Wednesday, March 31, 2010

Apple iTunes 9.1 for Windows

iTunes 9.1 เวอร์ชันอัพเดทใหม่ล่าสุดสำหรับ Windows
บทความโดย: Windows Administrator Blog

วันที่ 30 มีนาคม 2553 Apple ออก iTunes 9.1 ซึ่งในเวอร์ชันอัพเดทนี้มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่คือสามารถรองรับการทำงานร่วมกับ iPad ได้ โดย iTunes นั้นเป็นโปรแกรมเล่นไฟล์ออดิโอ (Audio Player) สำหรับเล่น (Playing) และจัดการ (Organizing) ไฟล์ดนตรีดิจิตอล (Digital Music) รวมถึงใช้ในการซื้อเพลงดิจิตอลจากร้าน iTunes Store ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายเพลงบนอินเทอร์เน็ตของ Apple ได้อีกด้วย

iTunes นั้นเป็นโปรแกรมจำเป็นสำหรับผู้ที่ใช้ iPod และ iPad ร่วมกับคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติ Windows โดยสามารถใช้ iTunes ในการจัดการดนตรีในด้านต่างๆ เช่น สร้าง/แก้ไข/เพิ่ม/ลบ Playlist แก้ไขรายละเอียดของไฟล์, บันทึกคอมลงแพ็คดิส ก็อปปี้เข้าเครื่องเล่นไฟล์ดิจิตอลออดิโอ (Digital audio player) ซื้อไฟล์ดนตรีจากอินเทอร์เน็ตผ่านทางบิวด์อิน Music Store รัน Visualizer เพื่อแสดง Graphical effects ในขณะเล่นไฟล์ดนตรี และยังสามารถทำการแปลงฟอร์แมตของไฟล์ดนตรีได้อีกด้วย โดยใน iTunes 9.1 จะมีโปรแกรมติดตั้ง Quicktime Player 7.6.4 รวมอยู่ภายในด้วย

การปรับปรุงใน iTunes 9.1
ใน Apple iTunes 9.1 มีการเพิ่มคุณสมบัติใหม่รวมถึงปรับปรุงการทำงานต่างๆ ให้ดีขึ้น ดังนี้
• เพิ่มการรองรับ iPad
• เพิ่มความสามารถในการซิงค์ (Sync) และออแกไนซ์ (Organize) การดาวน์โหลดหนังสือระหว่าง iPad และไลบารี่ของ iTunes
• สามารถทำการเปลี่ยนชื่อ (Renamed) จัดเรียงใหม่ (Rearranged) หรือลบออก (Removed) Genius Mixes ได้

Download iTunes 9.1
สำหรับท่านที่สนใจใช้งานโปรแกรม iTunes สามารถดาวน์โหลด iTunes 9.1 ซึ่งเป็นเวอร์ชันล่าสุดได้ฟรีที่เว็บไซต์
• เวอร์ชัน 32-bit (93.1MB) ดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ Download iTunes 9.1 (32-bit) หรือจากเว็บไซต์ Download iTunes 9.1 for Windows (32-bit) สำหรับเวอร์ชัน 64-bit (93.84MB) นั้น ดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ Download iTunes 9.1 for Windows (64-bit)

ความต้องการระบบของ iTunes 9.1
iTunes 9.1 เวอร์ชันสำหรับ Windows มีความต้องการระบบดังนี้
• ระบบ Windows XP Service Pack 2 หรือใหม่กว่า Windows Vista (32-bit/64-bit) หรือใหม่กว่า และ Windows 7 (32-bit/64-bit)
• ใช้ซีพียู Intel หรือ AMD ความเร็ว 1 GHz หรือสูงกว่า (แนะนำให้ใช้ Intel Pentium D หรือสูงกว่า)
• ใช้ซีพียู Intel Core 2 Duo ความเร็ว 2 GHz หรือสูงกว่า สำหรับการเล่น HD Video และการใช้ iTunes LP หรือ iTunes Extras จาก iTunes Store
• มีหน่วยความจำ 512MB; และ 1GB สำหรับการเล่นไฟล์ HD-quality video, iTunes LP, หรือ iTunes Extras
• จอภาพที่สามารถรองรับการแสดงผลที่ความละเอียด 1,024x768 หรือสูงกว่า (การใช้ iTunes LP หรือ iTunes Extras ต้องการจอภาพที่ที่สามารถรองรับการแสดงผลที่ความละเอียด 1,280x800 )
• กราฟิกการ์ดที่รองรับ DirectX 9.1 มีหน่วยความจำอย่างน้อย 64 MB
• การ์ดเสียงที่รองรับการทำงานร่วมกับ QuickTime
• เวอร์ชันสำหรับวินโดวส์ต้องการพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ 200 MB
• การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสำหรับการเข้าถึง iTunes Store
• เครื่องบันทึก CD หรือ DVD สำหรับใช้สร้าง audio CDs, MP3 CDs หรือ back-up CDs หรือ DVDs ที่รองรับการทำงานร่วมกับ iTunes

iTunes (Credit: Apple)

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Windows 7 Enterprise 90-Day Trial Downloads Extended

ไมโครซอฟท์ขยายเวลาให้ดาวน์โหลด Windows 7 RTM (Enterprise 90-Day Trial) จนถึง 31 ธันวาคม 2553


อัพเดท 1 ต.ค.54: ไมโครซอฟท์ขยายเวลาให้ดาวน์โหลด Windows 7 Enterprise 90-day Trial ได้จนถึง 31 ธันวาคม 2554

อัพเดท 20 ต.ค.53: ไมโครซอฟท์เวลาให้ดาวน์โหลด Windows 7 Enterprise 90-day Trial ได้จนถึง 31 เมษายน 2554

ไมโครซอฟท์ได้ประกาศขยายเวลาให้ดาวน์โหลด Windows 7 RTM (Enterprise 90 Day Trial) ไปจนถึง 31 ธันวาคม 2553 จากเดิมที่จะให้ดาวน์โหลดถึง 31 มีนาคม 2553 โดยไมโครซอฟท์ให้เหตุผลว่า เนื่องจากยังมีความต้องการดาวน์โหลดเป็นจำนวนมาก

สำหรับวัตถุประสงค์ของไมโครซอฟท์ในการเปิดให้ดาวน์โหลด Windows 7 Enterprise ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทางด้านไอทีขององค์กร ใช้ทำการทดสอบซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่มีใช้งานอยู่ในองค์กรบนเวอร์ชันเสร็จสมบูรณ์ของ Windows 7

นอกจากนี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทางด้านไอทีขององค์กร ได้มีโอกาสทำความคุ้นเคยกับการฟีเจอร์ใหม่รวมถึงฟีเจอร์ต่างๆ ของ Windows 7 ที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีกว่าในระบบปฏิบัติการวินโดวส์เวอร์ชันก่อนหน้า รวมถึงได้ประเมินการใช้ Windows 7 ว่าสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิผล ความปลอดภัย และความสามารถในการจัดการได้มากขึ้นอย่างไร

Download Windows 7 Enterprise (90 Day Trial)
ไมโครซอฟท์เปิดให้ดาวน์โหลด Windows 7 Enterprise เวอร์ชันทดลองใช้ 90 วัน ทั้งเวอร์ชัน 32-bit และ 64-bit ในเวอร์ชัน 5 ภาษา ได้แก่ English, French, German, Japanese และ Spanish ท่านใดที่สนใจทดสอบการใช้งาน Windows 7 สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีที่ Download Windows 7 Enterprise 90-day Trial


หมายเหตุ: การดาวน์โหลดจะต้องทำการล็อกอินด้วยแอคเคาท์ MSN Hotmail, MSN Messenger หรือ Passport account

ทิปการดาวน์โหลด: หลังจากทำการ Sign in แล้ว ในหัวข้อของหน้าโปรไฟล์ "What occupation best describes you?" ให้เลือกเป็น IT Manager หรือ IT Worker ระบบจึงจะยอมให้ทำการดาวน์โหลด

คำแนะนำในการใช้ Windows 7 Enterprise (90 Day Trial)
คำแนะนำในการทดลองใช้ Windows 7 Enterprise เวอร์ชันทดลองใช้ 90 วัน มีดังนี้
• ติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ทดสอบเท่านั้น เพื่อป้องกันข้อมูลที่มีค่าไม่ให้สูญหายโดยไม่ตั้งใจ
• หลังติดตั้งแล้วจะต้องทำการแอคติเวต (Activate) ภายใน 10 วัน ถ้าหากไม่ทำการแอคติเวตภายใน 10 วัน ระบบจะทำการปิดตัวเองทุกๆ 1 ชั่วโมง จนกว่าจะทำการแอคติเวต
• Windows 7 Enterprise เวอร์ชันทดลองใช้ 90 วัน เป็นเวอร์ชันเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งเป็นเวอร์ชันสำหรับการใช้งานในเอ็นเทอร์ไพรส์ การติดตั้งไม่ต้องการหมายเลขผลิตภัณฑ์ (Product key) เนื่องจากจะถูกรวมอยู่ในชุดติดตั้งพร้อมกับการดาวน์โหลด
• หลังจากทำการทดลองใช้งานครบ 90 วัน ระบบจะทำการปิดตัวเองทุกๆ 1 ชั่วโมง
• ไมโครซอฟท์ได้ขยายเวลาเปิดให้ดาวน์โหลด Windows 7 Enterprise เวอร์ชันทดลองใช้ 90 วัน ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2553 เท่านั้น
• หลังจากทำการทดลองใช้งานครบ 90 วัน ในกรณีต้องการใช้งาน Windows 7 ต่อไป จะไม่สามารถอัพเกรดจากเวอร์ชันทดลองใช้เป็นเวอร์ชันเต็มได้ โดยจะต้องทำการซื้อไลเซนส์และทำการติดตั้ง Windows 7 ใหม่ (Clean Installation) รวมถึงต้องติดตั้งไดรเวอร์และแอพพลิเคชันใหม่ด้วย (Windows 7 Enterprise นั้นไม่มีจำหน่ายผ่านทางร้านค้าไอทีทั่วไป)

ความต้องการระบบของ Windows 7
Windows 7 มีความต้องการระบบขั้นต่ำดังนี้
• CPU: ความเร็ว 1 GHz 32-bit (x86) ซีพียู หรือ 64-bit (x64) ซีพียู
• Memory: หน่วยความจำอย่างน้อย 1 GB สำหรับ Windows 7 32-bit และ 2 GB สำหรับ Windows 7 64-bit
• Disk space: พื้นที่ฮาร์ดดิสก์อย่างต่ำ 16 GB สำหรับ Windows 7 32-bit และ 20 GB สำหรับ Windows 7 64-bit
• Graphics: รองรับ DirectX 9 และ Windows Display Driver Model (WDDM) 1.0 หรือสูงกว่า สำหรับการใช้งาน Aero theme
• Other: DVD-R/W Drive, Internet access (สำหรับดาวน์โหลด Windows 7 และ Update)

ความต้องการระบบในด้านอื่นๆ
• ในการใช้งานบางฟังก์ชันของ Windows Media Center จะต้องใช้ TV tuner และฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม
• Windows Touch และ Tablet PCs จะต้องใช้ฮาร์ดแวร์เฉพาะ
• HomeGroup จะต้องใช้ร่วมกับระบบเครือข่ายและพีซีที่ใช้ Windows 7
• การเขียน DVD/CD จะต้องใช้อ็อปติคอลไดรฟ์
• BitLocker ต้องการ Trusted Platform Module (TPM) 1.2 ในการทำงาน
• BitLocker To Go ต้องการ USB flash drive ในการทำงาน
• การใช้งาน Windows XP Mode จะต้องการหน่วยความจำ (RAM) เพิ่มขึ้น 1 GB และต้องการพื้นที่ฮาร์ดดิสก์เพิ่มเติมอีก 15 GB และโพรเซสเซอร์ต้องรองรับเทคโนโลยี Virtualization ของ Intel-VT หรือ AMD-V (และต้องเปิดใช้งาน)
• ระบบเสียงและดนตรีสำหรับการฟังเพลงหรือเปิดไฟล์มัลติมีเดียอื่นๆ

บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Windows Team Blog

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Mozilla Firefox 3.5.9 Stability and Security Updates

Mozilla Firefox 3.5.9 แก้หลายปัญหาความปลอดภัยและเสถียรภาพการทำงาน
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

วันที่ 30 มีนาคม 2553 (ตรงกับวันที่ 18 มี.ค. ตามเวลาในประเทศไทย) Mozilla ออก Firefox 3.5.9 เพื่อแก้หลายปัญหาเสถียรภาพการทำงานและปัญหาความปลอดภัยที่พบในเวอร์ชัน 3.5.8 รวมถึงเวอร์ชันก่อนหน้า ดังนั้นเพื่อปลอดภัยท่านใดที่ใช้เวอร์ชัน 3.5.8 หรือเก่ากว่าขอแนะนำให้ทำการอัพเดทให้เรียบร้อยเพื่อที่จะได้ใช้งานด้วยความสบายใจ

อนึ่ง Firefox 3.5.9 นี้เป็นอัพเดทตัวล่าสุดของเวอร์ชัน 3.5 แต่สำหรับเวอร์ชันล่าสุดนั้นคือ Firefox 3.6.2 สามารถอ่านรายละเอียดและดาวน์โหลดได้ที่ Mozilla Firefox 3.6.2 Stability and Security Updates โดยหลังจากทำการอัพเดทเป็น Firefox 3.5.9 แนะนำให้อัพเดทเป็น Firefox 3.6.2 เพื่อให้การใช้งานด้วยความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด

การดาวน์โหลด Mozilla Firefox 3.5.9
โปรแกรมติดตั้ง Mozilla Firefox 3.5.9 เวอร์ชันสำหรับ Windows นั้นมีขนาดประมาณ 7.7 MB สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ดังนี้
Download Mozilla Firefox 3.5.9
Download Mozilla Firefox 3.5.9 for Windows

Mozilla Firefox 3.5.9 New Features
ใน Firefox 3.5.9 นั้น Mozilla ได้ทำการปรับปรุงด้านต่างๆ ดังนี้
• แก้หลายประเด็นปัญหาที่เกี่ยวกับเสถียรภาพการทำงาน

