร็วและง่ายขึ้น กูเกิลจึงเปิดใช้ search as you type ซึ่งจะทำการแสดงผลในทันทีที่ผู้ใช้พิมพ์ข้อความในช่อง Search for a lab

สำหรับวิธีการใช้งานนั้นหลังจากทำการล็อกอินเข้า Gmail และเข้าใน ที่เข้าใน Labs ให้ทำการพิมพ์ชื่อของคุณสมบัติที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น search, gadget หรือ preview เป็นต้น


เมื่อทำการพิมพ์ข้อความในช่อง Search for a lab: ระบบก็จะแสดงผลในทันทีพิมพ์ข้อความ จากนั้นผู้ใช้สามารถทำการเปิดใช้งาน (Enable) หรือ ปิดการทำงาน (Disable) ได้ตามที่ต้องการ

สำหรับตัวอย่างด้านล่างเป็นผลการค้นหาของคำว่า Video


บทความโดย: The Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
The Official Gmail Blog

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.

Download Easeus Partition Master 7.0.1 Home Edition

ดาวน์โหลดโปรแกรมจัดการฮาร์ดดิสก์แบบฟรีแวร์ Easeus Partition Master 7.0.1 Home Edition
Easeus Partition Master Home Edition โปรแกรมจัดการฮาร์ดดิสก์แบบฟรีแวร์ (Freeware) สำหรับผู้ใช้วินโดวส์ได้ออกเวอร์ชันใหม่ คือ Easeus Partition Master 7.0.1 Home Edition ซึ่งมีการเพิ่มคุณสมบัติใหม่ให้ สามารถรองรับฮาร์ดดิสก์ได้สูงสุดถึง 4TB (จากก่อนหน้านี้ที่รองรับได้เพียง 2TB) เวอร์ชันใหม่ล่าสุดนี้ออกเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2554 ที่ผ่านมานี้

Easeus Partition Master Home Edition เป็นโปรแกรมฟรีแวร์ที่ผู้พัฒนาอนุญาตให้ใช้งานได้ฟรีสำหรับการใช้งานส่วนตัว ทำให้เป็นทางเลือกทดแทนโปรแกรมเชิงพาณิชย์ชื่อดังอย่าง Partition Magic และเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ใช้วินโดวส์ที่ต้องการจัดการฮาร์ดดิสก์ในขั้นสูง (Advanced) ซึ่งเครื่องมือ Disk Management ที่แถมมาพร้อมกับวินโดวส์ไม่สามารถทำได้ ที่สำคัญสามารถรองรับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ได้ทั้งเวอร์ชัน 32 บิต (x86) และ 64 บิท (x64) อย่างไรก็ตามโปรแกรม Easeus Partition Master รุ่น Home Edition นั้นไม่สามารถรองรับการทำ Create bootable CD to manage partitions และการทำงานบน Support Windows Server 2000/2003/2008 ในขณะที่การซัพพอร์ททางเทคนิคมีให้อย่างจำกัด ดังนั้นหากต้องการใช้งานในขั้นสูง อาจจะต้องเปลี่ยนไปใช้ Easeus Partition Master Professional Edition ซึ่งจำหน่ายในราคา US$ 19.97 (ประมาณ 600 บาท) หรือ Easeus Partition Master Server Edition ซึ่งจำหน่ายในราคา US$ 159.00 (ประมาณ 4,800 บาท)

หมายเหตุ: โปรแกรม Easeus Partition Master นั้นมีชื่อเดิมคือ Easeus Partition Manager

แนะนำโปรแกรม Easeus Partition Master
Easeus Partition Master เป็นโปรแกรมสำหรับใช้จัดการฮาร์ดดิสก์บนระบบวินโดวส์ เทียบได้กับโปรแกรม Disk Management ที่แถมมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการวินโดวส์แต่มีความสามารถสูงกว่ามาก โดยสามารถทำการลดขนาดพาร์ติชัน (Re-size) การย้ายตำแหน่งพาร์ติชัน (Move Partition) หรือการก็อปปี้พาร์ติชัน (Copy Partition) และก็อปปี้พาร์ติชันระบบ (System Partition) ซึ่งใช้ไฟล์ซีสเต็มแบบ NTFS ได้ โดยไม่ต้องทำการรีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์

โปรแกรม Easeus Partition Master มีระบบอินเทอร์เฟชที่ใช้งานได้ง่ายมีคุณสมบัติตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงขึ้นสูงให้ใช้งานครบครัน และที่สำคัญเวอร์ชัน Home Edition นั้นเป็นฟรีแวร์สำหรับใช้งานส่วนบุคคล จึงเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ใช้วินโดวส์ระบบ 32 บิต สำหรับเวอร์ชันปัจจุบัน คือ Easeus Partition Master 7.0.1 Home Edition ซึ่งมีการเพิ่มคุณสมบัติใหม่ตามรายละเอียดด้านล่าง

คุณสมบัติใหม่ใน Easeus Partition Master 7.0.1
ใน Easeus Partition Master 7.0.1 มีการเพิ่มฟังก์ชันใหม่ ดังนี้
• สามารถรองรับฮาร์ดดิสก์ได้สูงสุดถึง 4TB จากก่อนหน้านี้ที่รองรับได้เพียง 2TB
• รองรับอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบพกพา (Removable storage devices) ตัวอย่างเช่น แฟลชไดรฟ์และเมมมอรี่การ์ด
• สามารถเปลี่ยนไพรมารี่พาร์ติชันเป็นลอจิคอล (Primary partition to logical) และลอจิคอลเป็นไพรมารี่พาร์ติชัน (Logical partition to primary)
• ระบบจัดการพาร์ติชันบน Linux สามารถรองรับการจัดการพาร์ติชัน เช่น ลบ, สร้าง, ฟอร์แมต, กู้คืน EXT2/EXT3 และฯลฯ

คุณสมบัติหลัก:
โปรแกรม Easeus Partition Master มีคุณสมบัติหลักหลายอย่าง ดังต่อไปนี้
• สามารถทำการลดขนาด (Re-size) ย้าย (Move) พาร์ติชันได้โดยข้อมูลไม่สูญหาย
• สามารถทำการถ่ายโอนข้อมูลหรือปกป้องข้อมูลโดยการ ก็อปปี้ดิสก์ (Disk Copy) ก็อปปี้พาร์ติชัน (Partition Copy) และทำการก็อปปี้แบบไดนามิก (Dynamic Disk Copy)
• สามารถทำการขยายขนาดของพาร์ติชันระบบ (System Partition) ได้ง่ายและปลอดภัย
• สามารถทำการสร้าง (Create) ลบ (Delete) และฟอร์แมต (Format) พาร์ติชัน
• สามารถทำการซ่อน (Hide) และยกเลิกการซ่อน (Unhide) พาร์ติชัน
• รองรับฮาร์ดดิกส์ได้สูงสุด 32 ตัว (จำนวนฮาร์ดดิสก์ที่รองรับได้อาจน้อยกว่านี้ ขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการที่ใช้)
• รองรับพาร์ติชันหรือฮาร์ดดิกส์ที่มีความจุสูงสุด 4.0 TB
• รองรับ Hardware RAID
• สามารถทำการก็อปปี้ไดนามิกโวลุ่ม (Dynamic Volume Copy) ทำให้การก็อปปี้ข้อมูลจากไดนามิกโวลุ่มไปเบสิคดิสก์ (Basic Disk) ได้อย่างปลอดภัย
• สามารถทำการขยายขนาดของพาร์ติชันระบบ (System Partition) ซึ่งใช้ไฟล์ซีสเต็มแบบ NTFS ได้โดยไม่ต้องทำการรีบูต
• สามารถรองรับโวลุ่มแบบ GPT - การแบ่งพาร์ติชันดิสก์ GPT, การก็อปปี้ดิสก์ GPT และการกู้คืนระบบ

คุณสมบัติของ Partition Recovery Wizard
• สามารถทำการกู้คืน (Recover) ข้อมูลจากพาร์ติชันที่ถูกลบหรือหายได้
• สามารถทำการกู้คืน (Recover) ไฟล์ที่ถูกลบโดยอุบัติเหตุได้
• สามารถทำการกู้คืน (Recover) ข้อมูลจากพาร์ติชันที่ถูกฟอร์แมตได้

คุณสมบัติหลักของ Easeus Partition Master (รูปจาก www.partition-tool.com)

ระบบปฏิบัติการที่รองรับ:
Easeus Partition Master 7.0.1 Home Edition สามารถใช้งานได้บนระบบปฏิบัติการ Windows 2000 Professional, Windows XP (32-bit และ 64-bit), Windows Vista (32-bit และ 64-bit) และ Windows 7 (32-bit และ 64-bit)

การดาวน์โหลด Easeus Partition Master 7.0.1 Home Edition
โปรแกรม Partition Master 7.0.1 Home Edition มีขนาดประมาณ 12.0MB สามารถดูรายละเอียดการดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ Free Download EASEUS Partition Software หรือดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ต่างๆ ดังนี้
ดาวน์โหลดจาก EASEUS.com [1]
ดาวน์โหลดจาก EASEUS.com [2]

สำหรับวิธีการใช้งานสามารถอ่านได้จาก การจัดการฮาร์ดดิสด้วย Easeus Partition Master

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Easeus Partition Master 7.0.1 Home Edition

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.

