Tuesday, August 31, 2010

Gmail Priority Inbox

Google เตรียมเปิดให้บริการฟีเจอร์ Gmail Priority Inbox เพื่อช่วยกลั่นกรองอีเมลในสัปดาห์หน้า
ปัจจุบันอีเมลได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของใครหลายคน (รวมถึงตัวผู้เขียน) แต่ปัญหาอย่างหนึ่งของการใช้งานอีเมลโดยเฉพาะคนที่รับอีเมลเป็นจำนวนมากในแต่ละวันคือการมีอีเมลที่มากเกินไปทั้งอีเมลแจ้งเตือนการประชุม อีเมลจากเพื่อนหรือคนครอบครัว รวมถึงอีเมลไร้สาระต่างๆ ส่งผลทำให้ต้องในแต่ละวันต้องเสียเวลาหลายนาทีเพื่อค้นหาอีเมลฉบับที่ต้องการหรือฉบับสำคัญ แต่ในอีกไม่นานปัญหาดังกล่าวนี้จะไม่เกิดขึ้นกับผู้ใช้ Gmail อีกต่อไป เนื่องจาก Google เตรียมเปิดให้บริการฟีเจอร์ Gmail Priority Inbox ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่จะช่วยในการกลั่นกรองและแยกอีเมลที่สำคัญออกจากอีเมลธรรมดาที่ไม่สำคัญ (Google เรียกว่า bologna หรือ bacn) ทำให้การเข้าถึงอีเมลที่ต้องการได้ง่ายและเร็วขึ้น

โดยฟีเจอร์ Priority Inbox จะทำการแยกอินบ็อกซ์ออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย Important and unread, Starred และ Everything else ดังภาพประกอบด้านล่าง ส่งผลให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงอีเมลที่ต้องการได้ง่ายและเร็วขึ้น

Credit: Google

โดยจากข้อมูลในบล็อก Gmail ระบุว่าฟีเจอร์ Gmail Priority Inbox นั้นยังอยู่ในเวอร์ชัน "ทดสอบ (Beta)" และจะเริ่มเปิดให้บริการแก่ผู้ใช้ Gmail ในสัปดาห์หน้า สำหรับวิธีการเปิดใช้งานผู้ใช้ต้องเข้าไปตั้งค่าพารามิเตอร์ต่างๆ ในเมนู Priority Inbox (ปััจุบัน Google ยังไม่เปิดบริการเมนูนี้) ซึ่งอยู่ในเมนู Settings ของ Gmail

สำหรับวิธีการใช้งานของ Gmail Priority Inbox นั้นสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ วิธีการใช้งาน Gmail Priority Inbox ส่วนวิธีการทำงานดูได้จากคลิปวิดีโอด้านล่าง

Credit: Youtube.com

บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Official Google Blog

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Monday, August 30, 2010

การจัดการ Remote Desktop ด้วย Remote Desktop Connection Manager (RDCMan)

บทความนี้จะเป็นวิธีการใช้งานโปรแกรม Remote Desktop Connection Manager (RDCMan) ซึ่งเป็นเครื่องมือฟรีสำหรับจัดการรีโมทเดสก์ท็อปจากไมโครซอฟท์ (ใครยังไม่มีโปรแกรมเข้าไปดาวน์โหลด ที่นี่) และสามารถอ่านรายละเอียดการดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ Remote Desktop Connection Manager (RDCMan)

โปรแกรม RDCMan รองรับ Windows XP ขึ้นไป และต้องใช้ .Net Framework 2.0 ในการทำงาน โดยหลังจากดาวน์โหลดแล้วเสร็จให้ทำการติดตั้งโดยดับเบิลคลิกไฟล์ rdcman.exe จากนั้นยอมรับข้อตกลงแล้วดำเนินการตามคำสั่งบนจอภาพจนแล้วเสร็จ ในกรณีทำการติดตั้งบน Windows 7/8/8.1 ให้คลิก Yes บนหน้า User Account Control

สำหรับวิธีการใช้งาน RDCMan มีขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนที่ 1: การตั้งค่าอ็อปชัน
ก่อนใช้งาน RDCMan ให้ทำการตั้งค่าอ็อปชันต่างๆ ตามขั้นตอนดังนี้
1. เปิดโปรแกรมโดยคลิก Start คลิก Remote Desktop Connection Manager
2. ในหน้าต่างโปรแกรม Remote Desktop Connection Manager ให้คลิก Tools จากนั้นคลิก Options
3. คลิกแท็บ Experience ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Options แล้วเลือก Connection speed เป็นค่าที่เหมาะสม ในที่นี้เลือกเป็น LAN (10 Mbps or higher) เสร็จแล้วคลิก OK


ขั้นตอนที่ 2: การสร้างไฟล์สำหรับ RDCMan Groups
ขั้นตอนที่ 2 จะเป็นการสร้างไฟล์สำหรับ RDCMan Groups (ไฟล์นามสกุล .rdg) ซึ่งเป็นไฟล์สำหรับใช้เก็บข้อมูลการตั้งค่าและเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นสมาชิก ตามขั้นตอนดังนี้
1. ในหน้าต่างโปรแกรม Remote Desktop Connection Manager ให้คลิกเมนู File แล้วเลือก New จากนั้นในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ New File ให้ป้อนที่กลุ่มที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น Windows Server 2008 R2 เป็นต้น เสร็จแล้วคลิก Save


2. ทำการสร้างกลุ่มเพิ่มตามขั้นตอนที่ 1 จนครบตามจำนวนที่ต้องการเสร็จแล้วจะได้หน้าต่างลักษณะดังรูปด้านล่าง


3. หลังจากทำการสร้างกลุ่มครบแล้วให้คลิกเมนู File แล้วเลือก Save Allg เพื่อทำการบันทึกข้อมูลทั้งหมด

ขั้นตอนที่ 3: การกำหนดคุณสมบัติของกลุ่ม
การกำหนดคุณสมบัติของกลุ่มนั้นจะมีผลกับทุกเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นสมาชิกของกลุ่ม โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. คลิกขวาบนกลุ่มที่ต้องการเสร็จแล้วคลิก Properties


2. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ File Properties ให้คลิกแท็บ Logon Credentials แล้วป้อนค่า User name และ Password หรือคลิกเช็คบ็อกซ์ Inherit from parent เพื่อใช้ค่าคอนฟิกของกลุ่ม

ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้เลือกเช็คบ็อกซ์ "Store password as clear text" โดยเด็ดขาด


3. จากนั้นคลิกแท็บ Security Settings แล้วเลือกอ็อปชัน Authentication ตามความเหมาะสมหรือคลิกเช็คบ็อกซ์ Inherit from parent เพื่อใช้ค่าคอนฟิกของกลุ่ม เสร็จแล้วคลิก OK


ขั้นตอนที่ 4: การเพิ่มเซิร์ฟเวอร์เข้ากลุ่ม
การเพิ่มเซิร์ฟเวอร์เข้ากลุ่มจะช่วยให้การใช้งานสะดวกขึ้น ตัวอย่างเช่น สามารถแยกเซิร์ฟเวอร์ตามเวอร์ชันของ Windows หรือแยกตามแอคทีฟไดเร็กตอรีโดเมน (Active Directory Domian) เป็นต้น การเพิ่มเซิร์ฟเวอร์เข้ากลุ่มมีขั้นตอนดังนี้

1. คลิกขวากลุ่มที่ต้องการแล้วเลือก Add Server ในไดอะล็อกบ็อกซ์ warning ให้คลิก Yes


2. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์Add Server ในช่อง Server name ให้ป้อนชื่อเซิร์ฟเวอร์หรือหมายเลขไอพีของเซิร์ฟเวอร์ และในช่อง Desplay name ให้ใส่ชื่อที่ต้องการแสดงในหน้าโปรแกรม RDCMan เสร็จแล้วคลิก Add


หมายเหตุ: RDCMan สามารถทำการกำหนดคุณสมบัติของเซิร์ฟเวอร์แต่ละตัวได้โดยการคลิกขวาบนเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการแล้วเลือก Properties

ขั้นตอนที่ 5 : การเชื่อมต่อกับโฮสต์
หลังจากเพิ่มเซิร์ฟเเวอร์เสร็จเรียบร้อยแล้วสามารถทำการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ตามขั้ยตอนดังนี้

1. ดับเบิลคลิกหรือคลิกขวาแล้วเลือก Connect Server บนชื่อเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการเชื่อมต่อ
2. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Windows Security: Enter your cedentials ให้ป้อนรหัสผ่านของชื่อผู้ใช้ที่ต้องการเชื่อมต่อเสร็จแล้วคลิก OK


หมายเหตุ:
1. ในกรณีที่กำหนด Logon Credentials ไว้ล่วงหน้า RDCMan จะทำการล็อกออนให้โดยอัตโนมัติ
2. ในกรณีที่กำหนดค่า Security Settings เป็น Warn if authentication fails จะได้หน้าไดอะล็อกบ็อกซ์เตือนดังรูปด้านล่าง



RCDMand นั้นสามารถเชื่อมต่อโฮสต์ได้หลายตัวพร้อมกันในหน้าต่างเดียว (ดูภาพประกอบด้านล่าง) การสลับทำงานระหว่างโฮสต์แต่ละตัวทำได้โดยการคลิกเม้าส์บนชื่อโฮสต์ที่ต้องการ


ขั้นตอนที่ 5 : การจบการเชื่อมต่อ
การจบการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ทำได้โดยการคลิกขวาบนเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการแล้วเลือก Disconnect Server หรือ Log off server แล้วคลิก OK


การลบเซิร์ฟเวอร์ออกจากกลุ่ม
การลบเซิร์ฟเวอร์ออกจากกลุ่มทำได้โดยการคลิกขวาบนเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการแล้วเลือก Remove Server หรือกดปุ่ม Delete จากนั้นคลิก Yes ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ RDCMan


© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Saturday, August 28, 2010

Potentially DLL preloading attacks vulnerable applications

รายชื่อโปรแกรมที่อาจมีช่องโหว่ความปลอดภัย DLL preloading attacks
บทความโดย: The Windows Administrator Blog

สืบเนื่องจากมีรายงานเกี่ยวกับช่องโหว่ DLL preloading attacks ในหลายแอพพลิเคชันจนทำให้ไมโครซอฟท์ต้องประกาศเตือนผู้ใช้ Windows ให้ระวังการโจมตีระบบผ่านทางช่องโหว่นี้ตามรายละเอียดที่ผมได้โพสต์ในบทความเรื่อง Microsoft Security Advisory (2269637): Insecure Library Loading Could Allow Remote Code Execution

ปัจจุบันมีผู้ทำการรวบรวมรายชื่อแอพพลิเคชันซึ่งอาจมีช่องโหว่ความปลอดภัย DLL preloading attacks แล้ว สำหรับรายชื่อแอพพลิเคชันชื่อดังมีดังนี้

หมายเหตุ: รายชื่อเหล่านี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากผู้เป็นเจ้าของแอพพลิเคชันนั้นๆ หรือจากไมโครซอฟท์

• Apple Safari ไฟล์ที่มีปัญหา dwmapi.dll มีผลกระทบกับเวอร์ชันต่ำกว่า 5.0.1
•Avast! license file ไฟล์ที่มีปัญหา mfc90loc.dll มีผลกระทบกับเวอร์ชันต่ำกว่า 5.0.594

Adobe: มีแอพพลิเคชันซึ่งอาจมีช่องโหว่ความปลอดภัย DLL preloading attacks ดังนี้
• Adobe Dreamweaver ไฟล์ที่มีปัญหา mfc90loc.dll, mfc90ptb.dll (lang-dependent) CS4 มีผลกระทบกับเวอร์ชันต่ำกว่า 10.0 build 4117 CS5 มีผลกระทบกับเวอร์ชันต่ำกว่า 11.0 build 4909
• Adobe ExtendedScript Toolkit ไฟล์ที่มีปัญหา dwmapi.dll เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ CS5 v3.5.0.52
• Adobe Extension Manager (mxi,mxp) ไฟล์ที่มีปัญหา dwmapi.dll เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ CS5 v5.0.298
• Adobe Photoshop ไฟล์ที่มีปัญหา wintab32.dll เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ CS2
• Adobe Fireworks เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ CS3, CS4 และ CS5
• Adobe Device Central ไฟล์ที่มีปัญหา qtcf.dll เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ CS5
• Adobe Illustrator (ait, eps) ไฟล์ที่มีปัญหา aires.dll เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ CS4 v14.0.0
• Adobe On Location (olproj) ไฟล์ที่มีปัญหา ibfs32.dll เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ CS4 build 315
• Adobe Indesign (indl, indp, indt, inx) ไฟล์ที่มีปัญหา ibfs32.dll เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ CS4 v6.0
• Adobe Premier (pproj, prfpset, prexport, prm, prmp, prpreset, prproj, prsl, prtl, vpr) ไฟล์ที่มีปัญหา ibfs32.dll เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ Pro CS4 314
• Adobe Audition (audition.exe) (cdl, cel, dbl, dwd, pcm, sam, ses, smp, svx, vox) ไฟล์ที่มีปัญหา assist.dll, ff_theora.dll, quserex.dll, skl_drv_mpg.dll เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ 3.0.7283.0 Win7 x64