Bugs fix
ใน Firefox 3.5.9 นั้น Mozilla ได้ทำการแก้ปัญหาเกี่ยวกับช่องโหว่ความปลอดภัยจำนวน 5 ปัญหา ดังนี้
• MFSA 2010-24 XMLDocument::load() doesn't check nsIContentPolicy [Low]
• MFSA 2010-23 Image src redirect to mailto: URL opens email editor [Low]
• MFSA 2010-22 Update NSS to support TLS renegotiation indication [Low]
• MFSA 2010-20 Chrome privilege escalation via forced URL drag and drop [Critical]
• MFSA 2010-19 Dangling pointer vulnerability in nsPluginArray [Critical]
• MFSA 2010-18 Dangling pointer vulnerability in nsTreeContentView [Critical]
• MFSA 2010-17 Remote code execution with use-after-free in nsTreeSelection [Critical]
• MFSA 2010-16 Crashes with evidence of memory corruption (rv:1.9.2.2/ 1.9.1.9/ 1.9.0.19) [Critical]

ความต้องการระบบของ Firefox 3.5
ความต้องการระบบของ Firefox 3.5 บนระบบปฏิบัติการ Windows มีดังนี้
Operating Systems
• Windows 2000
• Windows XP
• Windows Server 2003
• Windows Vista
• Windows 7

Minimum Hardware
• ใช้ซีพียูขั้นต่ำ Pentium 233 MHz (แนะนำ: Pentium 500MHz หรือสูงกว่า)
• เมมโมรี 64 MB RAM (แนะนำ: 128 MB RAM หรือมากกว่า)
• พื้นที่ฮาร์ดดิสก์ 52 MB

การติดตั้ง Mozilla Firefox 3.5.9
วิธีการติดตั้ง Mozilla Firefox 3.5.9 นั้น แบ่งออกเป็น 2 แบบด้วยกัน ตามรายละเอียดดังนี้
แบบที่ 1 สำหรับผู้ใช้ที่ติดตั้ง Firefox บนเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว
การอัพเดทจาก Firefox เวอร์ชันก่อนที่ติดตั้งอยู่แล้ว ถ้าหากตั้งค่า Advanced>Update>Automatically check for update to: Firefox เมื่อทำการเปิดใช้งาน Firefox และมีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต Firefox ก็จะทำการตรวจสอบการอัพเดทโดยอัตโนมัติ (สามารถสั่งให้ Firefox ทำการตรวจสอบการอัพเดทแบบแมนนวล โดยการคลิกที่เมนู Help แล้วคลิก Check for Updates)

แบบที่ 2 สำหรับผู้ใช้ที่ยังไม่ได้ทำการติดตั้ง Firefox บนเครื่องคอมพิวเตอร์
การติดตั้ง Firefox 3.5.9 ใหม่ สำหรับผู้ใช้วินโดวส์ที่ยังไม่ได้ทำการติดตั้ง Firefox บนเครื่องคอมพิวเตอร์ ให้ดาวน์โหลด Firefox เวอร์ชันสำหรับวินโดวส์เว็บไซต์ในหัวข้อ การดาวน์โหลด Mozilla Firefox 3.5.9 ด้านบน แล้วทำการติดตั้งแบบแมนนวล สำหรับขั้นตอนและวิธีการติดตั้งสามารถอ่านรายละเอียดได้จากเว็บไซต์ How to install Mozilla Firefox 3.6

การยกเลิกการติดตั้ง Firefox 3.5.9
การยกเลิกการติดตั้ง Firefox 3.5.9 สามารถทำได้จาก Add or Remove Programs ใน Control Panel โดยการยกเลิกการติดตั้ง Firefox 3.5.x นั้น โปรแกรมจะไม่ทำการลบข้อมูลต่างๆ คือ Bookmarks, Web Browsing History และ Extensions หรือ Add-ons ต่างๆ ให้อัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้ต้องทำการลบด้วยตนเอง ตามตำแหน่งดังนี้

Windows Vista = Users\[username]\AppData\Roaming\Mozilla\Firefox
Windows 2000, XP, 2003 = Documents and Settings\UserName\Application Data\Mozilla\Firefox
Windows NT = WINNT\Profiles\UserName\Application Data\Mozilla\Firefox
Mac OS X = ~/Library/Application Support/Firefox
Linux and Unix systems = ~/.mozilla/firefox

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
Firefox 3.5.9 Release Notes

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Microsoft issues out-of-band patch for Internet Explorer

ไมโครซอฟท์ออกแพตซ์ (Patch) เป็นกรณีเร่งด่วน (Out-of-Band) เพื่อแก้ปัญหาช่องโหว่ความปลอดภัยแบบ Zero-Day ใน IE6 และ IE7
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

ไมโครซอฟท์ออกแพตซ์ (Patch) หมายเลข MS10-018 เป็นกรณีเร่งด่วน (Out-of-Band) เพื่อแก้ปัญหาช่องโหว่ความปลอดภัยของโปรแกรม Internet Explorer 6 และ Internet Explorer 7 ตามที่ได้แถลงการณ์ใน Microsoft Security Bulletin Advance Notification for March 2010 (Version: 2.0) สำหรับรายละเอียดทั้งหมดสามารถอ่านได้ที่เว็บไซต์ Microsoft out-of-band zero-day IE patch coming March 30, 2010

Microsoft Security Update for March 2010 (Out-of-Band)
วันที่ 30 มีนาคม 2553 (31 มี.ค 53 ตามเวลาในประเทศไทย) ไมโครซอฟท์ได้ออก "Microsoft Security Update for March 2010 (Out-of-Band)" จำนวน 1 ตัว คือ หมายเลข MS10-018 เพื่อแก้ปัญหาความปลอดภัยร้ายแรงระดับวิกฤติ (Critical) ใน Internet Explorer 6 และ Internet Explorer 7 ในวินโดวส์หลายเวอร์ชันตามรายละเอียดในหัวข้อ "Affected Software" ด้านล่าง

หมายเหตุ: MS10-0108 นั้นจะแทนที่ MS10-002

MS10-018: Cumulative Security Update for Internet Explorer (980182)
Update Link: http://www.microsoft.com/technet/security/bulletin/ms10-018.mspx
Impact: Remote Code Execution
Affected Software:
- Internet Explorer 5.01 Service Pack 4 when installed on Microsoft Windows 2000 Service Pack 4
- Internet Explorer 6 Service Pack 1 when installed on Microsoft Windows 2000 Service Pack 4
- Internet Explorer 6 for Windows XP Service Pack 2 and Windows XP Service Pack 3
- Internet Explorer 6 for Windows XP Professional x64 Edition Service Pack 2
- Internet Explorer 6 for Windows Server 2003 Service Pack 2
- Internet Explorer 6 for Windows Server 2003 x64 Edition Service Pack 2
- Internet Explorer 6 for Windows Server 2003 with SP2 for Itanium-based Systems
- Internet Explorer 7 for Windows XP Service Pack 2 and Windows XP Service Pack 3
- Internet Explorer 7 for Windows XP Professional x64 Edition Service Pack 2
- Internet Explorer 7 for Windows Server 2003 Service Pack 2
- Internet Explorer 7 for Windows Server 2003 x64 Edition Service Pack 2
- Internet Explorer 7 for Windows Server 2003 with SP2 for Itanium-based Systems
- Internet Explorer 7 in Windows Vista, Windows Vista Service Pack 1, and Windows Vista Service Pack 2
- Internet Explorer 7 in Windows Vista x64 Edition, Windows Vista x64 Edition Service Pack 1, and Windows Vista x64 Edition Service Pack 2
- Internet Explorer 7 in Windows Server 2008 for 32-bit Systems and Windows Server 2008 for 32-bit Systems Service Pack 2 (Windows Server 2008 Server Core nstallation not affected)
- Internet Explorer 7 in Windows Server 2008 for x64-based Systems and Windows Server 2008 for x64-based Systems Service Pack 2 (Windows Server 2008 Server ore installation not affected)
- Internet Explorer 7 in Windows Server 2008 for Itanium-based Systems and Windows Server 2008 for Itanium-based Systems Service Pack 2
- Internet Explorer 8 for Windows XP Service Pack 2 and Windows XP Service Pack 3
- Internet Explorer 8 for Windows XP Professional x64 Edition Service Pack 2
- Internet Explorer 8 for Windows Server 2003 Service Pack 2
- Internet Explorer 8 for Windows Server 2003 x64 Edition Service Pack 2
- Internet Explorer 8 in Windows Vista, Windows Vista Service Pack 1, and Windows Vista Service Pack 2
- Internet Explorer 8 in Windows Vista x64 Edition, Windows Vista x64 Edition Service Pack 1, and Windows Vista x64 Edition Service Pack 2
- Internet Explorer 8 in Windows Server 2008 for 32-bit Systems and Windows Server 2008 for 32-bit Systems Service Pack 2 (Windows Server 2008 Server Core installation not affected)
- Internet Explorer 8 in Windows Server 2008 for x64-based Systems and Windows Server 2008 for x64-based Systems Service Pack 2 (Windows Server 2008 Server Core installation not affected)
- Internet Explorer 8 in Windows 7 for 32-bit Systems
- Internet Explorer 8 in Windows 7 for x64-based Systems
- Internet Explorer 8 in Windows Server 2008 R2 for x64-based Systems (Windows Server 2008 Server Core installation not affected)
- Internet Explorer 8 in Windows Server 2008 R2 for Itanium-based Systems

หมายเหตุ: ช่องโหว่ความปลอดภัยตามรายละเอียดใน Microsoft Security Advisory (981374) นั้นจะไม่มีผลกระทบกับ Windows Server 2008 หรือ Windows Server 2008 R2 เมื่อทำการติดตั้งแบบ Server Core

การอัพเดทระบบ
ผู้ที่ใช้โปรแกรม Internet Explorer เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ สามารถทำการอัพเดทจากเว็บไซต์ Microsoft Windows Update ผ่านทางอินเทอร์เน็ต หรือทำการอัพเดทผ่านทาง Windows Server Update Services (WSUS) สำหรับผู้ใช้แบบองค์กรที่มีการติดตั้งระบบ WSUS Server ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2553 เป็นต้นไป

หรือทำการดาวน์โหลดอัพเดทมาทำการติดตั้งเองได้ตามเวอร์ชันที่ใช้ดังนี้
ดาวน์โหลดอัพเดท Internet Explorer 6 สำหรับ Windows XP
ดาวน์โหลดอัพเดท Internet Explorer 7 สำหรับ Windows XP
ดาวน์โหลดอัพเดท Internet Explorer 8 สำหรับ Windows XP

สำหรับการดาวน์โหลดอัพเดทสำหรับ Windows เวอร์ชันอื่นๆ ที่เหลือ สามารถดูรายละเอียดได้จากเว็บไซต์ Microsoft Security Bulletin MS10-018

คำแนะนำเพื่อความปลอดภัย
เนื่องจากไมโครซอฟท์ออกแพตซ์ MS10-018 แบบเร่งด่วน (Out-of-Band) นั้นหมายความว่าเป็นกรณีที่ร้ายแรงและมีผลกระทบรุนแรงกับระบบความปลอดภัย ดังนั้นจึงแนะนำทุกท่านที่ใช้โปรแกรม Internet Explorer เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบให้ทำการอัพเดททันทีที่ทำได้ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการโจมตีจาก Virus, Malware และ Hacker

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Microsoft Security Bulletin Summary for March 2010
KB980182

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Tuesday, March 30, 2010

Microsoft out-of-band zero-day IE patch coming March 30, 2010

ไมโครซอฟท์เตรียมออกแพตซ์ (Patch) เป็นกรณีเร่งด่วน (Out-of-Band) เพื่อแก้ปัญหาช่องโหว่ความปลอดภัยแบบ Zero-Day ใน IE6 และ IE7
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

ไมโครซอฟท์ประกาศว่าจะออกแพตซ์ (Patch) เป็นกรณีเร่งด่วน (Out-of-Band) ในวันที่ 30 มีนาคม 2553 (ตามเวลาในประเทศสหรัฐอเมริกา) เพื่อแก้ปัญหาช่องโหว่ความปลอดภัยของแบบ Zero-Day ที่พบใน Internet Explorer 6 และ Internet Explorer 7 ตามรายละเอียดใน Microsoft Security Advisory (981374): Vulnerability in Internet Explorer Could Allow Remote Code Execution สำหรับรายละเอียดสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Microsoft warns of New Zero-Day IE Hole

โดยวันที่ 29 มีนาคม 2553 (ตามเวลาในประเทศสหรัฐอเมริกา) ที่ผ่านมา โดยไมโครซอฟท์ได้ออก Microsoft Security Bulletin Advance Notification for March 2010 เป็นกรณีเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาความปลอดภัยร้ายแรงระดับวิกฤติ (Critical) ในโปรแกรม Internet Explorer 6 และ Internet Explorer 7 โดยที่ Internet Explorer 8 บน Windows 7 นั้นจะไม่ได้รับผลกระทบ สำหรับระบบที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