Sunday, January 23, 2011

Windows 7 Service Pack 1 (SP1) Prerequisite Update Available for Download

ไมโครซอฟท์ออกอัพเดทที่จำเป็นสำหรับการติดตั้งคุณลักษณะใหม่ที่จะมีใน Windows 7 Service Pack 1 (SP1)
วันที่ 19 มกราคม 2554 ไมโครซอฟท์ออกอัพเดทหมายเลข KB976902 สำหรับ Windows 7 รุ่น 32 บิท (x86) และ 64 บิท (x64), Windows Embedded Standard 7 รวมถึง Windows Server 2008 R2 รุ่น x64 และ Itanium-based Systems ซึ่งอัพเดทตัวนี้จำเป็นสำหรับการติดตั้งคุณลักษณะใหม่ที่จะมีใน Service Pack 1 ของ Windows เวอร์ชันต่างๆ ตามที่ระบุในหัวข้อ อัพเดทนี้ใช้ได้กับ Windows ด้านล่าง


อัพเดทหมายเลข KB976902 สำหรับ Windows 7 นั้นสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ Update for Windows 7 (KB976902) โดยจะต้องทำการตรวจสอบ (Validate) ว่า Windows ที่ใช้นั้นเป็นของแท้หรือไม่ก่อน ส่วนอัพเดทสำหรับ Windows เวอร์ชันอื่นๆ สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ใน แหล่งข้อมูลอ้างอิง

การที่ไมโครซอฟท์ออกอัพเดทหมายเลข KB976902 ซึ่งจำเป็นสำหรับการติดตั้งคุณลักษณะใหม่ที่จะมีใน Service Pack 1 ในครั้งนี้เป็นสัญญาณว่า Service Pack 1 สำหรับ Windows 7 และ Windows Server 2008 R2 ใกล้ออกแล้ว ทั้งนี้ มีหลายเว็บไซต์รายงานว่าไมโครซอฟท์ได้พัฒนา Windows 7 Service Pack 1 RTM เสร็จเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากไมโครซอฟท์

อัพเดทนี้ใช้ได้กับ Windows
อัพเดทนี้สามารถใช้ได้กับ Windows รุ่นต่อไปนี้
- Windows 7 Enterprise
- Windows 7 Home Basic
- Windows 7 Home Premium
- Windows 7 Professional
- Windows 7 Ultimate
- Windows Server 2008 R2 Datacenter
- Windows Server 2008 R2 Enterprise
- Windows Server 2008 R2 for Itanium-Based Systems
- Windows Server 2008 R2 Foundation
- Windows Server 2008 R2 Standard

หมายเหตุ: หลังจากทำการติดตั้งอัพเดทหมายเลข KB976902 แล้วจะไม่สามารถถอนการติดตั้งได้

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Description of the Windows 7 and Windows Server 2008 R2 installation software feature update

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.

How to enable Aero Glass theme in Windows 7 Home Basic

วิธีเปิดใช้ธีม Aero Glass ใน Windows 7 Home Basic
Aero Glass นั้นเป็นคุณลักษณะการแสดงผลขอบหน้าต่างแบบโปร่งแสงที่มีในธีม Aero ใน Windows 7 โดยธีม Aero นี้จะถูกเปิดทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อระบบฮาร์ดแวร์มีค่า Windows Experience Index (WEI) สูงกว่า 3.0 แต่ธีม Aero จะมีเฉพาะใน Windows 7 รุ่น Home Premium, Professional, Ultimate และ Enterprise เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใช้ Windows 7 Home Basic บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ระบบฮาร์ดแวร์สามารถรองรับธีม Aero (WEI >3.0) สามารถเปิดใช้งาน Aero Glass ได้โดยการแก้ไขค่ารีจีสทรี่ได้ตามขั้นตอนดังนี้

1. เปิดโปรแกรม Registry Editor โดยการกดปุ่ม Windows + R จากนั้นพิมพ์ regedit ในช่อง Open เสร็จแล้วคลิก OK ถ้าหากปรากฏหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ User Account Control (UAC) ให้คลิก Yes เพื่อยืนยันการรันคำสั่ง

2. ในหน้าต่างโปรแกรม Registry Editor ให้เนวิเกตไปยังโฟลเดอร์

HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\DWM

3. จากนั้นในแพนด้านขวาให้เปลี่ยนค่ารีจีสทรี่คีย์ ดังต่อไปนี้
  • ดับเบิลคลิกบนรีจีสทรี่คีย์ Composition แล้วเปลี่ยนค่าเป็น 1
  • ดับเบิลคลิกบนรีจีสทรี่คีย์ CompositionPolicy แล้วเปลี่ยนค่าเป็น 2

ในกรณีที่ไม่ทีรีจีสทรี่คีย์เหล่านี้ให้ทำการใหม่โดยการคลิกขวาบริเวณพื้นที่ว่างจากนั้นคลิก New แล้วคลิก DWORD (32-bit) Value

4. ปิดหน้าต่างโปรแกรม Registry Editor แล้วทำการรีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อให้การเปลี่ยนมีผล จากนั้นจะสามารถเลือกธีมแบบ Aero ได้

หมายเหตุ: โปรดใช้ความระมัดระวังในการแก้ไขค่ารีจีสทรีย์เนื่องจากการแก้ไขที่ผิดพลาดอาจส่งผลให้ระบบ Windows เสียได้

บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
ASKVG

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.

Saturday, January 22, 2011

Microsoft Security Essentials 2.0 with new antimalware engine available for download

ไมโครซอฟท์เปิดให้ดาวน์โหลด Microsoft Security Essentials 2.0 พร้อม antimalware engine เวอร์ชันใหม่แล้ว

วันที่ 21 มกราคม 2554 (ตามเวลาในประเทศไทย) ไมโครซอฟท์ก็ได้ออกโปรแกรม Microsoft Security Essentials 2.0 เวอร์ชันใหม่ซึ่งได้รับการอัปเดท Antimalware Engine เป็นเวอร์ชัน 1.1.650x.0 (เวอร์ชันก่อนคือ 1.1.630x.0) สำหรับเหตุผลของการอัปเดทครั้งนี้เป็นการอัปเดทเทคโนโลยีการป้องกันมัลแวร์ตามแผนปกติ ทั้งนี้ นอกจากทำการอัปเดท Antimalware Engine ของโปรแกรม Microsoft Security Essentials (MSE) แล้ว ไมโครซอฟท์ยังได้ทำการอัปเดท Antimalware Engine ของโปรแกรมอีก 2 ตัว คือ Forefront Client Security (FCS) และ Forefront Endpoint Protection (FEP)

Microsoft Security Essentials นั้นเป็นโปรแกรมแอนตี้ไวรัสและแอนตี้สปายแวร์ของไมโครซอฟท์ที่ให้ผู้ใช้ Windows ของแท้ (Genuine) ดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรี


สำหรับข้อความต้นฉบับที่ไมโครซอฟท์ได้ประกาศผ่านทางบล็อก Microsoft Malware Protection Center (MMPC) มีรายละเอียดดังนี้
As part of regular update of our antimalware technology to address the latest in the threat landscape, MMPC is planning to release a new antimalware engine on 19 January 2011

Affected products: Microsoft Security Essentials (MSE), Forefront Client Security (FCS), Forefront Endpoint Protection (FEP)

Engine Version will be in the range of 1.1.650X.0

การดาวน์โหลด Microsoft Security Essentials 2.0
ผู้ใช้ใหม่สามารถดาวน์โหลดโปรแกรม Microsoft Security Essentials เวอร์ชันที่ได้รับการอัปเดท Antimalware Engine เป็นเวอร์ชัน 1.1.650x.0 ได้ฟรีจากเว็บไซต์ Download Microsoft Security Essentials ซึ่งจะมีให้เลือก 3 เวอร์ชันตามระบบปฏิบัติการที่ใช้ ได้แก่ คือ เวอร์ชันสำหรับ Windows XP 32-bit, Windows Vista/Windows 7 32-bit และ Windows Vista/Windows 7 64-bit

สำหรับผู้ที่ทำการติดตั้ง Microsoft Security Essentials อยู่แล้วโปรแกรมจะทำการอัปเกรดเป็นเวอร์ชันใหม่โดยอัตโนมัติพร้อมกับการอัปเดทไวรัสซิกเนเจอร์

หมายเหตุ: การติดตั้ง Microsoft Security Essentials จะต้องทำการตรวจสอบว่าวินโดวส์ (Validate) ที่ใช้นั้นเป็นของแท้หรือไม่ก่อน

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Antimalware Engine Notifications

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.

Thursday, January 20, 2011

Apple Sells 14.52 Million iPads in 2010

Apple ขาย iPad ได้ 14.52 ล้านเครื่องในปี 2553
Apple ได้เปิดเผยยอดขายเครื่อง iPad ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2553 ว่าสามารถขาย iPad ได้จำนวนทั้งหมด 7.33 ล้านเครื่อง ทำให้เมื่อรวมกับที่ขายได้ 4.19 ล้านเครื่องในไตรมาสที่ 3 และ 3 ล้านเครื่องไตรมาสที่ 2 ทำให้ในปี 2553 นั้น Apple สามารถขาย iPad ได้จำนวนทั้งหมด 14.52 ล้านเครื่อง โดยจำนวนนี้นับตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2553 ซึ่งเป็นวันวางขาย iPad วันแรกจนถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2553

ทั้งนี้ ผลจากการที่ iPad มียอดขาย 7.33 ล้านเครื่องในไตรมาสที่ 4 ปี 2553 ทำให้ตลาดมีเดียแท็บเล็ต (Media tablet) เติบโตขึ้นถึง 45 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสที่ 4 ส่งผลให้มีเดียแท็บเล็ตมียอดขายทั้งหมดประมาณ 17 ล้านเครื่อง โดยที่ iPad ครองส่วนแบ่งตลาดมีเดียแท็บเล็ตมากที่สุดที่ประมาณ 87 เปอร์เซ็นต์

Credit: Apple

สำหรับ iPad นั้นเป็นผลิตภัณฑ์อีก 1 ตัวของ Apple ที่ประสบความสำเร็จทั้งด้านความพึงพอใจของผู้ใช้และด้านการตลาด โดยได้ทำสถิติยอดขายหลายอย่าง ได้แก่ ขายได้ 3 ล้านเครื่องในเวลา 80 วัน, ขายได้ 2 ล้านเครื่องในเวลาเพียง 59 วัน) และ ขายได้ 1 ล้านเครื่องในเวลาเพียง 28 วัน นอกจากนี้ ยังขายได้ 300,000 เครื่องในวันแรกที่วางจำหน่าย