• Cisco Packet Tracer (pkt, pkz) ไฟล์ที่มีปัญหา wintab32.dll เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ 5.2
• CITRIX Citrix ICA Client ica) ไฟล์ที่มีปัญหา pncachen.dll, wfapi.dll มีผลกระทบกับเวอร์ชันต่ำกว่า v9.0.32649.0
• Corel Draw (cmx,csl) ไฟล์ที่มีปัญหา crlrib.dll มีผลกระทบกับเวอร์ชันต่ำกว่า X3 v13.0.0.576
• Corel PhotoPaint (cpt) ไฟล์ที่มีปัญหา crlrib.dll มีผลกระทบกับเวอร์ชันต่ำกว่า X3 v13.0.0.576
• GFI Backup (gbc,gbt) ไฟล์ที่มีปัญหา armaccess.dll เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ 2009 Home Edition
• Google Chrome ไฟล์ที่มีปัญหา chrome.dll มีผลกระทบกับเวอร์ชันล่าสุด
• Google Earth (kmz) ไฟล์ที่มีปัญหา quserex.dll มีผลกระทบกับเวอร์ชันต่ำกว่า v5.1.3535.3218
• IBM Lotus Notes client ndl,ns2,ns3,nsf,nsg,nsh,ntf) ไฟล์ที่มีปัญหา kernel32.dll 5.0.12
• Mediaplayer Classic mpc (all formats) ไฟล์ที่มีปัญหา iacenc.dll มีผลกระทบกับเวอร์ชันต่ำกว่า 1.3.2189.0
• Media Player Classic (3gp, 3gp2, flv, m4b, m4p, m4v, mp4, spl) ไฟล์ที่มีปัญหา ehtrace.dll, iacenc.dll มีผลกระทบกับเวอร์ชันต่ำกว่า v6.4.9.x

Microsoft: มีแอพพลิเคชันซึ่งอาจมีช่องโหว่ความปลอดภัย DLL preloading attacks ดังนี้
• Microsoft Powerpoint odp,pot,potm,pptx,ppt,ppa,pps,ppsm,ppsx,pptm,pwz,sldm,sldx) ไฟล์ที่มีปัญหา pptimpconv.dll, pp7x32.dll,rpawinet.dll – verified on 32 & 64bit 2007
2010 • Microsoft Word docx) ไฟล์ที่มีปัญหา rpawinet.dll เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ 2007
• Microsoft Virtual PC (vmc) ไฟล์ที่มีปัญหา midimap.dll เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ 2007
• Microsoft Visio (vtx – 2003, vss – 2010) ไฟล์ที่มีปัญหา 2003 – mfc71enu.dll, เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ 2010 – dwmapi.dll เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ 2003 และ 2010
• Microsoft Office Groove (wav, p7c) ไฟล์ที่มีปัญหา mso.dll เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ2007
• Microsoft Windows Mail (nws) ไฟล์ที่มีปัญหา wab32res.dll
• Microsoft Windows Live Email (eml,rss) ไฟล์ที่มีปัญหา dwmapi.dll มีผลกระทบกับเวอร์ชันล่าสุด
• Microsoft Movie Maker (mswmm) ไฟล์ที่มีปัญหา hhctrl.ocx มีผลกระทบกับเวอร์ชันต่ำกว่า 2.6.4038.0
• Microsoft Vista Backup Manager (.wbcat) ไฟล์ที่มีปัญหา fveapi.dll
• Microsoft Internet Connection Signup Wizard ไฟล์ที่มีปัญหา smmscrpt.dll มีผลกระทบกับเวอร์ชันล่าสุด
• Microsoft Internet Communication Settings (isp) ไฟล์ที่มีปัญหา schannel.dll มีผลกระทบกับเวอร์ชันล่าสุด
• Microsoft Group Convertor (grp) ไฟล์ที่มีปัญหา imm.dll มีผลกระทบกับเวอร์ชันล่าสุด
• Microsoft Clip Organizer (mpf) ไฟล์ที่มีปัญหา twcgst.dll มีผลกระทบกับเวอร์ชันต่ำกว่า 11.8164.8324 XP SP3)
• Microsoft Clip Book Viewer ไฟล์ที่มีปัญหา mfaphook.dll
• Microsoft Snapshot viewer (snp) ไฟล์ที่มีปัญหา mfc71enu.dll, mfc71loc.dll เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ 11
• Windows Program Group / grpconv.exe (grp) ไฟล์ที่มีปัญหา imm.dll มีผลกระทบกับเวอร์ชันล่าสุด
• Microsoft Windows Address Book wab.exe/Contacts (wab, p7c, contact, group, vcf) ไฟล์ที่มีปัญหา wab32res.dll เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ Windows XP และ Windows Vista
• Microsoft RDP Client (rdp) ไฟล์ที่มีปัญหา dwmapi.dll เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ Win7, ieframe.dll เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ XPSP3 (v6.1.7600.16385 Win7) v6.0.6001.18000 XP SP3)
• Microsoft Visual Studio devenv.exe (cur, rs, rct, res) ไฟล์ที่มีปัญหา NULL.dll 2008
• wscript (jse) /( js, vbs) ไฟล์ที่มีปัญหา wshfra.dll, traceapp.dll เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ Windows XP
• Microsoft Windows Media Encoder prx) ไฟล์ที่มีปัญหา wmerrorenu.dll, winietenu.dll, asferrorenu.dll 9.00.00.2980
• Microsoft ATL Trace Tool atltracetool8.exe) trc) ไฟล์ที่มีปัญหา dwmapi.dll 10.0.30319.1
• Microsoft DirectShow SDK Filter Graph Editor grf) ไฟล์ที่มีปัญหา ehtrace.dll, measure.dll 10.0.0.0 Win7 x64)
• Microsoft Help & Support Center ไฟล์ที่มีปัญหา wshfra.dll

• Mozilla Firefox htm, html, jtx, mfp, shtml, xaml) ไฟล์ที่มีปัญหา dwmapi.dll มีผลกระทบกับเวอร์ชันต่ำกว่า 3.6.8
• Mozilla Thunderbird (eml,html) ไฟล์ที่มีปัญหา dwmapi.dll เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ 3.1.2
• Nokia Suite ContentCopier ไฟล์ที่มีปัญหา wintab32.dll
• Nokia Suite Communication Centre ไฟล์ที่มีปัญหา wintab32.dll
• Winamp (669,aac,aiff,amf,au,avr,b4s,caf,cda) ไฟล์ที่มีปัญหา wnaspi32.dll, dwmapi.dll เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ 5.581
• Winamp (b4s, m3u8, m3u, pls) ไฟล์ที่มีปัญหา wnaspi32.dl เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ 5.5.8.2985 บน Windows 7 x64)
• NVidia Driver (tvp) ไฟล์ที่มีปัญหา nview.dll มีผลกระทบกับเวอร์ชันล่าสุด
• Opera (htm, html, mht, mhtml, xht, xhtm, xhtl) ไฟล์ที่มีปัญหา dwmapi.dll มีผลกระทบกับเวอร์ชันต่ำกว่า 10.61 Opera widgets (wgt)
• Oracle Java Web Start (javaw.exe) (jnlp) ไฟล์ที่มีปัญหา schannel.dll เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ 1.6 update 21
• Real Player ไฟล์ที่มีปัญหา wnaspi32.dll มีผลกระทบกับเวอร์ชันต่ำกว่า 1.1.5 build 12.0.0.879
• SiSoft Sandra ไฟล์ที่มีปัญหา dwmapi.dll
• Sony Sound Forge Pro ไฟล์ที่มีปัญหา mtxparhvegaspreview.dll เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ10.0
• Skype ไฟล์ที่มีปัญหา wab32.dll มีผลกระทบกับเวอร์ชันต่ำกว่า 4.2.0.169
• Teamviewer (tvc, tvs) ไฟล์ที่มีปัญหา dwmapi.dll มีผลกระทบกับเวอร์ชันต่ำกว่า 5.0.8703
• TechSmith Snagit (.snag) ไฟล์ที่มีปัญหา dwmapi.dll มีผลกระทบกับเวอร์ชันต่ำกว่า 10 build 788
•TechSmith Snagit (accessories results) มีผลกระทบกับเวอร์ชันล่าสุด
• TechSmith Snagit (profiles snagprof) มีผลกระทบกับเวอร์ชันล่าสุด
• uTorrent ไฟล์ที่มีปัญหา userenv.dll, shfolder.dll, dnsapi.dll, dwmapi.dll, iphlpapi.dll, dhcpcsvc.dll, dhcpcsvc6.dll, rpcrtremote.dll .torrent plugin_dll.dll มีผลกระทบกับเวอร์ชันต่ำกว่า 2.0.3 / มีผลกระทบกับเวอร์ชันต่ำกว่า 2.0.3 ไฟล์ที่มีปัญหา fixed in 2.0.4 b21431)
• VLC media player (mp3) ไฟล์ที่มีปัญหา wintab32.dll มีผลกระทบกับเวอร์ชันต่ำกว่า 1.1.3 ไฟล์ที่มีปัญหา fixed in 1.1.4)
• winrar (rar) ไฟล์ที่มีปัญหา sgedrse.dll เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ 4.57
• Wireshark (5vw, acp, apc, atc,bfr,cap,enc,erg,fdc,pcap,…) ไฟล์ที่มีปัญหา airpcap.dll, tcapi.dll มีผลกระทบกับเวอร์ชันต่ำกว่า 1.2.10
• dumpcap (5vw, acp, apc, atc,bfr,cap,enc,erg,fdc,pcap,…) ไฟล์ที่มีปัญหา airpcap.dll, tcapi.dll มีผลกระทบกับเวอร์ชันต่ำกว่า 1.2.10

สำหรับรายชื่อของแอพพลิเคชันทั้งหมดอานได้จากเว็บไซต์อ้างอิงด้านล่าง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Peter Van Eeckhoutte's Blog

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Friday, August 27, 2010

Call phones from Gmail

Google เปิดให้ผู้ใช้ Gmail ในสหรัฐอเมริกาโทรออกไปยังเครื่องโทรศัพท์ได้แล้ว
3 สิงหาคม 2554: กูเกิลเตรียมขยายบริการ Calling from Gmail ซึ่งเป็นบริการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตราคาถูกเพิ่มเติมอีกจำนวน 38 ภาษา ในประเทศต่างๆ มากกว่า 150 ประเทศรวมถึงประเทศไทย โดยกูเกิลจะทยอยเปิดให้บริการในอีก 1-2 วันจากนี้ ซึ่งกูเกิลจะทำการเพิ่มไอคอนโทรศัพท์สีเขียวในหน้า Gmail ของผู้ใช้ที่อยู่ในประเทศที่รองรับบริการดังกล่าวนี้ สำหรับค่าบริการในประเทศไทยนั้นอยู่ที่ $0.02 (ประมาณ 60 สตางค์) ต่อนาที สำหรับการโทรไปยังปลายทางแบบโทรศัพท์บ้าน และ $0.03 (ประมาณ 90 สตางค์) ต่อนาที สำหรับการโทรไปยังปลายทางแบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทั้งนี้ ผู้ใช้สามารถเลือกจ่ายค่าบริการด้วย 4 สกุลเงิน คือ เงินยูโร เงินปอนด์ ดอลลาร์แคนาดา หรือ ดอลลาร์สหรัฐ

วันที่ 25 สิงหาคม 2553 ที่ผ่านมา Google ได้เปิดให้บริการ Call phones from Gmail ซึ่งเป็นบริการโทรออกไปยังเครื่องโทรศัพท์จากภายใน Gmail แล้ว บริการดังกล่าวนี้เป็นเทคโนโลยีการโทรศัพท์ผ่านระบบ VOIP ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากบริการ Gmail voice and video chat ที่เป็นบริการที่ให้ผู้ใช้ Gmail สามารถทำการโทรศัพท์ถึงกันแบบ PC-to-PC

ปัจจุบัน Google เปิดให้บริการ Call phones from Gmail เฉพาะผู้ใช้ Gamil ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น สำหรับการให้บริการในประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศไทยนั้น Google จะทยอยเปิดให้บริการในภายหลัง (ยังไม่มีการประกาศกำหนดการเปิดให้บริการที่แน่นอน)

ในการใช้งาน Call phones from Gmail นั้นผู้ใช้จะต้องติดตั้งปลั๊กอิน Voice and Chat ซึ่งรองรับทั้ง Windows XP, Windows Vista, Windows 7, Mac OS X 10.4 หรือสูงกว่า และ Linux สามารถติดตั้งได้จากเว็บไซต์ http://www.google.com/chat/voice/ โดยหลังจากติดตั้งปลั๊กอินแล้วสามารถทำการโทรออกได้เหมือนกับการโทรจากเครื่องโทรศัพท์ปกติโดยคลิก Call phone (ดูภาพประกอบด้านล่าง) จากนั้นกดหมายเลขโทรศัพท์ที่ต้องการโทรเสร็จแล้วคลิก Call