Microsoft Security Bulletin 1: Internet Explorer
Impact: Remote Code Execution
Affected Software:
- Internet Explorer 5.01 Service Pack 4 when installed on Microsoft Windows 2000 Service Pack 4
- Internet Explorer 6 Service Pack 1 when installed on Microsoft Windows 2000 Service Pack 4
- Internet Explorer 6 for Windows XP Service Pack 2 and Windows XP Service Pack 3
- Internet Explorer 6 for Windows XP Professional x64 Edition Service Pack 2
- Internet Explorer 6 for Windows Server 2003 Service Pack 2
- Internet Explorer 6 for Windows Server 2003 x64 Edition Service Pack 2
- Internet Explorer 6 for Windows Server 2003 with SP2 for Itanium-based Systems
- Internet Explorer 7 for Windows XP Service Pack 2 and Windows XP Service Pack 3
- Internet Explorer 7 for Windows XP Professional x64 Edition Service Pack 2
- Internet Explorer 7 for Windows Server 2003 Service Pack 2
- Internet Explorer 7 for Windows Server 2003 x64 Edition Service Pack 2
- Internet Explorer 7 for Windows Server 2003 with SP2 for Itanium-based Systems
- Internet Explorer 7 in Windows Vista, Windows Vista Service Pack 1, and Windows Vista Service Pack 2
- Internet Explorer 7 in Windows Vista x64 Edition, Windows Vista x64 Edition Service Pack 1, and Windows Vista x64 Edition Service Pack 2
- Internet Explorer 7 in Windows Server 2008 for 32-bit Systems and Windows Server 2008 for 32-bit Systems Service Pack 2 (Windows Server 2008 Server Core nstallation not affected)
- Internet Explorer 7 in Windows Server 2008 for x64-based Systems and Windows Server 2008 for x64-based Systems Service Pack 2 (Windows Server 2008 Server ore installation not affected)
- Internet Explorer 7 in Windows Server 2008 for Itanium-based Systems and Windows Server 2008 for Itanium-based Systems Service Pack 2
- Internet Explorer 8 for Windows XP Service Pack 2 and Windows XP Service Pack 3
- Internet Explorer 8 for Windows XP Professional x64 Edition Service Pack 2
- Internet Explorer 8 for Windows Server 2003 Service Pack 2
- Internet Explorer 8 for Windows Server 2003 x64 Edition Service Pack 2
- Internet Explorer 8 in Windows Vista, Windows Vista Service Pack 1, and Windows Vista Service Pack 2
- Internet Explorer 8 in Windows Vista x64 Edition, Windows Vista x64 Edition Service Pack 1, and Windows Vista x64 Edition Service Pack 2
- Internet Explorer 8 in Windows Server 2008 for 32-bit Systems and Windows Server 2008 for 32-bit Systems Service Pack 2 (Windows Server 2008 Server Core installation not affected)
- Internet Explorer 8 in Windows Server 2008 for x64-based Systems and Windows Server 2008 for x64-based Systems Service Pack 2 (Windows Server 2008 Server Core installation not affected)
- Internet Explorer 8 in Windows 7 for 32-bit Systems
- Internet Explorer 8 in Windows 7 for x64-based Systems
- Internet Explorer 8 in Windows Server 2008 R2 for x64-based Systems (Windows Server 2008 Server Core installation not affected)
- Internet Explorer 8 in Windows Server 2008 R2 for Itanium-based Systems


การออกอัพเดทและการอัพเดทระบบ
ไมโครซอฟท์จะออกแพตซ์เป็นกรณีเร่งด่วนในวันที่ 30 มีนาคม (ตรงกับวันที่ 31 ตามเวลาในประเทศไทย) นี้ โดยผู้ใช้ทั่วไปสามารถทำการอัพเดทจากเว็บไซต์ Microsoft Windows Update ผ่านทางอินเทอร์เน็ต หรือทำการอัพเดทผ่านทาง WSUS สำหรับผู้ใช้แบบองค์กรที่มีการติดตั้งระบบ Windows Server Update Services ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2553 เป็นต้นไป

ส่งท้ายเอนทรี่
เนื่องจากออกแพตซ์ในครั้งนี้เป็นการแก้ไขช่องโหว่ความปลอดภัยของ Internet Explorer ที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อระบบ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ผู้ที่เป็นแอดมินซึ่งรับผิดชอบงานด้านการอัพเดทให้เตรียมแผนการอัพเดทระบบไว้รองรับและทำ การอัพเดทในทันทีที่ไมโครซอฟท์ออกอัพเดทนะครับ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
Microsoft Fix it for Zero-Day Vulnerability in Internet Explorer 6 and Internet Explorer 7

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Microsoft Security Bulletin Advance Notification for March 2010

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Monday, March 29, 2010

Windows 7 Application Compatibility List for IT Professionals (MAR 25, 2010)

รายชื่อแอพพลิเคชันซอฟต์แวร์ที่ผ่านการทดสอบการทำงานบน Windows 7 (อัพเดท 25 มี.ค. 53)
ไมโครซอฟท์ออก "Windows 7 Application Compatibility List for IT Professionals" เวอร์ชันอัพเดทใหม่ล่าสุด พร้อมเปิดให้ดาวน์โหลดเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมา โดยไฟล์ Windows 7 Application Compatibility List นั้นจะอยู่ในฟอร์แมตไมโครซอฟท์เอ็กเซล (.xls) มีขนาดประมาณ 1.9 MB โดยเป็นข้อมูลรายชื่อแอพพลิเคชันซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่ได้ผ่านการทดสอบจากไมโครซอฟท์แล้วว่าสามารถรองรับการทำงานบน Windows 7 ได้อย่างไม่มีปัญหา ทั้งนี้ เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ทางด้านไอทีใช้เป็นข้อมูลประกอบในการเลือกซื้อแอพพลิเคชันซอฟต์แวร์ โดยการตรวจสอบจากรายชื่อผู้เผยแพร่ซอฟต์แวร์ (Software Publisher) หรือจากโลโก้ Windows 7 Logo บนบรรจุภัณฑ์ของโปรแกรมนั้นๆ

โดยนอกจากนี้ลิตส์ดังกล่าวนี้ยังแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับสถานะของแอพพลิเคชันซอฟต์แวร์ ดังนี้ Compatible,Free Update Required, Paid Update Required, Future Compatibility และ Not Compatible

เครดิต: Microsoft

Windows 7 Application Compatibility List เวอร์ชันใหม่นี้ มีแอพพลิเคชันซอฟต์แวร์ที่เข้ารับทำการทดสอบจากไมโครซอฟท์เพิ่มขึ้นจำนวน 260 โปรแกรม เมื่อรวมกับรายชื่อก่อนหน้านี้ซึ่งมีจำนวน 9,619 ตัว ทำให้มีแอพพลิเคชันซอฟต์แวร์ที่ได้รับการทดสอบการทำงานบน Windows 7 มีจำนวนทั้งหมด 9,879 โปรแกรม รายละเอียดดังนี้
• Compatible 6215 โปรแกรม
• Compatible - Windows 7 Logo 2745 โปรแกรม
• Free update required 15 โปรแกรม
• Paid update required 14 โปรแกรม
• Future compatibility 443 โปรแกรม
• Information coming soon 86 โปรแกรม
• Not compatible 361 โปรแกรม

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของจำนวนแอพพลิเคชันซอฟต์แวร์ 9,879 โปรแกรมนั้น ยังห่างไกลจากที่ไมโครซอฟท์ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะมีแอพพลิเคชันซอฟต์แวร์ที่จะสามารถทำงานร่วมกับ Windows 7 อย่างไม่มีปัญหาไม่น้อยกว่า 800,000 โปรแกรม

การดาวน์โหลด
สำหรับใครที่สนใจสามารถการดาวน์โหลด Windows 7 Application Compatibility List for IT Professionals ได้ฟรีที่เว็บไซต์ Windows 7 Application Compatibility List for IT Professionals

บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Google Chrome new tabbed bookmark manager

Google ปรับปรุง Bookmark Manager ของ Chrome 5.0.360.0 Dev channel เป็นแบบแท็บ
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมา Google ได้ออก Chrome 5.0.360.0 Dev channel เวอร์ชันสำหรับระบบปฏิบัติการ Windows, Mac และ Linux ซึ่งในเวอร์ชันนี้มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอย่างหนึ่งนั้นคือ Google ได้ทำการปรับปรุง Bookmark Manager ให้เป็นแบบแท็บในเบราเซอร์ดังรูปที่ 1 โดยก่อนหน้านี้ Bookmark Manager ของ Chrome 4.1.xxx.x นั้นจะเป็นหน้าต่างแยกอิสระจากเบราเซอร์ดังรูปที่ 2

โดย Bookmark Manager ตัวใหม่ของ Chrome นั้นจะสามารถใช้งานได้สะดวกขึ้น ใจขณะที่ยังคงสามารถใช้งานบุ๊คมาร์คในลักษณะต่างๆ เช่น จัดเรียงบุ๊คมาร์คโดยการลากแล้ววาง (Drag-and-Drop), จัดเรียงบุ๊คมาร์ค (Sort), การนำเข้าและส่งออก (Import and Export) บุ๊คมาร์ค เหมือนในเวอร์ชันก่อน (Chrome 4.1.xxx.x หรือเก่ากว่า) ทุกประการ

สำหรับการเข้าถึง Bookmark Manager นั้น นอกจากจะสามารถเข้าถึงตามวิธีการปกติโดยคลิกที่ไอคอน Customize and control Google Chrome จากนั้นเลือก Bookmark Manager แล้ว Google ยังได้เพิ่มช่องทางการเข้าถึงโดยการพิมพ์ "chrome://bookmarks" ใน Omnibar (แอดเดรสบาร์) แล้วกดปุ่ม Enter ได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม Bookmark Manager แบบแท็บที่ Google ปรับปรุงใน Chrome 5.0.360.0 Dev channel นั้นมีใช้ใน Opera ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ (มีผู้นิยมใช้งานพอสมควร) มาก่อนหน้านี้เป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว และนอกจาก Bookmark Manager แล้วใน Chrome 5.0.360.0 Dev channel ยังมีการปรับปรุงฟีเจอร์ Autofill และ Translate ให้ดียิงขึ้นอีกด้วย

Google Chrome 5.0.360.0's Bookmark Manager

Google Chrome 4.1.249.1042's Bookmark Manager

การดาวน์โหลด
สำหรับท่านที่สนใจทดลองใช้งาน Google Chrome 5.0.360.0 Dev Channel ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่มี Bookmark Manager ตัวใหม่สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมโดยตรงได้จากเว็บไซต์ Download Google Chrome 5.0.360.0 Beta

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Downloadsquad

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Sunday, March 28, 2010

Windows Phone 7 Series Icon Pack

แพ็คเกจไอคอนสำหรับ Windows Phone 7
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

ไมโครซอฟท์ได้ออกแพ็คเกจของไอคอน Application Bar สำหรับนักพัฒนาระบบที่ต้องการสร้างแอพพลิเคชันหรือเกมสำหรับระบบ Windows Phone 7

โดยแพ็คเกจของไอคอนดังกล่าวนี้จะประกอบไปด้วยไอคอนบาร์ของ 64 แอพพลิเคชัน ซึ่งนักพัฒนาระบบสามารถใช้ในการพัฒนาแอพพลิเคชันสำหรับ Windows Phone

ทั้งนี้ ไอคอนทั้ง 64 ตัวจะเป็นภาพในฟอร์แมต PNG (32 dark และ 32 light) และแพ็คเกจดังกล่าวนี้ยังประกอบด้วยเวอร์ชันแบบเวคเตอร์ซึ่งสามารถนำเข้าโปรแกรม Microsoft Expression Blend 4 Beta เมื่อใช้แอด-อิน Microsoft Expression Blend สำหรับ Windows Phone ได้อีกด้วย

Credit: Windows Team Blog

Download Application Bar Icons for Windows Phone 7 Series
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ Download Windows Phone 7 Icon Pack

System Requirements:
• Supported Operating Systems: Windows 7; Windows Vista
• Windows Vista (x86 and x64) ENU with Service Pack 2 – all editions except Starter Edition
• Windows 7 (x86 and x64) ENU – all editions except Starter Edition

รายชื่อของไอคอน
โดยไอคอนในแพ็คเกจจะมี 3 ประเภท คือ General Icons, Media Icons และ Phone Featurel Icons สำหรับรายชื่อของไอคอนทั้ง 64 ตัวมีดังนี้

General Icons
• Add
• Back
• Base Circle
• Cancel
• Check
• Close
• Delete
• Download
• Upload
• Edit
• Favorites
• Add to Favorites
• Minus
• New
• Next
• Overflow Dots
• Question Mark
• Refresh
• Save
• Share

Media Icons
• Stop
• Sync
• Fast Forward
• Play
• Pause
• Rewind

Phone Featurel Icons
• Camera
• Email
• Search
• Settings
• Video
• Folder

สำหรับรายละเอียดวิธีการนำไอคอนดังกล่าวนี้ไปใช้ในแอพพลิเคชันที่พัฒนาสามารถอ่านได้จากเว็บ MSDN How to: Add an Application Bar to Your Application

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Windows Team Blog

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Saturday, March 27, 2010

NVIDIA GeForce GTX 400 Series DirectX 11 Graphics Adapters

NVIDIA ออกกราฟิกอะแดปเตอร์ซีรี่ย์ GeForce GTX 400 รองรับ DirectX 11
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

วันที่ 26 มีนาคม 2553 (ตามเวลาในประเทศสหรัสอเมริกา) NVIDIA ได้ประกาศเปิดตัวกราฟิกอะแดปเตอร์ (Graphics Adapters) ในซีรี่ย์ GeForce GTX 400 รุ่นใหม่จำนวน 2 รุ่น คือ GeForce GTX 470 และ GeForce GTX 480 โดยทั้ง 2 รุ่นสามารถรองรับการทำงานร่วมกับ DirectX 11 อย่างไรก็ตามถือเป็นการเปิดตัวที่ล่าช้ากว่ากำหนดการหลายเดือน เนื่องจาก NVIDIA นั้นตั้งใจที่จะเปิดตัวกราฟิกอะแดปเตอร์พร้อมกับการออก Windows 7 ในเดือนตุลาคมปี 2009

GeForce GTX 470 และ GeForce GTX 480 นั้นนับเป็นกราฟิกอะแดปเตอร์รุ่นแรกที่ใช้ GPU เจนเนอเรชันใหม่ที่มีโค้ดเนมว่า GF100 บนพื้นฐาน Fermi architecture แบบ 40nm ของ NVIDIA และเป็นกราฟิกอะแดปเตอร์รุ่นแรกของ NVIDIA ที่รองรับ DirectX 11 ซึ่งส่งผลให้ GeForce GTX 470 และ GeForce GTX 480 สามารถใช้ประโยชน์ฟีเจอร์ทางด้านกราฟิกใน Windows 7 ได้อย่างเต็มที่