อนึ่ง Apple มี ผลประกอบการในไตรมาสที่ 4 ของปี 2553 มากเป็นประวัติกาล โดยมีรายได้ถึง 26.74 พันล้านเหรียญ มีกำไรสุทธิ 6 พันล้านเหรียญ โดยที่จ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้น 6.43 เหรียญต่อหุ้น

สำหรับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Apple ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2553 มียอดขายดังนี้
- Macs ขายได้ 4.13 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 23 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับในไตรมาสที่ 4 ของปี 2552
- iPhone ขายได้ 16.24 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 86 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับในไตรมาสที่ 4 ของปี 2552
- 19.45 ขายได้ 19.45 ล้านเครื่อง ลดลง 7 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับในไตรมาสที่ 4 ของปี 2552

ตลาดเครื่อง Media tablet และ E-readers มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
จากข้อมูลของ International Data Corporation (IDC) นั้นแสดงให้เห็นว่าทั้งตลาดมีเดียแท็บเล็ต และอี-รีดเดอร์ (E-readers) มีการเติบโตสูงมากในปี 2553 โดยยอดขายเครื่องมีเดียแท็บเล็ตเพิ่มจาก 3.3 ล้านเครื่องในไตรมาสที่ 2 เป็น 4.8 ล้านเครืองในไตรมาสที่ 3 โดยมี iPad ครองส่วนแบ่งประมาณ 87 เปอร์เซ็นต์ (ประมาณ 4.19 ล้านเครื่อง)

สำหรับตลาดเครื่องอี-รีดเดอร์ในปี 2553 นั้นมีการเติบโตมากเช่นกัน โดย Kindle ของ Amazon สามารถขายได้ 1.14 ล้านเครื่องในไตรมาสที่ 3 และครองส่วนแบ่งมากที่สุดที่ 41.5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอันดับสองเป็นของ Novel ของ Pandigital และ Nook ของ Barnes and Noble

ทั้งนี้ IDC ได้เคยทำนายไว้ว่ายอดขายเครื่องมีเดียแท็บเล็ตทั่วโลกจะมีประมาณ 17 ล้านเครื่องในปี 2553 และทำนายว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 44.6 ล้านเครื่องในปี 2554 จะเพิ่มขึ้น 70.8 ล้านเครื่องในปี 2555 อย่างไรก็ตามตัวเลขดังกล่าวนี้จะขึ้นอยู่กับความสำเร็จของเครื่อง iPad 2 ของ Apple และ Xoom ของ Motorola เป็นสำคัญ

หมายเหตุ: IDC ได้ให้นิยามมีเดียแท็บเล็ตว่าเป็น อุปกรณ์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 5 นิ้วแต่เล็กกว่า 14 นิ้ว ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแบบ "Llightweight Operating Systems" ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ iOS ของ Apple และ Android ของ Google

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
• คุณลักษณะทางเทคนิคของ Apple iPad: Apple iPad Technical Specifications

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
International Data Corporation (IDC)
Mashable

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.

Wednesday, January 19, 2011

Microsoft shows newly redesigned homepage features a Windows Phone 7 style Metro UI

ไมโครซอฟท์โชว์หน้าโฮมเพจ Microsoft.com โฉมใหม่ที่ดีไซน์ตามสไตล์ Metro UI

28 มิถุนายน 2555: ไมโครซอฟท์โชว์ตัวอย่างหน้าโฮมเพจ Microsoft.com ดีไซน์ Metro แบบใหม่

ไมโครซอฟท์ได้โชว์หน้าโฮมเพจ Microsoft.com โฉมใหม่ ซึ่งดีไซน์ระบบอินเทอร์เฟชในสไตล์ Metro UI ลักษณะเดียวกันกับระบบอินเทอร์เฟชของ Windows Phone 7 ซึ่งผู้ใช้สามารถทำการไซด์-สกรอลล์ (Side-scroll) เพื่อสลับหน้าเว็บไซต์ระหว่างแท็บ "For home" และ "For work" ได้

Tuesday, January 18, 2011

All New Intel® Core™ Generation 2 Processor (Formerly Sandy Bridge)

โปรเซสเซอร์ตระกูล Intel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 2 ( Sandy Bridge)
เอนทรี่นี้จะเป็นรายละเอียดโปรเซสเซอร์ตระกูล Intel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 2 หรือที่มีโค้ดเนมว่า Sandy Bridge โดย Intel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 2 นั้นผลิตบนไมโครอาคิเทคเจอร์ (Microarchitecture) แบบ 32nm ซึ่งมีทั้งหมด 29 รุ่น และได้วางจำหน่ายช่วงต้นปี 2554 ที่ผ่านมาไปแล้วจำนวน 16 รุ่นด้วยกัน ส่วนที่เหลืออีก 13 รุ่นมีกำหนดวางจำหน่ายภายในไตรมาสแรกของปีนี้

Intel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 2 นั้นจะมีทั้งกลุ่ม i3, i5 และ i7 เหมือนเดิม โดยแบ่งออกเป็นโปรเซสเซอร์สำหรับเดสก์ท็อป 14 รุ่น ประกอบด้วยกลุ่ม i3 Desktop 3 รุ่น กลุ่ม i5 Desktop 8 รุ่น และ กลุ่ม i7 Desktop 3 รุ่น และโปรเซสเซอร์สำหรับโมบายล์ 15 รุ่น ประกอบด้วย กลุ่ม i5 Mobile 5 รุ่น กลุ่ม i7 Mobile 9 รุ่น และ กลุ่ม i7 Mobile Extreme Edition 1 รุ่น

สำหรับระบบกราฟิกของโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 2 นั้นได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจนถึงระดับที่สามารถเล่นเกมส์ได้โดยไม่เกิดกระตุก โดยระบบกราฟิกจะมี 2 รุ่น คือ Intel HD Graphics 2000 ซึ่งมีในโปรเซสเซอร์สำหรับเดสก์ท็อปรุ่นธรรมดา และ Intel HD Graphics ซึ่งมีในโปรเซสเซอร์สำหรับโมบายล์ทุกรุ่นและโปรเซสเซอร์สำหรับเดสก์ท็อปซีรี่ย์ K

ส่วนเทคโนโลยี Hyper Threading นั้นจะมีในในโปรเซสเซอร์สำหรับโมบายล์และรุ่น i7 สำหรับเดสก์ท็อปทุกรุ่น แต่จะมีในโปรเซสเซอร์สำหรับเดสก์ท็อปรุ่น i3 และ i5 เฉพาะบางรุ่น ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง Intel® Core™ Generation 2 Processor ได้จากเว็บไซต์ Intel Newsroom

อนึ่ง บริษัทอินเทลประเทศไทยจะจัดงานเปิดตัว Intel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 2 ในประเทศไทยในเร็วๆ นี้

New Generation 2 Intel Core Processor Lineup
ข้อมูลรุ่นของโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 2 สำหรับเดสก์ท็อป มีรายละเอียดดังรูปด้านล่าง

New Generation 2 Intel Core Desktop Processor Lineup (1/3)

New Generation 2 Intel Core Desktop Processor Lineup (2/3)

New Generation 2 Intel Core Desktop Processor Lineup (3/3)

ข้อมูลรุ่นของโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 2 สำหรับโมบายล์ มีรายละเอียดดังรูปด้านล่าง

New Generation 2 Intel CoreMobile Processor (SV) Lineup (1/2)

New Generation 2 Intel CoreMobile Processor (SV) Lineup (2/2)

New Generation 2 Intel CoreMobile Processor (LV/ULV) Lineup

Intel® Core™ i5 Desktop
โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i5 เจนเนอเรชั่นที่ 2 สำหรับเดสก์ท็อปที่ออกวางจำหน่ายในช่วงต้นปี 2554 จะมีราคาระหว่าง $177-$266 สำหรับการซื้อ 1,000 ยูนิต และมีจำนวน 8 รุ่น ดังนี้
1. Intel® Core™ i5-2500T Processor (6M Cache, 2.30 GHz)
2. Intel® Core™ i5-2500S Processor (6M Cache, 2.70 GHz)
3. Intel® Core™ i5-2500K Processor (6M Cache, 3.30 GHz)
4. Intel® Core™ i5-2500 Processor (6M Cache, 3.30 GHz)
5. Intel® Core™ i5-2400S Processor (6M Cache, 2.50 GHz)
6. Intel® Core™ i5-2400 Processor (6M Cache, 3.10 GHz)
7. Intel® Core™ i5-2390T Processor (3M Cache, 2.70 GHz)
8. Intel® Core™ i5-2300 Processor (6M Cache, 2.80 GHz)


Intel® Core™ i7 Desktop
โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i7 เจนเนอเรชั่นที่ 2 สำหรับเดสก์ท็อปที่ออกวางจำหน่ายในช่วงต้นปี 2554 จะมีราคาระหว่าง $294-$306 สำหรับการซื้อ 1,000 ยูนิต และมีจำนวน 3 รุ่น ดังนี้
1. Intel® Core™ i7-2600S Processor (8M Cache, 2.80 GHz)
2. Intel® Core™ i7-2600K Processor (8M Cache, 3.40 GHz)
3. Intel® Core™ i7-2600 Processor (8M Cache, 3.40 GHz)


Intel® Core™ i7 Mobile
โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i7 เจนเนอเรชั่นที่ 2 สำหรับโมบายล์ที่ออกวางจำหน่ายในช่วงต้นปี 2554 จะมีราคาระหว่าง $378-$568 สำหรับการซื้อ 1,000 ยูนิต และมีจำนวน 4 รุ่น ดังนี้
1. Intel® Core™ i7-2820QM Processor (8M Cache, 2.30 GHz)
2. Intel® Core™ i7-2720QM Processor (6M Cache, 2.20 GHz)
3. Intel® Core™ i7-2715QE Processor (6M Cache, 2.10 GHz)
4. Intel® Core™ i7-2710QE Processor (6M Cache, 2.10 GHz)