สำหรับอัตราค่าบริการในปัจจุบัน Google เปิดให้บริการ Call phones from Gmail ฟรีสำหรับการโทรออกไปยังปลายทางที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ในขณะที่การโทรออกไปยังปลายทางในประเทศอื่นๆ นั้นมีอัตราค่าบริการที่ต่ำมากๆ อย่างเช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน จีน และ ญี่ปุ่น นั้นคิดค่าบริการนาทีละ $0.02 (ประมาณ 60 สตางค์) ส่วนการโทรมายังประเทศไทย (ทั้งโทรศัพท์มือถือและโทรศัพท์บ้าน) นั้นคิดค่าบริการนาทีละ $0.03 (ประมาณไม่ถึง 1 บาท) สำหรับอ่านรายละเอียดค่าบริการทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์ https://www.google.com/voice/rates

1 million calls during first day
สำหรับผลการให้บริการ Call phones from Gmail ในวันแรกนั้นปรากฏว่ามีการโทรศัพท์จาก Gmail ถึง 1 ล้านครั้ง

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
The Official Google Blog

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Thursday, August 26, 2010

Mozilla Firefox 4.0 Beta 4 vs Google Chrome 6.0.472.41 Beta

เปรียบเทียบ Firefox 4.0 Beta 4 กับ Google Chrome 6.0.472.41 Beta
โปรแกรมเว็บเบราเซอร์นั้นเป็นโปรแกรมที่มีการแข่งขันสูงมาก โดยโปรแกรมที่ครองส่วนแบ่งผู้ใช้อันดับ 1,2 และ 3 ได้แก่ Internet Explorer, Mozilla Firefox และ Google Chrome ตามลำดับ โดยทั้งไมโครซอฟท์ โมซิลล่าและกูเกิลต่างแข่งขันกันพัฒนากันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งส่วนแบ่งผู้ใช้ให้ได้มากที่สุด

โดยปัจจุบันไมโครซอฟท์กำลังพัฒนา Internet Explorer 9 (IE9) และจะเปิดให้ดาวน์โหลด IE9 เวอร์ชันเบต้าวันที่ 15 กันยายน 2553 ศกนี้ ส่วน Google กำลังพัฒนา Chrome 6.0 และได้เปิดให้ผู้สนใจดาวน์โหลด Chrome 6.0.472.41 ซึ่งเป็น Beta ลำดับที่ 3 เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา (อ่านรายละเอียดได้ที่ Goolge Chrome 6.0.472.41 Beta Channel) ในขณะที่ Mozilla นั้นก็กำลังพัฒนา Firefox 4.0 ซึ่งล่าสุดได้เปิดให้ผู้สนใจดาวน์โหลด Firefox 4.0 Beta 4 ทดลองใช้งานได้แล้วเมื่อวานนี้ (อ่านรายละเอียดได้ที่ Download Mozilla Firefox 4.0 Beta 4)

สำหรับบทความนี้จะเปรียบเทียบโปรแกรม Firefox 4.0 Beta 4 กับ Google Chrome 6.0.472.41 Beta ส่วน IE9 นั้นไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบในขณะนี้ได้เนื่องจากยังไม่ออกเวอร์ชันเบต้า โดยมีกำหนดออกในวันที่ 15 กันยายนที่จะถึงนี้ (อ่านรายละเอียด Microsoft to launch Internet Explorer 9 beta on September 15th, 2010)

Firefox 4.0 Beta 4
ใน Firefox 4.0 นั้นจะทำการออกแบบระบบกราฟิกยูสเซอร์อินเทอร์เฟช (Graphical User Interface) ใหม่ทั้งหมด ดังนี้
• New Tab Location
โดยตำแหน่งของแท็บจะถูกย้ายไปอยู่ด้านบนช่องแอดเดรสบาร์ (Awesome Bar)
• Switch to Tab
สามารถทำการสลับระหว่างแต่ละแท็บได้ง่ายๆ ด้วยจากช่องแอดเดรสบาร์ (Awesome Bar)
• App Tabs
สามารถแยกเว็บไซต์ที่ใช้งานเป็นประจำ ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์อีเมล ออกจากแท็บอื่นๆ และตั้งให้เป็นโฮม (Home) เพื่อให้ Firefox โหลดเว็บไซต์พร้อมกับการเปิดโปรแกรม

Firefox 4.0 Beta 4

• Firefox Button
เมนูทุกรายการจะอยู่ภายในปุ่มเดียว (ดูภาพประกอบด้านล่าง) เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงและสะดวกในการใช้งาน

Firefox Button

Google Chrome 6.0.472.41 Beta
ใน Google Chrome 6.0 นั้นได้รับการปรับปรุงระบบกราฟิกยูสเซอร์อินเทอร์เฟชใหม่หลายอย่าง โดยไอคอนบุ๊กมาร์ค (Bookmark star) จะถูกย้ายไปอยู่ด้านขวามือสุดของช่องออมนิบ็อกซ์ (Omnibox) และใน Google Chrome 6.0 จะไม่แสดง http:// หน้าชื่อเว็บไซต์และเครื่องหมายสแสช (/) หลังชื่อโฮสต์เนมในช่องออมนิบ็อกซ์ โดยจะแสดงเฉพาะเว็บไซต์ที่มีการเข้ารหัสข้อมูล คือเว็บไซต์ที่นำหน้าด้วย https:// เท่านั้น ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ใช้เห็นความแตกต่างระหว่างเว็บไซต์ธรรมดาและเว็บไซต์ที่มีการเข้ารหัสข้อมูลได้อย่างชัดเจน

Chrome 6.0.472.41

นอกจากนี้อ็อปชันต่างๆ ของแถบเครื่องมือ (Toolbar) จะถูกรวมเข้าไปอยู่ในเมนูเดียว (ดูภาพประกอบด้านล่าง) เพื่อความสะดวกในการใช้งาน

Tools bar

เปรียบฟีเจอร์เด่น
Firefox 4.0 Beta 4 นั้นมีฟีเจอร์เด่นคือ Firefox Panorama และ Firefox Sync

Firefox Panorama
Firefox Panorama เป็นฟีเจอร์ใหม่ใน Firefox 4.0 ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเห็นภาพรวมของแท็บทั้งหมดที่เปิดอยู่ และผู้ใช้ยังสามารถจัดเรียงหรือจัดกลุ่มแท็บต่างๆ ได้ตามความต้องการอีกด้วย (ดูภาพประกอบด้านล่าง)

Firefox Panorama

Firefox Sync
Firefox Sync เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำการซิงค์ข้อมูลบุ๊กมาร์ค (Bookmarks) ประวัติการใช้งาน (History) แอดเดรสบาร์ (Awesome Bar) รหัสผ่าน (Passwords) ข้อมูล Form-fill และแท็บที่เปิด (Open tabs ) ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยอิสระจากอุปกรณ์ที่ใช้ผ่านทางคลาวด์ (Cloud)

Firefox Sync ช่วยให้ผู้ใช้ปรับแต่งและซิงก์ข้อมูลได้จากทุกๆ ที่ รวมทั้งกับ Firefox Home บน iPhone โดย Firefox Sync นั้นจะทำการเข้ารหัสข้อมูลก่อนที่จะทำการส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์และจะไม่มีการติดตามข้อมูลของผู้ใช้โดยเด็ดขาด

Firefox Sync

Google Chrome 6.0.472.41 Beta นั้นมีฟีเจอร์เด่นคือ Form Autofill และ Syncing of extensions and Autofill data
Form Autofill
ฟีเจอร์ Form Autofill (ดูวิดีโอสาธิตการทำงานได้ที่ Autofill for Google Chrome (BETA) เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้การป้อนข้อมูลในแบบฟอร์มต่างๆ ทำได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น ในขณะที่มีระดับความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ Form Autofill จะอยู่ในแท็บ Personal Stuff ของ Google Chrome Optipns

Syncing of extensions and Autofill data
ฟีเจอร์ Sync ใน Google Chrome 6.0 นั้นสามารถทำการซิงค์ข้อมูลบุ๊กมาร์ค (Bookmarks) การตั้งค่า (Preferences) ธีม (Themes) ส่วนขยาย (Extensions) และข้อมูล Form Autofill (การซิงค์ข้อมูลจะไม่รวมข้อมูลหมายเลขเครดิตการ์ด) ผ่านทางแอคเคาท์ของ Google ได้ Sync จะอยู่ในแท็บ Personal Stuff ของ Google Chrome Optipns


ผลการเปรียบเทียบ Firefox 4.0 Beta 4 กับ Google Chrome 6.0.472.41 Beta
หากพิจารณาในด้านอินเทอร์เฟชจะเห็นได้ชัดเจนว่า Mozilla พยายามลดความซับซ้อนของระบบอินเทอร์เฟชของ Firefox 4.0 ลงเพื่อให้ใช้งานได้สะดวกขึ้นในขณะที่ Google ก็ทำการปรับอินเทอร์เฟชของ Chrome ซึ่งมีน้อยอยู่แล้วให้น้อยลงอีก จากการทดลองใช้งานเบื้องต้นพอจะสรุปออกเป็นประเด็นได้ดังนี้

• การติดตั้ง
ทั้ง Firefox 4.0 Beta 4 และ Google Chrome 6.0 Beta สามารถติดตั้งและทำงานบน Windows 7 ได้อย่างไม่มีปัญหา โดยการติดตั้ง Google Chrome 6.0 Beta นั้นทำงานได้เร็วมากและไม่ต้องผ่าน UAC ของ Windows 7 แต่จะไม่สามารถติดตั้ง 2 เวอร์ชัน (ทั้งเวอร์ชัน Beta, Dev หรือ Stable) บนเครื่องเดียวกันได้ ในขณะที่การติดตั้ง Firefox 4.0 Beta 4 นั้นต้องผ่าน UAC ของ Windows 7 แต่จะสามารถติดตั้ง 2 เวอร์ชันบนเครื่องเดียวกันได้ (ต้องเลือกติดตั้งแบบ Custom)

• ระบบกราฟิกยูสเซอร์อินเทอร์เฟช
ระบบกราฟิกยูสเซอร์อินเทอร์เฟชของ Firefox 4.0 Beta 4 นั้นเปลี่ยนแปลงไปจากเวอร์ชันปัจจุบัน (Firefox 3.6.8) อย่างสิ้นเชิง ในขณะที่ระบบกราฟิกยูสเซอร์อินเทอร์เฟชของ Google Chrome 6.0 Beta นั้นไม่แตกต่างจากเวอร์ชันปัจจุบัน (Google Chrome 5.0) มากนัก

• ประสิทธิภาพการทำงาน
จากการทดสอบใช้งาน Google Chrome 6.0 Beta กับ Firefox 4.0 Beta 4 กับเว็บไซต์ทั่วไปไม่มีความรู้สึกถึงความแตกต่างด้านประสิทธิภาพการทำงาน อย่างไรก็ตามการตั้งค่าเสิร์ชเอนจินบน Firefox 4.0 Beta 4 นั้นเข้าถึงได้ง่ายและเร็วกว่าบน Google Chrome 6.0 Beta (เนื่องจาก Google Chrome ไม่มีเสิร์ชบ็อกซ์)

• ข้อสังเกต
การที่ระบบยูสเซอร์อินเทอร์เฟชของ Firefox 4.0 Beta 4 นั้นเปลี่ยนแปลงไปจากเวอร์ชันปัจจุบันอย่างสิ้นเชิงทำให้ผู้ใช้ต้องใช้เวลาในการศึกษาและทำการความคุ้นเคยกับใช้งานใหม่ นอกจากนี้ผมพบปัญหาไม่สามารถดูหมายเลขเวอร์ชันได้หากไม่แสดงแถบเมนู (Menu Bar)

ในส่วน Google Chrome 6.0 Beta นั้นระบบยูสเซอร์อินเทอร์เฟชไม่ต่างจากเวอร์ชันปัจจุบันมากนักผู้ใช้จึงไม่เสียเวลาการศึกษาและทำการความคุ้นเคยกับใช้งานใหม่ แต่ปัญหาการไฮไลต์ข้อความภาษาไทยในหน้าเว็บแบบ "ขวา-ไป-ซ้าย" ยังคงไม่ได้รับการแก้ไข

สรุป
Firefox 4.0 Beta 4 นั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงด้านอินเทอร์เฟชครั้งใหญ่ของ Firefox ในขณะที่ Chrome 6.0 Beta นั้นเป็นการปรับปรุงอินเทอร์เฟชเพื่อให้ใช้งานได้สะดวกและง่ายขึ้น โดยเฉพาะการไม่แสดง http:// หน้าชื่อเว็บไซต์ทั่วไปแต่จะแสดง https:// หน้าเว็บไซต์ที่มีการเข้ารหัสข้อมูลเท่านั้นน่าจะช่วยให้ผู้ใช้มีความปลอดภัยมากขึ้น สำหรับด้านการทำงานนั้นทั้ง 2 โปรแกรมสามารถทำงานบน Windows 7 ได้อย่างไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม การทดสอบในครั้งนี้เป็นเพียงการทอสอบในเบื้องต้นเท่านั้น และเนื่องจากโปรแกรมทั้ง 2 ตัวยังอยู่ในเฟสเบต้าดังนั้นฟังก์ชันการทำงานบางอย่างอาจจะยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งคงต้องรอทดสอบและเปรียบเทียบในเวอร์ชันเสร็จสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง

หมายเหตุ: การเปรียบเทียบในบทความนี้ใช้ Firefox 4.0 Beta 4 กับ Google Chrome 6.0.472.41 Beta

Firefox 4.0 Beta 4

Chrome 6.0.472.41 Beta Channel

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Wednesday, August 25, 2010

Microsoft Security Advisory (2269637): Insecure Library Loading Could Allow Remote Code Execution

ไมโครซอฟท์เตือนผู้ใช้ Windows ให้ระวังการโจมตีระบบผ่านทางช่องโหว่ DLL preloading attacks
บทความโดย: The Windows Administrator Blog

ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ประกาศเตือนผู้ใช้ Windows ให้ระวังการโจมตีระบบแบบรีโมท (Remote Code Execution) ผ่านทางช่องโหว่ที่เรียกว่า "binary planting" หรือ "DLL preloading attacks" ซึ่งเกิดจากการเขียนโปรแกรมที่ไม่เป็นไปตามหลักการความปลอดภัย ทำให้แฮกเกอร์สามารถใช้เป็นช่องทางในการรันโค้ดจากระยะไกลภายใต้ระดับสิทธิ์ของผู้ใช้ที่กำลังรันโปรแกรมที่มีช่องโหว่ความปลอดภัยอยู่ได้

โดยไมโครซอฟท์ระบุว่าปัญหานี้มีสาเหตุจากแอพพลิเคชัน (Application) ทำการส่งผ่านพาธที่มีคุณสมบัติไม่เพียงพอเมื่อทำการโหลดไลบรารี่ภายนอก ซึ่งไมโครซอฟท์ได้แนะนำนักพัฒนาเกี่ยวกับวิธีการใช้งาน API (application programming interfaces) ที่ถูกต้องเพื่อป้องกันช่องโหว่ความปลอดภัยที่เว็บไซต์ Dynamic-Link Library Security

ข้อควรทราบเกี่ยวกับผลกระทบของช่องโหว่ความปลอดภัย
ข้อควรทราบเกี่ยวกับผลกระทบของช่องโหว่ความปลอดภัยต่อระบบมีดังนี้
• ปัญหานี้จะเกิดเมื่อแอพพลิเคชันทำการโหลดไลบรารี่ภายนอกซึ่งไม่มีความน่าเชื่อถือ
• การโจมตีจะสำเร็จได้เฉพาะในกรณีที่ผู้ใช้รันทำการเปิดไฟล์เอกสารที่เก็บอยู่ในการแชร์บนเน็ตเวิร์กที่ไม่มีความน่าเชื่อถือหรือจากการแชร์แบบ WebDAV ด้วยแอพพลิเคชันที่มีช่องโหว่ความปลอดภัย
• โดยปกติแล้วการแชร์ข้อมูลผ่านโปรโตคอล SMB จะถูกปิดบนไฟร์วอลล์ตัวริมสุดของเน็ตเวิร์ก (Perimeter firewall) ซึ่งจะช่วยจำกัดการโจมตีระบบลงได้

คำแนะนำเพื่อป้องกันระบบจากการโจมตี
ไมโครซอฟท์ได้คำแนะนำผู้ใช้ Windows เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบให้ดำเนินการดังนี้
• ปิดทำการโหลดไลบรารี่จาก WebDAV และการแชร์บนเน็ตเวิร์ก โดยวิธีการนี้จะต้องทำการติดตั้งรีจีสทรีย์ CWDIllegalInDllSearch ซึ่งสามารถดาวน์โหลดพร้อมอ่านรายละเอียดวิธีการทำได้จากเว็บไซต์ Microsoft Knowledge Base Article 2264107
• ปิดบริการ WebClient
• บล็อคทราฟิก TCP พอร์ตหมายเลข 139 และ 445 ที่ไฟร์วอลล์

ทั้งนี้ ไมโครซอฟท์ไม่มีการออกแพตซ์ (Pactch) เพื่อแก้ปัญหาความปลอดภัยนี้ เนื่องจากไม่ได้มีสาเหตุมาจากระบบวินโดวส์ สำหรับความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับสถานการณ์และประเด็นปัญหาความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับวินโดวส์นั้นสามารถติดตามได้จากเว็บไซต์ Microsoft Active Protections Program (MAPP)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Microsoft Security Advisory (2269637)

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Tuesday, August 24, 2010

Download Mozilla Firefox 4.0 Beta 4

Mozilla เปิดให้ดาวน์โหลด Firefox 4.0 Beta 4 แล้ว
บทความโดย: The Windows Administrator Blog

Mozilla Firefox 4.0 พัฒนาถึงเวอร์ชัน Beta 4 และ Mozilla เปิดให้ผู้สนใจดาวน์โหลด Mozilla Firefox 4.0 Beta 4 ไปทดลองใช้งานได้แล้ว โดยในเวอร์ชัน Beta 4 นั้นได้รวม Firefox Sync, Firefox Overview รองรับ HTML5 video "buffered" และเพิ่มภาษาที่รองรับเป็น 39 ภาษา ท่านใดสนใจทดลองใช้งานสามารถดาวน์โหลดได้ตามรายละเอียดด้านล่างครับ สำหรับกำหนดการออก Firefox 4.0 เวอร์ชันเสร็จสมบูรณ์ (Final) นั้นทาง Mozilla ยังไม่ได้ประกาศวันที่แน่นอนแต่คาดว่าจะออกได้ภายในปีนี้ (พ.ศ. 2553) ทั้งนี้ มีกำหนดออก Firefox 4.0 เวอร์ชัน Beta 5, 6, 7 และ RC1 ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

สำหรับพัฒนาการที่สำคัญใน Mozilla Firefox 4.0 คือการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้เร็วขึ้น และการออกแบบระบบกราฟิกยูสเซอร์อินเทอร์เฟช (Graphical User Interface) ใหม่ทั้งหมด ดังนี้
• New Tab Location
โดยตำแหน่งของแท็บจะถูกย้ายไปอยู่ด้านบนช่องแอดเดรสบาร์ (Awesome Bar)
• Switch to Tab
สามารถทำการสลับระหว่างแต่ละแท็บได้ง่ายๆ ด้วยจากช่องแอดเดรสบาร์ (Awesome Bar)
• Firefox Button
เมนูทุกรายการจะอยู่ภายในปุ่มเดียวเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงและสะดวกในการใช้งาน
• App Tabs
สามารถแยกเว็บไซต์ที่ใช้งานเป็นประจำ ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์อีเมล ออกจากแท็บอื่นๆ และตั้งให้เป็นโฮม (Home) เพื่อให้โหลดเว็บไซต์พร้อมกับการเปิด Firefox

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ใหม่อีกหลายตัว อย่างเช่น New Add-Ons Manager, WebM and HD Video, Protecting Your Privacy, Retained layers และ XPCOM เป็นต้น

การดาวน์โหลด Mozilla Firefox 4.0 Beta 4
สามารถดาวน์โหลด Mozilla Firefox 4.0 Beta 4 ได้จากเว็บไซต์ Download Mozilla Firefox 4.0 Beta 4 for Windows (Win32) โดยไฟล์มีขนาดประมาณ 9.3MB

ความต้องการระบบ
Mozilla Firefox 4.0 สามารถทำงานได้บนระบบปฏิบัติการวินโดวส์เวอร์ชันต่างๆ ดังนี้
• Windows 2000
• Windows XP (32 บิต และ 64 บิต)
• Windows Server 2003
• Windows Vista (32 บิต และ 64 บิต)
• Windows 7 (32 บิต และ 64 บิต)
• ฮาร์ดแวร์
- Pentium 233 MHz (Recommended: Pentium 500 MHz or greater)
- 64 MB RAM (Recommended: 128 MB RAM or greater)
- 52 MB hard drive space

การปรับปรุงใหม่ใน Mozilla Firefox 4.0 Beta 4
ใน Mozilla Firefox 4.0 Beta 4 มีการปรับปรุงในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้
• Firefox 4 Beta 4 is available in 39 languages.
• Firefox Sync is now included by default.
• Users can organize their tabs using Firefox Overview.
• An experimental API is included to provide more efficient Javascript animations.
• Firefox now supports the HTML5 video "buffered" property.

Beta 3
• Available in 34 languages.
• Web authors can now get touch events from Firefox users on Windows 7 machines.
• A new way of representing values in JavaScript that allows Firefox to execute heavy, numeric code (used for things like graphics and animations) more efficiently

Beta 2
• Tabs are now on top by default on Windows and OSX • Linux will be changing when the theme has been modified to support the change.
• You can turn any tab into an "App Tab" by right-clicking on it and selecting "Make into App Tab" from the context menu.
• Web developers can animate content using CSS Transitions.
• Responsiveness and scrolling improvements from the new retained layers layout system.
• JavaScript speed improvements due to engine optimizations.
• Changes to how XPCOM components are registered in order to help startup time and process separation.

Beta 1
• Tabs are now on top by default on Windows only - OSX and Linux will be changing when the theme has been modified to support the change.
• On Windows Vista and Windows 7 the menu bar has been replaced with the Firefox button.
• You can search for and switch to already open tabs in the Smart Location Bar
• New Addons Manager and extension management API (UI will be changed before final release)
• Significant API improvements are available for JS-ctypes, a foreign function interface for extensions.
• The stop and reload buttons have been merged into a single button on Windows, Mac and Linux.
• The Bookmarks Toolbar has been replaced with a Bookmarks Button by default (you can switch it back if you'd like).
• Crash protection for Windows, Linux, and Mac when there is a crash in the Adobe Flash, Apple Quicktime or Microsoft Silverlight plugins.
• CSS Transitions are partially supported.
• Full WebGL support is included but disabled by default at this time.
• Core Animation rendering model for plugins on Mac OS X. Plugins which also support this rendering model can now draw faster and more efficiently.
• Native support for the HD HTML5 WebM video format.
• An experimental Direct2D rendering backend is available on Windows, turned off by default.
• Web developers can use Websockets for a low complexity, low latency, bidirectional communications API.
• Web developers can update the URL field without reloading the page using HTML History APIs.
• More responsive page rendering using lazy frame construction.
• Link history lookup is done asynchronously to provide better responsiveness during pageload.
• CSS :visited selectors have been changed to block websites from being able to check a user's browsing history.
• New HTML5 parser.
• Support for more HTML5 form controls.

หมายเหตุ: เนื่องจาก Mozilla Firefox 4.0 Beta 4 ยังไม่ใช่เวอร์ชันที่เสร็จสมบูรณ์ ดังนั้นจึงขอแนะนำให้ติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ทดสอบเท่านั้น

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Mozilla Firefox 4.0 Beta 4 Release Notes

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

โพสเตอร์แสดงการทำงานของเทคโนโลยี Remote Desktop Services ใน Windows Server 2008 R2

ไมโครซอฟท์เปิดให้ดาวน์โหลด Remote Desktop Services Component Architecture Poster ซึ่งเป็นโพสเตอร์สำหรับใช้แสดงสถาปัตยกรรมการทำงานของ Remote Desktop Services ใน Windows Server 2008 R2

Monday, August 23, 2010

The Perfect Windows 7 7.9 Windows Experience Index Score

สุดยอดคอมพิวเตอร์ Windows 7 กับคะแนน Windows Experience Index 7.9
Windows Experience Index (WEI) คือเครื่องมือวัดความสามารถของเครื่องคอมพิวเตอร์โดยแสดงผลการวัดเป็นคะแนนฐาน (Base Score) ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีค่าคะแนนฐานสูงกว่าหมายความว่าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์มีความสามารถทำงานได้ดีกว่าและเร็วกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีคะแนนฐานต่ำกว่า โดยที่ไมโครซอฟท์กำหนดค่าคะแนน WEI ของ Windows 7 อยู่ระหว่าง 1 ถึง 7.9

อย่างไรก็ มีผู้ใช้จำนวนมากที่เกิดความสงสัยว่าคะแนนสูงสุด 7.9 ของ WEI ที่ไมโครซอฟท์ตั้งไว้นั้นเป็นไปได้จริงหรือ และต้องมีระบบฮาร์ดแวร์แบบไหนจึงจะได้คะแนนเต็ม 7.9 ซึ่งล่าสุดไมโครซอฟท์ได้นำหลักฐานมาแสดงเพื่อยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่ามีคอมพิวเตอร์ที่สามารถทำคะแนน WEI ได้ 7.9 จริง

โดยเริ่มต้นจากในเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา กลุ่มผู้ที่เป็นเจ้าของเครื่องคอมพิวเตอร์ Windows 7 ที่สามารถทำคะแนน WEI ได้เต็ม 7.9 ได้รวมตัวกันก่อตั้งเว็บไซต์ WEI Share สำหรับใช้เป็นที่สำหรับเปรียบเทียบคะแนน WEI ซึ่งจากข้อมูลปัจจุบันมีเครื่องคอมพิวเตอร์ Windows 7 ที่สามารถทำคะแนน WEI ได้เต็ม 7.9 จำนวน 4 เครื่อง โดยที่ 3 เครื่องใช้ Windows 7 Ultimate Edition (64-bit) และอีกหนึ่งเครื่องใช้ Windows 7 Professional Edition (64-bit) สำหรับรายละเอียดของระบบฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์ทั้ง 4 เครื่องมีดังนี้