NVIDIA ตั้งใจใช้กราฟิกอะแดปเตอร์ GeForce GTX 470 และ GeForce GTX 480 ในการสู้กับผลิตภัณฑ์ Cypress-based ของ AMD ในตลาดกราฟิก DirectX 11 แบบไฮเอ็นต์ โดย NVIDIA จะเน้นในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพและเร่งการทำงานแบบเทสเซลเลชัน (Tessellation คือ การนำรูปหลายเหลี่ยมชนิดต่าง ๆ มาเรียงต่อกันโดยไม่ซ้อนทับกันหรือเกิดช่องว่าง) ซึ่งเทสเซลเลชันนั้นได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นวิธีการเรนเดอร์แบบใหม่ที่จะใช้ในการพัฒนาเกมคอมพิวเตอร์

สำหรับราคานั้น รุ่น GeForce GTX 470 จะมีราคาเริ่มต้นที่ $349 (ประมาณ 11,200 บาท) และรุ่น GeForce GTX 480 นั้นมีราคาเริ่มต้นที่ $499 (ประมาณ 16,000 บาท) โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 12 เมษายนที่จะถึงนี้

อนึ่ง กราฟิกอะแดปเตอร์สองรุ่นดังกล่าวนี้ ได้ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะยังไม่เหมาะสำหรับการใช้งานในปัจจุบัน เนื่องจากยังไม่มีเกมที่มีใช้เทคโนโลยีเทสเซลเลชัน ในขณะที่ราคายังค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับกราฟิกอะแดปเตอร์ยี่ห้ออื่นในระดับเดียวกัน สำหรับรายละเอียดการรีวิวอ่านได้ที่ HardOCP

DTX 470 Specifications
ข้อมูลรายละเอียดคุณลักษณะทางเทคนิคของ DTX 470 มีดังนี้

Credit: Windows Team Blog

GPU Engine Specs:
CUDA Cores: 448
Graphics Clock (MHz): 607 MHz
Processor Clock (MHz): 1215 MHz
Texture Fill Rate (billion/sec): 34.0

Memory Specs:
Memory Clock (MHz): 1674
Standard Memory Config: 1280 MB GDDR5
Memory Interface Width: 320-bit
Memory Bandwidth (GB/sec): 133.9

Feature Support:
NVIDIA SLI-ready: 2-way/3-Way
NVIDIA 3D Vision Ready: yes
NVIDIA 3D Vision Surround Ready: yes
NVIDIA PureVideo Technology: HD
NVIDIA PhysX-ready: yes
NVIDIA CUDA Technology: yes
Microsoft DirectX: 11
OpenGL: 3.2
Bus Support: PCI-E 2.0 x 16
Certified for Windows 7: yes

Display Support:
Maximum Digital Resolution: 2560x1600
Maximum VGA Resolution: 2048x1536
Standard Display Connectors: Two Dual Link DVI, Mini HDMI
Multi Monitor: yes
HDCP: yes
HDMI: yes
Audio Input for HDMI: Internal

Standard Graphics Card Dimensions:
Height: 4.376 inches (111 mm)
Length: 9.5 inches (241 mm)
Width: Dual-slot

Thermal and Power Specs:
Maximum GPU Temperature (in C): 105 C
Maximum Graphics Card Power (W): 215 W
Minimum Recommended System Power (W): 550 W
Supplementary Power Connectors: 6-pin x2

ที่มา: http://www.nvidia.com/object/product_geforce_gtx_470_us.html

DTX 480 Specifications
ข้อมูลรายละเอียดคุณลักษณะทางเทคนิคของ DTX 480 มีดังนี้

Credit: Windows Team Blog

GPU Engine Specs:
CUDA Cores: 480
Graphics Clock (MHz): 700 MHz
Processor Clock (MHz): 1401 MHz
Texture Fill Rate (billion/sec): 42

Memory Specs:
Memory Clock (MHz): 1848
Standard Memory Config: 1536 MB GDDR5
Memory Interface Width: 384-bit
Memory Bandwidth (GB/sec): 177.4

Feature Support:
NVIDIA SLI-ready: 2-way/3-Way
NVIDIA 3D Vision Ready: yes
NVIDIA 3D Vision Surround Ready: yes
NVIDIA PureVideo Technology: HD
NVIDIA PhysX-ready: yes
NVIDIA CUDA Technology: yes
Microsoft DirectX: 11
OpenGL: 3.2
Bus Support: PCI-E 2.0 x 16
Certified for Windows 7: yes

Display Support:
Maximum Digital Resolution: 2560x1600
Maximum VGA Resolution: 2048x1536
Standard Display Connectors: Mini HDMI, Two Dual Link DVI
Multi Monitor: yes
HDCP: yes
HDMI: yes
Audio Input for HDMI: Internal

Standard Graphics Card Dimensions:
Height: 4.376 inches (111 mm)
Length: 10.5 inches (267 mm)
Width: Dual-slot

Thermal and Power Specs:
Maximum GPU Temperature (in C): 105 C
Maximum Graphics Card Power (W): 250 W
Minimum Recommended System Power (W): 600 W
Supplementary Power Connectors: 6-pin & 8-pin

ที่มา: http://www.nvidia.com/object/product_geforce_gtx_480_us.html

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Windows Team Blog
Softpedia

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Malware faking Adobe update, Java and Windows

มัลแวร์ปลอมตัวมาในรูปแบบอัพเดทของโปรแกรม Adobe, Java และ Windows
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

มีเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยทางด้านคอมพิวเตอร์มาเตือนให้ทุกๆ ท่านระมัดระวังกันอีกแล้ว เนื่องจากมีรายงานว่าได้มีการตรวจพบมัลแวร์ที่ปลอมตัวมาในรูปแบบอัพเดท (Update) ของโปรแกรมแอพพลิเคชันที่ได้รับความนิยมใช้งานจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น โปรแกรม Adobe, Java, DeepFreeze หรือแม้แต่ Windows

โดยมัลแวร์ดังกล่าวนี้จะใช้วิธีการปลอมตัวโดยใช้ไอคอนของแอพพลิเคชันที่ได้รับความนิยมใช้งานจำนวนมาก เพื่อหลอกให้ผู้ใช้หลงเชื่อและทำการรันไฟล์มัลแวร์ ถ้าผู้ใช้ทำการรันไฟล์มัลแวร์ดังกล่าวด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการก็จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ติดไวรัสในทันที จากนั้นไวรัสก็จะจะทำการเปิดบริการ DHCP client, DNS client, Network share พร้อมทั้งเปิดพอร์ตสำหรับรอรับคำสั่งการทำงานจากแฮกเกอร์ที่เป็นผู้พัฒนาไวรัส

อนึ่ง มัลแวร์ที่ใช้วิธีการปลอมตัวโดยใช้ไอคอนของแอพพลิเคชันที่ได้รับความนิยมในการแพร่ระบาดนี้ถูกพัฒนาขึ้นด้วยโปรแกรม Microsoft Visual Basic และถูกตรวจพบโดยโปรแกรม Bkav ในชื่อ W32.Fakeupver.trojan

สำหรับรูปที่ 1 เป็นตัวอย่างมัลแวร์ที่ปลอมตัวเป็นโปรแกรม Acrobat Reader 9 โดยมัลแวร์จะทำการเขียนทับไฟล์ AdobeUpdater.exe ในโฟลเดอร์ Adobe/Reader 9.0/Reader ซึ่งจากการวิเคราะห์พบว่ามัลแวร์จะใช้เทคนิคใหม่ในการเขียนทับไฟล์อัพเดท

โดยมัลแวร์ที่ปลอมตัวเป็นอัพเดท (Update) ของโปรแกรมแอพพลิเคชันนี้มีข้อสังเกตคือ ข้อมูลเวอร์ชันจะไม่ตรงกับเวอร์ชันของซอฟต์แวร์ที่มันปลอมตัว ตัวอย่างเช่น การปลอมตัวเป็น Acrobat Reader 9 แต่เวอร์ชันของไฟล์จะเป็น 7.2.0.0 เป็นต้น

รูปที่ 1. Fake AdobeUpdater (Credit: BKIS)

สำหรับรูปที่ 2 เป็นตัวอย่างมัลแวร์ที่ปลอมตัวเป็นอัพเดทของโปรแกรม Java

รูปที่ 1. Fake Java’s update (Credit: BKIS)

สำหรับคำแนะเพื่อความปลอดภัยที่ดีที่สุด คือให้ผู้ใช้ทำการอัพเดทไวรัสซิกเนเจอร์ (หรือบางครั้งเรียกว่าไวรัสเดฟินิชัน) ของโปรแกรมป้องกันไวรัสให้เป็นปัจจุบันเสมอ เพื่อให้โปรแกรมมีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันไวรัส

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
BKIS

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Friday, March 26, 2010

Download VirtualBox 3.1.6 Build 59338

VirtualBox
VirtualBox 3.1.6 Build 59338 เวอร์ชันล่าสุดของโปรแกรมฟรีแวร์สำหรับจำลองระบบคอมพิวเตอร์
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

ออกเวอร์ชันใหม่ให้อัพเดทกันอีกแล้วสำหรับ VirtualBox โปรแกรมสำหรับใช้ในการจำลองระบบคอมพิวเตอร์ (Virtualization) โดยวันที่ 25 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมา Oracle ได้ออก VirtualBox 3.1.6 Build 59338 ซึ่งในเวอร์ชันใหม่นี้ได้รับการปรับปรุงการทำงานให้มีเสถียรภาพมากขึ้น พร้อมทั้งแก้ปัญหาต่างๆ ที่พบในเวอร์ชันก่อนหน้า โดย VirtualBox นั้นเป็นซอฟต์แวร์แบบ Open Source สามารถใช้งานได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายภายใต้ไลเซนส์แบบ GNU General Public License (GPL)

หมายเหตุ: ก่อนหน้านี้ VirtualBox เป็นส่วนหนึ่งของ SUN Microsystem ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Oracle

แนะนำ VirtualBox
VirtualBox ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์สำหรับใช้ทำการจำลองระบบคอมพิวเตอร์ (Virtualization) ลักษณะเดียวกับโปรแกรม VMware Workstation (เป็นโปรแกรมเชิงพานิชย์ต้องซื้อจึงจะใช้งานได้เต็มฟังก์ชัน) และ VMware Player 3.0 (สามารถใช้งานได้ฟรี) ของ VMware หรือโปรแกรม Virtual PC ของ Microsoft ซึ่งสามารถใช้งานได้ฟรี และ Windows Virtual PC ของ Microsoft ซึ่งใช้งานได้ฟรีแต่จะมีเฉพาะใน Windows 7 ร่น Professional, Enterprise และ Ultimate

VirtualBox เป็นซอฟต์แวร์แบบ Open Source พัฒนาโดย Sun Microsystems (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ Oracle) สามารถใช้งานได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายภายใต้ไลเซนส์แบบ GNU General Public License (GPL) โดยในเวอร์ชันใหม่นี้ได้รับการปรับปรุงการทำงานให้มีเสถียรภาพมากขึ้นพร้อมทั้งแก้ปัญหาต่างๆ ที่พบในเวอร์ชันก่อนหน้าตามรายละเอียดในหัวข้อ การปรับปรุงใน VirtualBox 3.1.6 Build 59338

การดาวน์โหลด
ผู้ที่สนใจทดลองใช้งานสามารถดาวน์โหลดโปรแกรม VirtualBox 3.1.6 Build 59338 เวอร์ชันสำหรับ Windows มาใช้งานได้ฟรีที่เว็บไซต์ Download VirtualBox 3.1.6 Build 59338 for Windows สำหรับเวอร์ชันบนระบบปฏิบัติการอื่นๆ สามารถดูรายละเอียดการดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ Download VirtualBox

การปรับปรุงใน VirtualBox 3.1.6 Build 59338
ใน VirtualBox 3.1.6.59338 มีการปรับปรุงหลายอย่างดังต่อไปนี้
• Linux hosts: fixed timing issue on hosts with Linux kernels 2.6.31 or later with certain CPUs (asynchronous timer mode; bug #6250)
• Linux hosts: properly handle host suspend/resume events on Linux kernels 2.6.30 or later (bug #5562)
• Mac OS X hosts: fixed VBoxSVC crash while enumerating the host network interfaces under certain circumstances
• Snapshots: fixed image corruption after snapshot merge under certain circumstances (bug #6023)
• Snapshots: fixed crash with VBoxHeadless / OSE
• VMM: fixed reference counting guru meditation (bug #4940)
• VMM: improved guest SMP stability
• VMM: fixed VT-x hardware debug issues (bugs #477 & #5792)
• VMM: fixed PGMDynMapHCPage guru meditation (Mac OS X; VT-x only; bug #6095)
• VMM: fixed pgmPoolTrackFlushGCPhysPTInt guru meditations (Mac OS X; VT-x only; bugs #6095 & #6125)
• VMM: Fixed host crash when running PAE guests in VT-X mode (Mac OS X only; bug #5771).
• GUI: fix displaying of error message (bug #4345)
• GUI: fix inability to enter seamless mode (bugs #6185, #6188)
• 3D support: fixed assertion and flickering when guest application uses several windows with a single OpenGL context (bug #4598)
• 3D support: fixed host crashes when using GL_EXT_compiled_vertex_array and array element calls (bug #6165)
• 3D support: fixed runtime linker errors with OpenGL guest libs (bug #5297)
• 3D support: fixed OpenGL extension viewer crash on startup (bug #4962)
• NAT: fixed a 3.1.4 regression on Windows hosts where graceful connection termination was broken (bug #6237)
• NAT: alternative network setting was not stored persistent (bug #6176)
• NAT: fixed memory corruption during ICMP traffic under certain circumstances
• Network: allow to switch the host interface or the internal network while a VM is running (bug #5781)
• VHD: fix for images with a block size different than 2MB
• USB: fixed filtered device attach regression (bug #6251)
• USB: fixed crash in OHCI under rare circumstances (bug #3571)
• VRDP: fixed hang under rare circumstances when attaching USB devices
• ACPI: prevent guest freezes when accessing /proc/acpi for determining the state of the host battery and the AC adapter (Linux hosts only; bug #2836)
• PulseAudio: fixed guest freezes under certain conditions (3.1.4 regression; bug #6224)
• BIOS: increased space for DMI strings
• BIOS: fixed interrupt routing problem for certain configurations (I/O-APIC enabled, ACPI not used; bug #6098)
• iSCSI: be more robust when handling the INQUIRY response
• iSCSI: be more robust when handling sense data
• BusLogic: fixed FreeBSD guests
• webservice: vboxwebsrv is now multithreaded
• Solaris Installer: fixed netmask to stay persistent across reboots for Host-only interface (bug #4590)
• Linux installer: removed external dependency to libpng12.so (bug #6243)
• Solaris Additions: fixed superfluous kernel logging (bug #6181)
• Linux Additions: fixed hang when starting the X server in Fedora12 guests and in guests with Linux 2.6.33 or later (bug #6198)
• Linux Additions: support Mandriva speedboot runlevel (bug #5484)
• Linux Additions: fixed SELinux security context of mount.vboxsf (bug #6362)
• Linux Additions: support Ubuntu 10.04 (bug #5737)
• Web service: update PHP bindings to fix problems with enums and collections