Intel® Core™ i7 Mobile Extreme Edition
โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i7 Extreme Edition เจนเนอเรชั่นที่ 2 สำหรับโมบายล์ที่ออกวางจำหน่ายในช่วงต้นปี 2554 จะมีราคาระหว่าง $1096 สำหรับการซื้อ 1,000 ยูนิต และมีจำนวน 1 รุ่น ดังนี้
1. Intel® Core™ i7-2920XM Extreme Edition Processor (8M Cache, 2.50 GHz)


โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 2 ที่มีกำหนดวางจำหน่ายในไตรมาส 1 ของปี 2554
โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 2 ที่มีกำหนดวางจำหน่ายในไตรมาส 1 ของปี 2554 นั้นมีจำนวน 13 รุ่นด้วยกัน โดยจะเป็นซีพียูในกลุ่ม Intel® Core™ i3 Desktop 3 รุ่น กลุ่ม Intel® Core™ i5 Mobile 5 รุ่น และกลุ่ม Intel® Core™ i7 Mobile 5 รุ่น ดังนี้

Intel® Core™ i3 Desktop
โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i3 เจนเนอเรชั่นที่ 2 สำหรับเดสก์ท็อปที่มีกำหนดวางจำหน่ายในไตรมาส 1 ของปี 2554 มี 3 รุ่น ดังนี้
1. Intel® Core™ i3-2120 Processor (3M Cache, 3.30 GHz)
2. Intel® Core™ i3-2100T Processor (3M Cache, 2.50 GHz)
3. Intel® Core™ i3-2100 Processor (3M Cache, 3.10 GHz)


Intel® Core™ i5 Mobile
โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i5 เจนเนอเรชั่นที่ 2 สำหรับโมบายล์ที่มีกำหนดวางจำหน่ายในไตรมาส 1 ของปี 2554 มี 5 รุ่น ดังนี้
1. Intel® Core™ i5-2540M Processor (3M Cache, 2.60 GHz)
2. Intel® Core™ i5-2537M Processor (3M Cache, 1.40 GHz)
3. Intel® Core™ i5-2520M Processor (3M Cache, 2.50 GHz)
4. Intel® Core™ i5-2515E Processor (3M Cache, 2.50 GHz)
5. Intel® Core™ i5-2510E Processor (3M Cache, 2.50 GHz)


Intel® Core™ i7 Mobile
โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i7 เจนเนอเรชั่นที่ 2 สำหรับโมบายล์ที่มีกำหนดวางจำหน่ายในไตรมาส 1 ของปี 2554 มี 5 รุ่น ดังนี้
1. Intel® Core™ i7-2657M Processor (4M Cache, 1.60 GHz)
2. Intel® Core™ i7-2649M Processor (4M Cache, 2.30 GHz)
3. Intel® Core™ i7-2629M Processor (4M Cache, 2.10 GHz)
4. Intel® Core™ i7-2620M Processor (4M Cache, 2.70 GHz)
5. Intel® Core™ i7-2617M Processor (4M Cache, 1.50 GHz)


หลักการตั้งชื่อโปรเซสเซอร์ตระกูล Intel® Core™ Generation 2
ข้อมูลที่น่าสนใจอีกอย่างเกี่ยวกับ Intel® Core™ i7 เจนเนอเรชั่นที่ 2 คือหลักการตั้งชื่อซีพียูซึ่งจะมีฟอร์แมต Brand Modifier Gen SKU Letter Suffix ลักษณะดังภาพด้านล่าง


โดยที่
Brand = Intel Core
Modifier = i3, i5 หรือ i7
Gen = 2
SKU = ตัวเลข 3 หลัก
Letter Suffix = K, S หรือ T โดยมีความหมายดังนี้

K = Unlocked*
S = Performance optimized lifestyle
T = Power optimized lifestyle

อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งเราอาจจะเห็น Letter Suffix ตัวอื่นดังนี้
E = Mobile with Embedded Options Available
M = Mobile
Q = Quad Core
X = Extream Edition

หมายเหตุ:
*โปรเซสเซอร์ I ntel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 2 ที่มีตัวอักษร K (Unlocked) ที่แสดงอยู่ด้านขวามือสุดของชื่อรุ่นโปรเซสเซอร์นั้นแสดงให้ทราบว่า โปรเซสเซอร์รุ่นนั้นไม่ถูกล็อกตัวคูณซึ่งทำให้เหมาะสำหรับการทำโอเวอร์คล็อก (Over Clock) อย่างไรก็ตาม โปรเซสเซอร์ I ntel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 2 ที่ไม่มีตัวอักษรใดๆ แสดงอยู่ด้านขวามือสุดของชื่อรุ่นโปรเซสเซอร์นั้นสามารถทำการโอเวอร์คล็อกได้เช่นเดียวกันแต่ไม่ไม่ดีเท่ากับรุ่น K

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
Intel

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.

Prevents the recursive loading of CSS style sheets in Internet Explorer (Microsoft Fix It 50591)

Microsoft ออก Fix it 50591 เพื่อป้องกันผู้ใช้จากการโจมตีผ่านทางช่องโหว่ความปลอดภัย Zero-day ใน Internet Explorer 7 และ 8

สืบเนื่องจากไมโครซอฟท์ได้เตือนผู้ใช้ให้ระวังการโจมตีระบบผ่านทางช่องโหว่ความปลอดภัยแบบ Zero-Day ใน Internet Explorer 6, 7 และ 8 ตามรายละเอียดใน พบปัญหาความปลอดภัยร้ายแรงใน IE6, IE7 และ IE8 สามารถใช้โจมตีระบบจากระยะไกลได้ ซึ่งในปัจจุบันมีรับรายงานว่ามีความพยายามทำการโจมตีผู้ใช้ Internet Explorer โดยใช้ช่องโหว่ความปลอดภัยนี้แล้ว

ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันผู้ใช้ Internet Explorer 7 และ 8 จากการถูกโจมตีผ่านทางช่องโหว่ความปลอดภัยดังกล่าวนี้ ไมโครซอฟท์จึงได้ออกเครื่องมือ Fix it ซึ่งจะทำการตรวจสอบและป้องกันไม่ให้ IE ทำการโหลดแคสเคดสไตล์ชีท (Cascading style sheet) แบบรีเคอร์ซีฟ (Recursively) ที่ส่งผลให้เกิดช่องทางที่ใช้โจมตีระบบได้ โดย Fix it จะใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ที่ปกติจะใช้สำหรับการแก้ปัญหาความเข้ากันได้ของโปรแกรมประยุกต์ซึ่งฟีเจอร์นี้สามารถทำการปรับเปลี่ยนคำสั่งไบนารีเฉพาะเมื่อมีการโหลดเท่านั้น

• Enable Fix it
การตรวจสอบและป้องกันไม่ให้ IE ดาวน์โหลดแคสเคดสไตล์ชีทแบบรีเคอร์ซีฟทำได้โดยเปิดไปที่เว็บไซต์ Microsoft Fix it 50591 แล้วคลิกปุ่ม Enable this fix: Fix it จากนั้นคลิก Run ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ File Download แล้วดำเนินการตามขั้นตอนบนจอภาพจนแล้วเสร็จ


• Disable Fix it
การยกเลิกการตรวจสอบการโหลดแคสเคดสไตล์ชีททำได้โดยเปิดไปที่เว็บไซต์ Microsoft Fix it 50592 ให้คลิกปุ่ม Disable this fix: Fix it จากนั้นคลิก Run ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ File Download แล้วดำเนินการตามขั้นตอนบนจอภาพจนแล้วเสร็จ


ปัญหาที่ทราบ
การใช้ Fix it เพื่อเพิ่มตรวจสอบและป้องกันไม่ให้ IE การโหลดแคสเคดสไตล์ชีทแบบรีเคอร์ซีฟ อาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของ IE ลดลงเล็กน้อย เนื่องจากการมีขั้นตอนการตรวจการโหลดไฟล์แคสเคดสไตล์ชีทเพิ่มขึ้น

หมายเหตุ
- เครื่องมือ Fix it นี้มีเฉพาะในเวอร์ชันภาษาอังกฤษเท่านั้น อย่างไรก็ตามสามารถใช้แก้ไขปัญหาบน Windows รุ่นภาษาอื่นได้
- เครื่องมือ Fix it นี้สามารถเก็บไว้ในแฟลชไดรฟ์หรือซีดี เพื่อนำไปใช้บนคอมพิวเตอร์ที่มีปัญหาได้
- ต้องทำการติดตั้งอัพเดท 2416400 (MS10-090) บนเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อนจึงจะสามารถใช้เครื่องมือ Fix it ตัวนี้ได้
- หลังจากทำการติดตั้ง Fix it นี้ ในอนาคตหากมีการออกอัพเดทสำหรับแก้ปัญหาดังกล่าวนี้ใน IE จะต้องทำการถอนการติดตั้ง Fix it ตัวนี้ออกก่อน (ด้วยตนเอง) จึงจะสามารถติดตั้งอัพเดทสำหรับ IE ได้

วิธีการนี้สามารถใช้ได้กับ
วิธีการนี้สามารถใช้ได้กับ Internet Explorer เวอร์ชันต่างๆ ดังนี้
• Internet Explorer 7
• Internet Explorer 8

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.