• เครื่องที่ 1 ใช้เมนบอร์ดยี่ห้อ Gigabyte รุ่น GA-MA785GM-US2H ใช้ซีพียู AMD Phenom II X6 1090T แรมขนาด 8 GB 800 ใช้กราฟิกการ์ด ATI Radeon HD 5700 Series (Gaming Graphic 4 GB) ใช้ฮาร์ดดิสก์ 60 GB (มีพื้นที่ว่าง 22 GB)

• เครื่องที่ 2 ใช้เมนบอร์ดยี่ห้อ MSI รุ่น MS-7519 ใช้ซีพียู Intel Core 2 Q9650 @3.0 GHz แรมขนาด 8 GB DSRAM ใช้กราฟิกการ์ด NVIDIA GeForce GTX 480 (Gaming Graphic 4 GB) ใชฮาร์ดดิสก์ 279 GB (มีพื้นที่ว่าง 148 GB)

• เครื่องที่ 3 ใช้เมนบอร์ด System manufacture ใช้ซีพียู Intel Core i7 X980 @3.33 GHz แรมขนาด 6 GB ใช้กราฟิกการ์ด NVIDIA GeForce GTX 480 (Gaming Graphic 4 GB) ใชฮาร์ดดิสก์ 238 GB (มีพื้นที่ว่าง 170 GB)

• เครื่องที่ 4 ใช้เมนบอร์ด O.E.M. ใช้ซีพียู Intel Xeon x5680 @3.33 GHz แรมขนาด 12 GB 1,333 ใช้กราฟิกการ์ด NVIDIA GeForce GTX 480 (Gaming Graphic 4 GB) ใชฮาร์ดดิสก์ 119 GB (มีพื้นที่ว่าง 80 GB)

คลิกบนภาพเพื่อดูภาพขนาดใหญ่ (Credit: WEI Share)

อย่างไรก็ตาม ไมโครซอฟท์ระบุว่าการสร้างคอมพิวเตอร์ Windows 7 ที่สามารถทำคะแนน WEI ได้เต็ม 7.9 นั้นเป็นเรื่องค่อนข้างยาก ตัวอย่างเช่น Scott Hanselman ซึ่งเป็น Microsoft program manager ได้ลงทุน $3,000 (ประมาณ 94,500 บาท) เพื่อสร้างซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ (Supercomputer) ที่ชื่อ GOM (ย่อมาจาก God’s Own Machine) ซึ่งใช้ซีพียูแบบ 6 แกน ใช้กราฟิกการ์ด GTX 285 และใช้แรมแบบกินแรงดันไฟฟ้าต่ำขนาด 12 GB แต่เมื่อทำการประเมินผล WEI ผลปรากฏว่าได้คะแนนเพียง 7.8 เท่านั้น ทั้งนี้ Scott Hanselman กล่าวว่า สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ Windows 7 การได้คะแนน WEI ได้สูงกว่า 7.7 นั้น ถือได้ว่าเป็นคอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดแล้ว

สุดท้าย ไมโครซอฟท์ได้แนะนำสเปกฮาร์ดแวร์สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ของตัวเอง ดังนี้
• คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปที่ใช้ซีพียูแบบ 4 แกน ความเร็วอย่างน้อย 4 GHz พร้อมชุดระบายความร้อนด้วยน้ำ (water cooling) สำหรับการโอเวอร์คล็อค หรือซีพียูแบบ 6 แกน
• เมนบอร์ดแบบซ็อกเก็ต 1,366
• ใช้แรมแบบกินแรงดันไฟฟ้าต่ำขนาด 12 GB
• ใช้กราฟิกการ์ด GTX 285
• ใช้ฮาร์ดดิสก์แบบ Solid-State ขนาด 256 GB คอนฟิกแบบ RAID 0
• ใช้พาวเวอร์ซัพพลายขนาด 1,000 watt

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
Windows 7 Performance Rating

บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Microsoft

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Complete System Tuneup utility for Windows 7

Complete System Tuneup เครื่องมือปรับจูน Windows 7
Complete System Tuneup เป็นโปรแกรมฟรีแวร์แบบ All-in-One สำหรับใช้ปรับจูน Windows 7 โดยมีเครื่องมือหลายๆ ตัวไว้อยู่ในโปรแกรมเดียว สามารถใช้ทำการเปิด/ปิด (Enable/Disable) การทำงานของฟังก์ชันต่างๆ ของ Windows 7 รวมถึงใช้ทำการลบไฟล์ขยะต่างๆ เช่น รีไซเคิลบิน ไฟล์ชั่วคราวซึ่งเกิดจากการใช้อินเทอร์เน็ต คุกกี้ รายการไฟล์ที่ถูกใช้งานล่าสุด ไฟล์รายงานความผิดพลาดของระบบ และ ฯลฯ

นอกจากนี้ Complete System Tuneup ยังเป็นทางลัดในการเข้าถึงเครื่องมือระบบของ Windows อย่างเช่น Disk Cleanup, Disk Defragmenter, System Restore, Performance Monitor และฯลฯ ได้อีกด้วย

ดาวน์โหลด Complete System Tuneup
เวอร์ชันปัจจุบันของ Complete System Tuneup คือ 2.0.1.0 ท่านใดสนใจสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ http://www.cilsoftware.com/outcilprgs/CSTuneupNL.msi


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
The Windows Club

บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Sunday, August 22, 2010

Google Chrome Web Store Available for Developers

Google เปิดให้นักพัฒนาทดสอบบริการ Chrome Web Store ได้แล้ว
ผมเสนอรายงานข่าวว่า Google เตรียมเปิดให้บริการ Chrome Web Store ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ในบทความเรื่อง Google เตรียมเปิดให้บริการ Chrome Web Store ในอีก 2 เดือน ล่าสุดในวันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมาตามเวลาในสหรัฐอเมริกา Google ได้เปิดให้นักพัฒนา (Developer) สามารถทดสอบใช้บริการได้แล้ว

นักพัฒนาสามารถอัปโหลดแอพ (Apps) และทดสอบการแพ็กเกจแอพ และติดตั้งแอพโดยใช้โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ Google Chrome dev channe (อ่านรายละเอียดได้ที่ Google Chrome 6.0.495.0 Dev Channel) รวมถึงการอิมทิเกรทกับระบบจ่ายเงิน (Payments) และระบบตรวจสอบตัวตนผู้ใช้ (User authentication) ของ Chrome Web Store

Chrome Web Store (Credit: Google)

สำหรับนักพัฒนาที่ต้องการทดสอบ Chrome Web Store สามารถอ่านรายละเอียดการเตรียมตัวและการแพ็กเกจแอพได้ที่ installable web apps และ user authentication

สำหรับวิธีการอัพโหลดแอพ สามารถอ่านรายละเอียดได้จาก Google Chrome Extensions Gallery และจากวีดีโอด้านล่าง


อนึ่ง Chrome Web Store นั้นเป็นเว็บไซต์ศูนย์รวมเว็บแอพพลิเคชัน (Web Applications) สำหรับรองรับการให้บริการผู้ใช้เว็บเบราเซอร์ Google Chrome และระบบปฏิบัติการ Chrome OS ซึ่งผู้ใช้สามารถค้นหาและใช้งานเว็บแอพพลิเคชันนับล้านๆ แอพและนักพัฒนาแอพพลิเคชันสามารถเข้าถึงผู้ใช้นับล้านๆ คน"

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
The Chromeium Blog

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Microsoft Arc Touch Mouse Officially Confirmed

ไมโครซอฟท์ออกมายืนยัน Microsoft Arc Touch Mouse อย่างเป็นทางการ
บทความโดย: The Windows Administrator Blog

ผมได้โพสต์ภาพของเม้าส์ระบบสัมผัสรุ่นใหม่ที่ไมโครซอฟท์ (Microsoft) กำลังพัฒนาไปก่อนหน้านี้ในบทความเรื่อง Microsoft Arc Touch Mouse เม้าส์ระบบสัมผัสจากไมโครซอฟท์ ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีการยืนยันหรือเปิดเผยรายละเอียดอย่างเป็นทางการจากไมโครซอฟท์ แต่ล่าสุด ไมโครซอฟท์ได้ทำการโพสต์รายละเอียดของ Microsoft Arc Touch Mouse บนเว็บไซต์ Microsoft Partner Program ในเยอรมัน ซึ่งถือเป็นการยืนยันเรื่องการพัฒนาเม้าส์ระบบสัมผัสอย่างเป็นทางการ


ไมโครซอฟท์ได้ระบุว่า Microsoft Arc Touch Mouse เป็นเม้าส์ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างมีคุณภาพสูงสำหรับการใช้งานในบ้านและในขณะเดินทางโดยใช้นวัตกรรมกลไกการรับ-ส่งด้วยเทคโนโลยีไร้สาย 2.4 GHz ใช้ทรานซีฟเวอร์แบบ Ultra-compact Nano-transceiver มีฟังก์ชันการสกรอลล์ระบบสัมผัส (Touch-scrolling) แบบใหม่ มีการทำงานที่เที่ยงตรงและแม่นยำด้วยเทคโนโลยี BlueTrack และมีตัวแสดงระดับแบตเตอรี่และข้อมูลต่างๆ

สำหรับฟีเจอร์เด่นของ Microsoft Arc Touch Mouse มีดังนี้
• Microsoft Arc Touch Mouse ได้รับการออกแบบโดยเน้นทั้งด้านความสวยงามหรูหราและฟังก์ชันการใช้งาน โดยสามารถปรับรูปร่างให้โค้งเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานบนโต๊ะหรือปรับรูปร่างให้ตรงเพื่อให้ง่ายต่อการพกพาในขณะเดินทางได้
• ใช้การรับส่งด้วยเทคโนโลยีไร้สาย 2.4 GHz ทำให้การเชื่อมต่อมีความน่าเชื่อถือสูง มีไฟแสดงระดับแบตเตอรี่ และใช้ทรานส์ซีฟเวอร์แบบ Ultra-compact Nano-transceiver
• ใช้เทคโนโลยี BlueTrack ซึ่งมีการทำงานที่เที่ยงตรงและแม่นยำในสภาพพื้นผิวทุกรูปแบบ
• ฟังก์ชันการสกรอลล์ระบบสัมผัส (Touch Scrolling) ทำให้ใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส มีพื้นที่เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ทำให้สามารถสกรอลล์ได้เร็วในกรณีที่เปิดเอกสาร หรือเว็บไซต์ที่มีขนาดใหญ่หรือยาวมากๆ
• ตัวเม้าส์ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับผู้ใช้ทั้งที่ถนัดมือซ้ายหรือมือขวา ตัวเม้าส์ทำจากวัสดุโลหะผสมแบบพื้นผิวมัน ส่วนมือจับทำจากวัสดุยางคุณภาพสูง

Microsoft Arc Touch Mouse ออกแบบสำหรับการทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่รันระบบปฏิบัติการ Windows 7 รวมถึงเวอร์ชันก่อนหน้าอย่าง Windows Vista และ Windows XP

สำหรับราคาจำหน่ายนั้น ไมโครซอฟท์จะขาย Microsoft Arc Touch Mouse ในทวีปยุโรปในราคา 69.99 EUR (ประมาณ 2,800 บาท) ในขณะที่ราคาในสหรัฐอเมริกานั้นหลายแหล่งข่าวรายงานตรงกันว่าราคาอยู่ที่ $69.99 (ประมาณ 2,210 บาท)

ที่แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Softpedia

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Saturday, August 21, 2010

TrojanDownloader:Win32/Unruy.D uses CVE-2010-0094 Java vulnerability

ไมโครซอฟท์เตือนให้ระวังโทรจัน TrojanDownloader:Win32/Unruy.D โจมตีช่องโหว่ Java
บทความโดย: The Windows Administrator Blog

ไมโครซอฟท์โดย Marian Radu ได้โพสต์บทความบน Technet Blog เพื่อเตือนให้ผู้ใช้ Windows ระวังการโจมตีของโทรจัน TrojanDownloader:Win32/Unruy.D ซึ่งเป็นโทรจันในตระกูล Win32/Unruy และมีความเกี่ยวข้องกับโทรจัน Win32/Fakespypro ซึ่งเป็นโปรแกรมรักษาความปลอดภัยปลอม (Rogue Security) โทรจัน Unruy นั้นจะเป็นโทรจันประเภท Downloader และทำการแสดงโฆษณาที่ไม่พึงประสงค์

โทรจัน TrojanDownloader:Win32/Unruy.D จะโจมตีระบบผ่านทางช่องโหว่ความปลอดภัย CVE-2010-0094 ของ Java Runtime Environment (JRE) มีผลกับผู้ใช้ Windows ซึ่งใช้ JRE เวอร์ชัน 6 อัปเดท 18 หรือเก่ากว่า โดย Oracle ได้ทำการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

อนึ่ง ช่องโหว่ความปลอดภัยนี้ไม่มีผลกระทบกับผู้ใช้ JRE เวอร์ชัน 6 อัปเดท 19 หรือใหม่ สำหรับเวอร์ชันปัจจุบันของ JRE คือ เวอร์ชัน 6 อัปเดท 21