ความต้องการระบบของ VirtualBox 3.1.6.59338
VirtualBox รองรับการทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows, Linux, Macintosh และ OpenSolaris โดยสามารถรองรับกับ Guest OS (ระบบระบบปฏิบัติการที่ติดตั้งบนเวอร์ชวลแมชชีนใน VirtualBox) ได้เป็นจำนวนมาก รวมถึง Windows 7 ทั้งเวอร์ชัน 32-bit (x86) และ 64-bit (x64) ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับเดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์ตัวล่าสุดของไมโครซอฟท์ได้อีกด้วย

Support Host Operating Systems
VirtualBox 3.1.6.59338 สามารถรองรับ Host Operating Systems ดังนี้
• Windows XP
• Linux
• Mac OS X
• Solaris และ OpenSolaris

Support Guest Operating Systems
VirtualBox 3.1.6.59338 สามารถรองรับ Guest Operating Systems ดังนี้
• Windows Family
Windows NT, Windows 2000, Windows XP, Windows Vista, Windows Server 2003, Windows Server 2008 และ Windows 7

• Linux family
สามารถรองรับ Linux ที่ใช้ kernels เวอร์ชัน 2.4 และ 2.6 ได้ แต่ทางผู้พัฒนาแนะนำให้ใช้เวอร์ชัน 2.6.13 หรือสูงกว่า สามารถอ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ที่: รายชื่อ Guest OSes

คุณสมบัติเด่นของ VirtualBox 3.1
สำหรับคุณสมบัติการใช้งานที่น่าสนใจของ VirtualBox 3.1 มีดังนี้
1. Modularity มีการออกแบบแยกเป็นโมดูลและมีการออกแบบอินเทอร์เฟชภายในที่ดี ทำให้การควบคุมจัดการทำได้ง่ายและหลากหลาย เช่น สามารถทำการสตาร์ทเวอร์ชวลแมชชีน (Virtual Machine) ด้วยอินเทอร์เฟชแบบ GUI และทำการควบคุมเวอร์ชวลแมชชีนจากคอมมานด์ไลน์ หรือควบคุมจากระยะไกล
2. Virtual machine descriptions in XML ค่าการคอนฟิกเวอร์ชันของเวอร์ชวลแมชชีนจะถูกเก็บอยู่ในรูปแบบไฟล์ XML และเป็นอิสระจากเครื่องโลคอลแมชชีน ทำให้การย้ายระบบเวอร์ชวลแมชชีนทำได้ง่ายขึ้น
3. Guest Additions for Windows and Linux สามารถทำการติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติมบนเวอร์ชวลแมชชีน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
4. Shared folders การแชร์ข้อมูลระหว่าง Host และ Guest สามารถทำได้ง่าย
5. Virtual USB Controllers มีการจำลอง USB controller บนเวอร์ชวลแมชชีน ทำให้สามารถใช้งานกับอุปกรณ์ USB ต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งไดรเวอร์เพิ่มเติม
6. Remote Desktop Protocol สามารถรองรับกับโปรโตคอล RDP ได้อย่างเต็มรูปแบบ
7. USB over RDP เครื่องเวอร์ชวลแมชชีนสามารถแอคเซสกับอุปกรณ์ USB ที่เชื่อมต่ออยู่กับเครื่อง Remote Client ได้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
VirtualBox home page

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Toshiba intros 750GB and 1TB Laptop hard drives

Toshiba เปิดตัวฮาร์ดดิสก์สำหรับแล็ปท็อปรุ่นใหม่ขนาดความจุ 750GB และ 1TB
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

ปัจจุบัน ขนาดความจุของฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์สำหรับแล็ปท็อป (Laptop Hard Drive) นั้นได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้ใช้มีความต้องการพื้นที่สำหรับใช้เก็บข้อมูลมากขึ้น และล่าสุดเมื่อที่ 24 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมา (ตามเวลาในประเทศสหรัฐอเมริกา) Toshiba ได้ เปิดตัวฮาร์ดดิสก์ขนาด 2.5 นิ้ว รุ่นใหม่จำนวน 2 รุ่น โดยมีความจุสูงสุดถึง 1TB

ฮาร์ดดิสก์ตัวแรกคือรุ่น MK7559GSXP เป็นฮาร์ดดิสก์ขนาดมาตรฐานหนา 9.5 มม. มี 2 แพลต และมีความจุสูงสุด 750GB มีมาตรฐานอินเทอร์เฟชแบบ SATA 2 มีความเร็วรอบ 5,400RPM มีขนาดแคช 8MB ฮาร์ดดิสก์สามารถใช้งานได้กับแล็ปท็อปทั่วไป

ฮาร์ดดิสก์ตัวที่สองคือซีรี่ย์ MKxx59GSM ตัวฮาร์ดดิสก์หนา 12.5 มม. มี 3 แพลต และมีความจุ 2 ขนาด คือ 750GB และ 1TB มีมาตรฐานอินเทอร์เฟชแบบ SATA 2 มีความเร็วรอบ 5,400RPM มีขนาดแคช 8MB และนับเป็นฮาร์ดดิสก์ 1 TB 5,400RPM สำหรับแล็ปท็อปตัวแรก แต่เนื่องจากขนาดที่หนากว่ามาตรฐานทำให้ฮาร์ดดิสก์ซีรี่ย์ MKxx59GSM นั้นสามารถใช้งานได้เฉพาะกับแล็ปท็อปที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเท่านั้น

Credit: Engadget

ทั้งนี้ ฮาร์ดดิสก์ทั่วไปนั้นจะเป็นฟอร์แมตแบบ 512 byte-per-sector ซึ่งจะทำให้มีช่องว่าง (Gap) ระหว่างเซ็กเตอร์มากส่งผลให้มีพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เป็นจำนวนมาก แต่สำหรับฮาร์ดดิสก์รุ่นใหม่ทั้ง 2 ของ Toshiba จะทำการผลิตโดยใช้เทคโนโลยี Advanced Sector Format ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการฟอร์แมตแบบ 4K byte-per-sector และมีฟังก์ชัน Error-Correcting Code (ECC) ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ซึ่งทำให้ข้อมูลมีความสมบูรณ์ (Data Integrity) สูงสุด และการใช้พื้นที่สตอเรจมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

นอกจากนี้ ฮาร์ดดิสก์รุ่น MK7559GSXP และ MKxx59GSM ยังมีเทคโนโลยี "silent seek" ซึ่งออกแบบมาเพื่อทำให้ไม่มีเสียงดังรบกวนเมื่อทำการค้นหาข้อมูล และ Toshiba ยังอ้างว่าฮาร์ดดิสก์ทั้งสองรุ่นเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เทคนิคการประหยัดพลังงานและใช้กระบวนการผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

อนึ่ง ฮาร์ดดิสก์รุ่น MK7559GSXP และ MKxx59GSM นั้นมีกำหนดวางจำหน่ายให้แก่ผู้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์และดิสทริบิวเตอร์ในไตรมาที่ 2 และ 3 ของปี 2553 ตามลำดับ สำหรับราคาจำหน่ายนั้นยังไม่มีการเปิดเผย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Cnet

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Thursday, March 25, 2010

Windows Server 2008 R2 "Dynamic Memory" and "RemoteFX"

ทำความรู้จักกับ Dynamic Memory และ RemoteFX ฟีเจอร์ใหม่ใน Windows Server 2008 R2 Service Pack 1

ปัจจุบันเริ่มรายงานเกี่ยวกับ Windows 7 SP1 มากขึ้นหลังจากที่ไมโครซอฟท์ได้ประกาศว่ากำลังทำการพัฒนา Service Pack 1 (SP1) สำหรับ Windows 7 และ Windows Server 2008 R2 ไปเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมา ตามเวลาในประเทศสหรัฐอเมริกา (อ่านรายละเอียดได้ที่ Microsoft announces Windows 7 SP1) อย่างไรก็ตามไมโครซอฟท์ยังไม่ได้ประกาศวันออก SP1 ที่แน่นอน แต่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านไอทีคาดการณ์ว่า SP1 สำหรับ Windows 7 และ Server 2008 R2 นั้น (น่า) จะออกในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้

นอกจากนี้ ยังคาดกันว่า SP1 สำหรับ Windows 7 นั้นจะไม่เป็นการอัพเกรดระบบแบบที่เรียกได้ว่าเป็นการยกเครื่องเหมือนกับ SP2 ของ Windows XP แต่น่าจะเป็นเพียงการอัพเดทย่อยซึ่งจะรวมเอาอัพเดทต่างๆ ซึ่งออกหลังจากเวอร์ชัน RTM และฟีเจอร์ใหม่บางอย่างเข้าเป็นแพ็กเกจเดียว โดยฟีเจอร์ใหม่ซึ่งไมโครซอฟท์ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะมีอยู่ใน SP1 ของ Windows Server 2008 R2 นั้นมีจำนวน 2 ฟีเจอร์ คือ Dynamic Memory และ RemoteFX ซึ่งทั้งสองฟีเจอร์เป็นเทคโนโลยีด้านการใช้งานระบบเดสก์ท็อปเสมือน (Desktop Virtualization)

Dynamic Memory
Dynamic Memory เป็นฟีเจอร์ใน SP1 ที่จะทำให้การใช้งานเวอร์ชวลแมชชีน (Virtual Machine) บน Hyper-V ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้น โดยไมโครซอฟท์พัฒนาฟีเจอร์ Dynamic Memory ขึ้นตามเสียงเรียกร้องของผู้ใช้ใน 2 ประเด็นคือ
1. Use physical memory as efficiently and dynamically as possible without impacting performance.
ทำให้ Hypervisor สามารถใช้งานหน่วยความจำทางกายภาพ (Physical Memory) ได้อย่างมีประสิทธิภาพและพร้อมกับมีความเป็นไดนามิก โดยที่มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานน้อยที่สุด
2. Provide consistent performance and scalability.
มีประสิทธิภาพการทำงานที่แน่นอนและสามารถรองรับการขยายระบบได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างประสิทธิภาพกับความหนาแน่นของเวอร์ชวลแมชชีนนั้นจะเป็นความสัมพันธ์แบบพกพันกันดังรูปด้านล่าง นั้นคือ หากต้องการเวอร์ชวลแมชชีนที่มีประสิทธิภาพสูงจะต้องใช้งานเวอร์ชวลแมชชีนในแบบความหนาแน่นต่ำหรือกลับกัน

Credit: Technet

ก่อนหน้านี้ ไมโครซอฟท์ได้เลือกที่จะเน้นไปยังด้านของประสิทธิภาพการทำงานของเวอร์ชวลแมชชีน แต่ในปัจจุบันผู้ใช้ได้เรียกร้องให้เพิ่มความหนาแน่นของเวอร์ชวลแมชชีนขึ้นโดยที่มีผลระทบกับประสิทธิภาพการทำงานน้อยที่สุด

ดังนั้นในระดับสูงแล้ว Hyper-V Dynamic Memory เป็นการเสริมระบบ Memory Management สำหรับ Hyper-V ซึ่งออกแบบมาสำหรับช่วยให้ผู้ใช้สามารถรวมเซิร์ฟเวอร์เป็นเวอร์ชวลแมชชีนในอัตราความหนาแน่นสูงขึ้น

แหล่งข้อมูล: http://blogs.technet.com/virtualization/archive/2010/03/18/Dynamic-Memory-Coming-to-Hyper-V.aspx

RemoteFX
RemoteFX เป็นเทคโนโลยีที่ไมโครซอฟท์ได้มาจากการซื้อบริษัท Calista Technologies เมื่อสองปีก่อน เป็นฟีเจอร์ที่ได้รับการออกแบบเพื่อทำให้การใช้งานเดสก์ท็อปเสมือนในแบบรีโมทมีประสิทธิภาพการทำงานเทียบเท่ากับการใช้งานเดสก์ท็อปแบบโลคอล (Local Desktop) โดย RemoteFX เป็นฟีเจอร์ที่อยู่ในชุดของเทคโนโลยี Remote Desktop Protocol (RDP) เป็นฟีเจอร์ที่ถูกพัฒนาเพื่อช่วยให้ระบบเดสก์ท็อปเสมือนสามารถรองรับ Windows Aero, มีเดียทุกประเภท, ออดิโอความคมชัดสูง (Highly-synchronized audio) รวมถึงแอนิเมชันประเภท Silverlight และกราฟิกแอพพลิเคชันแบบ 3D

ดังนั้น RemoteFX จึงเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยเสริมบริการ Remote Desktop Services (RDS) ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานระบบเวอร์ชวลและเดสก์ท็อปแบบเซสชันเบส (Session-based desktop) และแอพพลิเคชัน (Application) ผ่านทางระบบเน็ตเวิร์กได้อย่างสนุกสนาน เนื่องจากสามารถทำงานแบบรีโมทในสภาพแวดล้อมเดสก์ท็อปแบบ Windows Aero, ดูวีดีโอแบบ Full-motion, สนุกกับแอนิเมชันแบบ Silverlight, รันแอพพลิเคชันแบบ 3D ด้วยประสิทธิภาพการทำงานในระดับเดียวกับการใช้งานแบบโลคอล