Monday, January 17, 2011

Windows 7 Application Compatibility List for IT Professionals (January 12, 2011)

รายชื่อแอพพลิเคชันที่ผ่านการทดสอบการทำงานบน Windows 7 (อัพเดท 12 ม.ค. 54)
ไมโครซอฟท์ออก "Windows 7 Application Compatibility List for IT Professionals" ซึ่งเป็นสรุปรายชื่อแอพพลิเคชันที่ผ่านการทดสอบการทำงานบน Windows 7 เวอร์ชันอัพเดทใหม่ล่าสุดในวันที่ 14 มกราคม 2554 ที่ผ่านมา โดยจะเป็นฟอร์แมตไมโครซอฟท์เอ็กเซล (.xls) มีขนาดประมาณ 3 MB ซึ่งจะบรรจุข้อมูลรายชื่อโปรแกรมแอพพลิเคชันต่างๆ ที่ได้ผ่านการทดสอบจากไมโครซอฟท์แล้วว่า สามารถรองรับการทำงานบน Windows 7 ได้อย่างไม่มีปัญหา

สำหรับวัตถุประสงค์ในการออก Windows 7 Application Compatibility List ก็เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ทางด้านไอทีใช้เป็นข้อมูลประกอบในการเลือกซื้อโปรแกรมแอพพลิเคชัน โดยการตรวจสอบจากรายชื่อผู้เผยแพร่ซอฟต์แวร์ (Software Publisher) หรือจากโลโก้ Compatible with Windows 7 ลักษณะดังรูปด้านล่าง ซึ่งโลโก้ดังกล่าวนี้จะแสดงอยู่บนบรรจุภัณฑ์ของโปรแกรมที่ผ่านการทดสอบแล้ว


อนึ่ง นอกจากแสดงรายชื่อโปรแกรมแอพพลิเคชันที่สามารถรองรับการทำงานบน Windows 7 ได้อย่างไม่มีปัญหาแล้ว ในไฟล์ดังกล่าวนี้ยังแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับสถานะของโปรแกรมแอพพลิเคชันดังนี้ Compatible, Free Update Required, Paid Update Required, Future Compatibility และ Not Compatible

โดย Windows 7 Application Compatibility List เวอร์ชันอัพเดท 12 ม.ค. 54 นี้ มีโปรแกรมแอพพลิเคชันที่เข้ารับทำการทดสอบจากไมโครซอฟท์จำนวนทั้งหมด 21,576 โปรแกรม รายละเอียดดังนี้

Windows 7 32-bit
• Compatible 12,414 โปรแกรม
• Compatible - Windows 7 Logo 8,089 โปรแกรม
• Free update required 66 โปรแกรม
• Paid update required 226 โปรแกรม
• Future compatibility 46 โปรแกรม
• Not compatible 630 โปรแกรม
• No Information available 105 โปรแกรม

Windows 7 64-bit
• Compatible 9,833 โปรแกรม
• Compatible - Windows 7 Logo 8,089 โปรแกรม
• Free update required 61 โปรแกรม
• Paid update required 233 โปรแกรม
• Future compatibility 99 โปรแกรม
• Not compatible 1,989 โปรแกรม
• No Information available 1,272 โปรแกรม

อย่างไรก็ตาม จำนวนโปรแกรมแอพพลิเคชันที่ 21,576 โปรแกรมนั้น ยังห่างไกลจากที่ไมโครซอฟท์ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะมีโปรแกรมแอพพลิเคชันที่จะสามารถทำงานร่วมกับ Windows 7 อย่างไม่มีปัญหาไม่น้อยกว่า 800,000 โปรแกรม

การดาวน์โหลด
สำหรับใครที่สนใจสามารถดาวน์โหลดไฟล์ดังกล่าวนี้ได้ที่เว็บไซต์ Windows 7 Application Compatibility List for IT Professionals

บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.

The Microsoft Numbers of 2010

สถิติความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของไมโครซอฟท์ในปี 2553
ไมโครซอฟท์รายงานข้อมูลสถิติเกี่ยวกับความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของไมโครซอฟท์ที่ออกในปีที่ 2553 ประกอบด้วย Xbox & Kinect for Xbox 360, Windows Phone 7 และ Windows 7 ในส่วนของ Office 2010 นั้นเป็นสถิติที่ผมรวบรวมข้อมูลขึ้นเอง รายละเอียดดังนี้

Xbox & Kinect for Xbox 360
ในปี 2553 ที่ผ่านมานั้น เครื่อง Xbox & Kinect for Xbox 360 ประสบความสำเร็จทางการตลาดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
• 8 ล้าน: เป็นจำนวนเครื่อง Kinects ที่ขายได้ใน 60 วันหลังจากออกวางจำหน่าย ซึ่งมากกว่าที่ไมโครซอฟท์ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 5 ล้านเครื่อง
• 50 ล้าน: เป็นจำนวนยอดขายเครื่อง Xbox 360 นับถึงสิ้นสุดปี 2553 ทำให้ Xbox 360 เป็นเกมส์คอนโซลที่มียอดขายอันดับ 1 ติดต่อกัน 6 เดือนในทวีปอเมริกาเหนือ
• 30 ล้าน: เป็นจำนวนของสมาชิก Xbox LIVE
• 42: เป็นเปอร์เซ็นต์การเติบโตของ Xbox 360 ทำให้มันเป็นเกมส์คอนโซลที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในปี 2553
• 6.2 พันล้าน: เป็นจำนวนเงิน (ดอลลาร์) ทั้งหมดซึ่งมีการใช้ในการซื้อเครื่อง Xbox 360 ทำให้มันมียอดขายมากกว่าเกมส์คอนโซลอื่นๆ ในปี 2553

Windows Phone 7
ประสบความสำเร็จพอสมควรสำหรับ Windows Phone 7 ระบบปฏิบัติการสำหรับสมาร์ทโฟน (Smartphone) ตัวล่าสุดของไมโครซอฟท์ซึ่งออกเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว
• 100: เป็นจำนวนเฉลี่ยของการออกแอพใหม่ในแต่ละวันในมาร์เก็ตเพลช (Marketplace)
• 5,500: เป็นจำนวนของแอพที่มีให้บริการในมาร์เก็ตเพลชของ Windows Phone 7
• 20,000: เป็นจำนวนนักพ้ฒนา (Developers) ที่ลงทะเบียนเพื่อพัฒนาแอพสำหรับ Windows Phone 7
• 1.5 ล้าน: เป็นจำนวนยอดขายสมาร์ทโฟน Windows Phone 7 ใน 6 สัปดาห์หลังจากการออกอย่างเป็นทางการ
• 60: เป็นจำนวนของผู้ให้บริการโทรศัพท์ที่รองรับ Windows Phone 7
• 30: เป็นจำนวนประเทศที่มีการวางจำหน่ายสมาร์ทโฟน Windows Phone 7

Windows 7
ประสบความสำเร็จอย่างมากสำหรับ Windows 7 ระบบปฏิบัติการสำหรับไคลเอ็นต์คอมพิวเตอร์ตัวล่าสุดของไมโครซอฟท์ โดยมียอดขายมากกว่า 240 ล้านไลเซนส์ใน 1 ปี อ่านรายละเอียด »
• 7: เป็นจำนวนการขายไลเซนส์ Windows 7 ต่อวินาที
• 20 ล้าน: เป็นจำนวนของการดาวน์โหลด Internet Explorer 9 beta
• 500+ ล้าน: เป็นจำนวนของผู้ใช้ Windows Live ทั้งหมดจากทั่วโลก
• 20: เป็นเปอร์เซ็นต์ของเครื่องพีซีที่ใช้ Windows 7 ที่มีผู้ใช้ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

Microsoft Office 2010
Microsoft Office 2010 เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยสามารถขายไลเซนส์ได้เกือบ 16 ล้านชุดใน 6 เดือน อ่านรายละเอียด » โดยมีสถิติซึ่งผมรวบรวมขึ้นเองรายละเอียดดังนี้
• 30 ล้าน: เป็นจำนวนผู้ใช้ Office Web Apps ที่ทำการเปิด แก้ไข และแชร์เอกสารออฟฟิชผ่านทางอินเทอร์เน็ตโดยใช้โปรแกรมเว็บเบราเซอร์
• 1: เป็นจำนวนการขายไลเซนส์ Office 2010 ต่อวินาที โดยยอดขายจากทั่วโลกสามารถขายได้เป็นจำนวนเกือบ 16 ล้านชุดในระยะเวลาเพียง 6 เดือน
• 8: เป็นจำนวนปีติดต่อกันที่โปรแกรม Microsoft Office เป็นซอฟต์แวร์ที่มียอดขายรวมทุกเวอร์ชันมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา (วัดจากมูลค่าเป็นเงินดอลลาร์) ซึ่งมากกว่าทั้งเกมส์ (Game) และซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัย (Security software)

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Microsoft News Center
It’s Official: 2010 the Biggest Year in Xbox History

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.

Sunday, January 16, 2011

Microsoft Confirmed: Windows 7 SP1 Build 7601.17514.101119-1850 is not RTM

ไมโครซอฟท์ยืนยัน Windows 7 SP1 บิลด์ 7601.17514.101119-1850 ไม่ใช่เวอร์ชัน RTM
ไมโครซอฟท์ได้ออกปฏิเสธข่าวลือการออก Windows 7 SP1 RTM พร้อมทั้งปฏิเสธว่า Windows 7 SP1 RTM ไม่ได้มีหมายเลขบิลด์ 7601.17514.101119-1850 อย่างที่เป็นข่าว และยังได้ทำการลบข้อมูลที่อ้างอิงถึง 7601.17514.101119-1850 ออกจากบล็อก Service Pack 1 Windows 7 Windows Server 2008 R2 พร้อมทั้งอัพเดทข้อมูลใหม่ ดังนี้

"Microsoft Has Not Released SP1 to OEMs at this time, Though We Are on Track for a Q1 release, AS We Previously Announced. The Comments made in this blog entry included Some inaccuracies."