สำหรับวิธีป้องกันระบบจากการโจมตีของโทรจัน TrojanDownloader:Win32/Unruy.D ทำได้โดยการอัปเดท JRE ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด ซึ่งการอัปเดทและการตรวจสอบเวอร์ชันของ JRE ทำได้โดยการเปิดไปยังเว็บไซต์ http://www.java.com/en/download/manual.jsp ในกรณีที่ JRE ที่ติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ใช้เวอร์ชันปัจจุบันจะได้หน้าเว็บลักษณะดังรูปด้านล่าง จากนั้นทำการอัปเดทโดยคลิกปุ่ม Download Java Now จากนั้นดำเนินการตามคำสั่งบนจอภาพจนการติดตั้งแล้วเสร็จ (อาจต้องทำการรีสตาร์ทระบบเพื่อให้การติดตั้งเสร็จสมบูรณ์)


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Sunbelt Blog
Microsoft Malware Protection Center

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Friday, August 20, 2010

Google Chrome 5.0.375.127 fixes 9 security issues

Google ออก Google Chrome 5.0.375.127 สำหรับ Windows, Mac และ Linux เพื่อแก้ 9 ปัญหาความปลอดภัย โดยมี 2 ปัญหาที่มีความร้ายแรงวิกฤติ และ 6 ปัญหาที่มีความร้ายแรงสูง
บทความโดย: The Windows Administrator Blog

Google ออก Google Chrome 5.0.375.127 เวอร์ชันสเถียร (Stable) สำหรับของระบบปฏิบัติการ Windows, Mac และ Linux เพื่อแก้ 9 ปัญหาความปลอดภัย (Security Fixes) โดยมี 2 ปัญหาที่มีความร้ายแรงวิกฤติ (Critical) และ 6 ปัญหาที่มีความร้ายแรงสูง (High) ซึ่งเวอร์ชันใหม่ล่าสุดนี้ออกเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2553 ตามรายละเอียดด้านล่าง

การแก้ปัญหาด้านความปลอดภัยใน Google Chrome 5.0.375.127
ใน Google Chrome 5.0.375.127 มีการแก้ปัญหาด้านความปลอดภัย ดังต่อไปนี้
• [45400][1] Memory corruption with file dialog. Credit to Sergey Glazunov. (Critical)
• [49596][2] Memory corruption with SVGs. Credit to wushi of team509. (High)
• [49628][3] Bad cast with text editing. Credit to wushi of team509. (High)
• [49964][4] Possible address bar spoofing with history bug. Credit to Mike Taylor. (High)
• [50515] [51835][5] Memory corruption in MIME type handling. Credit to Sergey Glazunov. (High)
• [50553][6] Crash on shutdown due to notifications bug. Credit to Sergey Glazunov. (Critical)
• [51146] Stop omnibox autosuggest if the user might be about to type a password. Credit to Robert Hansen. (Medium)
• [51654][7] Memory corruption with Ruby support. Credit to kuzzcc. (High)
• [51670][8] Memory corruption with Geolocation support. Credit to kuzzcc. (High)

หมายเหตุ:
[1] ปัญหาความปลอดภัยหมายเลข 45400: Memory corruption with file dialog. ถูกค้นพบโดย Sergey Glazunov และได้รางวัลตอบแทนจำนวน $1,337
[2] ปัญหาความปลอดภัยหมายเลข 49596: Memory corruption with SVGs. ถูกค้นพบโดย wushi of team509 และได้รางวัลตอบแทนจำนวน $500
[3] ปัญหาความปลอดภัยหมายเลข 49628: Bad cast with text editing. ถูกค้นพบโดย wushi of team509 และได้รางวัลตอบแทนจำนวน $500
[4] ปัญหาความปลอดภัยหมายเลข 49964: Possible address bar spoofing with history bug. ถูกค้นพบโดย Mike Taylor และได้รางวัลตอบแทนจำนวน $1,000
[5] ปัญหาความปลอดภัยหมายเลข 50515, 51835: Memory corruption in MIME type handling. ถูกค้นพบโดย Sergey Glazunov และได้รางวัลตอบแทนจำนวน $2,000
[6] ปัญหาความปลอดภัยหมาย 50553: Crash on shutdown due to notifications bug. ถูกค้นพบโดย Sergey Glazunov และได้รางวัลตอบแทนจำนวน $1,337
[7] ปัญหาความปลอดภัยหมายเลข 51654: Memory corruption with Ruby support. ถูกค้นพบโดย kuzzcc และได้รางวัลตอบแทนจำนวน $1,000
[8] ปัญหาความปลอดภัยหมายเลข 51670: Memory corruption with Geolocation support. ถูกค้นพบโดย kuzzcc และได้รางวัลตอบแทนจำนวน $1,000

การดาวน์โหลดและการติดตั้ง Google Chrome 5.0.375.127
Google Chrome 5.0.375.127 นั้นสามารถทำงานได้บน Window XP, Windows Vista และ Windows 7 โดยผู้ใช้ใหม่ที่ยังไม่มีการติดตั้ง Google Chrome อยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถติดตั้งโดยใช้บราวเซอร์เปิดไปที่เว็บไซต์ www.google.com/chrome จากนั้นดำเนินการคำสั่งบนจอภาพ หรือดาวน์โหลด Google Chrome Offline Standalone Installer จากเว็บไซต์ Download Google Chrome 5.0.375.127 มาทำการติดตั้งด้วยตนเอง

ในกรณีที่มีการติดตั้ง Google Chrome เวอร์ชัน 5.0.375.126 หรือเก่ากว่าบนเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ก่อนแล้ว สามารถทำการอัพเดทเป็นเวอร์ชัน 5.0.375.127 ได้โดยการเปิดคำสั่ง About Google Chrome จากนั้นคลิก Update Now จากนั้นดำเนินการคำสั่งบนจอภาพจนการติดตั้งแล้วเสร็จ

Google Chrome 5.0.375.127 for Windows

สำหรับรายละเอียดวิธีการติดตั้งและอัพเดท Google Chrome สามารถอ่านได้จากเว็บไซต์ How to install Google Chrome

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
Google Chrome Releases

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Hiren's BootCD 11.0 (HTTP Download)

Hiren's BootCD 11 ชุดโปรแกรมเครื่องมือสารพัดประโยชน์สำหรับผู้ใช้ Windows
บทความโดย: The Windows Administrator Blog

อัปเดทเวอร์ชันใหม่แบบก้าวกระโดดสำหรับ Hiren's BootCD ซึ่งเป็นชุดรวมเครื่องมือสำหรับใช้ในตรวจสอบ แก้ไขปัญหาและบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์และระบบวินโดวส์ โดยได้อัปเดทจากเวอร์ชัน 10.6 เป็น 11.0 และออกให้ดาวน์โหลดเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2553 ซึ่งในเวอร์ชันใหม่นี้มีโปรแกรมหลายตัวที่อัพเดทเป็นเวอร์ชันใหม่ รวมถึงการอัพเดทซิกเนเจอร์ไฟล์หรือฐานข้อมูลของโปรแกรมป้องกันไวรัสและสปายแวร์ต่างๆ และมีการตัดโปรแกรมบางตัวออกไป

ดาวน์โหลด Hiren's BootCD 11.0
โปรแกรม Hiren's BootCD 11.0+KeyBoard Patch มีขนาดประมาณ 259.66 MB ท่านใดสนใจสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ผู้พัฒนา Hiren.info หรือดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ด้านล่าง
Download Hiren's BootCD 11.0+KeyBoard Patch (Download from Hirenbootcd.net)

Note:
- ISO MD5: 9504EE9BBF7B5D47F5C0FC355E9F14AE
- ZIP MD5: 57F52844D5F106E68C3A9F5EF45B0DD0

ประเภทของเครื่องมือใน Hiren's BootCD 11.0
ใน Hirens BootCD 11.0 นั้น มีเครื่องมือต่างๆ จำนวน 23 ประเภท ด้วยกัน ดังนี้
1. Antivirus Tools
2. Backup Tools
3. BIOS/CMOS Tools
4. Browsers/File Managers
5. Cleaners
6. Hard Disk Tools
7. MBR (Master Boot Record) Tools
8. MultiMedia Tools
9. Ms Dos Tools
10. Network Tools
11. NTFS (FileSystems) Tools
12. Optimizers
13. Other Tools
14. Partition Tools
15. Password Tools
16. Process Tools
17. RAM (Memory) Testing Tools
18. Recovery Tools
19. Registry Tools
20. Startup Tools
21. System Information Tools
22. Testing Tools
23. Tweakers

การปรับปรุงใน Hiren's BootCD 11.0
ใน Hiren's BootCD 11.0 มีการปรับปรุงดังนี้

• ใน Hiren's BootCD 11.0 มีการเพิ่มโปรแกรมจำนวน 19 ตัว
1. Autologon 3.0
2. BellaVista 1.1.0.47
3. DiskDigger 0.8.3.176
4. DiskView 2.4
5. grub4dos 2010-08-04
6. HBCD Customizer 1.3
7. IE PassView 1.20
8. isolinux 4.02
9. MemDisk 4.02
10. PasswordFox 1.20
11. PLoP Boot Manager 5.0.10
12. PuTTY 0.60
13. Remove Fake Antivirus 1.66
14. ShadowCopy 1.00
15. SmartSniff 1.63
16. SniffPass 1.11
17. Victoria 4.46
18. Western Digital Data Lifeguard Tools 1.21
19. XXClone 0.58.0

• ใน Hiren's BootCD 11.0 มีการอัพเดทโปรแกรมต่างๆ ดังนี้
AlternateStreamView 1.15, Autoruns 10.02, BlueScreenView 1.27, CCleaner 2.34.1200, CPU-Z 1.55, ComboFix (07-08-2010), CurrPorts 1.82, Defraggler 1.21.209, Dr.Web CureIt! Antivirus (07-08-2010), G4L Ghost 4 Linux 0.34a, GPU-Z 0.4.4, GParted Partition Editor 0.6.2, HDD Scan 3.3, MBRWizard 3.0.65, Mail PassView 1.65, Malwarebytes' Anti-Malware 1.46 (07-08-2010), Mini Linux: Recovery is Possible Linux (RIPLinux 10.7) kernel 2.6.34, MyUninstaller 1.66, Offline NT Password Changer 2010-06-27, PCI 32 Sniffer 1.4 (07-08-2010), PCI and AGP info Tool (07-08-2010), ProduKey 1.42, RIPLinux 10.7), Recuva 1.38.504, SIW 2010.7.14, SeaTools for Dos: GUI 2.21, SearchMyFiles 1.50, Speccy 1.03.162, Spybot: Search & Destroy 1.6.2 (07-08-2010), SpywareBlaster 4.3 (07-08-2010), SuperAntispyware 4.41.1000 (07-08-2010), TCPView 3.02, TeamViewer 5.0.8703, TightVNC 2.0.2, Total Commander 7.55a, TrueCrypt 7.0, USBDeview 1.75, UnknownDevices 1.4.20 (07-08-2010), Unlocker 1.9.0

• ใน Hiren's BootCD 11 มีการตัดโปรแกรมต่างๆ ออกดังนี้
Acronis Disk Director, Acronis True Image, Active Partition Recovery, Active Password Changer, Active Undelete, DiyDataRecovery Diskpatch, GetDataBack for FAT/NTFS, HDD Regenerator, MpxPlay, NTFS Dos Pro, Norton Ghost, PC-Check, Paragon Mount Everything, Paragon Partition Manager, Prosoft Media Tools, Winsock 2 Fix for 9x

สำหรับรายชื่อโปรแกรมที่มีใน Hirens BootCD 11.0 สามารถอ่านได้จาก Hiren's BootCD 10.4

หมายเหตุ: ไฟล์ที่ได้จากการดาวน์โหลดโปรแกรม Hiren's BootCD 11.0 นั้น โดยทั่วไปจะชื่อ Hirens.BootCD.11.0 แต่ชื่อไฟล์อาจจะแตกต่างไปจากนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละผู้ให้บริการดาวน์โหลด ในส่วนนามสกุลไฟล์ส่วนมากจากเป็น .rar แต่หากเป็น .zip ก็ให้ทำการแตกไฟล์ตามวิธีการลักษณะเดียวกันกับ .rar

วิธีการเขียน Hiren's BootCD 11 ลงแผ่นซีดี
สำหรับวิธีการเขียน Hiren's BootCD 11 ลงแผ่นซีดีนั้นสามารถอ่านได้จากเอนทรี่ "วิธีการเขียน Hiren's BootCD ลงแผ่นซีดีด้วย Nero Express"

© 2010 WA Blog. All Rights Reserved.