สำหรับเดสก์ท็อปที่ผู้ใช้ใช้งานนั้นในความจริงแล้วคือโฮสต์ (Host) ที่อยู่ในศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบ Virtual Desktop Infrastructure (VDI) หรือในสภาพแวดล้อมแบบ Session Virtualization (หรือที่รู้จักในชื่อ Terminal Services) และด้วย RemoteFX ผู้ใช้จะสามารถทำงานผ่านทางการเชื่อมต่อด้วยมาตรฐาน RDP จากอุปกรณ์ไคลเอ็นต์หลากหลายประเภท ทั้งไคลเอ็นต์แบบ Thick และ Thin รวมถึงอุปกรณ์ราคาประหยัด

บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูล: http://blogs.technet.com/virtualization/archive/2010/03/18/Explaining-Microsoft-RemoteFX.aspx

ที่มา
Softpedia

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Windows 7 Media Center Updates Fix Reliability Issues

ไมโครซอฟท์ออกอัพเดทสำหรับแก้ไขปัญหาการทำงานของ Windows Media Center ใน Windows 7
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

ไมโครซอฟท์ออกอัพเดทสำหรับแก้ไขปัญหาการทำงานของ Windows Media Center ใน Windows 7 รุ่น Premium, Professional, Enterprise and Ultimate ในสองประเด็นปัญหา คือ การแสดงข้อความ "Low Bit Rate" ผิดพลาด และปัญหาในด้านการฟังก์ชันการทำงานของจูนเนอร์ทีวี (TV tuner) โดยอัพเดทสำหรับแก้สองปัญหาดังกล่าวนี้จะมีทั้งเวอร์ชัน 32-bit และ 64-bit รวมจำนวน 4 ตัว และเปิดให้ดาวน์โหลผ่านทาง Microsoft Download Center ตามรายละเอียดด้านล่าง

Low Bit Rate overlay messages issue
ปัญหาการแสดงข้อความ "Low Bit Rate" ผิดพลาดนั้นมีผลกระทบกับผู้ใช้ที่ใช้ Windows Media Center ในเครื่องคอมพิวเตอร์ Windows 7 ในการดูทีวีผ่านทางจูนเนอร์ทีวีแบบอะนาล็อก โดยมีรายงานว่ามีผู้ใช้บางส่วนประสบกับปัญหา Windows Media Cente แสดงข้อความแบบ "Low Bit Rate" ไม่ถูกต้อง ซึ่งไมโครซอฟท์อธิบายว่ามีสาเหตุมาจากความผิดพลาดของระบบการมอนิเตอร์บิทเรทของ Windows Media Center

สำหรับระบบการมอนิเตอร์บิทเรทของ Windows Media Center นั้นเป็นระบบที่ทำหน้าที่มอนิเตอร์บิทเรทของสัญญาณทีวี และจะทำการแสดงข้อความ "Low Bit Rate" (แทนการแสดงจอดำ หรือ Black screen หรือ Static screen) เพื่อแจ้งให้ผู้ใช้ทราบในกรณีที่ไม่มีสัญญาณหรือสัญญาณอะนาล็อกทีวีมีปัญหา อย่างไรก็ตามวิธีการที่ใช้ในการมอนิเตอร์บิทเรทของสัญญาณทีวีขาเข้านั้นมีความไวสูง (Sensitive) เกินไปจึงทำให้เกิดความผิดพลาดในการตรวจจับสัญญาณส่งผลให้เกิดปัญหาการแสดงข้อความ "Low Bit Rate"

สำหรับผู้ใช้ Windows Media Center ใน Windows 7 ที่ประสบระบบแสดงข้อความ "Low Bit Rate" ผิดพลาดสามารถดาวน์โหลดอัพเดทสำหรับแก้ปัญหาได้ดังนี้
All supported x86-based versions of Windows 7
All supported x64-based versions of Windows 7

TV tuner functionality fixes:
สำหรับอัพเดทตัวที่ 2 จะเป็นอัพเดทสำหรับแก้ปัญหาการทำงานร่วมกันระหว่าง Windows Media Center ใน Windows 7 กับจูนเนอร์ทีวี ซึ่งในบางสถานการณ์ Windows อาจจะแสดงข้อความแสดงข้อผิดพลาดอย่างเช่น "Tuner Conflict" หรือ "No tuner available to satisfy the current request" นอกจากนี้ Windows Media Center Receiver Service (Ehrecvr.exe) อาจจะเกิดอาการค้าง (Freeze) และหยุดตอบสนองการทำงานจนกว่าจะทำการรีสตาร์ท

โดยปัญหาลักษณะนี้ อาจจะเกิดขึ้นได้เมื่อผู้ใช้ทำการเปลี่ยนช่องอย่างเร็วและบ่อย (เรียกว่า Channel Surfing) และยังอาจจะเกิดจากสาเหตุอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับอัพเดทตัวนี้ ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้อาจจะได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาดลักษณะเดียวกันนี้เมื่อพยายามทำการคิวรี่สถานะปัจจุบันของจูนเนอร์ทีวีหรือของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ชำรุด

สำหรับผู้ใช้ Windows Media Center ใน Windows 7 ที่ประสบกับปัญหาการใช้งานร่วมกับจูนเนอร์ทีวี สามารถดาวน์โหลดอัพเดทสำหรับแก้ปัญหาได้ดังนี้
All supported x86-based versions of Windows 7
All supported x64-based versions of Windows 7

วิธีการนี้สามารถใช้ได้กับ
วิธีการนี้สามารถใช้ได้กับ Windows 7 รุ่นต่างๆ ดังนี้
• Windows 7 Home Premium
• Windows 7 Professional
• Windows 7 Ultimate
• Windows 7 Enterprise

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
KB981130
Softpedia

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Wednesday, March 24, 2010

Windows 7 เกิดข้อผิดพลาด "Stop 0x00000136" เมื่อทำการบูทจาก Virtual Hard Disk

Windows 7 เกิดข้อผิดพลาด "Stop 0x00000136" เมื่อทำการบูทจาก Virtual Hard Disk (VHD)
Windows 7 และ Windows Server 2008 R2 นั้นสามารถรองรับการบูทระบบจาก Virtual Hard Disk (VHD) อย่างไรก็ตาม ไมโครซอฟท์ได้ออกมาเตือนผู้ใช้ว่าการบูทระบบด้วย VHD ที่สามารถขยายความจุได้แบบไดนามิกนั้นจะทำให้ระบบล้มเหลวได้ถ้าขนาดของ VHD ขยายใหญ่กว่าพื้นที่ว่างของฮาร์ดดิสก์ทางกายภาพ

AntiVir Personal 10.0.0.561

AntiVir Personal 10.0.0.561 เมเจอร์เวอร์ชันล่าสุดของโปรแกรมป้องกันไวรัสแบบฟรีแวร์
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

ในปัจจุบันโปรแกรมป้องกันไวรัสแบบฟรีแวร์ (Freeware) สำหรับผู้ใช้วินโดวส์มีให้เลือกใช้งานหลายตัว และจากประสบการณ์การใช้งานด้วยตนเอง โปรแกรม AntiVir Personal ของ Avira เป็นโปรแกรมป้องกันไวรัสแบบฟรีแวร์อีกหนึ่งตัวที่ใช้งานได้ในระดับดี

AntiVir Personal มีการทำงานที่เชื่อถือได้ มีระบบการสแกนไวรัสที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ เช่น Virus, Trojan, Backdoor Program, Hoax, Worm, Dialer เป็นต้น นับเป็นโปรแกรมป้องกันไวรัสแบบฟรีแวร์ตัวหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้มากเป็นอันดับต้นๆ โดยสามารถใช้ได้ฟรีสำหรับการใช้งานแบบส่วนตัว

ล่าสุดมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมา Avira ได้อัพเกรดเมเจอร์เวอร์ชันของ AntiVir Personal เป็นเวอร์ชัน 10.0.0.561 ทำงานได้บนระบบปฏิบัติการ Windows 7 (32 Bit และ 64 Bit), Windows Vista (32 Bit และ 64 Bit), Windows XP Home หรือ Professional (แนะนำให้ติดตั้ง SP2), Windows 2000 (แนะนำให้ติดตั้ง SP4)

ดาวน์โหลด AntiVir Personal 10.0.0.561
ท่านใดที่กำลังมองหาโปรแกรมไวรัสแบบฟรีแวร์ไว้ใช้งาน สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ Download AntiVir Personal 10.0.0.561 (ไฟล์ประเภท .EXE) (ไฟล์ติดตั้งมีขนาดประมาณ 40.32 MB) หรือจากเว็บไซต์ Download Servers

ฟีเจอร์ใหม่ในโปรแกรม AntiVir Personal 10.0.0.561
AntiVir Personal 10.0.0.561 มีฟีเจอร์ใหม่ดังนี้
• ได้รับการออกแบบอินเทอร์เฟชใหม่
• เพิ่มฟีเจอร์ GenericRepair ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ทำการแก้ไขเครื่องคอมพิวเตอร์โดยอัตโนมัติ
• เพิ่มฟีเจอร์ ExpressInstallation ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้การติดตั้งทำได้ง่ายขึ้น สามารถติดตั้งโปรแกรมแล้วเสร็จในการคลิกเม้าส์เพียง 5 ครั้งเท่านั้น

ฟีเจอร์หลักของโปรแกรม AntiVir Personal 10.0.0.561
ฟีเจอร์หลักของโปรแกรม AntiVir Personal 10.0.0.561 มีดังนี้
• มีฟีเจอร์ Anti-spyware และ Anti-adware
• มีฟีเจอร์ Anti Virus ป้องกันคอมพิวเตอร์จากไวรัส เวิร์ม และโทรจัน
• มีฟีเจอร์ Anti Dialer ป้องกันคอมพิวเตอร์จากการโจมตีแบบไดอัลเลอร์
• มีฟีเจอร์ Anti Rootkit ป้องกันคอมพิวเตอร์จาก Rootkit
• มีฟีเจอร์ Anti Phishing ป้องกันคอมพิวเตอร์จาก Phishing

ความต้องการระบบ
AntiVir Personal 10.0.0.561 มีความต้องการระบบดังนี้
• มีซีพียูขั้นต่ำ Pentium ความเร็วอย่างน้อย 266 MHz
• หน่วยความจำขั้นต่ำ 192 MB สำหรับ Windows 2000/XP และ 512 MB สำหรับ Windows Vista/7
• พื้นที่ฮาร์ดดิสก์ขั้นต่ำ 130 MB (30 MB สำหรับติดตั้งโปรแกรม และ 100 MB สำหรับใช้เก็บข้อมูลชั่วคราว
• การติดตั้งบน Windows 2000/XP/Vista/7 จะต้องใช้สิทธิ์ระดับ Administrator

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Free-av.com

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Tuesday, March 23, 2010

Mozilla Firefox 3.6.2 Stability and Security Updates

Mozilla Firefox 3.6.2 แก้หลายปัญหาเสถียรภาพการทำงานและปัญหาความปลอดภัยร้ายแรง
บทความโดย: The Windows Administrator Blog

วันที่ 22 มีนาคม 2553 (ตรงกับวันที่ 23 มี.ค. ตามเวลาในประเทศไทย) Mozilla ออก Firefox 3.6.2 เพื่อแก้ปัญหาด้านเสถียรภาพการทำงานและช่องโหว่ความปลอดภัยที่มีความร้ายแรงสูงซึ่งเกิดจากปัญหา Integer overflow ใน Web Open Font Format (WOFF) ส่งผลให้โปรแกรมจัดสรรหน่วยความจำบัฟเฟอร์ที่มีขนาดเล็กเกินไปสำหรับใช้เก็บฟอนท์ที่ทำการดาวน์โหลด ดังนั้นแฮกเกอร์จึงสามารถใช้เป็นช่องทางในการโจมตีให้โปรแกรมแครช (Crash) และใช้ทำการรันโค้ดโปรแกรมจากระยะไกลได้

โดยการออก Firefox 3.6.2 ในครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็นการออกแบบฟ้าแลบทีเดียว เนื่องจากตามกำหนดการเดิมนั้นจะออกในวันที่ 30 มีนาคม 2553 นี้ แต่เนื่องจากปัญหาความปลอดภัยที่พบนั้นมีความร้ายแรงสูงมาก ทำให้ Mozilla ตัดสินใจออกก่อนกำหนด และเนื่องจากเป็นการแก้ปัญหาความปลอดภัยซึ่งมีความร้ายแรงสูง ดังนั้นเพื่อปลอดภัยใครที่ใช้เวอร์ชัน 3.6 อยู่ขอแนะนำให้ทำการอัพเดทให้เรียบร้อยเพื่อที่จะได้ใช้งานด้วยความสบายใจครับ

หมายเหตุ: ช่องโหว่ความปลอดภัยนี้เกี่ยวข้องกับ WOFF ซึ่งเป็นฟอร์แมตฟอนท์ที่มีในเฉพาะ Firefox 3.6 (Gecko 1.9.2) เท่านั้น สำหรับเวอร์ชันที่เก่ากว่าจะไม่ได้รับผลกระทบ

การดาวน์โหลด Mozilla Firefox 3.6.2
โปรแกรมติดตั้ง Mozilla Firefox 3.6.2 เวอร์ชันสำหรับ Windows นั้นมีขนาดประมาณ 7.96 MB สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ดังนี้
Download Mozilla Firefox 3.6.2
Download Mozilla Firefox 3.6.2 for Windows


Mozilla Firefox 3.6.2 New Features
ใน Firefox 3.6.2 นั้น Mozilla ได้ทำการปรับปรุงด้านต่างๆ ดังนี้
• แก้หลายประเด็นปัญหาที่เกี่ยวกับเสถียรภาพการทำงาน

Bugs fix
ใน Firefox 3.6.2 นั้น Mozilla ได้ทำการแก้ปัญหาเกี่ยวกับช่องโหว่ความปลอดภัยร้ายแรงสูงจำนวน 1 ตัว คือ
• MFSA 2010-08 WOFF heap corruption due to integer overflow [Critical]

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่เว็บไซต์ MFSA 2010-08 และ bug 552216