ทั้งนี้ ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาได้มีข่าวลือว่าไมโครซอฟท์พัฒนา Windows 7 SP1 RTM เสร็จแล้วและจะทำการส่งให้กับ OEM ซึ่งเป็นโรงงานผลิตคอมพิวเตอร์ในวันที่ 14 มกราคม 2554 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามไมโครซอฟท์ได้ออกปฏิเสธตามรายละเอียดด้านบน

สำหรับเวอร์ชัน RTM (Release to Manufacturing) นั้นเป็นหลักไมล์สำคัญในการซอฟต์แวร์ โดยเป็นเวอร์ชันเสร็จสมบูรณ์ที่จะส่งให้กับโรงงานผลิตคอมพิวเตอร์ก่อนที่จะออกเวอร์ชัน GA (General Availability) ซึ่งเป็นเวอร์ชันสำหรับผู้ใช้ทั่วไป โดย Windows 7 Service Pack 1 ที่อ้างว่าเป็นเวอร์ชัน RTM นั้นมีหมายเลขบิลด์เป็น 7601.17514.101119-1850 และมีทั้ง "Wave0" และ "Wave1" โดย "Wave0" มี 5 ภาษาได้แก่ English, French, German, Japanese, Spanish โดยที่รุ่น x86 มีขนาด 349MB ส่วนรุ่น x64 นั้นมีขนาด 638MB ส่วน "Wave1" นั้นมี 30 ภาษา แต่ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับขนาดไฟล์

ทั้งนี้ ปัจจุบัน Windows 7 SP1 บิลด์ 7601.17514.101119-1850 ซึ่งอ้างว่าเป็นเวอร์ชัน RTM ทั้งรุ่น 32 บิท (x86) และรุ่น 64 บิต (x64) ก็ได้หลุดออกอินเทอร์เน็ตโดยมีการให้ดาวน์โหลดบนเว็บไซต์ warez และ bit torrent หลายเว็บไซต์

Picture credit: winsupersite.com

Picture credit: neowin.net

สำหรับรูปด้านบนเป็นตัวอย่างของ Windows 7 Ultimate Service Pack 1 และ Windows Server 2008 R2 Service Pack 1 ตามลำดับ

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Neowin
Winrumors

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.

Saturday, January 15, 2011

Firefox 4.0 Beta 9 Now Available for Download

Mozilla เปิดให้ดาวน์โหลด Firefox 4.0 Beta 9 แล้ว
นับว่าออกเร็วกว่าที่ (ผม) คาดสำหรับเวอร์ชัน Beta 9 ของ Firefox 4.0 โดย โมซิลลา (Mozilla) เปิดให้ผู้ที่สนใจดาวน์โหลด Firefox 4.0 Beta 9 ได้แล้วเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2554 โดยความเปลี่ยนแปลงในเวอร์ชัน Beta 9 คือ โมซิลลาทำการยกเครื่องโค้ดโปรแกรมของฟังก์ชันบุ๊คมาร์ค (Bookmarking) และประวัติการใช้งาน (History) ใหม่ทั้งหมด ส่งผลให้การทำบุ๊คมาร์คและการสตาร์ทอัพโปรแกรมเร็วขึ้น

ทั้งนี้ หลังจากออก Firefox 4.0 Beta 9 ทางโมซิลลายังมีแผนที่จะออก Firefox 4.0 Beta 10 และ Firefox 4.0 RC1 แต่ ณ ปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดวันออกที่แน่นอน โดยจากข้อมูลบนเว็บไซต์ mozilla.dev.planning นั้นระบุว่ายังมีบั๊กจำนวน 160 ตัวที่ต้องแก้ไข ก่อนที่จะออกเวอร์ชัน RC1 ซึ่ง Damon Sicore ซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่าย Platform Engineering ของ Mozilla คาดว่า Firefox 4.0 RC1 น่าจะออกในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ในขณะที่ Firefox 4.0 Final ซึ่งเป็นเวอร์ชันเสร็จสมบูรณ์นั้นคาดว่าจะออกได้ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ศกนี้

การดาวน์โหลด Mozilla Firefox 4.0 Beta 9
สามารถดาวน์โหลด Mozilla Firefox 4.0 Beta 9 ได้จากเว็บไซต์ Firefox 4.0 Beta 9 (All Systems & Languages) หรือดาวน์โหลด Firefox 4.0 Beta 9 for Windows (Win32) เวอร์ชันภาษาอังกฤษ คลิกที่นี่

Firefox 4.0 Beta 9

การปรับปรุงใหม่ใน Mozilla Firefox 4.0 Beta 9
ใน Mozilla Firefox 4.0 Beta 9 มีการปรับปรุงในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้
- Overhaul of the bookmarks and history code, enabling faster bookmarking and startup performance
- Per-compartment garbage collection is now enabled, reducing work done during complex animations

แนะนำ Firefox 4.0
Mozilla Firefox 4.0 นั้นมีการทำงานอยู่บนพื้นฐาน Gecko 2.0 Web platform ที่มีประสิทธิภาพการทำงานสูง และระบบกราฟิกยูสเซอร์อินเทอร์เฟช (Graphical User Interface) นั้นได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด รายละเอียดดังนี้
• New Tab Location
โดยตำแหน่งของแท็บจะถูกย้ายไปอยู่ด้านบนช่องแอดเดรสบาร์ (Awesome Bar)
• Switch to Tab
สามารถทำการสลับระหว่างแต่ละแท็บได้ง่ายๆ ด้วยจากช่องแอดเดรสบาร์ (Awesome Bar)
• Firefox Button
เมนูทุกรายการจะอยู่ภายในปุ่มเดียวเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงและสะดวกในการใช้งาน
• App Tabs
สามารถแยกเว็บไซต์ที่ใช้งานเป็นประจำ ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์อีเมล ออกจากแท็บอื่นๆ และตั้งให้เป็นโฮม (Home) เพื่อให้โหลดเว็บไซต์พร้อมกับการเปิด Firefox

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ใหม่อีกหลายตัว อย่างเช่น New Add-Ons Manager, WebM and HD Video, Protecting Your Privacy, Retained layers และ XPCOM เป็นต้น

ความต้องการระบบ
Mozilla Firefox 4.0 สามารถทำงานได้บนระบบปฏิบัติการวินโดวส์เวอร์ชันต่างๆ ดังนี้
• Windows 2000
• Windows XP (32 บิต และ 64 บิต)
• Windows Server 2003
• Windows Vista (32 บิต และ 64 บิต)
• Windows 7 (32 บิต และ 64 บิต)
• ฮาร์ดแวร์
- Pentium 233 MHz (Recommended: Pentium 500 MHz or greater)
- 64 MB RAM (Recommended: 128 MB RAM or greater)
- 52 MB hard drive space

หมายเหตุ: เนื่องจาก Mozilla Firefox 4.0 Beta 9 ยังไม่ใช่เวอร์ชันที่เสร็จสมบูรณ์ ดังนั้นจึงขอแนะนำให้ติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ทดสอบเท่านั้น

บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Mozilla Firefox 4.0 Beta 9 Release Notes

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.

Thursday, January 13, 2011

Google Chrome 8.0.552.237 Stable update available, fixes 16 security issues

กูเกิลออก Google Chrome 8.0.552.237 Stable เพื่อแก้ 16 ปัญหาความปลอดภัย
ออกเวอร์ชันใหม่ให้ได้อัพเดทกันอีกแล้วสำหรับ Google Chrome โดยในวันที่ 13 มกราคม 2554 (ตามเวลาในประเทศไทย ) กูเกิลได้อัพเดท Google Chrome เวอร์ชันสำหรับระบบปฏิบัติการ Windows, Mac, Linux และ Chrome Frame เป็นเวอร์ชันใหม่คือ Google Chrome 8.0.552.237 ซึ่งในเวอร์ชันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัย (Security Fixes) จำนวน 16 ประเด็น ในจำนวนนี้มี 1 ประเด็นที่มีความร้ายแรงระดับวิกฤติ (Critical) มี 13 ประเด็นที่มีความร้ายแรงสูง (High) และมี 2 ประเด็นที่มีความร้ายแรงระดับกลาง (Medium) ตามรายละเอียดใน การแก้ปัญหาด้านความปลอดภัยใน Google Chrome 8.0.552.237 ด้านล่าง นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน (Stability Improvements) ให้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นเพื่อให้การท่องอินเทอร์เน็ตเป็นไปด้วยความปลอดภัยขอแนะนำผู้ใช้ Google Chrome 8.0.552.224 หรือเวอร์ชันเก่ากว่าให้ทำการอัปเดทในทันทีที่ทำได้ครับ

มีอะไรใหม่ใน Google Chrome 8
ใน Google Chrome 8 ซึ่งเป็นเวอร์ชันปัจจุบันนั้นมีคุณสมบัติใหม่ดังนี้
1. มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน (Stability improvements)
2. เพิ่มอ็อปชันในบริการ Sync
3. Bundled PDF viewer ซึ่งเป็นโปรแกรมเปิดอ่านไฟล์เอกสารชนิด PDF ในตัว ทำให้สามารถเปิดไฟล์เอกสารชนิด PDF ได้โดยไม่ต้องมีโปรแกรมอ่านไฟล์ PDF อย่างเช่น Adobe Reader หรือ Foxit Reader
4. สามารถรองรับ Chrome Web Store

การดาวน์โหลดและการติดตั้ง Google Chrome 8.0.552.237
Google Chrome 8.0.552.237 นั้นสามารถทำงานได้บน Windows XP, Windows Vista และ Windows 7 โดยผู้ใช้ใหม่สามารถติดตั้งโดยใช้เบราเซอร์เปิดไปที่เว็บไซต์ www.google.com/chrome จากนั้นดำเนินการคำสั่งบนจอภาพ หรือดาวน์โหลดตัวติดตั้ง (Offline Standalone Installer) ของ Google Chrome จากเว็บไซต์ Download Google Chrome 8.0.552.237 มาทำการติดตั้งด้วยตนเอง