Adobe Reader 9.3.4 and Acrobat 9.3.4 security updates fix 2 critical holes

Adobe ออก Adobe Reader 9.3.4 และ Acrobat 9.3.4 เพื่อแก้ 2 ปัญหาความปลอดภัยร้ายแรง
บทความโดย: The Windows Administrator Blog

สืบเนื่องจากการพบช่องโหว่ความปลอดภัย (Vulnerability) แบบ Integer overflow ในไฟล์ CoolType.dll ซึ่งมีความร้ายแรงระดับวิกฤติในโปรแกรม Adobe Reader 9.3.3 และเก่ากว่า และโปรแกรม Acrobat 9.3.3 และเก่ากว่า เวอร์ชันสำหรับระบบ Windows, Macintosh และ UNIX

สำหรับช่องโหว่ความปลอดภัยแบบ Integer overflow มีหมายเลขอ้างอิง CVE-2010-2862 ถูกค้นพบในงานซีเคียวริตี้คอนเฟอร์เรนซ์ Black Hat USA 2010 เป็นช่องโหว่ที่แฮกเกอร์สามารถใช้เป็นช่องทางในการโจมตีระบบโดยใช้ฟอนท์แบบ TrueType font ได้ หากการโจมตีสำเร็จแฮกเกอร์ก็จะสามารถเข้าควบคุมระบบได้ในทันที สำหรับรายละเอียดทั้งหมดอ่านได้จาก Adobe Releases Security Advisory for Adobe Reader and Acrobat 9.3.3 ล่าสุด Adobe ได้ออกอัปเดทเพื่อแก้ไขปัญช่องโหว่ความปลอดภัยนี้แล้ว

วันที่ 19 สิงหาคม 2553 (ตามเวลาในสหรัฐอเมริกา) ทาง Adobe ได้ออก Adobe Reader 9.3.4 และ Acrobat 9.3.4 สำหรับระบบ Windows, Macintosh และ UNIX เพื่อแก้ปัญหาช่องโหว่ความปลอดภัยแบบ Integer overflow และช่องโหว่ความปลอดภัยที่อาจใช้โจมตีระบบแบบ Social Engineering หมายเลขอ้างอิง CVE-2010-1240 ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย ให้ผู้ที่ใช้โปรแกรม Adobe Reader หรือ Acrobat เวอร์ชัน 9.3.3 และเก่ากว่าให้ทำการอัปเดทในทันทีที่ทำได้ โดยสามารถทำการอัปเดทตามวิธีการด้านล่าง

วิธีการอัปเดท Adobe Reader และ Acrobat
วิธีการอัปเดทโปรแกรม Adobe Reader หรือ Acrobat เวอร์ชัน 9.3.3 และเก่ากว่า เป็นเวอร์ชัน 9.3.4 ทำได้โดยเปิดโปรแกรม Adobe Reader หรือ Adobe Acrobat จากนั้นคลิกที่เมนู Help แล้วคลิก Check for updates จากนั้นดำเนินการตามคำสั่งบนจอภาพจนแล้วเสร็จ

การติดตั้ง Adobe Reader และ Acrobat ใหม่
สำหรับผู้ที่ต้องการติดตั้ง Adobe Reader และ Acrobat ใหม่ สามารถทำการดาวน์โหลดมาทำการติดตั้งด้วยตนเองจากเว็บไซต์ดังต่อไปนี้

Adobe Reader 9.3 for Windows
• สำหรับการติดตั้ง Adobe Reader ใหม่ สามารถดาวน์โหลด Adobe Reader 9.3 ได้จากเว็บไซต์ Download Adobe Reader 9.3 (ขนาดไฟล์โดยประมาณ 46.11MB) และหลังจากทำการติดตั้งเสร็จแล้วให้ทำการอัปเดทเป็นเวอร์ชัน 9.3.4 โดยดาวน์โหลดอัปเดทได้จากเว็บไซต์ Download Adobe Reader 9.3.4 update (ขนาดไฟล์โดยประมาณ 11.69MB)

Acrobat Standard and Pro for Windows
• ผู้ที่ใช้ Acrobat Standard 9.3.3 หรือ Professional 9.3.3 สามารถอัปเดทเป็นเวอร์ชัน 9.3.4 โดยดาวน์โหลดอัปเดทได้จากเว็บไซต์ Download Acrobat for Windows หรือดาวน์โหลดโดยตรงจากเว็บไซต์ Download Adobe Acrobat 9.3.4 Professional and Standard Update (ขนาดไฟล์โดยประมาณ 13.71MB)

สำหรับผู้ใช้ Adobe Reader หรือ Acrobat บนระบบปฏิบัติการอื่นๆ ให้อ่านรายละเอียดการดาวน์โหลดอัปเดทจากเว็บไซต์ใน แหล่งข้อมูลอ้างอิง

หมายเหตุ: วิธีการตรวจสอบเวอร์ชันทำได้โดยคลิกเมนู Help แล้วคลิก About Adobe Reader [เวอร์ชัน]

ปัญหาที่ได้รับการแก้ไข
ปัญหาความปลอดภัยที่ได้รับการแก้ไขใน Adobe Reader 9.3.4 และ Acrobat 9.3.4 มีจำนวน 2 ปัญหา ตามหมายเลข CVE ดังนี้
• Resolve an integer overflow vulnerability that could lead to code execution. - CVE-2010-2862
• Resolve mitigate a social engineering attack that could lead to code execution. - CVE-2010-1240

Note: Adobe จะเปิดให้ดาวน์โหลด Adobe Reader 9.3.4 เวอร์ชันสำหรับ Windows, Macintosh และ UNIX บนเว็บไซต์ Adobe Reader Download Center ที่ http://get.adobe.com/reader/ ในวันที่ 31 สิงหาคม 2553

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
APSB10-17 - Security updates available for Adobe Reader and Acrobat

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Intel to buy McAfee for $7.68 billion

Intel ซื้อกิจการ McAfee ในราคา 7.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ สร้างประวัติศาสตร์การซื้อกิจการครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 42 ปี
บทความโดย: The Windows Administrator Blog

เป็นข่าวใหญ่ข่าวหนึ่งของวงการคอมพิวเตอร์และไอที เมื่อบริษัทอินเทลคอร์เปอเรชัน (Intel Corporation) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของโลกได้ประกาศเมื่อเช้าวันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม 2553 ที่ผ่านมา ถึงการเข้าซื้อกิจการบริษัทแมคอาฟีอิงค์ (McAfee Inc) ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยและการบริหารจัดการระบบคอมพิวเตอร์ในราคา 7.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งการซื้อบริษัทแมคอาฟีอิงค์ของอินเทลในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัจจุบันระบบการรักษาความปลอดภัยมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เนื่องจากมีอุปกรณ์ต่างๆ ที่ไม่ใช่เครื่องพีซี (non-PC devices) ได้เชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ตัวอย่างเช่น รถยนต์ ทีวี และอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ เป็นต้น

โดย Paul Otellini ซึ่งเป็นซีอีโอ (CEO) ของอินเทลได้ให้เหตุผลในการเข้าซื้อกิจการบริษัทแมคอาฟีอิงค์ว่า "เนื่องจากในปัจจุบันอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยอุปกรณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวันมีการย้ายไปสู่ระบบออนไลน์มากขึ้นทุกๆ วัน ในอดีตนั้นการใช้คอมพิวเตอร์จะมุ่งเน้นใน 2 เรื่อง คือ ประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน (Energy-efficient performance) และการเชื่อมต่อ (Connectivity) แต่ในอนาคตความปลอดภัย (Security) จะเป็นองค์ประกอบที่ 3 ที่ผู้ใช้ต้องการสำหรับการใช้งานคอมพิวเตอร์ในทุกๆ ด้าน ซึ่งทำให้มีความจำเป็นต้องมีแนวทางพื้นฐานใหม่เกี่ยวกับซอฟแวร์ ฮาร์ดแวร์ และบริการ ทั้งนี้เพื่อรองรับการใช้งานที่มีการออนไลน์มากขึ้น"

การเข้าซื้อกิจการบริษัทแมคอาฟีอิงค์ของอินเทลในครั้งนี้ จะเป็นการเข้าสู่ยุคใหม่ในด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ (Cybersecurity) ซึ่งจะส่งผลกระทบกับทุกๆ คนและทุกๆ อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต อย่างไรก็ตามในขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของแมคอาฟีหลังจากกลายเป็นบริษัทย่อยของอินเทล

อนึ่ง การซื้อกิจการบริษัทแมคอาฟีอิงค์ในราคา 7.6 พันล้านเหรียญสหรัฐของอินเทลครั้งนี้ ถือเป็นการซื้อกิจการครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ในรอบ 42 ปี สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้จากวีดีโอด้านล่าง


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Betanews
CNET

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Thursday, August 19, 2010

Microsoft ARC Touch Mouse

Microsoft ARC Touch Mouse เม้าส์ระบบสัมผัสจากไมโครซอฟท์
เว็บไซต์ notebooksbilliger.de ในประเทศเยอรมันได้เปิดเผยรายละเอียดพร้อมภาพของเม้าส์รุ่นใหม่ซึ่งไมโครซอฟท์กำลังซุ่มพัฒนาคือ Microsoft ARC Touch Mouse ซึ่งเป็นเม้าส์ระบบสัมผัสสำหรับรองรับระบบอินเทอร์เฟช์แบบ Natural User Interface (NUI) และใช้เทคโนโลยี BlueTrack โดยที่มีฟังก์ชันการทำงานเทียบเท่าเม้าส์แบบ Touch-Scroll ล่าสุด

ปัจจุบัน ยังไม่มีการเปิดเผยเกี่ยวกับรายละเอียดทางด้านเทคนิคของ Microsoft ARC Touch Mouse อย่างเป็นทางการจากไมโครซอฟท์ ซึ่งจากข้อมูลในเว็บไซต์ notebooksbilliger.de พอจะสรุปได้ดังนี้

ฟังก์ชันและดีไซน์
Microsoft ARC Touch Mouse ได้รับการดีไซน์เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้งานปัจจุบันที่เป็นมีลักษณะแบบเคลื่อนที่มากขึ้นโดยมีฟีเจอร์เด่นดังนี้
• 2.4 GHz Reliable Wireless
ใช้ระบบ 2.4 GHz wireless ทำให้การเชื่อมต่อมีความน่าเชื่อถือสูง
• Battery and Transceiver
มีไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่เมื่อมีการใช้งานและทรานส์ซีฟเวอร์แบบ Ultra-compact Nano-transceiver อยู่ในช่องใส่แบตเตอรี่
• BlueTrack Technology
ใช้เทคโนโลยี BlueTrack ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างความแรงของระบบแสงกับความแม่นยำของระบบเลเซอร์ ทำให้สามารถใช้งานได้ดีในสภาพพื้นผิวทุกรูปแบบ
• New Touch-Scroll function
ใช้งานง่ายและสะดวกสบายเพียงปลายนิ้วสัมผัส มีพื้นที่เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ทำให้สามารถสกรอลล์ได้เร็วในกรณีที่เปิดเอกสารหรือเว็บไซต์ที่มีขนาดใหญ่หรือยาวมากๆ
• Comfort and control for either hand
ตัวเม้าส์ได้รับการออกแบบให้ใช้งานได้อย่างสะดวกสบายทั้งผู้ใช้ที่ถนัดมือซ้ายหรือมือขวา ตัวเม้าส์ทำจากวัสดุโลหะผสมแบบพื้นผิวมัน ส่วนมือจับทำจากวัสดุยางคุณภาพสูง









Note: Image credits - Microsoft

BlueTrack เป็นเทคโนโลยีที่คิดค้นโดยไมโครซอฟท์เป็นเทคโนโลยีที่ผสมผสานกันระหว่างความแรงของระบบแสงและความแม่นยำของระบบเลเซอร์ทำให้เม้าส์สามารถใช้งานได้ดีในสภาพพื้นผิวทุกรูปแบบ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเม้าส์ที่ใช้เทคโนโลยี Blue Track ได้ที่เว็บไซต์ Microsoft Releases 3 New BlueTrack Mice

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Softpedia

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Wednesday, August 18, 2010

Microsoft introduces new game - Microsoft Flight

ไมโครซอฟท์เปิดตัวเกมใหม่ Microsoft Flight พัฒนาต่อยอดจาก Microsoft Flight Simulator
ไมโครซอฟท์เกมสตูดิโอ (Microsoft Game Studios) ฉลองโอกาสครบรอบ 28 ปี ของการออกเกม Microsoft Flight Simulator 1.0 โดยการประกาศเปิดตัวเกมสำหรับระบบปฏิบัติการ Windows ตัวใหม่ในชื่อ "Microsoft Flight"

เกม Microsoft Flight นั้นเป็นเกมที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Microsoft Flight Simulator ซึ่งจะทำให้เปลี่ยนมุมมองใหม่ให้กับเกมซึ่งมีการพัฒนามาอย่างยาวนาน และจะดึงดูดให้ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ คอเกมรุ่นใหม่ และคอเกมระดับแฟนพันธุ์แท้ให้เข้าร่วมประสบการณ์ในความมหัศจรรย์ของการบิน

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันไมโครซอฟท์ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเกม Microsoft Flight ต่อสาธารณชนมากนัก จากข้อมูลที่ Phil Spencer ซึ่งเป็น Corporate Vice President ของไมโครซอฟท์เกมสตูดิโอโพสบนเว็บไซต์นั้น ระบุว่าแกนหลัก (Core) ของเกมนี้ถูกออกแบบกับ Games for Windows - LIVE ซึ่งจะทำผู้เล่นเกมได้รับประสบการณ์เหมือนกับการเล่นเกมออนไลน์ตั้งแต่เริ่มเล่นจนจบเกม

สำหรับความคืบหน้าและรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดตามได้จากเว็บไซต์ Microsoft Flight