ความต้องการระบบของ Firefox 3.6.x
ความต้องการระบบของ Firefox 3.6.x บนระบบปฏิบัติการ Windows มีดังนี้
Operating Systems
• Windows 2000
• Windows XP
• Windows Server 2003
• Windows Vista
• Windows 7

Minimum Hardware
• ใช้ซีพียูขั้นต่ำ Pentium 233 MHz (แนะนำ: Pentium 500MHz หรือสูงกว่า)
• เมมโมรี 64 MB RAM (แนะนำ: 128 MB RAM หรือมากกว่า)
• พื้นที่ฮาร์ดดิสก์ 52 MB

การติดตั้ง Mozilla Firefox 3.6.2
วิธีการติดตั้ง Mozilla Firefox 3.6.2 นั้น แบ่งออกเป็น 2 แบบด้วยกัน ตามรายละเอียดดังนี้
แบบที่ 1 สำหรับผู้ใช้ที่ติดตั้ง Firefox บนเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว
การอัพเดทจาก Firefox เวอร์ชันก่อนที่ติดตั้งอยู่แล้ว ถ้าหากตั้งค่า Advanced>Update>Automatically check for update to: Firefox เมื่อทำการเปิดใช้งาน Firefox และมีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต Firefox ก็จะทำการตรวจสอบการอัพเดทโดยอัตโนมัติ (สามารถสั่งให้ Firefox ทำการตรวจสอบการอัพเดทแบบแมนนวล โดยการคลิกที่เมนู Help แล้วคลิก Check for Updates)

แบบที่ 2 สำหรับผู้ใช้ที่ยังไม่ได้ทำการติดตั้ง Firefox บนเครื่องคอมพิวเตอร์
การติดตั้ง Firefox 3.6.2 ใหม่ สำหรับผู้ใช้วินโดวส์ที่ยังไม่ได้ทำการติดตั้ง Firefox บนเครื่องคอมพิวเตอร์ ให้ดาวน์โหลด Firefox เวอร์ชันสำหรับวินโดวส์เว็บไซต์ในหัวข้อ การดาวน์โหลด Mozilla Firefox 3.6.2 ด้านบน แล้วทำการติดตั้งแบบแมนนวล สำหรับขั้นตอนและวิธีการติดตั้งสามารถอ่านรายละเอียดได้จากเว็บไซต์ How to install Mozilla Firefox 3.6

การยกเลิกการติดตั้ง Firefox 3.6.2
การยกเลิกการติดตั้ง Firefox 3.6.2 สามารถทำได้จาก Add or Remove Programs ใน Control Panel โดยการยกเลิกการติดตั้ง Firefox 3.6.x นั้น โปรแกรมจะไม่ทำการลบข้อมูลต่างๆ คือ Bookmarks, Web Browsing History และ Extensions หรือ Add-ons ต่างๆ ให้อัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้ต้องทำการลบด้วยตนเอง ตามตำแหน่งดังนี้

Windows Vista = Users\[username]\AppData\Roaming\Mozilla\Firefox
Windows 2000, XP, 2003 = Documents and Settings\UserName\Application Data\Mozilla\Firefox
Windows NT = WINNT\Profiles\UserName\Application Data\Mozilla\Firefox
Mac OS X = ~/Library/Application Support/Firefox
Linux and Unix systems = ~/.mozilla/firefox

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
Firefox 3.6.2 Release Notes

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Norton Top 10 Riskiest Online Cities

Norton จัดอันดับ 10 อันดับเมืองอันตรายในการใช้ชีวิตออนไลน์ในประเทศสหรัฐอเมริกา
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

Norton ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Symantec ซึ่งบริษัทผู้เชี่ยวชาญทางด้านความปลอดภัย ได้จัดทำรายงาน "10 อันดับเมืองอันตรายในการใช้ชีวิตออนไลน์" ในประเทศสหรัฐอเมริกา

โดย Norton ได้เปิดเผยว่า ปัจจุบันอาชญากรรมไซเบอร์ (Cybercrime) นั้นเป็นภัยคุกคามที่เกิดขึ้นกับ 1 ใน 5 ของผู้ซื้อของผ่านทางออนไลน์ และในปี 2009 นั้น มีความเสียหายที่เกิดจากการหลอกลวงทางออนไลน์มีมูลค่าถึง 560 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับการจัดอันดับในครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่าง Norton กับ Sperling’s BestPlaces ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยอิสระ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหา 10 เมืองที่มีช่องโหว่ความปลอดภัยที่เสี่ยงต่อการก่ออาชญากรรมไซเบอร์มากที่สุด ในประเทศสหรัฐอเมริกา

อนึ่ง ในการจัดอันดับนั้น Norton จะอ้างอิงจากข้อมูลในด้านต่างๆ ดังนี้
• Cybercrimes
ข้อมูลการโจมตีทางไซเบอร์ (เช่น จำนวนของการโจมตีจากมัลแวร์ จำนวนซอมบี้สแปม) และข้อมูลการติดมัลแวร์ (จำนวนของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดไวรัส) จาก Symantec Security Response
• Risky Behavior
เป็นข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมออนไลน์จากเธิร์ดพาร์ตี้ (Third-party) ตัวอย่างเช่น การเข้าถึงข้อมูลทางการเงิน เป็นต้น
• Wi-Fi hotspots
จำนวนการใช้งานระบบไว-ไฟฮ็อตสป็อต (Wifi Hotspot)
• Internet access
จำนวนการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (ฺBroadband Internet)
• Consumer expenditure
จำนวนการจับจ่ายใช้สอยและการช็อปปิ้งออนไลน์

ผลที่ได้ปรากฏว่าเมือง Seattle เป็นอันดับ 1 ในเมืองที่อันตรายในการใช้ชีวิตออนไลน์ โดยได้ 10 คะแนนเต็มในความเสี่ยงทุกประเภท และได้อันดับที่ 2 ในด้านพฤติกรรมออนไลน์และไว-ไฟฮ็อตสป็อต และได้อันดับที่ 3 ในด้านการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและการช็อปปิ้งออนไลน์ สำหรับเมืองในอันดับอื่นๆ มีรายละเอียดดังรูปด้านล่าง

Credit: Cnet

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Cnet
Symantec

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Summary of Google service accesibility from within mainland China

สรุปการเข้าถึงบริการของ Google ในประเทศจีน
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

ใครที่ติดตามข่าวสารด้านไอทีคงพอจะทราบปัญหาความขัดแย้งในเรื่องการเซ็นเซอร์ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตระหว่าง Google กับรัฐบาลจีน ซึ่งล่าสุด (3/22/2010 12:03:00 PM ตามเวลาในประเทศสหรัฐอเมริกา) Google ได้ประกาศในบล็อกว่า Google ได้หยุดทำการเซ็นเซอร์ข้อมูลในบริการค้นหาบน Google Search, Google News และ Google Images บน Google.cn โดยจะทำการรีไดเร็กผู้ใช้ที่เข้าเว็บไซต์ Google.cn ไปยังเว็บไซต์ Google.com.hk ซึ่งการกระทำดังกล่าวนี้เท่ากับเป็นการย้ายบริการด้านเสิร์ซเอนจิ้นออกจากประเทศจีนไปยังเกาะฮ่องกงนั้นเอง

นอกจากนี้ Google ยังได้เปิิดหน้าเว็บไซต์เพื่อใช้มอนิเตอร์การเข้าถึงบริการต่างๆ ของ Google จากภายในประเทศจีนทั้งบริการสำหรับของผู้ใช้ทั่วไปและบริการสำหรับผู้ใช้แบบองค์กร ซึ่งในปัจจุบันนั้น บางบริการยังสามารถเข้าถึงได้ตามปกติ และบางบริการที่สามารถเข้าถึงได้บางส่วน ในขณะที่บางบริการไม่สามารถเข้าถึงได้โดยสิ้นเชิง

บริการของ Google ที่ยังเข้าถึงจากประเทศจีนได้ตามปกติได้ มีดังนี้
• Web
• Images
• News
• Ads
• Gmail

สำหรับบริการของ Google ที่สามารถเข้าถึงได้บางส่วนจากในประเทศจีน มีดังนี้
• Docs สามารถเข้าถึงได้บางส่วน
• Picasa สามารถเข้าถึงได้บางส่วน
• Groups สามารถเข้าถึงได้บางส่วน

ในส่วนของบริการของ Google ที่ไม่สามารถเข้าถึงโดยสิ้นเชิงจากในประเทศจีน มีดังนี้
• Youtube
• Sites
• Blogger

Credit: Google

หมายเหตุ: ข้อมูลในที่นี้เป็นข้อมูล ณ วันที่ 21 มีนาคม 2553 สำหรับข้อมูลปัจจุบันสามารถดูได้จากเว็บไซต์ในแหล่งอ้างอิง

อนึ่ง ถึงแม้ว่า Google จะย้ายบริการด้านเสิร์ซเอนจิ้นไปยังเกาะฮ่องกง แต่จะยังคงกิจการด้าน R&D และทีมงานด้านการขายส่วนหนึ่ง (ขนาดนั้นจะขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้ Google.com.hk ในประเทศจีน) ไว้ในประเทศจีนต่อไป

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Mainland China service availability
The Ofiicial Google Blog

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Monday, March 22, 2010

Mozilla Confirms Critical Firefox Vulnerability

Mozilla เตรียมออก Firefox 3.6.2 เพื่อแก้ปัญหาความปลอดภัยร้ายแรง
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

สืบเนื่องจาก InteVyDis บริษัทวิจัยด้านความปลอดภัยในประเทศรัสเซียได้ประกาศว่าตรวจพบช่องโหว่ความปลอดภัยร้ายแรงใน Firefox 3.6 ตามรายละเอียดในบทความเรื่อง New Zero-day Vulnerability Discovered in Firefox 3.6 ซึ่งผมได้โพสต์ไปก่อนหน้านี้

ซึ่งในตอนแรกนั้น Mozilla ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีช่องโหว่ความปลอดภัยร้ายแรงใน Firefox 3.6 ตามที่มีการรายงาน แต่ล่าสุด Mozilla ได้ออกมายอมรับแล้วว่ามีการช่องโหว่ความปลอดภัยร้ายแรงใน Firefox 3.6 จริง และได้วางแผนออก Firefox 3.6.2 เพื่อแก้ปัญหาดังความปลอดภัยกล่าวนี้ในวันที่ 30 มีนาคม ที่จะถึงนี้ โดยโพสต์แถลงการณ์ในบล็อก Security blog เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา

อนึ่ง หลังจากมีตรวจพบช่องโหว่ความปลอดภัยร้ายแรงใน Firefox 3.6 ทาง Secunia ซึ่งเป็นบริษัทด้านความด้านความปลอดภัยชื่อดัง ได้โพสต์รายละเอียดเกี่ยวกับช่องโหว่ความปลอดภัยดังกล่าวนี้ใน Secunia Advisory SA38608: Mozilla Firefox Unspecified Code Execution Vulnerability แต่เนื่องจากการออกมาปฏิเสธของ Mozilla ทำให้หลายๆ คนไม่เชื่อเรื่องข้อมูลของ Secunia

สำหรับ Firefox 3.6.2 นั้นมีกำหนดการออกในวันที่ 30 มีนาคม ที่จะถึงนี้ แต่หากท่านใดสนใจสามารถดาวน์โหลดเวอร์ชันเบต้ามาทดลองใช้งานได้จากเว็บไซต์ Download Firefox 3.6.2 Beta

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Softpedia

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Sunday, March 21, 2010

Malware found on HTC Magic came from the memory cards

Vodafone บอกว่า: มัลแวร์ที่พบบนเครื่องโทรศัพท์ HTC Magic ติดมากับ Memory Cards
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

สืบเนื่องจากมีรายงานว่านักวิจัยของ Panda Security ได้ตรวจพบมัลแวร์ (Malware) ที่มีความเชื่อมโยงกับบอทเน็ต (Botnet) ชื่อ "Mariposa" บนเครื่องโทรศัพท์ HTC Magic จาก Vodafone ตามรายละเอียดในบทความเรื่อง Malware found on HTC Magic Android phone from Vodafone ล่าสุด Vodafone ได้ออกมายอมรับแล้วว่ารายงานเรื่องการพบมัลแวร์บนเครื่องโทรศัพท์ HTC Magic นั้นเป็นเรื่องจริง แต่บอกว่ามัลแวร์ดังกล่าวติดมากับเมมโมรี่การ์ด (Memory Card)

โดย Vodafone ได้ชี้แจงอย่างเป็นทางการว่ามัลแวร์บอทเน็ต "Mariposa" ซึ่งพบบนเครื่องโทรศัพท์ HTC Magic จำนวนหนึ่งนั้นติดมากับเมมโมรี่การ์ด ที่จำหน่ายพร้อมกับเครื่องโทรศัพท์ HTC และยี่ห้ออื่นๆ จำนวนประมาณ 3,000 รุ่น อย่างไรก็ตาม Vodafone ไม่ได้ระบุยี่ห้อและรุ่นของเมมโมรี่การ์ดตัวที่มีปัญหาแต่อย่างใด


ทางด้านโฆษกของ Vodafone ได้ออกมาแถลงการว่าปัญหาการพบมัลแวร์บนเครื่องโทรศัพท์ HTC Magic นั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศสเปน ซึ่งทาง Vodafone ประเทศสเปนได้ทำการระบุกลุ่มลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย Vodafone ประเทศสเปนจะดำเนินการจัดส่งเมมโมรี่การ์ดตัวใหม่ทดแทนตัวที่มีปัญหาต่อไป

นอกจากนี้ Vodafone ประเทศสเปนยังได้จัดเตรียมเครื่องมือสำหรับอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในการตรวจสอบความสมบูรณ์และแก้ไขในกรณีตรวจพบว่าเครื่องโทรศัพท์ปัญหา

อนึ่ง Movil Zona ซึ่งเป็นบล็อกในภาษาสเปนได้รายงานว่า Vodafone ได้ทำการจัดส่งเมมโมรี่การ์ดตัวใหม่ให้แก่ลูกค้าที่ได้ผลกระทบในทันทีหลังจากทราบปัญหาการตรวจพบมัลแวร์แฝงอยู่ในเมมโมรี่การ์ด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Cnet