ในกรณีที่มีการติดตั้ง Google Chrome เวอร์ชัน 8.0.552.224 หรือเก่ากว่าบนเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ก่อนแล้ว สามารถทำการอัปเดทเป็นเวอร์ชัน 8.0.552.237 ได้โดยการเปิดคำสั่ง About Google Chrome จากนั้นคลิก Update Now แล้วดำเนินการคำสั่งบนจอภาพจนการติดตั้งแล้วเสร็จ สำหรับรายละเอียดวิธีการติดตั้งและอัปเดท Google Chrome สามารถอ่านได้จากเว็บไซต์ How to install Google Chrome

Google Chrome 8.0.552.237

การแก้ปัญหาด้านความปลอดภัยใน Google Chrome 8.0.552.237
ใน Google Chrome 8.0.552.237 มีการแก้ปัญหาด้านความปลอดภัย ดังต่อไปนี้
• [58053] Browser crash in extensions notification handling. Credit to Eric Roman of the Chromium development community. (Medium)
[1] [65764] Bad pointer handling in node iteration. Credit to Sergey Glazunov. (High)
• [66334] Crashes when printing multi-page PDFs. Credit to Google Chrome Security Team (Chris Evans). (High)
[2] [66560] Stale pointer with CSS + canvas. Credit to Sergey Glazunov. (High)
[3] [66748] Stale pointer with CSS + cursors. Credit to Jan Tošovský. (High)
• [67100] Use after free in PDF page handling. Credit to Google Chrome Security Team (Chris Evans). (High)
[4] [67208] Stack corruption after PDF out-of-memory condition. Credit to Jared Allar of CERT. (High)
[5] [67303] Bad memory access with mismatched video frame sizes. Credit to Aki Helin of OUSPG; plus independent discovery by Google Chrome Security Team (SkyLined) and David Warren of CERT. (High)
[6] [67363] Stale pointer with SVG use element. Credited anonymously; plus indepdent discovery by miaubiz. (High)
[7] [67393] Uninitialized pointer in the browser triggered by rogue extension. Credit to kuzzcc. (Medium)
[8] [68115] Vorbis decoder buffer overflows. Credit to David Warren of CERT. (High)
[9] [68170] Buffer overflow in PDF shading. Credit to Aki Helin of OUSPG. (High)
[10] [68178] Bad cast in anchor handling. Credit to Sergey Glazunov. (High)
[11] [68181] Bad cast in video handling. Credit to Sergey Glazunov. (High)
[12] [68439] Stale rendering node after DOM node removal. Credit to Martin Barbella; plus independent discovery by Google Chrome Security Team (SkyLined). (High)
[13] [68666] Stale pointer in speech handling. Credit to Sergey Glazunov. (Critical)

หมายเหตุ:
[1] ปัญหาความปลอดภัยหมายเลข 65764 ค้นพบโดย Sergey Glazunov และได้รางวัลตอบแทนจำนวน $1,337
[2] ปัญหาความปลอดภัยหมายเลข 66560 ค้นพบโดย Sergey Glazunov และได้รางวัลตอบแทนจำนวน $1,000
[3] ปัญหาความปลอดภัยหมายเลข 66748 ค้นพบโดย Jan Tošovský และได้รางวัลตอบแทนจำนวน $500
[4] ปัญหาความปลอดภัยหมายเลข 67208 ค้นพบโดย Jared Allar ของ CERT และได้รางวัลตอบแทนจำนวน $1,000
[5] ปัญหาความปลอดภัยหมายเลข 67303 ค้นพบโดย Aki Helin ของ OUSPG และ Google Chrome Security Team (SkyLined) และ David Warren ของ CERT และได้รางวัลตอบแทนจำนวน $1,000
[6] ปัญหาความปลอดภัยหมายเลข 67363 ค้นพบโดย anonymously และ miaubiz. และได้รางวัลตอบแทนจำนวน $500
[7] ปัญหาความปลอดภัยหมายเลข 67393 ค้นพบโดย kuzzcc และได้รางวัลตอบแทนจำนวน $1,000
[8] ปัญหาความปลอดภัยหมายเลข 68115 ค้นพบโดย David Warren ของ CERT และได้รางวัลตอบแทนจำนวน $1,000
[9] ปัญหาความปลอดภัยหมายเลข 68170 ค้นพบโดย Aki Helin ของ OUSPG และได้รางวัลตอบแทนจำนวน $1,000
[10] ปัญหาความปลอดภัยหมายเลข 68178 ค้นพบโดย Sergey Glazunov และได้รางวัลตอบแทนจำนวน $1,000
[11] ปัญหาความปลอดภัยหมายเลข 68181 ค้นพบโดย Sergey Glazunov และได้รางวัลตอบแทนจำนวน $1,000
[12] ปัญหาความปลอดภัยหมายเลข 68439 ค้นพบโดย Martin Barbella และ Google Chrome Security Team (SkyLined) และได้รางวัลตอบแทนจำนวน $1,000
[13] ปัญหาความปลอดภัยหมายเลข 68666 ค้นพบโดย Sergey Glazunov และได้รางวัลตอบแทนจำนวน $3,133.7

บทความโดย: The Windows Administrator Blog
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Google Chrome Releases

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.

Wednesday, January 12, 2011

Microsoft Patch Tuesday January 2011 - Fixes 3 vulnerabilities in Windows

ไมโครซอฟท์ออกแพตช์ 2 ตัว เพื่อแก้ 3 ปัญหาความปลอดภัยใน Windows

ถือว่าเป็นงานไม่หนักของแอดมินสำหรับการอัพเดทระบบในเดือนแรกของปี 2554 เนื่องจากไมโครซอฟท์ (Microsoft) ออกอัพเดทหรือแพตซ์ (Patch) ประจำเดือนมกราคมเพียงแค่ 2 ตัว เพื่อแก้ 3 ปัญหาช่องโหว่ความปลอดภัยใน Windows โดยมีแพตซ์ที่มีความร้ายแรงระดับวิกฤติ (Critical) 1 ตัว และมีแพตซ์ที่มีความร้ายแรงระดับสูง (Important) 1 ตัว ตามรายละเอียดด้านล่าง

Executive Summariess
วันอังคารที่ 11 มกราคม 2554 (ตรงกับวันพุธที่ 15 มกราคม 2554 ตามเวลาในประเทศไทย) ไมโครซอฟท์ได้ออก Microsoft Security Update for January 2011 หรือที่นิยมเรียกว่า Patch Tuesday จำนวน 2 ตัว ดังนี้
• เป็นแพตช์สำหรับแก้ช่องโหว่ความปลอดภัยร้ายแรงระดับวิกฤติของระบบ Windows ทุกเวอร์ชันจำนวน 1 ตัว
• เป็นแพตช์สำหรับแก้ช่องโหว่ความปลอดภัยร้ายแรงระดับสูงของระบบ Windows Vista จำนวน 1 ตัว

แพตช์สำหรับแก้ปัญหาความปลอดภัยที่มีความร้ายแรงระดับวิกฤติ (Critical)
แพตช์สำหรับแก้ปัญหาความปลอดภัยที่มีความร้ายแรงระดับวิกฤติมีจำนวน 1 ตัว เป็นแพตช์สำหรับแก้ช่องโหว่ความปลอดภัยของ Windows ทุกเวอร์ชัน รายละเอียดดังต่อไปนี้

MS11-002: Vulnerabilities in Microsoft Data Access Components Could Allow Remote Code Execution (2451910)
Update Link: http://www.microsoft.com/technet/security/bulletin/MS11-002.mspx
Impact: Remote Code Execution
Affected Software:
- Windows XP Service Pack 3
- Windows XP Professional x64 Edition Service Pack 2
- Windows Server 2003 Service Pack 2
- Windows Server 2003 x64 Edition Service Pack 2
- Windows Server 2003 with SP2 for Itanium-based Systems
- Windows Vista Service Pack 1 and Windows Vista Service Pack 2
- Windows Vista x64 Edition Service Pack 1 and Windows Vista x64 Edition Service Pack 2
- Windows Server 2008 for 32-bit Systems and Windows Server 2008 for 32-bit Systems Service Pack 2 (Windows Server 2008 Server Core installation affected)
- Windows Server 2008 for x64-based Systems and Windows Server 2008 for x64-based Systems Service Pack 2 (Windows Server 2008 Server Core installation affected)
- Windows Server 2008 for Itanium-based Systems and Windows Server 2008 for Itanium-based Systems Service Pack 2
- Windows 7 for 32-bit Systems
- Windows 7 for x64-based Systems
- Windows Server 2008 R2 for x64-based Systems (Windows Server 2008 R2 Server Core installation affected)
- Windows Server 2008 R2 for Itanium-based Systems

แพตช์สำหรับแก้ปัญหาความปลอดภัยที่มีความร้ายแรงสูง (Important)
แพตช์สำหรับแก้ปัญหาความปลอดภัยที่มีความร้ายแรงสูงมีจำนวน 1 ตัว โดยที่เป็นแพตช์สำหรับแก้ช่องโหว่ความปลอดภัยของ Windows Vista รายละเอียดดังต่อไปนี้

MS11-001: Vulnerability in Windows Backup Manager Could Allow Remote Code Execution (2478935)
Update Link: http://www.microsoft.com/technet/security/bulletin/MS11-001.mspx
Impact: Remote Code Execution
Affected Software:
- Windows Vista Service Pack 1 and Windows Vista Service Pack 2
- Windows Vista x64 Edition Service Pack 1 and Windows Vista x64 Edition Service Pack 2

Deployment Priority (Credit: Microsoft)

การออกอัพเดทและการอัพเดทระบบ
ผู้ที่ใช้วินโดวส์เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบสามารถทำการอัพเดทได้จากเว็บไซต์ Microsoft Update ผ่านทางอินเทอร์เน็ต หรือทำการอัพเดทผ่านทาง WSUS สำหรับผู้ใช้แบบองค์กรที่มีการติดตั้งระบบ Windows Server Update Services ได้ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2554 เป็นต้นไป

ความเห็นของผู้เขียน
แม้ว่าในเดือนมกราคมนี้จะมีอัพเดทให้ติดตั้งเพียงแค่ 2 ตัว แต่ทั้ง 2 ตัวเป็นอัพเดทสำหรับแก้ช่องโหว่ความปลอดภัยของ Windows และมีอัพเดท 1 ตัวสำหรับแก้ช่องโหว่ความปลอดภัยร้ายแรงระดับวิกฤติใน Windows ทุกเวอร์ชัน ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยขอให้ท่านที่เป็นแอดมินที่มีหน้าที่ดูแลการอัพเดทระบบทำการอัพเดทอัพเดทระบบให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้นะครับ

บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Microsoft Security Center
Microsoft Security Bulletin Advance Notification for January2011
January 2011 Security Bulletin Release

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.