บทความโดย: The Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Google is set to launch Chrome Web Store in October

Google เตรียมเปิดให้บริการ Chrome Web Store ในอีก 2 เดือน
มีรายงานว่า Google เตรียมเปิดให้บริการ Chrome Web Store ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้หรือในเวลาประมาณ 2 เดือนข้างหน้า โดย Chrome Web Store นั้นเป็นเว็บไซต์ศูนย์รวมเว็บแอพพลิเคชัน (Web Applications) สำหรับรองรับการให้บริการผู้ใช้เว็บเบราเซอร์ Google Chrome และผู้ใช้เน็ตบุ๊กที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Chrome OS ในการค้นหา เลือกใช้งานหรือซื้อเว็บแอพพลิเคชันต่างๆ และยังเป็นช่องทางให้นักพัฒนาแอพพลิเคชันสามารถเข้าถึงผู้ใช้จำนวนมากได้อย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้นอีกด้วย

Chrome Web Store (Credit: Google)

โดย Google ได้ตอบคำถามที่มีการถามบ่อยเกี่ยว Chrome Web Store ดังนี้

Does this only work in Google Chrome?
เว็บแอพพลิเคชัน (Web Applications) ที่จะให้บริการใน Chrome Web Store นั้นจะเป็นเว็บแอพพลิเคชันธรรมดาซึ่งพัฒนาขึ้นด้วยเครื่องมือพัฒนาเว็บมาตรฐาน ซึ่งใช้ได้กับผู้ใช้ทุกคนที่ใช้งานเว็บเบราเซอร์ (Web browser) ที่สามารถรองรับเทนโนโลยีเว็บมัยใหม่ โดยผู้ใช้สามารถใช้ Google Chrome ในการสร้างชอร์ทคัทเพื่อความสะดวกและในการเข้าถึงแอพพลิเคชันใน Chrome Web Store ได้

Are applications in the Chrome Web Store different from other web apps?
Chrome Web Store นั้นจะไม่มีความแตกต่างจากเว็บแอพพลิเคชันของผู้ให้บริการรายอื่นๆ

What's the advantage of "installing" an app from Chrome Web Store?
ข้อดีของการติดตั้งแอพจาก Chrome Web Store คือ เมื่อผู้ใช้ทำการติดตั้งแอพพลิเคชันจาก Chrome Web Store ด้วย Google Chrome จะได้ชอร์ทคัทสำหรับใช้เข้าถึงแอพพลิเคชันดังกล่าวได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ทั้งนี้การติดตั้งเว็บแอพพลิเคชันจะต้องใช้เพอร์มิสชัน HTML5 ระดับสูง

How will I add my web application to the store?
Google จะเปิดให้นักพัฒนาสามารถทำการเพิ่มเว็บแอพพลิเคชันขึ้น Chrome Web Store ได้หลังจากการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการซึ่งกำหนดไว้ในช่วงปลายปีนี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่ preliminary documentation และ join Google developer discussion group

When is the Chrome Web Store opening?
Google จะเปิดให้บริการ Chrome Web Store แก่ทั้งผู้ใช้และนักพัฒนาในช่วงปลายปีนี้ (มีรายงานว่าเปิดให้บริการในเดือนตุลาคมศกนี้)

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Chrome Web Store สามารถดูได้จากวีดีโอพรีวิวด้านล่าง

Chrome Web Store Preview

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
CNET

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Tuesday, August 17, 2010

Add Google SSL Web Search as Default Search Engine in Google Chrome 6.0

การติดตั้ง Google SSL Web search เป็นดีฟอลท์เสิร์ชเอ็นจิ้นใน Google Chorme 6.0
Google ได้ทดลองเปิดให้บริการเข้ารหัสข้อมูลการค้นหา (Encrypted Search) เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยข้อมูลทราฟฟิกระหว่างเว็บเบราเซอร์ของผู้ใช้กับเว็บไซต์ Google.com จะถูกเข้ารหัสด้วยโปรโตคอล SSL (Secure Sockets Layer) ทำให้ผู้ใช้มีความปลอดภัยและมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ดังนั้น เพื่อเป็นการรองรับการให้บริการเข้ารหัสข้อมูลการค้นหา Google ได้พัฒนา Google SSL Web Search ซึ่งเป็นส่วนขยาย (extension) ของ Chrome เพื่อให้บริการการเข้ารหัสข้อมูลที่ทำการค้นหาด้วยเว็บไซต์ โดย Google ได้ออกส่วนขยาย Google SSL Web Search ครั้งแรกในเดือนมิถุยายนที่ผ่านมาและปัจจุบันยังคงอยู่ในเวอร์ชัน Beta สามารถรองรับ Google Chrome 6.0.419.0 หรือใหม่กว่าบนระบบ Windows และ Linux

การติดตั้งส่วนขยาย Google SSL Web Search ทำได้โดยการใช้ Google Chrome 6.0 (ในที่นี้ใช้เวอร์ชัน 6.0.472.33 Beta สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ Google Chrome 6.0.472.33 Beta Channel) เปิดไปที่เว็บไซต์ Extensions > Google SSL Web Search beta (by Google) แล้วคลิกปุ่ม Install


จากนั้นในหน้า Confirm Installation ให้คลิก Install อีกครั้ง


ในหน้า Google SSL Web Search (Beta) ให้คลิก Add as Search Engine


ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Edit Search Engine เป็นหน้าสำหรับให้ผู้ใช้กำหนดชื่อของเสิร์ชเอ็นจิ้น (Name) คีย์เวิร์ด (Keyword) และยูอาร์แอล (URL) โดยให้คลิกปุ่ม OK เพื่อใช้ค่าที่กำหนดให้


หลังจากทำการติดตั้งส่วนขยาย Google SSL Web Search เสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปเป็นการกำหนดให้ Google SSL Web Search (Beta) เป็นดีฟอลท์เสิร์ชเอ็นจิ้นของ Google Chrome โดยการการคลิกขวาบน Omnibox (แถบที่อยู่หรือแอดเดรสบาร์) จากนั้นเลือก Edit search engines


ในหน้า Search Engine ให้เลือก Google SSL Web search (Beta) แล้วคลิกปุ่ม Make Default เสร็จแล้วคลิกปุ่ม Close เพื่อจบการตั้งค่า


หลังจากทำการเซ็ตให้ Google SSL Web search (Beta) เป็นดีฟอลท์เสิร์ชเอ็นจิ้นของ Google Chrome 6.0 เสร็จเรียบร้อยแล้ว ในการค้นหาข้อมูลฬฯครั้งต่อๆ ไปข้อมูลจะถูกเขารหัส (โดยแสดง https:// ในช่อง Omnibox) ทำให้การค้นหามีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น


อนึ่ง ส่วนขยาย Google SSL Web search (Beta) 1.3 ยังไม่สามารถทำงานได้บนระบบ Macintosh เนื่องจากยังไม่มีการอิมพลีเมนต์ระบบ UI สำหรับจัดการข้อมูล OSDD

บทสรุป
Google SSL Web Search (Beta) จะช่วยให้การค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตด้วย Google Chrome 6.0 มีความปลอดภัยมากขึ้น เนื่องจากข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์กับจะถูกเข้ารหัส อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวคิดว่า หาก Google พัฒนาให้สามารถทำการตั้งค่า Google SSL Web search เป็นดีฟอลท์เสิร์ชเอ็นจิ้นโดยไม่ต้องใช้ส่วนขยายน่าจะดีกว่านี้

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ Google SSL Web search สามารถอ่านได้ที่เว็บไซต์ Google SSL Beta

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
CNET

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Monday, August 16, 2010

"STOP: 0x00000001" error occurs in Windows 7 or Windows Server 2008 R2

ปัญหาความผิดพลาด STOP: 0x00000001 ใน Windows 7 และ Windows Server 2008 R2

ผู้ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 7 และ Windows Server 2008 R2 ที่ทำการติดตั้งแอพพลิเคชันแบบเธิร์ดพาร์ตี้ (third-party) สำหรับอุปกรณ์ Media Transfer Protocol (MTP) หรือสำหรับ Windows Portable Device (WPD) อาจจะประสบปัญหาระบบหยุดตอบสนองการทำงาน (Stop Responding) เมื่อทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์ MTP หรือ WPD เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ในครั้งแรก โดยระบบแสดงข้อความผิดพลาดดังต่อไปนี้

STOP: 0x00000001 (parameter1, parameter2, parameter3, parameter4)
APC_INDEX_MISMATCH

หมายเหตุ:
• พารามิเตอร์ในข้อความผิดพลาดนั้นแตกต่างกันไปบนคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง ทั้งนี้ จะขึ้นอยู่กับการตั้งค่าเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นๆ
• ข้อความผิดพลาด Stop: 0x00000001 นั้นอาจเกิดขึ้นได้จากสาเหตุอื่นๆ นอกเหนือจากสาเหตุที่ได้แสดงอยู่ในบทความนี้

สาเหตุของปัญหา
ประเด็นปัญหาระบบหยุดตอบสนองการทำงานนี้ เกิดขึ้นเนื่องจากในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ MTP หรือ WPD ครั้งแรกนั้น เมื่อคอมโพสิทบัสอีนิวเมอเรเตอร์ (composite bus enumerator ) ตรวจพบการต่ออุปกรณ์ก็จะพยายามทำการติดตั้งคอมโพสิทไดรเวอร์สำหรับ WPD แต่ถ้าในระหว่างที่กำลังติดตั้งไดรเวอร์มีแอพพลิเคชันแบบเธิร์ดพาร์ตี้ทำการรันคำสั่งรีเซ็ตอุปกรณ์แบบยูเอสบี โดยที่การรันคำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาหลังการติดตั้งไดรเวอร์ของ MTP และ USB หรือ MTP และ IP และก่อนการติดตั้งไดรเวอร์ composite multiple transport ของ MTP จะทำให้เกิดเงื่อนไขที่เรียกว่า race condition

การเกิดเงื่อนไข race condition จะส่งผลให้ไฟล์ Compositebus.sys ทำการรีลีสการล็อก Windows Driver Foundation (WDF) ทำให้ไฟล์ Compositebus.sys ไม่ถูกล็อก เมื่อรีลีสฟังก์ชันทำการส่งคำสั่ง asynchronous procedure call (APC) ซึ่งไม่สอดคล้องกับสถานะจริงของเธรดจึงทำให้ระบบหยุดตอบสนองการทำงานและทำการแสดงข้อความผิดพลาด APC_INDEX_MISMATCH

วิธีการแก้ไข
ไมโครซอฟท์ได้ออกฮอตฟิกซ์เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวนี้แล้ว โดยผู้ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 7 หรือ Windows Server 2008 R2 ที่ประสบปัญหาเครื่องคอมพิวเตอร์หยุดตอบสนองการทำงานตามรายละเอียดด้านบน สามารถติดต่อ Microsoft Support เพื่อขอดาวน์โหลดฮอตฟิกซ์ดังกล่าวนี้

อย่างไรก็ตาม ไมโครซอฟท์ได้แนะนำว่า ให้ผู้ใช้ทำการติดตั้งฮ็อตฟิกซ์นี้ เฉพาะบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีปัญหาที่อธิบายด้านบนเท่านั้น เนื่องจากฮ็อตฟิกซ์ดังกล่าวนี้ ยังต้องทดสอบการทำงานเพิ่มเติมและจะรวมอยู่ในเซอร์วิสแพ็ค (Service Pack) ในอนาคต

หมายเหตุ: อย่าทำการติดตั้งฮอตฟิกซ์บนเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอันขาด ถ้ายังไม่แน่ใจว่าฮอตฟิกซ์จะช่วยแก้ปัญหาได้หรือไม่

วิธีการนี้สามารถใช้ได้กับ
วิธีการนี้สามารถใช้ได้กับ Windows เวอร์ชันต่างๆ ดังนี้
• Windows 7 Enterprise
• Windows 7 Home Basic
• Windows 7 Home Premium
• Windows 7 Professional
• Windows 7 Starter
• Windows 7 Ultimate
• Windows Server 2008 R2 Datacenter
• Windows Server 2008 R2 Enterprise
• Windows Server 2008 R2 Standard

Windows Portable Devices (WPD)
Windows Portable Devices (WPD) เป็นตัวช่วยในการติดต่อระหว่างคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์เก็บข้อมูลที่ทำการเชื่อมต่อ WPD ช่วยให้การสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์กับเครื่องเล่นเพลง (Music players) อุปกรณ์เก็บข้อมูล (Storage devices) โทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile phones) กล้องถ่ายรูป (Cameras) และอุปกรณ์ต่างๆ มีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ โดยไมโครซอฟท์พัฒนา WPD ขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่แทน Windows Media Device Manager และ Windows Image Acquisition

Media Transfer Protocol (MTP)
Media Transfer Protocol (MTP) คือโปรโตคอลที่ออกแบบสำหรับอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบพกพา (portable media devices) วัตถุประสงค์หลักของโปรโตคอลตัวนี้คือจัดเตรียมโปรโตคอลกลางสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบพกพา รวมถึงการรับและส่งมีเดียอ็อปเจ็กต์และการรวมรวมรายละเอียดและความสามารถของอุปกรณ์

บทความโดย: The Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
KB2203330

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.