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Saturday, March 20, 2010

Microsoft announces Windows 7 SP1

ไมโครซอฟท์ได้ประกาศ Service Pack 1 สำหรับ Windows 7 และ Windows Server 2008 R2

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2553 (ตามเวลาในประเทศสหรัฐอเมริกา) ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ได้ประกาศว่ากำลังพัฒนา Service Pack 1 (SP1) สำหรับ Windows 7 และ Windows Server 2008 R2 อย่างไรก็ตาม ไมโครซอฟท์ยังไม่ได้ประกาศวันออก SP1 Beta หรือวันออก SP1 Final อย่างชัดเจน เพียงแต่แจ้งว่าเมื่อ SP1 พัฒนาเสร็จสมบูรณ์ ไมโครซอฟท์ก็จะทำการแจกจ่ายเซอร์วิสแพ็คให้ผู้ใช้ผ่านทาง Windows Update และผ่านทางการดาวน์โหลดบน Microsoft Download Center และรายละเอียดเพิ่มเติมนั้นจะมีการประกาศให้ทราบในโอกาสต่อๆ ไป

อนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าไมโครซอฟท์น่าจะออก SP1 สำหรับ Windows 7 และ Server 2008 R2 ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ซึ่งจะเป็นไปตามที่โรดแมพการออกระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟท์

Windows 7 Service Pack 1 (SP1)
จากข้อมูลใน Windows Team Blog นั้น Windows 7 SP1 จะเป็นเพียงการอัพเดทแบบย่อย โดยจะเป็นการรวมอัพเดทต่างๆ ซึ่งได้ออกไปก่อนหน้าผ่านทาง Windows Update เข้าเป็นแพ็กเกจเดียว รวมถึงการอัพเดทไคลเอ็นต์ Remote Desktop ให้สามารถรองรับการใช้งานร่วมกับ RemoteFX ซึ่งเป็นฟีเจอร์ใหม่ใน SP1 สำหรับ Windows Server 2008 R2

Credit: DownloadSquad

Windows Server 2008 R2 Service Pack 1 (SP1)
จากข้อมูลใน Windows Server Division WebLog นั้น Windows Server 2008 R2 SP1 จะมีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ทางด้าน Desktop Virtualization ที่สำคัญ 2 ตัวด้วยกันคือ Dynamic Memory และ RemoteFX

Dynamic Memory
Dynamic Memory เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้การงาน Hyper-V ใน Windows Server 2008 R2 มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยผู้ดูแลระบบไอที (IT administrator) สามารถรวม (Pool) หน่วยความจำที่มีในระบบโฮสต์ทางกายภาพและแจกจ่ายให้กับเวอร์ชวลแมชชีน (Virtual Machine) ที่กำลังรันอยู่ในแบบไดนามิกได้ นั้นคือเมื่อเวิร์กโหลดของเวอร์ชวลแมชชีนมีการเปลี่ยนแปลง ผู้ดูแลระบบไอทีสามารถรับจัดสรรหน่วยความจำเพิ่มเติมให้กับเวอร์ชวลแมชชีนโดยไม่ส่งกระทบการให้บริการ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://blogs.technet.com/virtualization/archive/2010/03/18/Dynamic-Memory-Coming-to-Hyper-V.aspx)

RemoteFX
RemoteFX เป็นฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในด้าน Desktop Virtualization ของไมโครซอฟท์ เป็นฟีเจอร์ที่ทำให้ Windows Server 2008 R2 สามารถให้บริการด้าน Desktop Virtualization ได้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น โดยการทำงานของ RemoteFX นั้นจะเป็นอิสระจากระบบกราฟิกสแต็คและสามารถรองรับเนื้อหา (Content) ในทุกรูปแบบ รวมถึงเนื้อหาในรูปแบบ Silverlight หรือ Flash

เนื่องจาก RemoteFX นั้นใช้งานระบบกราฟิกเสมือน (Virtualized Graphics) จึงสามารถทำงานได้บนอุปกรณ์ต่างๆ เป็นจำนวนมาก นั้นคือ สามารถใช้งาน RemoteFX ได้บนโฮสต์โคลเอ็นต์ทั้งแบบ Thick และ Thin และสามารถใช้งานได้ในระบบเครือข่ายหลากหลายรูปแบบ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://blogs.technet.com/virtualization/archive/2010/03/18/Explaining-Microsoft-RemoteFX.aspx)

บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Windows Server Division Weblog
Windows Team Blog
Softpedia

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Friday, March 19, 2010

Microsoft TrueColor Technology Webcams

ไมโครซอฟท์เปิดตัวเว็บแคมรุ่นใหม่รองรับ TrueColor Technology
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

ไมโครซอฟท์ฮาร์ดแวร์ (Microsoft Hardware) ได้เปิดตัว "TrueColor Technology" ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มสีและความสว่างให้กับวิดีโอเมื่อใช้งานในที่แสงน้อย โดย TrueColor Technology นั้นเป็นเทคโนโลยีการประมาลผลภาพแบบใหม่ซึ่งจะทำการปรับคุณภาพของภาพให้มีสีสันเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ฮาร์ดแวร์ยังได้เปิดตัวเว็บแคม (Webcam) รุ่นใหม่ซึ่งรองรับ TrueColor Technology จำนวน 3 รุ่น คือ LifeCam HD-5000, LifeCam HD-5001 และ LifeCam HD-6000 for Notebooks โดยที่ทุกรุ่นจะมีเซ็นเซอร์ 720p HD และเทคโนโลยี Auto Focus

สำหรับราคาจำหน่าย LifeCam HD-5000 และ LifeCam HD-5001 นั้นจะมีราคาขายปลีกประมาณ $49.95 โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงปลายเดือนนี้ สำหรับ LifeCam HD-6000 for Notebooks นั้นจะมีราคาขายปลีกประมาณ $59.95 โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม

อนึ่ง LifeCam HD-5000 และ LifeCam HD-6000 for Notebooks นั้นจะวางจำหน่ายล่วงหน้าบนเว็บไซต์ Amazon.com และ Buy.com

LifeCam HD-5000
• True 720p HD video
• Auto Focus
• 16:9 widescreen
• TrueColor Technology

Credit: Windows Team Blog

LifeCam HD-5001
• True 720p HD video
• Auto Focus
• 16:9 widescreen
• TrueColor Technology

Credit: Windows Team Blog

LifeCam HD-6000 for Notebooks
• True 720p HD video
• Auto Focus
• TrueColor Technology
• Notebook design with 360° lens rotation

Credit: Windows Team Blog

สำหรับผู้ที่ใช้ LifeCam Cinema รุ่นก่อนนั้น สามารถทำการอัพเดทซอฟต์แวร์และเฟิร์มแวร์สำหรับ LifeCam Cinema เพื่อให้รองรับ TrueColor Technology ได้โดยดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ Microsoft Hardware

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Windows Team Blog

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.

Windows XP Mode no longer requires hardware assisted virtualization technology

Windows XP Mode สามารถทำงานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีเทคโนโลยี Hardware Assisted Virtualization ได้แล้ว
บทความโดย: Thai Windows Administrator Blog

ก่อนหน้านี้ การใช้งาน Windows XP Mode นั้นจะสามารถทำได้เฉพาะบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีเทคโนโลยี Hardware Virtualization อย่างเช่น Intel-VT หรือ AMD-V เท่านั้น แต่ล่าสุด (วันที่ 18 มีนาคม 2553) ไมโครซอฟท์ได้ทำการปรับปรุง Windows XP Mode ให้สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องใช้เทคโนโลยี Hardware Assisted Virtualization (HAV) อีกต่อไป ทั้งนี้เพื่อช่วยให้บริษัทขนาดเล็กถึงขนาดกลาง (Small and Midsize Businesses) สามารถทำการไมเกรตระบบเป็น Windows 7 ได้โดยไม่มีผลกระทบกับแอพพลิเคชันรุ่นเก่าที่ทำงานได้เฉพาะบน Windows XP โดยการปรับปรุงในครั้งนี้จะออกมาในรูปแบบของ Windows XP Mode Update (KB977206)

ความต้องการระบบของ Windows Virtual PC (Update: 18 March 2010)
สำหรับความต้องการระบบขั้นต่ำของ Windows Virtual PC มีดังนี้
• CPU: ความเร็ว 1 GHz 32-bit หรือ 64-bit ซีพียู
• Memory: ไมโครซอฟท์แนะนำให้ใช้หน่วยความจำ 2 GB หรือมากกว่า
• Disk space: พื้นที่ว่างบนฮาร์ดดิสก์อย่างต่ำ 15 GB ต่อเวอร์ชวลแมชชีนแต่ละตัว

รองรับ Host Operating Systems
Windows Virtual PC สามารถรองรับ Host Operating Systems ดังนี้
• Windows 7 Home Basic
• Windows 7 Home Premium
• Windows 7 Enterprise
• Windows 7 Professional
• Windows 7 Ultimate

หมายเหตุ: Windows XP Mode นั้นรองรับเฉพาะ Windows 7 เวอร์ชัน Professional, Enterprise และ Ultimate เท่านั้น

รองรับ Guest Operating Systems
Windows Virtual PC สามารถรองรับ Guest Operating Systems ดังนี้
• Windows XP:
ฟีเจอร์ Virtual Applications นั้นจะมีให้ใช้งานบน Windows XP Service Pack 3 (SP3) Professional เท่านั้น

• Windows Vista:
ฟีเจอร์ Virtual Applications นั้นจะมีให้ใช้งานบน Windows Vista Enterprise และ Windows Vista Ultimate เท่านั้น

• Windows 7:
ฟีเจอร์ Virtual Applications นั้นจะมีให้ใช้งานบน Windows 7 Enterprise และ Windows 7 Ultimate เท่านั้น

การดาวน์โหลด Windows Virtual PC, Windows XP Mode และ Windows XP Mode Update
สำหรับท่านที่สนใจทดลองใช้งาน Windows XP Mode สามารถทำการดาวน์โหลดโปรแกรม Windows Virtual PC, Windows XP Mode และ Windows XP Mode Update ได้ฟรี โดยก่อนอื่นให้เปิดไปยังหน้าเว็บไซต์ Windows Virtual PC จากนั้นให้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

หมายเหตุ: การดาวน์โหลดในบทความนี้ ดำเนินการบนคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows 7 Ultimate Edition

Step 1: หากต้องการตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องคอมแพตติเบิลของแอพพลิเคชันกับ Windows 7 ให้คลิกที่ลิงก์ Application compatibility


Step 2: เลือกรุ่นและเวอร์ชันของ Windows 7 จากดร็อปดาวน์ลิสต์ "Select system" ในที่นี้เลือก Ultimate 32-bit จากนั้นเลือกภาษา (Language) ที่ต้องการจากดร็อปดาวน์ลิสต์ "Select language" ในที่นี้เลือก English


Step 3: ดาวน์โหลดและติดตั้ง Windows XP Mode โดยการคลิกปุ่ม "Windows XP Mode" จากนั้นคลิก Save เพื่อบันทึกไฟล์ลงเครื่อง รอจนการดาวน์โหลดแล้วจึงทำการติดตั้ง สำหรับวิธีการติดตั้งอย่างละเอียดสามารถอ่านได้จาก Install Windows XP Mode RTM Step by Step


Step 4: ดาวน์โหลดและติดตั้ง Windows Virtual PC โดยคลิกปุ่ม "Windows Virtual PC" จากนั้นคลิก Save เพื่อบันทึกไฟล์ลงเครื่อง รอจนการดาวน์โหลดแล้วจึงทำการติดตั้งสำหรับวิธีการติดตั้งอย่างละเอียดสามารถอ่านได้จาก Install Windows Virtual PC RTM


Step 5: ดาวน์โหลดและติดตั้งอัพเดท Windows XP Mode Update (KB977206) ซึ่งเป็นอัพเดทสำหรับปรับปรุงให้ Windows XP Mode สามารถทำงานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีเทคโนโลยี Hardware Assisted Virtualization (HAV) ได้ โดยคลิกปุ่ม "Windows XP Mode Update" จากนั้นคลิก Save เพื่อบันทึกไฟล์ลงเครื่อง หลังจากดาวน์โหลดเสร็จแล้วให้ทำการติดตั้งให้เรียบร้อยและทำการรีสตาร์ทระบบเพื่อให้การติดตั้งเสร็จสมบูรณ์


โดยหลังจากติดตั้ง Windows XP Mode Update (KB977206) แล้วเสร็จและทำการรีสตาร์ทระบบเรัยบร้อยแล้ว ก็จะทำให้สามารถใช้งาน Windows XP Mode บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีเทคโนโลยี Hardware Assisted Virtualization (HAV) สำหรับวิธีการรัน indows XP Mode นั้นทำได้โดยคลิกStart คลิก All Programs คลิก Windows Virtual PC คลิก Windows XP Mode เพื่อเริ่มต้นการเซ็ตอัพ สำหรับวิธีการเซ็ตอัพอย่างละเอียดสามารถอ่านได้จาก Install Windows XP Mode RTM Step by Step

อย่างไรก็ตามไมโครซอฟท์ไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนว่า ประสิทธิภาพการทำงานของ Windows XP Mode บนระบบที่มีเทคโนโลยี HAV กับไม่มีเทคโนโลยี HAV ต่างกันหรือไม่ โดยเพียงแค่ตอบว่า Windows XP Mode นั้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าระดับที่ยอมรับได้ไม่ว่าจะเป็นการทำงานบนระบบที่มีหรือไม่มีเทคโนโลยี HAV ก็ตาม

สำหรับความเห็นของผู้เขียนนั้น การปรับปรุง XP Mode ในครั้งนี้คงไม่มีผลอะไรมากนักกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ออกตั้งแต่ปี 2551 หรือใหม่กว่าเนื่องจากส่วนมากจะมาพร้อมกับซีพียูที่มีเทคโนโลยี HAV อยู่แล้ว แต่จะมีประโยชน์กับคอมพิวเตอร์เก่าที่ออกตั้งแต่ปี 2550 หรือเก่ากว่า

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Microsoft Accelerates Desktop Virtualization

© 2010 TWA Blog. All Rights Reserved.