Tuesday, January 11, 2011

Microsoft Office 2010: A copy sold every second (Almost 16 Million Office 2010 Copies Sold in 6 Months)

ไมโครซอฟท์ขาย Office 2010 ได้ 1 ชุด/วินาที โดยขายได้เกือบ 16 ล้านชุดใน 6 เดือน

Office 2010 ชุดโปรแกรมจัดการงานเอกสารเวอร์ชันล่าสุดของไมโครซอฟท์ นั้นเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จด้านยอดขายในปีที่แล้ว โดยสามารถขายได้เกือบ 16 ล้านชุดในระยะเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น ในขณะที่ Office Web Apps ซึ่งเป็นเวอร์ชันแบบเว็บเบส (Web-based) ของ Office 2010 ที่ผู้ใช้สามารถใช้งานโปรแกรม Word, PowerPoint, Excel และ OneNote ผ่านเว็บทางเบราเซอร์ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้

ไมโครซอฟท์ออก Office 2010 General Availability (GA) ซึ่งเป็นเวอร์ชันสำหรับลูกค้าทั่วไป ในวันที่ 15 มิถุนายน 2553 พร้อมกับการเปิดให้บริการ Office Web Apps นอกจากนี้ยังเปิดให้บริการ Office Mobile สำหรับ Windows Phone 7 ในเดือนพฤศจิกายน 2553

โดยในโอกาสครบ 6 เดือนของการออก Office 2010 GA ไมโครซอฟท์ได้เปิดเผยความสำเร็จทั้งทางด้านจำนวนผู้ใช้ Office Web Apps และยอดการขาย Office 2010 ในงาน CES 2011 รายละเอียดดังนี้
• Office Web Apps มีผู้ใช้ทั้งหมดจำนวนมากกว่า 30 ล้านคน ที่ทำการเปิด แก้ไข และแชร์เอกสารออฟฟิชจากที่ใดๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ตโดยใช้โปรแกรมเว็บเบราเซอร์
• Office 2010 จัดเป็นเวอร์ชันที่มีจำนวนการขายเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของของ Office โดยยอดขายจากทั่วโลกสามารถขายได้เป็นจำนวนเกือบ 16 ล้านชุดในระยะเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น นั้นคือมีการขาย Office 2010 ได้ 1 ชุด/วินาที
• เป็นเวลา 8 ปีติิดต่อกันที่โปรแกรม Microsoft Office เป็นผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ที่มียอดขายรวมทุกเวอร์ชันมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาเมื่อวัดจากมูลค่าเป็นเงินดอลลาร์ โดยมากกว่าทั้งเกมส์ (Game) และซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัย (Security software)

วิดีโอด้านล่างจะเป็นลูกค้าที่ประสบความสำเร็จในการใช้งาน Office 2010



บทความโดย: The Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
The Microsoft Office Blog

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.

How to share files using Dropbox

การแชร์ไฟล์ผ่านทาง Dropbox

5 พฤษภาคม 2555: เนื่องจาก Dropbox ได้ปรับปรุงระบบอินเทอร์เฟชใหม่ทำให้ขั้นตอนการแชร์ไฟล์ผ่านทาง Dropbox เปลี่ยนไป รายละเอียดสามารถอ่านได้ที่ การแชร์ไฟล์ผ่านทาง Dropbox (New Interface)

บทความนี้จะเป็นการสาธิตวิธีการแชร์ไฟล์ผ่านทางระบบเก็บข้อมูลแบบคลาวด์ (Cloud Storage) ของ Dropbox ซึ่งเนื้อหาจะต่อเนื่องมาจากบทความเรื่อง การใช้งาน Dropbox ผ่านทางโปรแกรมไคลเอ็นต์ และ การใช้งาน Dropbox ผ่านทางเว็บเบราเซอร์ ที่ได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้

สำหรับการแชร์ไฟล์ผ่านทาง Dropbox นั้นนอกจากช่วยเพิ่มความสะดวกในการแชร์ข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตแล้ว ยังมีจุดเด่นคือ สามารถบริหารจัดการการเข้าถึงการแชร์ได้ง่ายและยังมีระดับความปลอดภัยที่เชื่อถือได้

ขั้นตอนการแชร์ไฟล์โดยใช้ Dropbox
หลังจากทำการล็อกอินเข้า Dropbox แล้วสามารถทำการแชร์ไฟล์ได้โดยการคลิกเมนู Share a folder


จากนั้นในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Share a folder จะมีสองออปชันให้เลือกคือ I'd like to create and share a new folder ซึ่งจะเป็นการสร้างโฟลเดอร์ใหม่แล้วทำการแชร์ กับ I'd like to share an existing folder ซึ่งจะเป็นการแชร์โฟลเดอร์ที่มีอยู่แล้ว

กรณีเลือก I'd like to create and share a new folderให้ป้อนชื่อโฟลเดอร์ที่ต้องการสร้างและแชร์เสร็จแล้วคลิก Next


กรณีเลือก I'd like to share an existing folder ให้คลิก Next จากนั้นเลือกโฟลเดอร์ที่ต้องการแชร์เสร็จแล้วคลิก Next


จากนั้นในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Share "Folder_name" with others ในช่อง Invite collaborators to this folder ให้ป้อนอีเมล์แอดเดรสผู้ที่ต้องการให้เข้าร่วมการแชร์โฟลเดอร์ ส่วนในช่อง Send a personal message with your invitation นั้นจะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้เสร็จแล้วคลิก Share folder

หลังจากทำการแชร์โฟลเดอร์เสร็จ Dropbox จะทำการส่งอีเมล์ไปยังอีเมล์แอดเดรสที่ได้ป้อนตามขั้นตอนด้านบน โดยผู้ที่ได้รับเชิญสามารถคลิกลิงก์ในอีเมล์เพื่อล็อกอินเข้า Dropbox หรือจะทำการล็อกอินโดยตรงจากเว็บไซต์ Dropbox ก็ได้


เมื่อผู้ที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการแชร์โฟลเดอร์ทำการล็อกอินเข้า Dropbox จะได้รับข้อความลักษณะดังรูปด้านล่าง ในกรณีที่ไม่ต้องการเข้าร่วมการแชร์โฟลเดอร์ให้คลิก Cancel หากต้องการเข้าร่วมการแชร์โฟลเดอร์ให้คลิก Accept


หลังจากยอมรับเข้าร่วมการแชร์โฟลเดอร์ Dropbox ก็จะทำการเพิ่มโฟลเดอร์ที่แชร์เข้าในระบบดังรูปด้านล่าง


ในกรณีที่มีการเชิญ Dropbox ก็จะแจ้งเตือนให้ทราบการแสดงบอลลูนสีแดงพร้อมตัวเลขจำนวนการเชิญบนเมนู Sharing

การปรับแต่งการแชร์โฟลเดอร์
หลังจากทำการแชร์โฟลเดอร์เสร็จแล้ว สามารถทำการปรับแต่งการตั้งค่าต่างๆ ได้ โดยการคลิกบนโฟลเดอร์ที่ต้องการปรับแต่ง จากนั้นเลือก Shared folder options


ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Shared folder options for "Folder_name" สามารถเชิญให้ผู้อื่นเข้าร่วมการแชร์โฟลเดอร์ได้โดยการป้อนอีเมล์แอดเดรสในช่องใต้ Invite collaborators to this folder จากนั้นคลิก Invite


สำหรับการจัดการสมาชิกการเข้าร่วมการแชร์ทำได้โดยการคลิก Members จากนั้นเลือกออปชันที่ต้องการ เช่น คลิกเลือกผู้ที่ได้รับเชิญที่ยังไม่ตอบรับแล้วเลือก Reinvite หรือ Uninvite เป็นต้น


สำหรับการตรวจสอบการแชร์โฟลเดอร์ทั้งหมดทำได้โดยการคลิกแท็บ Sahring ซึ่งจะได้หน้าจอลักษณะดังรูปด้านล่าง ซึ่งจากหน้าจอนี้สามารถทำการแชร์โฟลเดอร์เพิ่มได้โดยการคลิก Share a folder หรือปรับแต่งออปชันการแชร์โดยการคลิกลิงก์ Options


การแชร์ไฟล์ด้วยโฟลเดอร์ Public
วิธีการแชร์ไฟล์ด้านบนเป็นการแชร์ให้เฉพาะผู้ที่ได้รับเชิญและต้องเป็นสมาชิก Dropbox เท่านั้น ในกรณีที่ต้องการแชร์ด้วย Dropbox ให้กับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก Dropbox จะต้องทำการแชร์ผ่านทางโฟลเดอร์ Public โดยการคลิกขวาบนไฟล์ที่ต้องการแชร์จากนั้นคลิก Copy public link จากนั้นนำลิงก์ที่ได้ไปวางไว้ในหน้าเว็บหรือส่งให้กับผู้รับผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ ข้อดีของการแชร์ไฟล์ด้วยโฟลเดอร์ Public คือใช้งานง่ายและสามารถแชร์ให้แบบ "สาธารณะ" ได้ แต่มีข้อด้อยคือสนับสนุนเฉพาะการแชร์ไฟล์เท่านั้นไม่สามารถใช้แชร์โฟลเดอร์ได้

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

Copyright © 2011 TWA Blog. All Rights Reserved.